Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,391 ค้นหาด้วยนิมิตฝันเทวะ
โลกนิมิตฝันเทวะอันยิ่งใหญ่ –
เรือจิตวิญญาณราคาแพงและเร็วข้ามผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วย
ดวงดาว ตลอดทาง ผู้หนึ่งสามารถมองเห็นหมอกของโลกนิมิตฝันเทวะอัน
ยิ่งใหญ่ นี่คือดินแดนแห่งความฝันและภาพมายา เต็มไปด้วยสถานที่
ท่องเที่ยวอันน่าอัศจรรย์ทุกหนทุกแห่ง
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในไม่กี่โลกอันยิ่งใหญ่แห่งแดนเทวะ โลกนิมิตฝัน
เทวะอันยิ่งใหญ่ก็มีพลังงานจิตวิญญาณที่อุดมที่สุดในแดนเทวะ ทิวทัศน์
ที่นี่ช่างน่าหลงใหล
หลินเสี่ยวเกอยืนอยู่ในเรือลำนี้ มองลงไปยังทุกฉากในแผ่นดินใหญ่
นางจะส่งเสียงร้องเป็นครั้งคราวเหมือนเด็กๆ
แม้แต่มารเจิดจรัสก็ออกมาดู หลังจาก 50,000 ปี ในที่สุดเขาก็
กลับมาสู่แดนเทวะ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งนี้
“ด้วยระดับความอุดมของพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี มันก็
ควรจะเป็นหนึ่งในโลกอันยิ่งใหญ่สูงสุดของแดนเทวะ เผ่าฟีนิกซ์โบราณ
สามารถสร้างตัวเองบนโลกที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้อย่างไร?”
หลินหมิงยิ้ม “เราไม่ได้อยู่ที่เผ่าฟีนิกซ์โบราณ”
“หืม? เราไม่ได้ไปที่เผ่าฟีนิกซ์โบราณหรอกหรือ? ถ้าเช่นนั้นเราอยู่ที่
ใดกัน?” ในความเห็นของมารเจิดจรัส, หลินเสี่ยวเกออ่อนแอเกินไปใน
ขณะนี้ มันจะเป็นการดีกว่าถ้านางจะเข้าร่วมเผ่าฟีนิกซ์โบราณก่อน นาง
จะได้รับการคุ้มครองจากแดนศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยใน
การบ่มเพาะ
“เรามาถึงแล้ว”
จู่ๆหลินหมิงก็พูดออกมา การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน ถ้า
เขาใช้ตำหนักสวรรค์บรรพกาลเดินทาง มันก็จะใช้เวลาน้อยกว่าครึ่ง แต่
ตำหนักสวรรค์บรรพกาล นั้นสะดุดตาเกินไป หลินหมิงจะไม่นำออกมา
มารเจิดจรัสและหลินเสี่ยวเกอเงยหน้าขึ้นมองเห็นทะเลเมฆกว้าง
ใหญ่ในขอบฟ้าอันไกลโพ้น ภายในทะเลเมฆนี้ มันลอยขึ้นไปบนยอดเขา
นับพัน และภูเขาเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าทุกประเภทของโลก ใน
ขุมทรัพย์อันล้ำค่า สิ่งที่ด้อยค่าที่สุดเหล่านี้ก็ยังคงปลดปล่อยออร่าจิต
วิญญาณที่รุนแรงกว่าสมบัติใดๆในทวีปนภารินไหล!
ตำหนักอมตะที่ลึกลับและน่าหลงใหลลอยอยู่ท่ามกลางภูเขา
ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ คล้ายกับภาพมายาสามารถหายไปได้ทุกเวลา น้ำพุจิต
วิญญาณตกลงมา ดูเหมือนเส้นไหมสีขาวที่โรยลงมาจากสวรรค์ หยดน้ำ
ทิพย์เพียงหยด หากมันตกไปในทุ่งหญ้าของปุถุชน มันก็จะสามารถ
เปลี่ยนมันให้เป็นสมุนไพรจิตวิญญาณได้ แต่ตอนนี้ มันมีมากมายดั่งทะเล
เมฆ
“นี่… นี่มัน…”
ดวงตาสีฟ้าทั้งสามของปีศาจร้ายเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ
นี่ไม่ใช่ระดับของแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ควรจะสามารถครอบครองได้อย่าง
แน่นอน หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากภายในทะเลเมฆนี้ที่จะถูกทิ้งไว้ในโลกใบ
เล็กของแดนเทวะ มันก็จะกระตุ้นให้เกิดสงครามนองโลหิตที่น่ากลัวอย่าง
แน่นอน แต่ที่นี่ สิ่งของเหล่านี้เป็นเพียงของตกแต่งที่เกลื่อนกลาดไปทั่ว!
