Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,377 ประตูแห่งมิติเวลา
ชายชราสองคนที่มาถึงสวมชุดสีเทา ร่างของพวกเขาเหี่ยวแห้งและดู
เหมือนจะไม่มีชีวิตใดๆบนใบหน้าของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ออร่าของพวกเขาลึกล้ำดั่งทะเลที่พลุ่งพล่าน ทำให้
รู้สึกหวาดกลัว
เช่นนั้น พวกเขาควรเป็นศิษย์ของราชันสวรรค์บรรพกาลในอดีต
“ผู้เยาว์หลินหมิงคารวะผู้อาวุโสท่านสอง!”
หลินหมิงโค้งคำนับอย่างสุภาพ ในความเห็นของหลินหมิง อเวจี
ปีศาจอมตะเป็นดินแดนแห่งความตาย ทุกคนที่นี่ควรจะตายไปในสงคราม
ครั้งใหญ่เมื่อ 100,000 ปีก่อนแล้ว เขาจึงไม่เคยคิดเลยว่าจะมีบางคนอยู่
ที่นี่
ในความเป็นจริง เมื่อลองคิดดูอย่างรอบคอบ ไม่ว่าสงครามจะเป็น
เช่นไรเมื่อ 100,000 ปีก่อน มันก็น่าจะมีผู้รอดชีวิตบ้าง แม้แต่เผ่าพันธุ์ภูติ
เทพก็ยังมีผู้รอดชีวิต ดังนั้นจึงยิ่งมิต้องพูดถึงผู้ติดตามบางคนของราชัน
สวรรค์บรรพกาล
ผู้ทรงพลังราชันพิภพสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายล้านปี การอยู่รอดมา
เป็นเวลา 100,000 ปีในอเวจีปีศาจอมตะจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอายุขัย
ของพวกเขาเท่านั้น
ชายชราสองคนนี้จ้องมองที่หลินหมิงอย่างลึกซึ้งและมองดูมู่เชียนเส
วียด้วย เมื่อพวกเขาเห็นมู่เชียนเสวีย สีหน้าของพวกเขาก็ดูแปลกไป
นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะมู่เชียนเสวียมีร่างกายของเทพธิดา
“ท่านทั้งสองคนเป็นศิษย์ของราชันบรรพกาลหรือไม่?” หลินหมิ
งถาม
ชายชราสองคนไม่ตอบกลับ พวกเขาเพียงแต่พูดว่า “มากับพวกเรา”
จากนั้น พวกเขาก็เริ่มบินลึกเข้าไปในอเวจีปีศาจอมตะ
หลินหมิงและมู่เชียนเสวียมองหน้าก่อนที่จะตามหลังไป
ระหว่างทาง ชายชราทั้งสองไม่พูด และหลินหมิงก็ไม่ถามคำถามอีก
อย่างช้าๆ หลินหมิงจะรู้สึกถึงออร่าอันยิ่งใหญ่ที่เข้ามาหาเขา ยิ่งเขา
เข้าไปลึกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเข้าใกล้ตัวตนที่ทรงพลังอย่างไร้เปรียบ
นั้นมากขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวตนที่ทรงพลังนี้คือมังกรทมิฬ
หลินหมิงสูดลมหายใจลึก หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นกลัว
ในอดีต นี่คือสัตว์อสูรเทวะที่ติดตามราชันสวรรค์บรรพกาล มันจะ
สง่างามเพียงใดกันแน่?
ทั้งสี่คนบินไปเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง หลินหมิงยังคงได้ยิน
เสียงคำรามของมังกรที่ดังกังวานจากส่วนลึกของอเวจีปีศาจอมตะ แต่
ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เสียงคำรามอีกต่อไป นอกจากนี้ มันยังมีเสียงเหมือน
ระฆังขนาดใหญ่ที่ถูกตีเสียงดังอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภายในอเวจีปีศาจ
อมตะ ราวกับว่ามันจะคงอยู่จนถึงจุดสิ้นสุดของกาลเวลา
ความมืดค่อยๆแยกออกจากกัน ในที่สุดหลินหมิงก็สามารถมองเห็น
มังกรทมิฬแห่งอเวจีปีศาจอมตะ
ในปัจจุบัน เส้นผ่านศูนย์กลาง 10,000 ถึง 20,000 ไมล์ของอเวจี
ปีศาจอมตะนั้น ครึ่งหนึ่งของระยะทางนี้ถูกครอบครองโดยร่างกายขนาด
ใหญ่ของมังกรทมิฬ ขนาดหลายพันไมล์อาจฟังดูไม่เท่าไร แต่เมื่อมีใครยืน
อยู่ต่อหน้ามังกรทมิฬนี้ เขาก็จะสามารถเข้าใจได้ว่ามันใหญ่โตเพียงใด
มันไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตเลย แต่เหมือนดาวเคราะห์!
