Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,389 ผู้คนที่มากหน้าคุ้นตา
“นี่… นี่มัน…!”
ชายหนุ่มข้างหลินหมิงได้เข้าสู่สถานะตกตะลึงไปแล้ว ตอนแรก เขา
คิดว่าหลินหมิงเป็นคนรักของหลินเสี่ยวเกอ แต่ตอนนี้ เขาเห็นตัวตนที่
ยิ่งใหญ่มากมายบินมาที่มุมเล็กๆที่เขานั่งอยู่ เขาจึงถูกทิ้งให้ตกตะลึงอย่าง
ช่วยไม่ได้
มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาได้พบตัวตนเหล่านี้
มิต้องกล่าวถึงคนเหล่านี้ แม้กระทั่งขั้นทำลายชีวิตระดับสูงแห่ง
ประกาศิตชะตาฟ้าก็ยังจะไม่มีโอกาส พวกเขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็น
ตำนานสำหรับเขาต่อไป
แต่ตอนนี้ ตัวคนระดับสูงจำนวนมากกลับกำลังรายล้อมเขา เพียง
แรงกดดันที่พวกเขาแผ่ออกมานั้นก็ยากที่จะต้านทานได้แล้ว
สำหรับองค์หญิงน้อยหลินเสี่ยวเกอ นางกำลังร้องไห้อย่างต่อเนื่องใน
อ้อมแขนของหลินหมิง
ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันแน่?
สมองของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายอยู่แล้ว เขาไม่
สามารถจินตนาการได้ว่าหลินหมิงเป็นใคร
และนอกเหนือจากเขา ทุกคนในกลุ่มผู้ชมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เช่นกัน พวกเขาหวาดกลัวและตกใจอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจะมีสติคิดได้
อย่างไร?
ในเวลานี้ คำพูดไม่กี่คำของหลี่อวี่เสี่ยวแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ด
ดาราก็ทำให้หัวใจของทุกคนในปัจจุบันสั่นคลอน
“หลี่อวี่เสี่ยวแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราขอคารวะ ปราชญ์
หลิน”
หลินหมิงอายุน้อยกว่าหลี่อวี่เสี่ยวมาก แต่หลี่อวี่เสี่ยวยังคงทักทาย
เขาด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ในโลกของนักสู้ ความแข็งแกร่งจะได้รับ
การเคารพเหนือสิ่งอื่นใด สำหรับความแข็งแกร่งของหลินหมิง เขาได้เกิน
จินตนาการไปแล้วและยังเป็นผู้มีพระคุณต่อพวกเขาด้วย
“ปราชญ์หลิน? ผู้ครองอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราพูดอะไรกัน?
ชายหนุ่มคนนั้นคือปราชญ์หลิน?”
สำหรับผู้ชมส่วนใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นหน้าตาหลินห
มิง พวกเขาไม่เคยจินตนาการว่าตัวตนที่สร้างตำนานอันเลื่องลือและ
มหัศจรรย์ที่สุดในทวีปนภารินไหล วีรบุรุษที่เหนือกว่าผู้อื่นเช่นนั้นจะ
กำลังยืนอยู่ตรงหน้าตนเอง
ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนปุถุชนที่บังเอิญไปเจอใครสักคนบนเส้นทางใน
เมือง และพบว่าเขาเป็นจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น สำหรับนักสู้
เหล่านี้ ความตกตะลึงที่จะได้เห็นหลินหมิงอย่างน้อยก็มากกว่าปุถุชนที่
บังเอิญสะดุดกับจักรพรรดิของเขาร้อยเท่า!
“มันเป็นปราชญ์หลินจริงๆด้วย! ปราชญ์หลินได้กลับมาแล้ว? เขา
กลับมายังทวีปนภารินไหลได้อย่างไร? ข้าได้ยินมาว่าคนที่ขึ้นไปแล้วจะไม่
สามารถกลับมาได้มิใช่หรือ?”
