Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,388 คืนสู่เหย้าอีกครา
หลินเสี่ยวเกอรีบค้นหาหลินหมิง และในเวลานี้ เสียงกลองและ
เครื่องสายเต็มอยู่ในอากาศ ที่ขอบฟ้าอันไกลโพ้น แสงสีทองประกาย
ระยิบระยับราวกับเกวียนทองคำขนาดใหญ่บินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
ด้านหน้าเกวียนนี้ สิ่งมีชีวิตจิตวิญญาณทั้งเก้าที่คล้ายกับวิหคเพลิงกำลัง
ลากมันขึ้นมา รอบๆวิหคจิตวิญญาณเหล่านี้ มันเป็นกลุ่มทหารที่สวมชุด
ทองคำถือ หอกทองคำที่ส่องแสงราวกับว่าพวกเขาเป็นแม่ทัพในตำนาน
ด้านหลังเกวียนนี้ เป็นมีกลุ่มสาวใช้ที่มีผ้าไหมที่ปิดบังใบหน้า ไม่เพียงแค่
นั้น แต่ยังมีหญิงสาวที่ถือตะกร้าดอกไม้ โยนกลีบดอกไม้เหล่านี้ไปใน
อากาศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากลีบดอกไม้เหล่านี้ไม่ใช่วัสดุสวรรค์ แต่ก็ยังคง
เป็นสมบัติมหัศจรรย์ที่มีคุณภาพสูง สดชื่นต่อความรู้สึก
ชั่วครู่ หนึ่งท้องฟ้าทั้งโลกเต็มไปด้วยเสียงเพลงที่รื่นรมณ์
บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ประเภทใดได้มาถึง?
ทุกคนมองไปยังท้องฟ้า ด้วยความยิ่งใหญ่เช่นนี้ นี่ย่อมมิใช่คน
ธรรมดาอย่างแน่นอน แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรหลายคนที่มาก่อนก็
ยังไม่มีใครเอิกเกริกเช่นนี้
เมื่อม่านเกวียนศักดิ์สิทธิ์ถูกดึงออก ผู้คนก็รู้แจ้งทันทีที่พวกเขาเห็นว่า
ผู้ใดอยู่ข้างใน ในที่สุดพวกเขาก็รู้ว่าตัวตนลึกลับชนิดใดมาถึง แม้ว่าพวก
เขาจะรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลก แต่พวกเขาก็คุ้นเคยกับมันมานานแล้ว
บนอาคารหยกที่วิจิตรงดงาม ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรจำนวนมากเข้า
ต้อนรับคนผู้นี้ สำหรับใครบางคนที่จะได้รับการทักทายต่อผู้คนมากมาย
เช่นนี้ มันก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผู้เชี่ยวชาญในเกวียนสีทองนี้มีสถานะสูง
กว่าคนอื่นๆในปัจจุบัน
เฉพาะหลินหมิง เมื่อเห็นผู้ที่อยู่ภายในเกวียนนี้ ขากรรไกรของเขาก็
หย่อนลง คำพูดติดอยู่ในลำคอราวกับเขากลืนไข่
เกวียนขนาดใหญ่นี้สูงและกว้างกว่า 100 ฟุต
แต่ตอนนี้ ในเกวียนหรูหรานี้ มันกลับมีสุนัขตัวน้อยขนสีแดงยาวอยู่
สุนัขตัวเล็กนี้นอนอยู่บนแผ่นผ้าไหมในท่าทางที่ขี้เกียจและสบายๆ
ปากอยู่ในลักษณะยิ้ม หางสั้นและตัวผอม มีท่าทางทีมีความสุขอย่างยิ่ง
และใกล้กับสุนัขตัวเล็กสีแดง มันก็มีขนมอบและผลไม้หลากหลาย
ขนมอบและผลไม้เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งของธรรมดา แต่เป็นผลิตภัณฑ์บำรุง
วิญญาณที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพสูง ตราบใดที่ผู้หนึ่งดูดซับแก่นสารของ
พวกมัน มันก็จะสามารถบำรุงปราณและฟื้นฟูจิวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
เสริมสร้างความแข็งแกร่งของจิตใจได้
ในเวลานี้ สุนัขตัวเล็กกำลังจับผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายองุ่นคริสตัลใน
อุ้งเท้าแล้วนำใส่ปาก
หลินหมิงมองเห็นสุนัขตัวนี้และฉากดังกล่าว เขาก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะ
หรือร้องไห้
สุนัขตัวนี้มีแค่ร่างวิญญาณ ดังนั้นจุดประสงค์ของการขี่เกวียนคือสิ่ง
ใด?