มันเป็นที่รู้กันว่าดาวเคราะห์ขนาดธรรมดานั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
ประมาณ 10,000 ไมล์
เมื่อหลินหมิงบินไปยังมังกรทมิฬ เขาก็ดูเหมือนฝุ่นละอองเล็กๆที่อยู่
ข้างหน้ามัน
มังกรทมิฬดูเหมือนจะหลับใหล ดวงตาของมันปิดและมันลอยอยู่ใน
อากาศ ออร่าที่น่ากลัวหาเปรียบมิได้ถูกบรรจุไว้ในร่างมหึมานี้ มัน
เหมือนกับว่าทุกสิ่งมีชีวิตในโลกนี้จะต้องมีความเคารพและกราบกรานต่อ
หน้าที่ออร่านี้ นี่คือศักดิ์ศรีของสัตว์อสูรเทวะ เมื่อพลังของสัตว์อสูรเทวะ
ระเบิดออกมา มันก็สามารถแยกดาวเคราะห์และดวงจันทร์ได้
เมื่อหลินหมิงบินไปยังหัวของมังกรทมิฬ เขาก็ตกใจกับสิ่งที่เห็น
เขาสามารถเห็นกระดูกสันหลังของมังกรทมิฬ กระดูกคอ ปีกและ
แขนขาทั้งสี่ถูกตรึงด้วยโซ่หนา มีทั้งหมดเก้าโซ่ และโซ่ที่หลินหมิงปีนลงมา
ก็เป็นหนึ่งในโซ่เหล่านี้
หลายร้อยคนก็ยังไม่สามารถโอบรอบโซ่นี้ได้
และโซ่เหล็กทั้งเก้านี้ก็มีตะขอเหล็ก ตะขอเหล็กเหล่านี้ถูกเกี่ยวลึก
เข้าไปในเนื้อของมังกรทมิฬ ยึดเข้าไปในกระดูกของมัน
เพราะเวลาผ่านไปนานเกินไป เก้าตะขอเหล็กเก้านี้จึงหลอมรวมเข้า
กับเนื้อหนังและโลหิตของมังกรทมิฬ กลายเป็นหนึ่งเดียวกับมันไปแล้ว นี่
เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
มังกรทมิฬตัวนี้ถูกขังอยู่ที่นี่โดยโซ่ทั้งเก้า…
เมื่อหลินหมิงคิดถึงสิ่งนี้ เขาก็สูดลมหายใจลึก ความรู้สึกหนักหน่วงที่
ไม่อาจบรรยายได้ทำให้เขารู้สึกหนักใจ ตัวตนที่ทรงพลังเช่นนี้โดนโซ่ทั้ง
เก้าเกี่ยวร่างกายไว้ที่นี่เป็นเวลา 100,000 ปี…
“มันเป็นไปได้อย่างไร…?”