“ข้าไม่รู้เช่นกัน เราไม่สามารถคาดเดาในเรื่องของตัวตนที่ยิ่งใหญ่
เช่นนั้น ข้าไม่เคยคิดเลยว่าปราชญ์หลินจะยังเด็กอยู่! ดูเหมือนว่าเขาจะ
เป็นชายหนุ่มในวัย 20 ต้นๆ”
“ไร้สาระอะไร ปราชญ์หลินยังเด็กมากตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อเขามี
ชื่อเสียง เขาก็อายุเพียง 20 กว่าปี และตอนนี้เขาควรจะอยู่ในวัย 30 ปี
แล้ว”
หลินหมิงแข็งแกร่งเกินไป ผู้คนต่างถือหลินหมิงเป็นผู้อาวุโส ลืม
เลือนว่าเขาเพิ่งอายุ 30 ปี
และไม่ไกลจากหลินหมิง ชายหนุ่มข้างเขาก็รู้สึกว่ามือของเขาสั่น
ไม่นานมานี้ เขาเคยใช้มือตบไหล่ของหลินหมิง!
ขณะถูมือ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาหวิว ราวกับว่าเขา
กำลังฝันไป “ข้าได้พูดกับปราชญ์หลินและก็ตบไหล่ของเขาด้วยจริงหรือ?
ข้าเคยพูดว่าคนไร้ชื่อเช่นเราคงไม่มีโอกาสได้คู่กับหลินเสี่ยวเกอ… ไม่ว่าจะ
เกิดอะไรขึ้น ข้าก็ดีใจที่ข้าไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ มิเช่นนั้นแล้วผู้ใดจะรู้
ว่าข้าจะลงเอยอย่างไร…”
มันไม่ใช่เขาเท่านั้น แต่ทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาที่เคย ‘ติเตือน’ เขา
เกี่ยวกับมารเจิดจรัสอย่างจริงจัง พวกเขาก็รู้สึกว่าจิตใจของตนว่างเปล่า
ในตอนนี้
“ฉางเยว่เทียนจากตระกูลฉางขอคารวะปราชญ์หลิน”
“วายุหิมะแห่งเผ่าไป่ขอคารวะปราชญ์หลิน”
ทีละคนๆ ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดคารวะต่อหลินหมิง
ผู้ที่มีคุณสมบัติในการยืนล้อมวงและคารวะหลินหมิงโดยตรงคือผู้
ครองอาณาจักร ผู้นำตระกูลใหญ่หรืออย่างน้อยก็เป็นองค์ชายแห่ง
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ละคนต้องเป็นผู้ทรงพลังขั้น
เทพสมุทรเท่านั้น
สำหรับบรรดาผู้ครองอาณาจักรและจ้าวนิกายระดับต่ำ พวกเขาทุก
คนจะอยู่ได้เพียงบริเวณรอบนอก ไม่ได้มีความสามารถในการพูดคุยกับ
หลินหมิง
เมื่อหลินหมิงเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเหล่านี้อีกครั้ง ใบหน้าของเขาก็เต็ม
ไปด้วยอารมณ์ เป็นเวลาสิบกว่าปีผ่านพ้นไปกับพันธมิตรเก่าเหล่านี้ที่ได้
ช่วยเขาบุกโจมตีเหยียงอวิ๋น ตอนนี้ พวกเขาได้สร้างสถานะของพวกเขา
มากยิ่งขึ้น และกลายเป็นผู้ควบคุมทวีปนภารินไหล
ด้วยพวกเขาช่วยดูแลอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงที่สร้างขึ้นจาก
เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์และตระกูลหลิน หลินหมิงก็รู้สึกโล่งใจ
และด้วยทรัพยากรที่เขาทิ้งไว้นั้น มันก็เพียงพอที่จะให้อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอยู่ไปได้อีกหลายร้อยปีข้างหน้า พวกเขาจะสามารถ
ฝึกฝนกลุ่มคนรุ่นใหม่ในช่วงศตวรรษ และในเวลานั้น อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
วิหคเพลิงจะมีความเสถียรมากขึ้น
ในเวลานี้ สุนัขสีแดงตัวเล็กผลักผ่านฝูงชนที่จอแจและตะโกนว่า
“หลินหมิง! สวรรค์ ในที่สุดเจ้าก็กลับมา!”