ดูเหมือนว่ามารเจิดจรัสจะใช้ชีวิตของเขาในแดนเบื้องล่างอย่างแสน
สบาย!
“เจ้าสุนัขตายยาก”
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะบ่น
และมันก็ถูกได้ยินโดยคนที่อยู่ใกล้เคียง สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป
แล้วพูดทันทีว่า “เจ้าพ่นเรื่องไร้สาระอันใดออกมา? ท่านมารเจิดจรัสเป็น
สุนัขศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตามปราชญ์หลินในอดีต ในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหค
เพลิง ท่านได้อาวุโสที่สุด และอุปนิสัยของเขานั้นก็เป็นขุนนาง แม้ว่า
รูปร่างหน้าตาของเขาจะเป็น … เออ… น่ารักสุดๆ และไม่สง่างามเกินไป
แต่เขาไม่จำเป็นต้องปิดปังตนเอง หนังสือไม่สามารถตัดสินได้เพียงจากปก
ของมัน ความรู้ของท่านมารเจิดจรัสนั้นมีมากมายมหาศาลและเกินกว่า
ใครในทวีปนภารินไหล เขาเข้าใจแดนเทวะและรู้อย่างมากเกี่ยวกับอดีต
และปัจจุบัน เขาเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหค
เพลิง และเจ้ากลับกล้าเรียกท่านผู้นั้นว่า ‘เจ้าสุนัขตายยาก’ มันเหมือนกับ
ว่าเจ้าไม่รู้ว่านั่นเป็นอาชญากรรม!’
คนรอบข้างหลายคนตักเตือนหลินหมิงอย่างรุนแรง สีหน้าของพวก
เขาไม่พอใจ แม้แต่เด็กหนุ่มจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นมิตรกับหลินห
มิงก็ยังหุบปากอย่างรวดเร็ว
สำหรับนักสู้แห่งแดนเบื้องล่างนั้น หมิงหมิง ผู้ซึ่งสังหารเหยียงอวิ๋น
ช่วยชีวิตผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรส่วนใหญ่ และพลิกกลับสถานการณ์ของ
ทวีป เขาก็ถือเป็นพระเจ้าที่มีชีวิต สำหรับสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์ของ
พระเจ้า เขาก็ย่อมต้องเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ธรรมดาในหมู่สัตว์อสูร
ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงพูดไม่ออก คิดว่ามันตลกเกินไป เจ้ามารเจิดจรัสได้
กลายเป็นตัวตนของ ‘ขุนนางชั้นสูงและสถานะสูงสุด’ รวมถึงเป็นผู้พิทักษ์
ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักร
ชื่อเสียงที่ยอดเยี่ยมและการแสดงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ เมื่อรวมกับสิ่งที่
หลินหมิงรู้จัก เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ สำหรับคนที่อยู่รอบตัวเขา
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมองอย่างเคร่งขรึม แต่พวกเขาก็สามารถทนได้
“ผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง ท่านมารเจิดจรัสได้
มาถึงแล้ว! ท่านมารเจิดจรัสได้รับเชิญให้มามอบรางวัลสำหรับสามอันดับ
แรกของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งนี้!”
