Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,380 เบาะแสของลูกแก้วปีศาจ
หลินหมิงอยู่ในตำหนักบรรพกาลมาเป็นเวลาสามปี นี่เป็นสิ่งที่ราชัน
มังกรไม่เคยจินตนาการว่าจะเป็นไปได้ ในความเป็นจริงเมื่อ ราชันสวรรค์
บรรพกาลทิ้งการทดสอบนี้ไว้เบื้องหลัง ความตั้งใจดั้งเดิมของมันคือการ
ให้นักสู้ที่สามารถต้านทานแรงกดดันอันหนักหน่วงของพลังงานอนุภาค
แรกกำเนิด ให้พวกเขาฝึกฝนเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิดขณะที่รับรู้เต๋า
สวรรค์อนุภาคแรกกำเนิดและเปิดประตูบรรพกาล
แต่สำหรับความเร็วในการฝึกฝนนั้น มันขึ้นอยู่กับการรับรู้ของนักสู้
ในขั้นต้น มังกรทมิฬและชายชราทั้งสองเชื่อว่าถ้าใครสามารถทนต่อ
การทดสอบของราชันสวรรค์บรรพกาลต่อไปได้ เช่นนั้นตราบเท่าที่พวก
เขาใช้เวลาสองปีในนั้น พวกเขาก็จะสามารถเปิดประตูบรรพกาลได้อย่าง
เต็มที่ แต่ตอนนี้ หลินหมิงอยู่ภายในถึงสามปี
เหตุผลสำหรับช่วงเวลาที่ยาวนานนี้ก็คือ หลินหมิงกำลังกลั่นพลังงาน
อนุภาคแรกกำเนิด
เขาใช้เวลาหนึ่งปีกับสามเดือนในการดูดซับ 30 เสี้ยวพลังงานอนุภาค
แรกกำเนิด
ตอนนี้ ภายในระฆังบรรพกาล หลินหมิงไม่รู้สึกว่าแรงกดดันอันหนัก
หน่วงของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดในร่างกายและไม่เจ็บปวดอีกต่อไป
กลับกัน เพราะเขายังคงถ่ายเทพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดลงในร่างกาย
เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองเต็มไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งแทน
ในที่สุดหลินหมิงถึงขีดจำกัดความสามารถของร่างกายในการดูดซับ
พลังงานอนุภาคแรกกำเนิด หลินหมิงควบคุมลมหายใจของเขาและ
รวบรวม 30 เสี้ยวอนุภาคแรกกำเนิดให้เป็นกระแสที่พลุกพล่าน ใช้พวก
มันอีกครั้งเพื่อโจมตีธรณีประตูแห่งชีวิตและความตายในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขา!
ธรณีประตูแห่งชีวิตและความตายที่เปิดไว้นั้นเปิดกว้างยิ่งขึ้น
เนื่องจากการปะทะอันทรงพลังนี้
หลินหมิงสะท้าน ทั้งร่างของเขาเปล่งเสียงลั่นขณะที่พลังเกินคำ
บรรยายปะทุออกมาจากร่างของเขา ราวกับว่ามังกรแท้จริงถูกปลุกให้ตื่น
ขึ้นภายในร่าง
ความแข็งแกร่งนี้กวาดล้างออกไปภายนอกอย่างบ้าคลั่ง ทะลวงสู่
ระฆังบรรพกาล ด้วยเสียงที่ดังก้อง ระฆังบรรพกาลลั่น!
เสียงที่ดังไพเราะดังก้องกังวานภายในตำหนักบรรพกาล โลกแปลก
แยกที่ตำหนักบรรพกาลตั้งอยู่มิอาจกักเก็บเสียงดังนี้ได้ มันสะท้อนออกมา
ผ่านอเวจีปีศาจอมตะ เฉกเช่นจังหวะอันยาวนานของเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่
ถ่ายทอดจากสมัยโบราณ ตัดผ่านห้วงมิติและสะท้อนไปทั่วท้องฟ้า
ในขณะนี้ แม้จะอยู่ภายนอกอเวจีปีศาจอมตะ นักสู้ของทวีปทวีป
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์หลายคนก็สามารถได้ยินเสียงดังก้องระหว่างสวรรค์และ
โลก
12 หอคอยแยกนภาแห่งของที่ราบโลหิตสังหาร จ้าวหอคอย
ผู้ปกครองสูง และอัจฉริยะทุกคนที่มาผจญภัยที่นี่ต่างได้ยินเสียงอัน
ยิ่งใหญ่นี้
เสียงระฆังที่ดังกึกก้องทำให้ประสาทสัมผัสมิอาจใช้การ ทำให้
วิญญาณสั่นสะท้านราวกับว่ามันเป็นเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์!