ด้วยสถานะปัจจุบันของหลินหมิง มีเพียงมารเจิดจรัสเท่านั้นที่
สามารถพูดอย่างประมาทและล้อเล่นกับเขาได้ เมื่อระดับการบ่มเพาะ
ของหลินหมิงอยู่ในระดับต่ำ มันเป็นมารเจิดจรัสที่ช่วยปกป้องเขา ชาย
หนุ่มและสุนัขตัวนี้ผ่านหลากหลายเหตุการณ์มาด้วยกัน และถึงแม้ว่า
หลินหมิงจะแข็งแกร่งขึ้นในเวลาต่อมา แต่พวกเขายังถือกันเป็นสหาย
โดยไม่แยกความแตกต่างระหว่างผู้ที่สูงและต่ำกว่า
หลินหมิงยิ้มเบาๆและตอบว่า “คงงั้น หลังจากผ่านไปหลายปี ดู
เหมือนว่าเจ้าจะกลายเป็น… สุนัขผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรไปแล้ว”
เมื่อได้ยินคำหยอกล้อเหล่านี้ สีหน้าของมารเจิดจรัสก็เปลี่ยนเป็นสี
แดง เขาพูดอย่างสนุกสนาน “อย่าล้อข้าเล่น เพียงไม่กี่ปี เจ้าก็กลับมาสู่
แดนเบื้องล่างจากแดนเทวะได้แล้ว จากสิ่งที่ข้ารู้ มันไม่ง่ายที่จะกลับมา
มันจำต้องมีความแข็งแกร่งที่จำเป็นในการฝ่าพายุมิติรวมถึงเงินจำนวน
มากสำหรับค่าธรรมเนียมค่ายกลเคลื่อนย้าย โดยปกติแล้ว ผู้คนจะไม่นึก
ถึงการกลับมาสู่แดนเบื้องล่างอย่างง่ายๆ ดูเหมือนว่าเจ้าทำได้ดีมากใน
แดนเทวะ”
“อืม” หลินหมิงยิ้ม ไม่สนใจที่จะเล่าความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด
ของเขา ถ้าเขาบอกมารเจิดจรัสว่าเขาได้อันดับสองในงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ สุนัขตัวนี้อาจตกตะลึงจนเสียสติ
“ก็ดี” มารเจิดจรัสยื่นอุ้งมือออกและตบไหล่ของหลินหมิง โดยดูราว
กับว่าเขาเป็นห่วง
อย่างไรก็ตาม ฉากนี้เมื่อรวมกับการแสดงออกอย่างจริงจังบนใบหน้า
ของมารเจิดจรัส มันก็ทำให้ผู้หนึ่งอยากจะหัวเราะเสียงดัง
“มันยากที่จะอยู่รอดในแดนเทวะ มีอัจฉริยะจำนวนมากจากแดน
เบื้องล่างที่จะพินาศในหลายปีหลังจากที่พวกเขาขึ้นไป สำหรับคนที่รอด
ชีวิตนั้น ส่วนใหญ่จะเพียงเป็นตัวไร้ประโยชน์ไปวันๆ ผู้ที่สามารถสร้าง
ผลลัพธ์บางอย่างและปกครองพื้นที่ของตนเองนั้น มันก็เป็นชนกลุ่มน้อย
ในชนกลุ่มน้อย โชคดีที่ความสามารถของเจ้านั้นช่างประหลาดเหลือเกิน
และมีใครบางคนที่ยอดเยี่ยมอย่างเทพธิดาเฟิงชี้นำเจ้า นี่ก็ไม่ควรเป็น
ปัญหาสำหรับเจ้าเลย ถ้าอย่างนั้นแล้ว วันของเจ้าที่เผ่าฟีนิกซ์โบราณนั้นดี
เพียงใด?”