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้
ด้านข้างเขา ชายชราชุดเทาพูดขึ้น “นี่คือผลงานของจักรพรรดิอมตะ
แห่งเผ่าพันธุ์ภูติเทพ… เขากักขังราชันมังกรด้วยโซ่ผนึกมังกรทั้งเก้า
หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เพราะท่านอาจารย์ได้เผาผลาญพลังโลหิตชีวิต
ของเขาไป 80% และได้รับบาดแผลสาหัส มันทำให้ระดับพลังของเขาตก
ลง เขาไม่สามารถปลดโซ่ผนึกมังกรได้ และหากต้องการทำลายโซ่ผนึก
มังกรด้วยพลังดิบเพียงอย่างเดียว มันจะทำให้ราชันมังกรที่กำลังอ่อนแอ
ตาย แต่การที่ถูกกักขังด้วยโซ่ผนึกมังกร มันก็หมายความว่าพลังของราชัน
มังกรจะค่อยๆจางหายไปจนกว่าเขาจะตายลง แม้ว่าพลังโลหิตชีวิตของ
ราชันมังกรจะมหาศาล แต่เขาก็ยังคงอยู่ได้เพียง 10,000 ปีเท่านั้น ด้วย
เหตุนี้ ท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่จึงได้วางมหาค่ายกลหยางหวนคืนเพื่อดูดซับ
พลังของโลกพลังงานแก่นสาร และพลังโลหิตชีวิตเพื่อสร้างความ
แข็งแกร่งที่ราชันมังกรที่อ่อนแอลงเพราะโซ่ผนึกมังกร ด้วยสิ่งนี้ ราชัน
มังกรจะสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้”
“มหาค่ายกลหยางหวนคืน…” หลินหมิงหวนนึกไปถึงผู้ทรงพลัง
เผ่าพันธุ์ภูติเทพที่ถูกผนึกไว้ภายในผลึก ดังนั้นมันก็คือมหาค่ายกลหยาง
หวนคืน…
มหาค่ายกลหยางหวนคืนนี้ถูกใช้เพื่อยืดอายุของมังกรทมิฬ!
เผ่าพันธุ์ภูติเทพได้ล่ามมังกรทมิฬไว้กับโซ่ผนึกมังกร และจากนั้น
ราชันสวรรค์บรรพกาลก็ใช้ผู้คนของเผ่าพันธุ์ภูติเทพเพื่อสร้างมหาค่ายกล
หยางหวนคืนสำหรับชดเชยความสูญเสียของมังกรทมิฬ
นี่คือความเกลียดชังที่ไร้สิ้นสุดอย่างแท้จริง ความเกลียดจนถึงจุดที่มิ
อาจให้อภัย
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเ ขาก็รู้สึกว่ามิติด้านหน้าเขาบิดไปมา
ด้านหน้าของเขา หมอกจำนวนมากปรากฏขึ้นจากอากาศบางๆ ค่อยๆ
ควบแน่นเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงและสง่างาม
ผู้ชายคนนี้สูง 30 ฟุต ด้านหน้าของเขา หลินหมิงและคนอื่นๆดู
เหมือนเด็กเล็ก
ผู้ชายคนนี้หน้าซีดขาว และใบหน้าปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำและสีแดง
ดวงตาของเขาเปล่งประกายเหมือนกาแลคซี ลึกซึ้งและไร้สิ้นสุด
ไม่มีออร่าที่ทรงพลังไหลออกมาจากร่างกายของเขา แต่อย่างไม่น่า
เชื่อ พลังมิติที่อยู่โดยรอบชายคนนี้กลับบิดเบี้ยวและสั่นสะเทือน ราวกับ
ว่ามันไม่สามารถต้านทานต่อการปรากฏตัวของเขาได้
หลินหมิงตระหนักได้ทันทีว่าชายผู้นี้คือร่างจำแลงของมังกรทมิฬ
“ผู้เยาว์หลินหมิงขอคารวะผู้อาวุโสราชันมังกร”
หลินหมิงคำนับอย่างเคารพและมู่เชียนเสวียเองก็เช่นกัน
ชายวัยกลางคนนี้เหลือบมองที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวีย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งหลินหมิง เขามองหลินหมิงกว่าสิบลมหายใจ ตรวจสอบผ่านโลก
ภายในของเขา ทะเลแห่งจิตวิญญาณ ร่างกายและโลหิตของเขา
“เจ้าสามารถทนต่อปราณโลหิตของหัวใจจักรพรรดิราชันบรรพกาล
และเจ้ายังเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในทั้งหมดได้ ปราณแท้ภายในของเจ้า
นั้นมีความเสถียรอย่างไม่น่าเชื่อ ในฐานะนักสู้จากแดนเบื้องล่าง การที่เจ้า
มาถึงขั้นนี้ได้ก็เพื่อพิสูจน์แล้วว่าโชคชะตาของเจ้านั้นน่าสะพรึงกลัวอย่าง
แท้จริง ครอบคลุมทั้งสวรรค์และดวงจันทร์ เจ้าเป็นอัญมณีที่หายากโดย
แท้”
ชายวัยกลางคนประเมิน เขาพอใจมากที่สุดจากความสำเร็จของ
หลินหมิงในทักษะกายผันแปร เพราะราชันสวรรค์บรรพกาล ก็เป็นผู้บ่ม
เพาะคู่ร่างกายและพลังงาน
“เมื่อฮุ่นหยวนทิ้งมรดกของเขาไว้ ข้าก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีผู้สืบทอด
ที่มีความสามารถในการสืบทอดมันได้
*ฮุ่นหยวน=ชื่อราชันสวรรค์บรรพกาล ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่
ข้าจะได้พบเจ้า หลินหมิง เจ้าพร้อมหรือไม่?”