พิธีกรตะโกนออกมาดังๆ สำหรับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นจาก
อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์และตระกูลกนักสู้ พวกเขาต่างก็ไปทักทายมารเจิด
จรัสด้วยตนเอง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ทักทายเขาเหมือนผู้เยาว์กับผู้อาวุโส
แต่การกระทำของพวกเขาก็มีความหมายในการปฎิบัติกับมารเจิดจรัส
เหมือนผู้อาวุโสอย่างแท้จริง
และอันที่จริงแล้ว มารเจิดจรัสก็เป็นผู้อาวุโสอยู่แล้ว เขากว่า 50,000
ปี แก่กว่าคนเหล่านี้หลายเท่า ไม่ว่าอย่างไร ในทวีปนภารินไหล แม้กระทั่ง
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงปลายมีอายุมากที่สุดก็ยังจะมีอายุที่ 8,000-
9,000 ปีเท่านั้น
แม้ว่านี่จะเป็นความจริงที่เถียงไม่ได้ แต่หลินหมิงก็พบว่าเป็นไปไม่ได้
ที่จะเชื่อมโยงมารเจิดจรัสกับลักษณะของผู้อาวุโส
ในขณะที่เขามองดูมารเจิดจรัสกวัดแกว่งสองอุ้งเท้าเล็กและทักทาย
‘ผู้เยาว์’ เหล่านี้ หลินหมิงก็ช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆอีกครั้ง สหาย
ผู้นี้ยอดเยี่ยมมากในการหลอกตัวตนระดับสูงเหล่านี้ให้ปฏิบัติต่อเขา
เหมือนเป็นผู้อาวุโส นั่นเป็นเพียงผลงานของนักต้มตุ๋น
ผู้เข้าประลองสามอันดับแรกของงานประลองร่วมชุมนุมนี้ได้รวมตัว
กันที่ใจกลางสนามประลองแล้วรอให้ มารเจิดจรัสส่งมอบรางวัล และใน
เวลานี้ กระแสเสียงปราณแท้ที่เร่งด่วนจากหลินเสี่ยวเกอก็ดังก้องในหูของ
มารเจิดจรัส เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความตื่นเต้นและร่องรอยของ
ความไม่แน่ใจ
“ท่านลุงมารเจิดจรัส ข้าได้ยินเสียงพี่ใหญ่เมื่อครู่! มีคนจำนวนมาก
ที่นี่ ดังนั้นข้าจึงหาเขาไม่เจอ!”
เมื่อหลินหมิงจากไป หลินเสี่ยวเกอก็ยังเด็กมาก ถึงกระนั้น ในตอน
นั้น นางก็ยังได้ก่อตั้งพื้นฐานนักสู้และได้มีความทรงจำที่คมชัดมากแล้ว
เสียงและรูปลักษณ์ของหลินหมิงเป็นสิ่งที่นางจะไม่มีวันลืม
“…อะไรนะ?”
มารเจิดจรัสเกือบจะกระโดดด้วยความตกใจ ตะลึงจนไม่อาจตอบ
กลับ เขากวาดมองผู้ชมทั้งหมดอย่างรวดเร็วด้วยสัมผัสรับรู้ ในอดีต เขา
ได้ลงนามพันธสัญญากับหลินหมิง และถึงแม้ว่าพันธสัญญานั้นจะถูกเขียน
ขึ้นจากทั้งคู่ แต่ก็ยังมีการเชื่อมต่อระหว่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
เพียงเล็กน้อย ในเวลาเพียงไม่นาน มารเจิดจรัสก็สามารถพบหลินหมิงใน
ฝูงชนได้
ที่มุมสนามประลองหนึ่ง ในชุดสีฟ้า มันมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ตรง
นั้นพร้อมกับยิ้มบนใบหน้าของเขา
แม้ว่าเขาจะดูไม่แตกต่างจากใครโดยรอบก็ตาม แต่มารเจิดจรัส
สามารถรู้สึกว่าเขาคงอยู่ในมิติที่แตกต่างกัน ราวกับว่ากฎทั้งหมดบูชาตัว
เขาในฐานะกษัตริย์
หลังจากผ่านไปหลายปี หน้าตาของหลินหมิงก็ไม่เปลี่ยน แต่ออร่า
ของเขาลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ ดั่งก้นทะเลที่มิอาจหยั่ง แม้แต่มารเจิดจรัสก็ยังไม่
สามารถแน่ใจได้ว่าขอบเขตของหลินหมิงอยู่ที่ใด
ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?
หรือสูงกว่า?
มารเจิดจรัสรู้สึกว่าหลินหมิงมีแนวโน้มที่จะอยู่ในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
มากที่สุด แต่จากสิ่งที่เขารู้ มันจะมีผู้ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์คนใดที่
จะก็มีออร่าที่น่ากลัวเช่นหลินหมิงได้!?