มารเจิดจรัสรู้ว่าหลินหมิงได้พบกับเทพธิดาเฟิง ดังนั้นเขาจึง
สันนิษฐานว่าหลินหมิงจะได้อาศัยอยู่ที่เผ่าฟีนิกซ์โบราณด้วย
“ข้าออกจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณมานานแล้ว…” หลินหมิงกล่าวอย่าง
ผิวเผิน เมื่อเขาตัดสินใจที่จะไปสู่โลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่เพื่อรับมรดก
ที่มู่เชียนเสวียทิ้งไว้ เขาก็ได้จากเผ่าฟีนิกซ์โบราณไป ตอนนี้ มีเพียงชื่อของ
เขาอยู่ที่นั่น
เมื่อมองย้อนกลับไปยังการเดินทางของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อหลินหมิงจากไปเป็นครั้งแรก เขาต้องใช้การคุ้มกันของเทพธิดาเฟิง
เพื่อไปยังแดนเทวะ ไม่เช่นนั้น เขาจะถูกฉีกโดยพายุมิติซึ่งอยู่ระหว่างแดน
เบื้องล่างกับแดนเทวะ
แต่ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของหลินหมิงนั้นเหนือกว่าของเทพธิดาเฟิง
แล้ว และเพื่อที่จะบรรลุสิ่งนี้ หลินหมิงได้ใช้ความพยายามกับการดิ้นรน
นับไม่ถ้วน
หลินหมิงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับมารเจิดจรัส เขาเพียงยิ้มอย่าง
อ่อนโยนเท่านั้น
“เจ้าออกจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณแล้ว? นั่นมันไม่เร็วเกินไปหรือ? เผ่า
ฟีนิกซ์โบราณเป็นขุมกำลังระดับแดนศักดิ์สิทธิ์ของแดนเทวะ และพวกเขา
มีทรัพยากรที่ค่อนข้างดี หากเจ้าออกจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณเร็วเช่นนี้ เจ้า
อาจพบกับอันตรายมากมาย…” มารเจิดจรัสถูอุ้งมือเหนือคางของเขา พูด
ด้วยความกังวล
หลินหมิงหัวเราะ “มีอันตรายอยู่บ้างแล้ว ก่อนที่ข้าจะกลับมายังแดน
เบื้องล่าง ข้าอยู่ในจุดคับขันพอตัว แต่ในที่สุดข้าก็สะสางมันได้ ที่จริงแล้ว
ไม่เพียงแต่ข้าจะไม่สูญเสียอะไรเลย แต่ยังได้รับผลประโยชน์บางอย่าง
แทน”
หลินหมิงย่อมไม่พูดถึงเรื่องของตัวเองที่ถูกตามล่าโดยสายลับของ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพและเทียนหมิงจื่อ นี่ไม่ใช่แค่จุดคับขัน แต่เกือบจะโดนฆ่า
ไปจริงๆ อย่างไรก็ตาม เขายังคงรักษาน้ำเสียงไว้และเพื่อไม่ให้เกิดความ
กังวลกับหลินเสี่ยวเกอ
แต่ถึงกระนั้น เพียงแค่คำอธิบายสั้นๆก็ทำให้หัวใจของหลินเสี่ยวเก
อบีบลัด นางต้องการถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลินหมิงพูดเพียง
เล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อระงับความกังวลของนาง
“พี่ใหญ่ พี่สาวเชียนหยี่และพี่สาวซิงเซวียนต่างไปตามหาท่าน ท่าน
เห็นพวกนางหรือไม่?”
ตามธรรมเนียมแล้ว หลินเสี่ยวเกอควรเรียกมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซ
วียนว่าพี่สะใภ้ อย่างไรก็ตาม นางเคยเรียกพวกนางว่าพี่สาว ดังนั้นนางจึง
ยังคงทำเช่นนั้นต่อไป
“อืม ข้าพบพวกนางแล้ว” หลินหมิงพยักหน้า มู่เซียนหยู่และฉินซิง
เซวียนในที่สุดก็ได้พบกับหลินหมิงอีกครั้งหลังจากพลิกผันหลายคราใน
แดนเทวะ ทั้งหมดนี้ถูกคัดสรรด้วยคำพูดง่ายๆ
“ดียิ่ง!” หลินเสี่ยวเกอกล่าวอย่างมีความสุข แต่ในเวลานี้ นางดู
เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ นางกระซิบ “พี่ใหญ่… ข้าจะไปยังแดนเท
วะกับท่านได้หรือไม่? ข้า…”
เสียงของหลินเสี่ยวเกอค่อยลง ระดับการบ่มเพาะของนางต่ำเกินไป
ไม่ว่ารากฐานของนางจะมั่นคงแค่ไหน แต่นางยังคงมีเพียงการบ่มเพาะขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ และจะเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตในไม่ช้า