“ขอรับ” หลินหมิงตอบด้วยความเคารพ หากมังกรทมิฬอ้างถึงราชัน
สวรรค์บรรพกาลเพียงชื่อ มันก็จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา
ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาและเจ้านาย แต่เหมือนพี่น้องหรือสหายต่อสู้
โดยปกติแล้ว สัตว์อสูรเทวะโตเต็มวัยจะมีพละกำลังด้อยกว่าราชัน
สวรรค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สัตว์อสูรเทวะก็ถูกแบ่ง
ออกเป็นระดับต่างๆ มีสัตว์อสูรเทวะบางตัวที่มีสายเลือดราชวงศ์ และ
พวกมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าราชันสวรรค์ชั้นยอดเลย หลินหมิงเดาว่ามังกร
ทมิฬนี้อยู่ในสถานณะเช่นนั้น มังกรทมิฬตัวนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจน
จากมังกรตัวอื่นที่หลินหมิงเคยเห็นมาก่อน ร่างของเขาใหญ่กว่า มีเขา
เดียวและมีปีกขนาดยักษ์หนึ่งคู่
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” ในขณะที่ราชันมังกรพูด เขาก็เปิดประตูแห่ง
มิติและเวลาบนท้องฟ้าขึ้น
จากประตูแห่งมิติและเวลานี้ ออร่าโบราณที่ไร้ขอบเขตกวาดออกมา
ทำให้ผู้หนึ่งหวาดกลัวจนอยากคุกเข่า
หลินหมิงมีคำถามมากมายในใจ แต่เขาไม่ได้ถาม เขาหายใจเข้าลึกๆ
แล้วก้าวเข้าประตูนี้
“เจ้าเองก็ไปด้วยกัน”
ร่างจำแลงมังกรทมิฬกล่าวกับมู่เชียนเสวีย
มู่เชียนเสวียพยักหน้าและตามหลังหลินหมิงไปอย่างใกล้ชิด
ชายชราสวมชุดสีเทาสองคนเฝ้าดูขณะที่หลินหมิงและมู่เชียนเสวีย
เข้าสู่ประตูไปอย่างเงียบๆ
มังกรทมิฬถอนหายใจอย่างหนักโดยพูดว่า “เมื่อราชันบรรพกาลทิ้ง
มรดกของเขาไว้ เขาเลือกที่จะทิ้งมันไว้ในโลกแห่งแดนเบื้องล่าง… ข้าไม่
เคยคิดเลยว่าจะมีใครสามารถได้รับมรดกนั้น สำหรับโลกในแดนเบื้อง
ล่าง… มันยากเกินไปที่จะสร้างอัจฉริยะใดๆขึ้นมาได้ ข้าสงสัยว่าเด็กนั่นจะ
สามารถอยู่ในตำหนักบรรพกาลได้นานเพียงใด”
“บางทีหนึ่งปี หรืออาจครึ่งปี หากเขาใช้เวลาน้อยกว่าสามเดือน
ความพยายามของเราจะสูญเปล่า ความคิดของเรานั้นไร้ประโยชน์ แต่สิ่ง
ที่สำคัญคือ ปราณโลหิตหัวใจของท่านอาจารย์จะต้องสูญเปล่า”
เมื่อชายสวมชุดสีเทาพูด เขาก็ยังไม่ได้แสดงออกใดๆบนใบหน้า
“สามเดือน… ข้าไม่คิดว่ามันจะสั้นเช่นนั้น แม้ว่าข้าจะไม่คุ้นเคยกับ
ระบบการบ่มเพาะของมนุษยมากนัก แต่ข้าก็ยังเห็นได้ว่ารากฐานของ
เด็กชายคนนี้แข็งแกร่งมาก สำหรับเขาที่จะมีพลังโลหิตชีวิตอันทรงพลัง
และสามารถที่จะเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในได้อย่างสมบูรณ์นั้น ไม่ได้เกิด