หลินเสี่ยวเกอยังคงชื่นชมและสรรเสริญ ดวงตาของนางเบิกกว้างเพื่อ
มองดูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
จริงๆแล้วนางไม่รู้ว่าทิวทัศน์นี้หมายถึงอะไร ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้
หยุดความรู้สึกที่ลึกซึ้งและประหลาดใจในหัวใจของนางได้
“นี่คือตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ, ที่อยู่อาศัยของราชันสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะ”
หลินหมิงพูดช้าๆ แต่เมื่อคำพูดเหล่านี้เข้าสู่หูของมารเจิดจรัส เขา
เกือบกระอักโลหิตด้วยความตกใจ
“เจ้า… เจ้าเพิ่งพูดว่าอย่างไรนะ? ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ!? เจ้า
แน่ใจหรือ!?”
กรงเล็บของมารเจิดจรัสสั่นไหว เมื่อ 50,000 ปีที่แล้ว เขาได้ติดตาม
จักรพรรดิปีศาจเพื่อทำภารกิจที่แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง ใน
กองทัพของหมื่นผู้ทรงพลัง มารเจิดจรัสนั้นไม่มีนัยสำคัญเลย สำหรับเขา
แล้ว ราชันสวรรค์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้อย่างสมบูรณ์ ยิ่ง
ไปกว่านั้น ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเองก็ยังเป็นที่รู้จักในฐานะราชัน
สวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด เป็นไปได้ว่านางเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดของทั้งแดนเทวะ!
สำหรับมารเจิดจรัส ตัวตนเช่นนั้นก็คือพระเจ้า และหลินหมิงพาเขา
มาที่นี่! มารเจิดจรัสไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะพาพวกเขามาที่นี่เพื่อเยี่ยมชม
เป็นไปได้ไหมว่า… หลินหมิงได้เข้าร่วมตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ?
“หลินหมิง! เจ้ากำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่? เจ้าเข้าร่วมตำหนักสวรรค์
นิมิตฝันเทวะเช่นนั้นหรือ? ไม่… ไม่ควรเป็นจริง… มีคำกล่าวว่าตำหนัก
สวรรค์นิมิตฝันเทวะยอมรับศิษย์หญิงเท่านั้น ดังนั้นเจ้าจะเข้าร่วมได้
อย่างไร?”
มารเจิดจรัสไม่เคยสูญเสียความสงบเช่นนี้มาก่อน และข้างๆเขาหลิน
เสี่ยวเกอถามว่า “ท่านลุงมารเจิดจรัส มันคืออะไร? ตำหนักสวรรค์นิมิต
ฝันเทวะนี้คือสิ่งใด…?”
“เจ้าจะไม่เข้าใจแม้ว่าข้าบอกเจ้าก็ตาม แม้แต่ข้าก็ยังจะไม่สามารถ
อธิบายได้ว่าสถานะของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด
ในอดีต เมื่อจักรพรรดิปีศาจได้ก่อตั้งนิกายระดับ 6 แล้วมายังแดนเทวะ
ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่ถึงแม้จะอยู่ในช่วงที่รุ่งโรจน์
ที่สุด แต่เขาก็จะไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นกระทั่งมดต่อหน้าราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะด้วยซ้ำ! ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะอาจเป็นผู้ทรงพลัง
ที่แข็งแกร่งที่สุดของแดนเทวะ เทพเจ้าที่แท้จริงของชีวิตล้านล้านล้าน
ล้าน!
มารเจิดจรัสใช้ จักรพรรดิปีศาจเป็นตัวอย่างในการอธิบายความ
แข็งแกร่งของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะต่อหลินเสี่ยวเกอ เพราะนอกจาก
หลินหมิง ตัวตนที่ทรงพลังที่สุดที่นางเคยได้ยินมาก่อนก็คือจักรพรรดิ
ปีศาจ
แม้ว่าหลินเสี่ยวเกอจะพบสิ่งนี้ยากที่จะจินตนาการ แต่นางก็ยัง
สามารถเข้าใจได้อย่างเลือนลาง
ราชันสวรรค์ …เทพเจ้าแห่งล้านล้านล้านล้านชีวิตเช่นนั้นหรือ?