“มันเป็นเจ้าแห่งที่ราบหรือไม่?” เนื่องจากเจ้าหอคอยดาวเหนือ จ้าว
หอคอยอีก 11 คนจึงได้รู้ข่าวที่ว่าหลินหมิงซึ่งเป็นเจ้าแห่งที่ราบที่แท้จริง
ได้กลับมาแล้ว
“เจ้าแห่งที่ราบกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?”
“เสียงดังนั้นมาจากใต้ดิน มันอาจมาจากอเวจีปีศาจอมตะ!”
สำหรับนักสู้ของทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์, อเวจีปีศาจอมตะเป็นเขต
ต้องห้ามแห่งชีวิต แม้ว่าในอดีต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของทวีป
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่อเวจีปีศาจอมตะ แต่พวกเขาก็ยังคงจะต้องตาย
ยิ่งไปกว่านั้น อเวจีปีศาจอมตะตอนนี้อยู่ในสถานะที่กำลังปะทุ!
เมื่อจ้าวหอคอยแห่งที่ราบโลหิตสังหารตระหนักถึงสิ่งนี้ พวกเขาก็
ตกใจ ความคิดของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความกลัวทันที่
และด้านนอกของที่ราบโลหิตสังหาร ผู้คนก็ได้ยินเสียงผสานที่มาจาก
ที่ราบโลหิตสังหาร มันไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเป็นอะไร เสียงนี้ดังก้องผ่าน
หลายร้อยหลายพัน และออกไปถึงหลายล้านไมล์ เสียงทั้งหมดนี้สะท้อน
ไปทั่วทั้งมิติ นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้!
“นี่มันเสียงแบบใดกัน?”
“นี่อาจเป็นเสียงที่มาจากแดนเทวะในตำนานหรือไม่?”
ภายใต้การสันดาปจากเสียงนี้ วิญญาณของทุกคนตกอยู่ในความ
หวาดกลัวและยอมจำนน มีความรู้สึกคารวะเต็มหัวใจ ปุถุชนบางคนคิด
ว่าพระเจ้ามากำลังลงมา พวกเขาจึงก้มกราบไหว้
มีเพียงแม่ทัพเหว่ยแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สามารถรู้
เรื่องราวได้เลือนลาง หลายปีก่อน เขาได้นำผู้เยาว์ลึกลับเดินทางสู่ที่ราบ
โลหิตสังหาร ผู้เยาว์คนนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของเขาเพียงผู้เดียว เขา
สามารถเอาชนะรูปแบบค่ายกลของผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทรนับสิบได้
ในทันที่ และผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ต่างอยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย ซึ่งแต่ละ
คนต่างก็มีความสามารถในการเอาชนะราชันแห่งอาณาจักรนางแอ่นเมฆา
ได้อย่างง่ายดาย
เสียงนี้ต้องเกี่ยวข้องกับผู้เยาว์คนนั้นอย่างแน่นอน!
เสียงก้องที่สอดคล้องนี้ยังคงดังอยู่ตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนที่มันจะ
ค่อยๆลดลง
หลินหมิงยืนอยู่ในตำหนักบรรพกาล ด้านหน้าของเขา ประตูบรรพ
กาลเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
ครึ่น ครึ่น ครึ่น –
การสั่นสะเทือนของประตูบรรพกาลรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฝุ่นจำนวนมาก
ถูกเขย่าหล่นลงบนพื้น ในที่สุดประตูก็เปิดออกอย่างสมบูรณ์!
