Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,381 ครอบครองตำหนักศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,381 ครอบครองตำหนักศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล
หลินหมิงหยิบลูกแก้วปีศาจขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ลูกแก้วปีศาจนี้มี
ขนาดเท่ากำปั้นของทารก แต่มันก็หนักเท่าภูเขา
ลูกแก้วปีศาจนี้มีพลังงานปราณอย่างน้อย 10 เท่าของลูกแก้วปีศาจ
ที่เขาเคยพบมาก่อน!
ในขั้นต้น นี่ไม่ใช่ลูกแก้วปีศาจเทียม แต่เป็นลูกแก้วปีศาจที่เกิดจาก
ควบแน่นพลังโลหิตชีวิต 100 ล้านปีโดยใช้ลูกแก้วปีศาจตัวจริง
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าสามารถดูดซับวิญญาณและชำระล้าง
วิญญาณให้บริสุทธิ์ได้ ตามลำดับ ลูกแก้วปีศาจก็ควรจะสามารถดูดซับ
พลังงานจากเนื้อหนังและโลหิตได้
“ผู้เยาว์เอ๋ย ลูกแก้วนี้มีพลังโลหิตชีวิตแทบจะไร้สิ้นสุด มันเป็นสมบัติ
ล้ำค่าที่สุดสำหรับนักสู้กายผันแปร วันนี้ ข้าจะส่งต่อมันให้เจ้า เจ้าต้องใช้
มันอย่างระมัดระวังและชาญฉลาด อย่าเกินใช้ขีดจำกัดที่ร่างกายของเจ้า
จะแบกรับได้ นอกจากนี้ ภายในแหวนบรรพกาลที่ข้าทิ้งไว้ มันก็มีโอสถ
และสมบัติจิตวิญญาณมากมาย รวมถึงความรู้ที่สะสมและการฝึกฝน 10
ล้านปีในชีวิตของข้าด้วย วันนี้ ทุกอย่างจะถูกส่งมอบให้เจ้า เจ้าต้องรักษา
เจตจำนงสุดท้ายของข้าไว้ เมื่อมหาภัยพิบัติของมวลมนุษย์มาถึง เจ้า
จะต้องแข็งแกร่งในได้มากที่สุด การสูญเสียลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาค
แรกกำเนิดเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า หากมีวันที่
เป็นไปได้ เจ้าจงชิงเอาลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด และนำมัน
กลับคืนสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา แสวงหาแดนบริสุทธิ์สำหรับเผ่าพันธุ์เทพ
ที่กำพร้า”
คำพูดของราชันสวรรค์บรรพกาลเต็มไปด้วยความอ้างว้าง แม้ว่า
คำพูดเหล่านี้อาจจะเป็นความปรารถนาที่ไม่ประสบผลสำเร็จที่เขา
ต้องการให้ผู้ทอดทพความสำเร็จในวันหนึ่ง และดูเหมือนราชันสวรรค์
บรรพกาลกล่าวมันเพียงเพื่อปลอบใจตัวเอง
ในความเป็นจริง เขาไม่คิดว่าจะมีใครสามารถเอาลูกแก้วจิตวิญญาณ
อนุภาคแรกกำเนิดกลับมาได้ เพราะมันเป็นภารกิจที่ยากมากเกินไป ซึ่ง
ต้องทำมหาสงครามกับศัตรู ยิ่งกว่านั้น ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพก็เกินกว่ามนุษย์!
ไม่มีแม้แต่ราชันสวรรค์บรรพกาลที่มีความสามารถนี้
เมื่อคำพูดของราชันสวรรค์บรรพกาลจบลง ในเวลานี้ ประตูบรรพ
กาลก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ในช่วงเวลานั้น พลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
ที่ท่วมท้นภายในระฆังบรรพกาลและภายนอกระฆังบรรพกาลเริ่มท่วมท่น
พื้นที่วิหารนี้
ระฆังบรรพกาลได้กลับแขวนด้านบนเช่นเดิม!