“หลินหมิง เจ้ารู้จักราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้อย่างไร?” มารเจิด
จรัสวางอุ้งเท้าบนไหล่ของหลินหมิง เขย่าตัวเขาอย่างแรงด้วยความตกใจ
และตื่นเต้น
ในความคิดของเขา ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์
แต่ก็ยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับทั้งแดนเทวะ อย่างน้อยที่สุด เขาไม่ควรจะ
ดีพอที่จะตกสู่วิสัยทัศน์ของใครบางคนเช่นราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
สำหรับตัวตนอย่างราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ แม้แต่ผู้สืบทอดของราชัน
สวรรค์ก็ยังจะไม่ได้มีอะไรนอกจากผู้เยาว์สามัญที่ไม่ควรเอ่ยถึงเลย ใน
ชีวิตหลายล้านปีของนาง นางได้เห็นผู้สืบทอดของราชันสวรรค์นับไม่ถ้วน
เฉพาะอัจฉริยะที่มีค่าสูงสุดในบรรดาผู้สืบทอดของราชันสวรรค์เท่านั้นที่
สามารถดึงดูดความสนใจของนางได้เล็กน้อย และนั่นก็เพียงเล็กน้อย
เท่านั้น
“หลินหมิงโ ชคของเจ้าจะดีขนาดนี้ได้อย่างไร? หากเจ้าสามารถพา
พวกเรามาที่นี่ได้ นั่นหมายความว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ที่สำคัญกับราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ!” มารเจิดจรัสไม่สามารถจินตนาการได้ว่าหลินหมิงมี
ความสัมพันธ์กับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้อย่างไร
หลินหมิงกล่าวว่า ข้าได้เข้าร่วมงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่ง
แดนเทวะ และได้รับอันดับ ดังนั้นข้าจึงได้รับความสนใจจากราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะ
หลินหมิงกล่าวอย่างผิวเผิน ในความเป็นจริง เขารู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะ
การมาถึงของมหาภัยพิบัติ เขาก็จะไม่ได้รับความสนใจจาก ราชันสวรรค์
จำนวนมากไม่ว่าผลลัพธ์ของเขาในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกจะยอด
เยี่ยมเพียงใด แต่ตอนนี้ หลินหมิง เสี่ยวหมัวเซียน ซิงชือและคนอื่นๆ
ทั้งหมดต่างได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในมหาภัยพิบัติแห่งอนาคต
“อันดับใดเท่าใด!?” เสียงของมารเจิดจรัสทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เขาเคยมีประสบการณ์กับงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ
มาในอดีต เขารู้จักหลายคนที่เขาคิดว่าไม่ธรรมดาในอดีต แต่เมื่อพวกเขา
เข้าร่วมในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก กระแสน้ำแห่งการแข่งขันจะ
พัดพวกเขา จนกระทั่งเหลือเพียงอัญมณีที่แท้จริง
หากสามารถได้อันดับ คนที่เขารู้จักก็ยังจะมีอันดับต่ำกว่าล้านอยู่ดี!
อย่างไรก็ตาม แต่ผลลัพธ์เช่นนั้นก็เพียงพอที่จะภาคภูมิใจได้แล้ว!
หากหลินหมิงสามารถได้รับความสนใจจากราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะแล้ว เช่นนั้นอันดับของเขาก็ขะไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้าน
“ข้าได้อันดับสอง”
แม้ว่ามารเจิดจรัสจะเตรียมพร้อมสำหรับคำตอบเช่นนี้ เขาก็ยังแข็ง
ค้าง แข็งยิ่งกว่าหิน
อันดับสองในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ…
ผลลัพธ์เช่นนี้… นั่นเป็นผลที่มนุษย์สามารถทำได้จริงหรือ?
“สวรรค์! มันเป็นไปได้อย่างไร! หลินหมิง เจ้าได้อันดับสองในงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะจริงหรือ? เจ้าทำสิ่งใดกันแน่
ช่วงเวลาหลายปีที่แดนเทวะ!?”