ทันทีที่ประตูบรรพกาลเปิดออก ออร่าที่อธิบายไม่ได้ของเต๋าอัน
ยิ่งใหญ่อนุภาคแรกกำเนิดพุ่งออกมาภายนอก สันดาปทั้งร่างกายของ
หลินหมิง
เมื่อออร่าของเต๋าอันยิ่งใหญ่สันดาปเขา หลินหมิงก็รู้สึกว่าตัวเองเต็ม
ไปด้วยความชัดเจน ความแข็งแกร่งทั้งหมดในร่างกายของเขารวมตัวกัน
ขยายโลกภายในของเขา
ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง
อย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนผีเสื้อที่หลุดพ้นจากรังของมัน
เขารู้ว่าถ้าเขาสามารถผันแปรได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาอาจจะ
ทะลวงจากขั้นเทพสมุทรสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ได้
กุญแจสำคัญในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์คือคำว่า ‘ผันแปร’ ไม่ว่าจะเป็น
กายจิตวิญญาณหรือโลกภายใน ทุกอย่างจะได้รับการผันแปรครั้งใหญ่ใน
ขณะที่พวกเขาเข้าสู่ขอบเขตนี้
แต่ตอนนี้ การสะสมของหลินหมิงยังขาดไปอยู่เล็กน้อย เขาทำได้
เพียงก้าวเข้าสู่กึ่งผันแปรศักดิ์สิทธิ์ และเหลือเพียงแค่ครึ่งก้าวสุดท้าย
เท่านั้น
เขามุ่งความคิดของเขามุ่งไปยังประตูบรรพกาล
ที่ถูกผนึกภายในประตูบรรพกาลเป็นมิติอิสระที่กว้างหนึ่งร้อยฟุต นี่
คือวิหารหินโบราณที่ปูด้วยหินเทพไร้เวลา
ในใจกลางของวิหารนี้เป็นบัลลังก์
และบนบัลลังก์นี้มีโครงกระดูกของบุคคลหนึ่งนั่งอยู่!
โครงกระดูกนี้มีขนาดใหญ่และกว้าง มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ว่าบุคคลนี้
จะต้องเป็นผู้สูงส่งมาก่อนที่เขาจะตายไป โครงกระดูกของเขาเปล่ง
ประกายราวกับคริสตัลมีรูปแบบเต๋านับไม่ถ้วนสลักอยู่บนพื้นผิว
โครงกระดูกนี้เปล่งออร่าที่กว้างใหญ่และลึกล้ำออกมา เมื่อหลินหมิง
เปิดประตูบรรพกาลและออร่าอนุภาคแรกกำเนิดพุ่งออกมาเพื่อสันดาป
เขา ออร่านั้นก็มาจากโครงกระดูกนี้
เมื่อหลินหมิงยืนอยู่หน้าโครงกระดูกนี้ เขาสามารถรู้สึกได้ถึงโลหิต
ชีวิตทั้งหมดในร่างกายของเขากำลังสะท้อนกับมันอย่างแผ่วเบา อวัยวะ
ของเขาเริ่มสั่นและโลหิตของเขาเดือด ราวกับว่ามันต้องการที่จะพุ่ง
ออกมาจากร่างกายไป
“โครงกระดูกของราชันสวรรค์บรรพกาลเช่นนั้นหรือ?”
หากกระดูกเหล่านี้มีออร่าที่ไม่ธรรมดาซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อ
พลังชีวิตของหลินหมิงได้ บางที่ คงมีเพียงราชันสวรรค์บรรพกาลที่
สามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม เขาเปลี่ยนใจทันที่ โดยคิดว่าสิ่งนี้ไม่น่าเชื่อ
เนื้อหนังและโลหิตของราชันสวรรค์บรรพกาลอยู่ที่ใดเล่า?
เหตุใดจึงมีเพียงโครงกระดูก?
หลังจากผู้อาวุโสที่บ่มเพาะระบบการหลอมรวมปราณตายไป
ร่างกายของพวกเขาจะสลายตัวอย่างช้าๆจนกระทั่งเหลือเพียงโครง
กระดูก หลินหมิงไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องแปลก แต่ราชันสวรรค์บรรพกาลเป็น
ผู้ที่สามารถเปิด9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า และทำให้กายเนื้อของเขาแทบ
จะไม่อาจทำลาย!
ย้อนกลับไปเมื่อราชันสวรรค์บรรพกาลได้ควักหัวใจของตนออกมา
มันก็ยังคงเต้นอยู่ได้เป็นเวลา 100,000 ปี
ใน 100,000 ปีที่ผ่านมา หัวใจนั้นก็ไม่ได้แม้แต่จะแสดงอาการเน่า
เปื่อยเลย กลับกัน แต่มันคงความมีชีวิตชีวาของโลหิตชีวิตดั่งทะเลที่กว้าง
ใหญ่ ราวกับกำลังจะเต้นต่อไปเป็นอีกเวลา 100,000 ปี มันจะเห็นได้ว่า
ร่างกายของเขาน่าทึ่งเพียงใด!