ข่ายอาคมรอบๆวิหารหายไป หลินหมิงรู้สึกว่าวิสัยทัศน์ของเขาขยาย
ออกไปในทันที่ และเขาค้นพบว่าเขามาถึงในตำหนักศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่
ตำหนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สูงนับพันฟุต มีบรรยากาศที่งดงาม มัน
ประดับประดาไปด้วยทองคำและหยกสีเขียว
ในมุมมองที่กว้างขึ้น หลินหมิงก็ค้นพบว่าห้องโถงแห่งนี้สร้างจาก
คริสตัลตะวันม่วง ยิ่งไปกว่านั้น มันดูเหมือนสลักจากชิ้นส่วนขนาดใหญ่
ของคริสตัลตะวันม่วง
คริสตัลตะวันม่วงมีค่าน้อยกว่าหยกเก้าตะวัน แต่ก็มีค่าในตัวเอง
เช่นกัน
ในอดีต เมื่อหลินหมิงไปยังใต้เมืองหลวงโบราณกาล เขาได้เห็นมหา
ค่ายผนึกเทวะที่ถูกวางโดยราชันสวรรค์ผนึกเทวะ มันถูกสร้างขึ้นด้วย
คริสตัลตะวันม่วงนับไม่ถ้วนเพื่อที่จะเขียนตัวอักษร ‘ผนึก’ คำเดียว
ปัจจุบัน คริสตัลตะวันม่วงที่สร้างตัวตำหนักศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลนั้นก็
เกือบจะพอๆกัน
ไม่เพียงแต่โครงสร้างหลักของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ที่ล้ำค่า แต่ยังมีของมี
ค่าอื่นๆอีกมากมายที่เป็นสมบัติน่าทึ่ง
ไม่เพียงแค่นั้น แต่บนผนังของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ มันยังมีภาพ
จิตรกรรมฝาผนังมากมายที่จารึกอยู่ภายใน ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้
ควรเป็นงานฝีมือของราชันสวรรค์บรรพกาล และทุกอันก็มีกลิ่นอายของ
กฎบรรพกาลกลียุค แม้ว่าพวกมันจะดูเรียบง่าย แต่หากมีใครสังเกตและ
ศึกษาพวกมันอย่างใกล้ชิดพอแล้ว พวกเข้าจะได้ประโยชน์อย่างมาก
หากเด็กอัจฉริยะที่มีการรับรู้สูงสามารถรู้แจ้งจากภาพจิตรกรรมฝา
ผนังเหล่านี้ มันคงไม่แปลกที่พวกเขาจะทะลวงขึ้นพลังได้ในทันที่
หากภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ถูกแขวนไว้ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์
มหาราชันพิภพ มันก็จะเป็นสมบัติล้ำค่าที่สามารถถือเป็นหนึ่งในมรดกที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา
นอกจากภาพจิตรกรรมฝาผนังและเครื่องประดับเหล่านี้ ด้านหลัง
ตำหนักศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมีสวนสมุนไพร หลังจากผ่านมา 100,000 ปี พืชส่วน
ใหญ่ในสวนสมุนไพรแห่งนี้ก็มาถึงการโตเต็มที่แล้ว พืชสมุนไพรที่น่า
อัศจรรย์เหล่านี้ปล่อยกลิ่นหอมสดชื่น หากผู้ใดได้กลิ่นพืชสมุนไพรเหล่านี้
พวกเขาจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างมาก หากปุถุชนได้สูดดมกลิ่นหอมที่
เป็นอมตะนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ชีวิตของพวกเขายืดยาวขึ้นเท่านั้น แต่ยัง
จะขยายขอบเขตจิตใจของพวกเขาด้วย ในนวนิยายบางเล่ม มันมีเรื่องราว
ของนักวิชาการผู้น่าสงสารที่ได้ดูดกลิ่นหอมขณะที่ค้นหาสมบัติอมตะ
และกลิ่นนั้นได้ปลุกความคิดของพวกเขา ทำให้พวกเขากลายเป็น
นักวิชาการอันดับหนึ่งของแผ่นดิน
“ตำหนักศักดิ์สิทธิ์… เป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง มันควรเป็นที่ซึ่ง
ราชันสวรรค์บรรพกาลอาศัยอยู่ในอดีต!”
ทันใดนั้น หลินหมิงก็คิดได้เช่นนี้ ในตำหนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เขา
สามารถเห็นรอยเท้าของราชันสวรรค์บรรพกาลจากอดีตที่ผ่านมา
เครื่องประดับและเครื่องเรือนเหล่านี้ทั้งหมดได้รับการจัดเรียงตามค่าของ
มัน
หลินหมิงกำลังยืนอยู่บนห้องโถงระดับสูงสุดของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ดู
เหมือนว่าด่านทดสอบหล่อหลอมของราชันสวรรค์บรรพกาลที่ผ่านมาใน
อดีตก็เคยอยู่ในตำหนักศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล
เมื่อหลินหมิงอยู่ในพื้นที่ด่านทดสอบหล่อหลอม เนื่องจากอากาศเต็ม
ไปด้วยพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดและมีการป้องกันจากอาคมอยู่รอบตัว
เขาจึงไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของทั้งตำหนักศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลได้
ในที่สุด เขาก็สามารถเห็นสีที่แท้จริงของมัน
“ช่างหรูหร่ายิ่งนัก!”
หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์
ในเวลานี้ เสียงของราชันสวรรค์บรรพกาลดังขึ้นอีกครั้ง “ผู้เยาว์เอ๋ย!
ตอนนี้เจ้าสามารถปรับแต่งประตูบรรพกาลได้แล้ว เมื่อเจ้าทำเช่นนั้น จาก
จุดนี้ไป ตำหนักสวรรค์บรรพกาลจะเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้า! มันมีรูปแบบ
ค่ายกลมิติโดยธรรมชาติอยู่ภายใน ดังนั้นเจ้าอาจย่อหรือขยายมันได้ตามที่
เจ้าต้องการ นอกจากนี้มันยังมีรูปแบบค่ายกลเวลาที่อยู่ภายใน ซึ่งจะช่วย
ให้เจ้าสามารถควบคุมการไหลของเวลาได้ เจ้าสามารถใช้ตำหนักสวรรค์
บรรพกาลเป็นดั่งเรือจิตวิญญาณเพื่อเดินทางผ่านห้วงมิติไปยังที่ต่างๆได้!
เมื่อเจ้าเปิดใช้งานมหาค่ายกลของตำหนักสวรรค์บรรพกาลแล้ว มันก็จะ
ไม่มีใครที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตของราชันสวรรค์จะสามารถทะลวงเกราะ
ป้องกันเข้ามาได้ แน่นอนว่าพื้นฐานทั้งหมดนี้คือเจ้าต้องให้พลังงานอัน
เพียงพอแก่ตำหนักสวรรค์บรรพกาล!”
เพียงไม่กี่คำของราชันสวรรค์บรรพกาล มันทำให้หลินหมิงรู้สึกดีใจ
มาก
ไม่มีใครที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตของราชันสวรรค์จะสามารถทะลวงเข้า
มาได้!
สิ่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นความเมตตาจากสวรรค์ ตำหนักสวรรค์บรรพ
กาลไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน ท้ายที่สุด เมื่อรูปแบบค่ายกลใช้พลังงานทั้งหมด
ที่มีอยู่แล้ว หลินหมิงก็จะพบว่ามันยากที่จะออกจากตำหนักสวรรค์บรรพ
กาลเพื่อหลบหนีปัญหาใดๆ แต่มันจะสามารถช่วยซื้อเวลาได้อย่างมาก
สำหรับหลินหมิง เขาอาจมีโอกาสได้ใช้ตำหนักสวรรค์บรรพกาลเพื่อฝ่า
ห้วงมิติโดยตรงในช่วงเวลานี้และหลบหนี!
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลแห่งนี้ยังสามารถใช้เป็นเรือจิตวิญญาณได้
อีกด้วย
ยิ่งกว่านั้น มันไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะก็จะรู้ว่ามันเร็วกว่าเรือจิต
วิญญาณธรรมดามาก! เมื่อมันเริ่มเคลื่อนย้ายทะลวงห้วงมิติ มันก็จะมี
เพียงผู้เชี่ยวชาญขั้นราชันสวรรค์เท่านั้นที่หวังว่าจะสามารถติดตามหลินห
มิงไปได้
และจากนี้ไป เขาจะสามารถใช้ตำหนักสวรรค์บรรพกาลเป็น
คฤหาสน์ของเขาเองได้เช่นนั้นหรือ?