จากปราณโลหิตหัวใจจักรพรรดิ แต่เป็นเพราะความสำเร็จของเขาเอง
ความจริงที่ว่า ปราณโลหิตหัวใจจักรพรรดิเลือกเขานั้น มันก็ได้ตัวเอง
พิสูจน์ถึงพรสวรรค์ที่น่าทึ่งของเขาแล้ว ไม่ว่าเขาจะไปยังที่แห่งหนใดใน
แดนเทวะ เขาก็ควรจะยังคงเป็นอัจฉริยะชั้นหนึ่ง”
มังกรทมิฬไม่สามารถประเมินความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้จริง
ของหลินหมิงได้ เขาสามารถคาดเดาได้เพียงบางส่วนผ่านรากฐานของ
หลินหมิง การประเมินว่าเขาเป็นหนึ่งในอัจฉริยะอันดับต้นๆของแดนเท
วะนั้นเป็นการประเมินที่สูงมากแล้ว
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ มังกรทมิฬก็ส่ายหัว “ช่างน่าเสียดาย… เมื่อราชัน
บรรพกาลทิ้งมรดกของเขาไว้ในอดีต ความยากลำบากในการสืบทอดก็สูง
มากเกินไป การสืบทอดอย่างสมบูรณ์มันเป็นความสำเร็จที่แทบจะเป็นไป
ไม่ได้ ราชันบรรพกาลเข้มงวดเกินไป สิ่งที่เขาต้องการคือความสมบูรณ์
แบบ และแม้กระทั่งในโลกแห่งแดนเบื้องล่าง ด่านทดสอบที่เขาทิ้งไว้ก็ยัง
ยากอย่างยิ่ง หากไม่มีใครสามารถได้รับมรดก แล้วมันจะมีความหมายอัน
ใด?”
เมื่อมังกรทมิฬถอนหายใจด้วยความรู้สึก หลินหมิงก็ก้าวเข้าสู่ประตู
แห่งมิติและเวลา
เขาก็รู้สึกว่าย่างก้าวของเขาจมลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีบางสิ่งที่
หนักหน่วงกดทับลงบนร่างของเขา
เขาถูกวางไว้ในห้องโถงใหญ่ที่กว้างหลายพันฟุต ห้องโถงกว้างขวาง
มาก มันเต็มไปด้วยความเงียบงัน
ในเวลานี้มู่เชียนเสวียก็มาถึงหลินหมิง
“หอนี้คือ…”
มู่เชียนเสวียรู้สึกว่าหลังจากเข้าไปในห้องโถงนี้ นางก็ถูกยับยั้งอย่าง
ไม่น่าเชื่อ การยับยั้งนี้ไม่ใช่ทางร่างกาย แต่เป็นการยับยั้งโลกภายในและ
ทะเลแห่งจิตวิญญาณ
มันเหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นในห้องโถงนี้ ยับยั้งการโคจรพลังงานใน
ร่างกาย ยับยั้งการไหลเวียนของโลหิตผ่านทางเส้นเลือด และแม้แต่ยับยั้ง
ความคิดและทะเลแห่งจิตวิญญาณ
การยับยั้งนี้ทำให้เกิดความอึดอัด
“นี่คือพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด! พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดที่
แท้จริง!”
จู่ๆหลินหมิงก็พูดออกมา การยับยั้งอันหนักหน่วงนี้เกิดจากพลังงาน
อนุภาคแรกกำเนิด
ในห้องโถงนี้ มันมีเสี้ยวพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด นี่ไม่ใช่พลังงาน
อนุภาคแรกกำเนิดพื้นฐาน แต่เป็นพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดที่แท้จริง