ตามความคิดเห็นของหลินหมิง ถึงแม้ว่าราชันสวรรค์บรรพกาลจะ
ตายในการต่อสู้ แต่ศพของเขาควรจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์!
เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยล้านปีและพลังทั้งหมดที่มีอยู่ภายในเนื้อ
หนังและโลหิตของราชันสวรรค์บรรพกาลหายไปอย่างสมบูรณ์ ในที่สุด
ร่างกายของเขาก็จะเริ่มสลายตัว และกระดูกของเขาก็จะกลายเป็นเปราะ
และแตกละเอียด
“ร่างของราชันสวรรค์บรรพกาลเพียงเท่านี้จริงหรือ?”
เมื่อหลินหมิงยืนอยู่ต่อหน้าบัลลังก์นี้ เขาจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่
ส่งผ่านมาจากโครงกระดูกและรูปแบบเต๋าที่อยู่บนมัน
เฉพาะราชันสวรรค์เท่านั้นที่สามารถมีรูปแบบเต๋ามากมายและลึกซึ้ง
บนโครงกระดูก
แต่ออร่าอันกว้างใหญ่นี้ยังสามารถบรรจุพลังของเต๋าสวรรค์อนุภาค
แรกกำเนิดไปพร้อมๆกันได้ ทำให้หลินหมิงรู้สึกว่านอกเหนือจากราชัน
สวรรค์บรรพกาลแล้ว มันก็มิน่าจะมีผู้อื่นที่จะเป็นเจ้าของโครงกระดูกนี้ได้
อีก
ชั้นคำถามมากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัวใจของหลินหมิง
เป็นไปได้หรือไม่ที่ราชันสวรรค์บรรพกาลจะยังไม่ตาย? มันยังมีความ
ลึกลับอื่นอีกหรือไม่?
หรือ บางทีศัตรูของราชันสวรรค์บรรพกาลในอดีตนั้นอาจแข็งแกร่ง
เกินไป ถ้าราชันสวรรค์บรรพกาลหลงกับเคล็ดคำสาปเทวะ ร่างกายของ
เขาจึงสึกกร่อนไป?
หลินหมิงยังคงไม่สามารถหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับเรื่องนี้
ได้
เขายังคงจ้องมองโครงกระดูกบนบัลลังก์ สิ่งที่เขามั่นใจก็คือ ไม่ว่า
ใครจะเป็นเจ้าของโครงกระดูกนี้ พวกเขาย่อมจะเป็นตัวตนสูงสุดก่อนที่
จะตายอย่างแน่นอน
หลินหมิงโค้งคำนับอย่างลึกซึ้งต่อโครงกระดูกนี้
หลังจากโค้งคำนับ หลินหมิงเริ่มมองไปโดยรอบห้องโถงหิน ในห้อง
โถงหินนี้ นอกเหนือจากบัลลังก์และโครงกระดูกนี้ มันก็มีเพียงโต๊ะหิน
ขนาดหนึ่งตารางฟุต และบนนี้ก็เป็นกล่องที่เรียบง่าย
สิ่งที่เทำให้หลินหมิงตกตะลึงคือ วัสดุที่ใช้ทำเป็นหยกเก้าตะวัน!
แม้ว่ามันจะมีขนาดเพียงตารางฟุต แต่มูลค่าของหยกเก้าตะวันเท่านี้
ก็สามารถจินตนาการได้
แต่ตอนนี้ ความมั่งคั่งดังกล่าวกลับถูกนำมาใช้เพียงเพื่อสร้างฐาน
สำหรับกล่อง
มีสิ่งอยู่ในกล่องนั่น?
หรือจะเป็น…?
ความคิดที่แวบประกายผ่านจิตใจของหลินหมิงและการหายใจของ
เขาก็เร็วขึ้น ภายในกล่องนี้ เขาสามารถรู้สึกถึงบางสิ่งที่มีพลังโลหิตชีวิตสูง
ถึงสวรรค์ และแม้กระทั่งส่งผลกระทบต่อสายเลือดของหลินหมิงอย่าง
แผ่วเบา
เขาหายใจเข้าลึกๆแล้วเปิดกล่องอย่างใจจดใจจ่อ
ภายในกล่องนี้มีสองสิ่ง
หนึ่งคือ ลูกแก้วกลมสีดำ และอีกอันแหวนที่เรียบง่าย
ลูกแก้วสีดำนี้มีขนาดเท่ากำปั้นของทารก ดูเหมือนว่าจะทำจากหยก
และไม่ได้ทำจากหยก และดูเหมือนจะทำจากหินและไม่ได้ทำจากหิน
ลายเส้นลึกลับนับไม่ถ้วนถูกสลักลงบนพื้นผิวของมัน
ภายในลูกแก้วกลมนี้ หลินหมิงรู้สึกได้ถึงพลังโลหิตชีวิตที่ล้นหลาม
อย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต
“นี่คือลูกแก้วปีศาจหรือไม่!?”