จิตใจของมารเจิดจรัสว่างเปล่า เขาอาจกล่าวได้ว่าเข้าใจหมิงหมิง แต่
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่เชื่อว่าด้วยระดับความสามารถที่หลินหมิงแสดงใน
แดนเบื้องล่างจะทำให้เขาอยู่อันดับสองในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะได้
และในเวลานี้ พวกเขามาถึงตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
หลินหมิงกล่าว “หยุดพูดเรื่องนี้กันก่อนเถอะ ข้าต้องเข้าพบราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะก่อน มีข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งที่ข้าต้องรายงานต่อนาง
เจ้ารออยู่ข้างนอกได้”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาออกจากเรือจิตวิญญาณและบินตรงไปยัง
ส่วนลึกของตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
“ศิษย์หลินหมิงปรารถนาที่จะเข้าพบราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ!”
หลินหมิงยืนอยู่นอกตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะและพูดกับเจ้าหน้าที่
หญิงสองคน
หญิงทั้งสองคนมีการบ่มเพาะขั้นผู้ปกครองเทวะ
“เข้ามาได้!”
ในเวลานี้ มันมีพลังกวาดผ่านเขาอย่างแผ่วเบาและส่งมายังหูของ
หลินหมิง นี่คือกระแสเสียงของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
หลินหมิงมีความยินดีที่ได้ยินเช่นนี้ เขาคาดการณ์ว่าใน 4 ปีที่เขาจาก
ไป ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็น่าจะจบกระบวนการปิดด่านลงแล้ว ไม่
ต้องสงสัยเลยว่าปิงเมิ่งก็ควรจะทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ก่อนเขา
แล้ว
หลินหมิงจึงบินตรงไปยังตำหนักเพื่อเข้าพบราชันนิมิตฝันเทวะ
หลังจากผ่านไป 4 ปี ราชันนิมิตฝันเทวะก็ยังคงเหมือนเดิม นางสวม
ชุดยาวสีขาวและไม่มีออร่าของผู้ทรงพลังที่เปล่งจากร่างของนางแม้แต่
น้อย นางดูเหมือนหญิงปุถุชน แต่รูปร่างหน้าตาและบรรยากาศของนาง
เป็นเหมือนดวงจันทร์สีน้ำเงินในสวรรค์ชั้นสูงสุด เงียบงันและลึกซึ้งราว
กับภูเขาน้ำแข็ง
ที่ยืนอยู่ข้างนางเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับนาง และ
ย่อมเป็นปิงเมิ่ง
และอย่างที่หลินหมิงคิดไว้ ปิงเมิ่งได้ก้าวเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
แล้ว และก็ยิ่งกว่านั้น นางได้มาถึงจุดสูงสุดขขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้น
แล้ว
ปิงเมิ่งเป็นร่างจุติของราชันนิมิตฝันเทวะ และไม่ใช่วิญญาณที่กลับ
ชาติมาเกิดอย่างแท้จริงเช่นการผ่านวงจรของสังสารวัฏ ดังนั้นแล้ว
เพื่อที่จะยกระดับปิงเมิ่ง ราชันนิมิตฝันเทวะต้องจ่ายทรัพยากรและ
พลังงานไปมหาศาล
“มีเรื่องอันใดหรือ?” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะถามเบาๆ ดวงตาของ
นางกวาดผ่านโลกภายในของหลินหมิงแล้วก็เลิกคิ้วขึ้น “โอ้? เจ้าได้สืบ
ทอดมรดกของราชันบรรพกาลจากแดนเบื้องล่างแล้วหรือ?”
สัมผัสรับรู้ของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะนั้นสว่างมากกว่าดวง
อาทิตย์ หลินหมิงกล่าว “ขอรับ! ข้าได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสราชัน
บรรพกาล ดังนั้นจึงได้สืบทอดมรดกของราชันสวรรค์บรรพกาลอย่างเต็ม
รูปแบบ”
“อืม, ดี” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูดออกมาเบาๆ “เช่นนั้นเจ้าถือ
ได้ว่าเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของราชันบรรพกาล ราชันบรรพกาลเป็นคนที่
มหัศจรรย์ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 100,000 ปีก่อน บางทีเขาอาจจะ
กลายเป็นเทพแท้จริงในอนาคต”
หัวใจของหลินหมิงเต้นข้ามจังหวะเมื่อได้ยินเช่นการประเมินที่สูงจาก
นาง ราชันสวรรค์บรรพกาลอาจจะกลายเป็นเทพแท้จริงได้เช่นนั้นหรือ?