มารเจิดจรัสตกตะลึง และข้างๆเขา หลินเสี่ยวเกอก็ติดตามดวงตา
ของเขา มองเห็นหลินหมิงในที่สุด
พี่ใหญ่! มันเป็นพี่ชายของนางจริงๆด้วย!
หลินเสี่ยวเกอร้องด้วยความดีใจและบินตรงไปยังหลินหมิงอย่างไม่
รีรอ
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ทำให้ผู้ชมทั้งหมดตกตะลึง พิธี
มอบรางวัลยังไม่ได้เกิดขึ้น กลับกัน พวกเขาเห็นหลินเสี่ยวเกอระเบิด
ออกมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาขณะที่นางพุ่ง
เข้าหากลุ่มผู้ชม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่โดยรอบหลินหมิงนั้นต่างตกใจเป็นพิเศษ
พวกเขาเห็นด้วยสายตาของตนเองว่าเทพธิดาแห่งทวีปนภารินไหล ตัวตน
ที่ไม่อาจเอื้อมกำลังพุ่งเข้าหากลุ่มพวกเขา พวกเขาทั้งหมดเริ่มตื่น
ตระหนก!
10,000 ฟุต, 1,000 ฟุต, 100 ฟุต ด้วยความเร็วของหลินเสี่ยวเกอ
ระยะทางนี้จะผ่านไปในพริบตา หลินเสี่ยวเกอมาถึงกลุ่มผู้ชมในไม่ช้า
ชายหนุ่มข้างหลินหมิงเกรงกลัวเมื่อเทพธิดาในความฝันของเขา
ปรากฏตัวตรงหน้า เขามีความสุขและดีใจมาก แทบจะเป็นลมเพราะ
ความสุข มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เขาไม่โง่พอที่จะคิดว่าหลินเสี่ยวเกอจะมาที่นี่เพื่อเขา แม้กระนั้น
ทิศทางที่นางบินมาก็ยังเป็นเขา!
เขากำลังฝันหรือไม่?
ชายหนุ่มเกือบจะเอื้อมมือออกไป แต่ในเวลานี้ เขารู้สึกได้ถึงกลิ่น
หอมสดชื่นกวาดเข้ามา หลินเสี่ยวเกอ เทพธิดาอันดับหนึ่งของทวีปนภา
รินไหล สาวงามที่ถูกไล่ตามโดยชายหนุ่มนับไม่ถ้วนกลับกำลังโยนอ้อม
แขนมายังชายที่นั่งข้างเขา!
เมื่อหลินเสี่ยวเกอะชนกับแขนของหลินหมิง นางก็เริ่มร้องไห้ออกมา
ดังๆ
หลินเสี่ยวเกอจะไม่ตื่นเต้นเมื่อเห็นหลินหมิงอีกครั้งได้อย่างไร?
เนื่องจากหลินหมิงขึ้นไปสู่แดนเทวะ มันจึงไม่มีข่าวเกี่ยวกับเขาเลย หลิน
เสี่ยวเกอเป็นเด็กเล็กๆที่ผูกพันกับพี่ชายของนางอย่างมาก และเมื่อนางโต
ขึ้น นางก็เรียนรู้จาก มารเจิดจรัสว่าแดนเทวะโหดร้ายและน่ากลัวเพียงใด
มีอันตรายมากมายรออยู่ทุกซอกทุกมุม และแม้แต่ผู้ทรงพลังชั้นนำของ
ทวีปนภารินไหลก็ยังถือว่าเป็นเพียงฝุ่นไร้ประโยชน์ในแดนเทวะ ในเวลา
นั้น หลินเสี่ยวเกอจึงเป็นห่วงอย่างยิ่ง แม้ว่าหลินหมิงมีพรสวรรค์สูง แต่
แดนเทวะก็ดูอันตรายเกินไป
จนกระทั่งในวันนี้ นางได้เห็นหลินหมิงกลับมาอย่างปลอดภัย หลิน
เสี่ยวเกอจึงรู้สึกเหมือนว่านางอยู่ในความฝัน ความกังวลทั้งหมดที่นางเก็บ
ไว้ในใจตลอดหลายปีได้ถูกปลดปล่อยอย่างกระทันหัน และนางก็อดไม่ได้
ที่จะร้องไห้
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ผู้ชมทั้งหมดก็ตกใจจนเกือบจะล้มลงกับพื้น
“ผู้ชายคนนั้นคือใครกัน!?”