ระดับการบ่มเพาะเช่นนี้ไม่ได้ทำให้นางมีคุณสมบัติในการเข้าสู่แดน
เทวะ นางกลัวว่าเมื่อหลินหมิงกลับมา นางจะไม่สามารถพบเขาได้เพราะ
ใครจะรู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปี
อย่างไรก็ตาม หลินเสี่ยวเกอไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะยิ้มและพูดอย่าง
แผ่วเบาเพียงว่า “เจ้าไปได้ หากเจ้าต้องการไปที่แดนเทวะ เช่นนั้นข้าจะ
พาเจ้าไปที่นั่น”
ในแดนเทวะ หลินเสี่ยวเกอจะมีพื้นที่สำหรับการเติบโตที่ดีกว่า
สำหรับหลินหมิง เขาต้องการเพียงวางหลินเสี่ยวเกอ มู่เชียนหยี่และฉินซิง
เซวียนไว้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันสวรรค์ และเขาจะได้ไม่ต้องกังวล
กับการตอบโต้ใดๆจากเทียนหมิงจื่อ
สิ่งเดียวที่ต้องกังวลคือ มหาภัยพิบัติ หากสถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่า
ที่คิด หลินหมิงจะส่งหลินเสี่ยวเกอกลับสู่แดนเบื้องล่าง
“พี่ใหญ่ ท่านพูดจริงหรือ? ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
หลินเสี่ยวเกอกระโดดขึ้นด้วยความดีใจ นางไม่คิดว่าหลินหมิงจะ
ยอมรับคำขอของนางในการไปที่แดนเทวะด้วยเพียงระดับการบ่มเพาะขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ และแม้ว่านางจะสามารถขึ้นไปได้ แต่นางก็กลัวว่า
หลินหมิงจะปฏิเสธนางเพราะเขาคิดว่ามันอันตรายเกินไปที่จะพานางไปที่
นั่น ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่เชื่อว่าเขาจะเห็นด้วยทันทีและพร้อมทุกเมื่อ
“พี่ใหญ่ ท่านยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
หลินเสี่ยวเกอกระโดดขึ้นและกอดคอของหมิง
ในเวลานี้ ไม่ไกลจากหลินหมิง หญิงชุดสีดำยืนนิ่งอยู่ในความว่าง
เปล่า มองดูเขา
ผู้หญิงคนนี้คือ ซือถูเหยาเหยา ในเวลานี้ เนื่องจากการต่อสู้ที่ดุเดือด
ที่เพิ่งเกิดขึ้น ผิวพรรณของนางจึงยังคงซีดเล็กน้อย มันทำให้นางดูเหมือน
ปีศาจน้อยลงและอ่อนโยนขึ้นอีกเล็กน้อย
นางกับซือถูเหยาเยว่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันอย่างน่าประหลาดใจ
เมื่อมองดูที่ซือถูเหยาเหยา หลินหมิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด ไม่ว่าจะพูด
อะไร ความจริงก็คือ หลินหมิงเป็นคนที่นำเรื่องการล่มสลายของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามาสู่พวกเขา คำสั่งที่จะกำจัดอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ถูกส่งมอบโดยหลินหมิงด้วยเช่นกัน ด้วยความแข็งแกร่ง
และศักดิ์ศรีของเขาในเวลานั้น เขามีความสามารถในการลบอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ด้วยคำพูดง่ายๆ
การทำลายล้างอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าทำให้ซือถูเหยาเยว่และซือ
ถูเหยาเหยาใช้ชีวิตลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย หากเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น
การเติบโตของพวกนางจะราบรื่นกว่าตอนนี้ และสถานะของพวกนางจะ
แตกต่างกันมาก แม้ว่าพวกนางจะยังด้อยกว่าหลินเสี่ยวเกอ แต่ก็คงเป็น
บุตรสาวแห่งสวรรค์ที่น่าภาคภูมิ
“พี่สาวของเจ้าสบายดีหรือไม่?” ทันใดนั้น หลินหมิงก็ถามด้วยเสียง
ค่อยผ่านกระแสเสียงปราณแท้
ภาค 17 เส้นทางแห่งอาชูร่า