ในความคิดของเขา ราชันบรรพกาลนั้นมีความแข็งแกร่งคล้ายกับ
นาง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อฟังเสียงของนาง มันก็เหมือนว่านางและราชัน
สวรรค์บรรพกาลอยู่ในระดับเดียวกัน
ถ้าราชันบรรพกาลรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ เขาก็คงจะเข้าใกล้
ขอบเขตเทพแท้จริง ถ้าเช่นนั้นแล้วราชันนิมิตฝันเทวะเล่า?
นางเคยเห็นเขตเขตเทพแท้จริงแล้วหรือ? หรือว่านางกำลังก้าวเข้าสู่
ขอบเขตนั้นครึ่งก้าวแล้ว? บางที่ นางอาจจะรอปิงเมิ่งก่อนที่จะกลายเป็น
เทพแท้จริงแห่งแดนเทวะ!
เมื่อหลินหมิงตระหนักถึงสิ่งนี้ เขาก็รู้สึกว่าราชันนิมิตฝันเทวะไม่อาจ
หยั่งรู้ได้มากขึ้นไปอีก
“หลินหมิง เจ้าต้องการพบข้าในเรื่องใดกันแน่?”
“การรายงานต่อผู้อาวุโส ก่อนที่ผู้เยาว์จะไปยังแดนเบื้องล่าง ข้าต้อง
ไปหาร่างกายให้สหายเก่าก่อน ดังนั้นข้าจึงไปที่โลกรุ่งอรุณปีศาจอัน
ยิ่งใหญ่ จากนั้น…”
หลินหมิงกล่าวย้ำถึงประสบการณ์อันขมขื่นของเขาทั้งหมดกับ
เทียนหมิงจื่อแก่ราชันนิมิตฝันเทวะตั้งแต่ต้นจนจบ เขาพูดถึงโอสถเก้า
ดาราสวรรค์ที่เทียนหมิงจื่อต้องการ สายลับของเผ่าพันธุ์ภูติเทพและเรื่อง
ที่เทียนหมิงจื่อตามล่าเขาจนสุดทางจนถึงแดนเบื้องล่าง เขาเล่าทั้งหมด
อย่างละเอียด
ในตอนเริ่มต้น ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะยังไม่แสดงสีหน้า แต่
หลังจากนั้น คิ้วของนางก็ย่นเข้าหากัน “ศพอยู่ที่ไหน?”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะกล่าวออกมาอย่างฉับพลัน คำพูดของนาง
เย็นชาอย่างยิ่ง
หลินหมิงรีบนำศพสายลับเผ่าพันธุ์ภูติเทพออกจากแหวนมิติของเขา
อย่างรวดเร็ว
เมื่อราชันนิมิตฝันเทวะได้เห็นศพนี้ แสงที่เย็นชาอย่างยิ่งก็ปรากฏใน
ดวงตาของนาง “มันคือเผ่าพันธุ์ภูติเทพอย่างแท้จริง! พวกมันทำลายการ
บ่มเพาะเพื่อผ่านกำแพงอาดูรแห่งเทพ และตอนนี้ก็ต้องการฟื้นฟูความ
แข็งแกร่งด้วยโอสถเก้าดาราสวรรค์ มือของเผ่าพันธุ์ภูติเทพได้ล้วงลึกลง
ไปในหลายแห่งของแดนเทวะแล้ว แต่เรากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมัน!”
เมฆมืดมนดูเหมือนจะปกคลุมใบหน้าของราชันนิมิตฝันเทวะ
“หลินหมิง เจ้าได้สร้างบุญคุณที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ในอนาคต เมื่อมหาภัย
พิบัติมาถึง เจ้าจะเป็นส่วนหนึ่งของกำลังหลัก จากจุดนี้เพียงอย่างเดียว
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่ ข้าก็จะใช้กำลังเต็มที่เพื่อช่วยยกระดับ
เจ้า เจ้าบ่มเพาะคู่ร่างกายและพลังงาน และสำหรับโอสถเก้าดาราสวรรค์
ที่เจ้าพูดถึง ข้าก็มีสูตรที่ไม่สมบูรณ์อยู่ ข้าสามารถช่วยปรับแต่งให้เจ้าได้”