“เขาเกี่ยวข้องกับหลินเสี่ยวเกออย่างไร!?”
สายตาขององค์ชายแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วย
ความอิจฉา
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงนั้นไม่เคยบอกข่าวใดๆที่ว่าหลินเสี่ยว
เกอได้ตกหลุมรัก ในความเป็นจริง สำหรับนักสู้ การถกเถียงเรื่องการ
แต่งงานในวัยยี่สิบต้นๆนั้นยังเร็วเกินไป สำหรับอัจฉริยะ การแต่งงานที่
อายุ 200 ปีนั้นก็ไม่แก่เกินไป ถึงอย่างนั้น มันก็ยังมีเหล่าชายหนุ่มผู้หล่อ
เหลาไล่ตามหลินเสี่ยวเกอด้วยความหวังว่าจะชนะใจนาง พวกเขาต้องการ
เพิ่มความรู้สึกเหล่านี้เมื่อเวลาผ่านไปและในที่สุดก็จับมือนางแต่งงาน
อย่างไรก็ตาม หลินเสี่ยวเกอไม่สนใจคนเหล่านั้น อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
วิหคเพลิงยังไม่มีแผนที่จะให้หลินเสี่ยวเกอแต่งงาน ดังนั้นกลุ่มผู้ไล่ตาม
เหล่านี้ต่างก็กลับไปด้วยความผิดหวัง
และตอนนี้ พวกเขาทั้งหมดจ้องมองอย่างช่วยไม่ได้เมื่อหลินเสี่ยวเกอ
โยนตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของชายคนหนึ่ง พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตา
ตัวเอง ในความเห็นของพวกเขา แม้ว่าหลินเสี่ยวเกอจะยอมรับความรู้สึก
ของใครบางคน นางก็จะทำเช่นนั้นด้วยทัศนคติที่สูงส่งเหมือนเทพธิดา
ไม่ใช่วิธีที่นางโยนตัวเองไปหาใครบางคนภายใต้การจ้องมองของทุกคน
เช่นนี้
ในเวลานี้ ฉางเยว่เทียน, หลี่อวี่เสี่ยวและคนอื่นๆก็ค้นพบหลินหมิง
เช่นกัน
“ปราชญ์หลิน มันเป็นปราชญ์หลินจริงๆด้วย!”
“ปราชญ์หลินกลับมาแล้วหรือ? มิใช่กล่าวว่าจะไม่สามารถกลับสู่
แดนเบื้องล่างได้หลังจากขึ้นไปแล้วหรอกหรือ?
“มันคือปราชญ์หลินจริงๆ รีบไปทักทายเขา!”
หลินหมิงคือตัวตนเช่นใดน่ะหรือ? เมื่อเขาสังหารเหยียงอวิ๋นในอดีต
เขาก็เป็นเพียงนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 เท่านั้น!
ในเวลานั้น ความแข็งแกร่งของหลินหมิงถึงจุดที่เขาสามารถสังหารผู้
ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงปลายได้ เผชิญหน้ากับผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
ช่วงต้น เขาก็สามารถเปิดเขตแดนก็สามารถสังหารได้ทันที!
ตอนนี้เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี และหลินหมิงก็กลับมาจากแดนเท
วะอย่างปลอดภัย ขอบเขตที่เขาไปถึงก็ยากที่จะจินตนาการได้! อาจกล่าว
ได้ว่า เขาสามารถฆ่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรหลายร้อยได้ด้วยเพียงการ
โบกมือ!
ทุกคนที่รู้จักหลินหมิง ไม่เพียงแต่เป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร แต่ยัง
รวมถึงจ้าวนิกายระดับห้าและผู้นำตระกูลเองก็บินไปยังหลินหมิงด้วย
ทันใดนั้น หลินหมิงรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมายในมุมเล็กๆ