หลินหมิงคิดเช่นนี้ทันที่
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถยืนยันสิ่งนี้ได้เช่นกัน และในเวลานี้
เสียงของราชันก็เปล่งออกมา ดังก้องไปทั่วทั้งวิหาร
“ลูกแก้วนี้กลั่นจากพลังโลหิตชีวิตร่วมร้อยล้านปีของลูกแก้วจิต
วิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด มันเป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่เหนือกว่าโอสถ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ! อย่างไรก็ตาม ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดที่
แท้จริงได้ถูกชิงเอาไปแล้วโดยเผ่าพันธุ์ภูติเทพ”
เสียงที่ดังฉับพลันนี้ทำให้จิตใจของหลินหมิงเย็นเฉียบขึ้น นี่เป็นเสียง
ของราชันสวรรค์บรรพกาลหรือไม่?
เขากวาดสัมผัสรับรู้ออกไป ต้องการที่จะดูว่ามีตัวตนลึกลับที่นี่เช่น
เสี้ยววิญญาณของราชันสวรรค์บรรพกาลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เขากลับ
ไม่พบอะไรเลย
ทันใดนั้น หลินหมิงก็ตระหนักว่าเสียงนี้เป็นเพียงข้อความที่บันทึกไว้
โดยราชันสวรรค์บรรพกาล โดยใช้รูปแบบค่ายกล วิญญาณราชันสวรรค์
บรรพกาลไม่อยู่ที่นี่
เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่หลินหมิงยังคงไม่สามารถสัมผัสกับความกล้า
หาญและท่าทางที่องอาจของราชันสวรรค์บรรพกาลได้ หลังจากหลินหมิง
เข้ามาในอเวจีปีศาจอมตะ เขาก็ไม่พบเสี้ยววิญญาณจากราชันสวรรค์
บรรพกาล หรือแม้แต่ร่างของเขา
เขาเคยเห็นเพียงส่วนหนึ่งของราชันสวรรค์บรรพกาลที่เขาทิ้งไว้ใน
อดีต: หัวใจของเขา
“ดังนั้นชื่อของลูกแก้วปีศาจดั้งเดิมก็คือลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาค
แรกกำเนิด… บางทีแม้แต่ กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าและสมบัติศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสามก็คงมีชื่อที่แตกต่างกันโดยบุคคลที่ใช้คนละช่วงเวลา
“ข้าไม่เคยจินตนาการเลยว่าลูกแก้วปีศาจจะถูกเผ่าพันธุ์ภูติเทพเอา
ไป!
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่รู้เลยว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพต้องจ่ายไปมากมาย
เพียงใดเพื่อเริ่มสงครามนี้ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ด้วยเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว
พวกเขาน่าจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับราชันสวรรค์ มากกว่าหนึ่งคนที่พินาศลง
ที่นี่ หากพวกเขาไม่ได้รับลูกแก้วปีศาจหลังจากจ่ายในราคาสูงแล้ว พวก
เขาจะยอมแพ้ได้อย่างไร?”
หลินหมิงคิดว่าไม่ว่าข่ายอาคมที่ราชันสวรรค์บรรพกาลวางไว้บนดาว
เคราะห์นภารินไหลจะทรงพลังเพียงใด มันยังคงไม่สามารถหยุดยั้งการ
รุกรานของเผ่าพันธุ์ภูติเทพได้
พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังมากกว่ามนุษย์ พวกเขามีผู้ทรงพลัง
มากมาย และมีประวัติพันล้านปีหรือแม้กระทั่งหมื่นล้านปี
หากเผ่าพันธุ์ดังกล่าวตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่างโดยไม่สนว่า
จะต้องจ่ายด้วยราคาเท่าใดแล้ว มันก็คงจะยากเย็นอย่างยิ่งที่จะหยุดพวก
เขา