หลินหมิงจะไม่ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ได้อย่างไร? แม้ว่าเขาจะไร้เทียมทาน
ในช่วงอายุของเขา แต่ความแตกต่างระหว่างเขาคนรุ่นก่อนก็ยังมาก
เกินไปอยู่ดี
เขาขาดพื้นหลังที่ล้ำลึก ไม่เหมือนปิงเมิ่ง เสี่ยวหมัวเซียนและคนอื่นๆ
พวกเขามีผู้ทรงพลังระดับราชันสวรรค์ทำหน้าที่อาจารย์ และพวกเขา
มักจะได้รับการปกป้องผู้ทรงพลังระดับมหาราชันพิภพ
นี่เป็นหนึ่งในจุดอ่อนร้ายแรงที่สุดของหลินหมิง มิเช่นนั้น เขาจะไม่
ถูกไล่ล่าโดยเทียนหมิงจื่อจนเกือบตาย
แต่ตอนนี้ ด้วยตำหนักสวรรค์บรรพกาลภายใต้การควบคุมของเขา
ทุกอย่างจะต่างออกไป จากนี้ไป หลินหมิงจะไม่จำเป็นต้องมีความลังเลใจ
แม้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับร่างจริงของเทียนหมิงจื่อ แต้เขาก็ไม่
จำเป็นต้องกลัว
เมื่อหลินหมิงส่งสัมผัสออกไป เขาก็ค้นพบว่าประตูบรรพกาลที่เขา
เฝ้าดูมาตลอดเวลาอยู่ตรงหน้าเขานั้น มันเป็นทางเข้าหลักของห้องโถง
ใหญ่แห่งนี้
และห้องโถงใหญ่แห่งนี้ก็ควรจะเป็นที่ซึ่งราชันสวรรค์บรรพกาลปิด
ด่านฝึกฝนในอดีต
ห้องที่สำคัญที่สุดสำหรับนักสู้ไม่ใช่ห้องนอน ห้องรับรองหรือห้อง
ประชุม แต่เป็นพื้นที่บ่มเพาะของตัวเอง พื้นที่บ่มเพาะของราชันสวรรค์
บรรพกาลใช้ประตูบรรพกาลเป็นทางเข้า และจากนั้นก็มีรูปแบบค่ายกล
จำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในห้องโถงนี้ เต็มไปด้วยพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
ในแง่ของการฝึกฝน ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ชั้นยอดอย่างแน่นอน โดยการ
ฝึกฝนที่นี่ เขาจะได้ผลลัพธ์เป็นสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่ง
เดียว!
หลินหมิงออกจากห้องและหันไปทางประตูบรรพกาล ประตูที่ดูเรียบ
ง่ายนี้ถูกวางไว้ด้านหน้าระฆังบรรพกาล เหมือนอนุสาวรีย์อมตะ
การเผชิญหน้ากับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีความลึกลับนับไม่ถ้วนและถูก
หลอมโดยราชันสวรรค์บรรพกาล เอง หลินหมิงก็ไม่กล้าที่จะขาดความ
มั่นใจแม้แต่น้อย
เขาพูดอย่างมีความสุขว่า “ตำหนักสวรรค์บรรพกาล ประตูบรรพ
กาล จากนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจะอยู่กับข้า! วันนี้ ข้ายังอ่อนแอ และต้อง
พึ่งพาพวกเจ้า แต่ในอนาคต เมื่อข้ามีชื่อเสียง พวกเจ้าจะรุ่งโรจน์ภายใต้
ข้า!
“ประตูบรรพกาล จงตอบรับ!”
หลินหมิงกรีดข้อมือของเขาแล้วส่งปราณโลหิตออกไป!
ในการใช้ปราณโลหิตของตัวเองเพื่อสร้างตราประทับบนประตูบรรพ
กาลนั้น วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดและจะไม่ยอมให้ตรา
ประทับของเขาถูกลบโดยผู้อื่น
ครึ่นน –
ประตูบรรพกาลเริ่มสั่นไหว และทั้งตำหนักสวรรค์บรรพกาลเองก็
เช่นกัน
การปรับแต่งประตูบรรพกาลนั้นไม่ง่ายเลย หากนักสู้สามัญมาที่นี่
มันจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทำเช่นหลินหมิง แม้ว่าร่างจริงของเทียนห
มิงจื่อจะมาที่นี่ แต่เขาก็ยังคงไม่มีความสามารถในการปรับแต่งประตู
บรรพกาล
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงได้รับการอนุมัติจากราชันสวรรค์บรรพกาล
แล้ว และเขาก็มีความเชี่ยวชาญในเต๋าสวรรค์อนุภาคแรกกำเนิดด้วย มี
เพียงคนเช่นเขาที่จะทิ้งตราประทับไว้ที่ประตูบรรพกาลได้
ปราณโลหิตได้เผาผลาญอยู่บนร่องรอยของเต๋าอันยิ่งใหญ่บนประตู
บรรพกาล เคลื่อนไหวไปรอบๆ จนกระทั่งในที่สุดมันก็สลักตัวเองลงใน
ลวดลายของดอกบัวสีแดง
เมื่อมาถึงจุดนี้ จิตใจของหลินหมิงก็ผสานเข้ากับตำหนักสวรรค์บรรพ
กาล มันเหมือนกับตำหนักสวรรค์บรรพกาลได้กลายเป็นส่วนขยายของ
ร่างกายหลินหมิง ทุกอาคม ทุกรูปแบบค่ายกล ทุกกฎและข้อห้าม เขา
ตระหนักถึงสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด
หลินหมิงยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกมุมของตำหนัก
สวรรค์บรรพกาล
และในเวลานี้ หลินหมิงเองก็มองเห็นมู่เชียนเสวีย
จริงๆแล้วนางโดดเดี่ยวในห้องโถงปิด และแยกออกจากเขา ไม่
สามารถออกไปได้
จะต้องรู้ว่ามู่เชียนเสวียอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสามปีติดต่อกัน!
ในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ หากเป็นปุถุชนก็คงต้องเสียสติไปแล้ว
แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ จิตใจของมู่เชียนเสวียนั้นสงบดั่งทะเลสาบ
หลังจากหลินหมิงถูกระฆังบรรพกาลครอบไว้ภายใน มันก็ไม่มีข่าว
จากเขาอีกเลย มู่เชียนเสวียเป็นกังวลเล็กน้อย แต่นางก็มีศรัทธาอย่างยิ่ง
ในหลินหมิง ในความเห็นของนาง ถ้าหลินหมิงไม่สามารถผ่านการทดสอบ
ของราชันสวรรค์บรรพกาลได้ มันก็จะไม่มีใครที่สามารถสืบทอดมรดกนี้
ได้อีกแล้ว
ดังนั้นในช่วงสามปีที่ผ่านมา มู่เชียนเสวียจึงได้อย่างสบายใจและ
ฝึกฝนอย่างสงบในระหว่างนี้ การรอคอยเช่นนี้ต้องใช้ความอดทนอย่าง
มาก และมู่เชียนเสวียก็ไม่เคยเร่งรีบหรือวิตกกังวลในช่วงเวลานี้ นางเชื่อ
ว่ายิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าใด ผลประโยชน์ของหลินหมิงก็จะยิ่งมากขึ้น
บางทีในที่สุดเมื่อหลินหมิงออกมา นางอาจจะไม่เข้าคู่มืออีกต่อไปด้วยซ้ำ
มู่เชียนเสวียไม่ต้องการถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากความก้าวหน้าของหลินห
มิง มิเช่นนั้น ถ้าเขาต้องเผชิญกับอันตรายที่คุกคามชีวิต นางจะทำได้เพียง
มองดูโดยไม่สามารถช่วยได้
ดังนั้นในช่วงสามปีที่ผ่านมา มู่เชียนเสวียจึงได้ฝึกฝนอย่างขยัน
ขันแข็ง ค่อยๆหลอมรวมวิญญาณของนางเข้ากับร่างกายของเทพธิดา
และกรทั่งบ่มเพาะไปพร้อมๆกันด้วย
มู่เชียนเสวียเดิมทีมีการบ่มเพาะกึ่งราชันพิภพ ตอนนี้ ด้วยร่างกาย
ของเทพธิดา ความก้าวหน้าการฝึกฝนของนางจึงสามารถอธิบายได้ว่า
เดินทางได้ 10,000 ไมล์ในวันเดียว!
ขณะที่มู่เชียนเสวียกำลังจดจ่ออย่างลึกซึ้ง นางก็รู้สึกได้ถึงมิติ
ด้านหน้าของนางที่กำลังบิดเบี้ยวขึ้น ในช่วงเวลาต่อมา หลินหมิงก็ก้าวเข้า
สู่ห้องโถงราวกับว่าเขาเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติ
“หลินหมิง!”
มู่เชียนเสวียตกตะลึงในช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่จะกลายเป็นมีความสุข
ในทันที่
แม้ว่าจิตใจของนางจะคิดบวกมากในช่วงสามปีที่ผ่านมา แต่นางก็ยัง
อดไม่ได้ที่จะมองหาเงาของหลินหมิงที่จะปรากฏตัว ตอนนี้ หลินหมิงกลับ
มาแล้ว และไม่เพียงแต่เขาจะปลอดภัยเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขา
ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วย!
นี่เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การฉลอง
“ศิษย์พี่หญิง ข้าทำให้ท่านต้องรอนาน” หลินหมิงพูดอย่างรู้สึกผิด
เมื่อเขายอมรับการทดสอบของราชันสวรรค์บรรพกาลเป็นครั้งแรก นั่นก็
ทำให้มู่เชียนเสวียต้องถูกแยกออกไปเป็นเวลาสามปี เขาเองก็ไม่คิดว่า
เรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น
“ไม่เป็นไร ข้าสามารถฝึกฝนในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ โดยปกติเมื่อข้า
ปิดด่านฝึกฝน มันก็ไม่แปลกเลยที่ข้าจะทำเช่นนั้นเป็นเวลา 10 ปีในแต่ละ
ครั้ง”