Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,394 การขอเจรจาของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,394 การขอเจรจาของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ด้วยการปราศจากการเตรียมตัวของมนุษย์ หรือว่าพวกเขาขาดความ
มั่นใจมากเพียงใด ความจริงก็คือ มหาภัยพิบัติมาถึงก่อนที่คาด โลกจรัส
แสงอันยิ่งใหญ่กลายเป็นสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์หรือเผ่าพันธุ์
ภูติเทพ ทั้งสองดูเหมือนจะเห็นด้วยที่จะไม่ส่งผู้ทรงพลังราชันสวรรค์เพื่อ
เข้าร่วมการต่อสู้ การบ่มเพาะสูงสุดในหมู่พวกเขานั้นอยู่ที่ขั้นผู้ปกครองเท
วะเท่านั้น
นี่เป็นความขัดแย้งที่ยังไม่ถึงช่วงสิ้นสุดสงคราม เผ่าพันธุ์ภูติเทพเพียง
ยื่นมือออกมาตรวจสอบ และมนุษย์ดูเหมือนจะกลัวเกินไปจนไม่มีความ
กล้าที่จะเริ่มการโจมตีเต็มรูปแบบ พวกเขาตระหนักดีว่าเมื่อราชันสวรรค์
เข้าร่วมการต่อสู้ นั่นคือช่วงเวลาที่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายจะเริ่มขึ้น แต่
ตอนนี้ มนุษย์ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ทรงพลังเทพแท้จริงของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
นั้นมีอยู่จำนวนเท่าใด ดังนั้นพวกเขาจะต่อสู้กับพวกเขาได้อย่างไร?
ในการต่อสู้ครั้งนี้ ผู้ทรงพลังผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และผู้ปกครองเทวะ
จะประกอบขึ้นเป็นกำลังหลักในขณะที่ราชันพิภพและกึ่งราชันสวรรค์ก็จะ
เข้าร่วมด้วยเช่นกัน ในสมรภูมิ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้อัจฉริยะที่เติบโต
เช่นหลินหมิงไปต่อสู้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดอุบัติเหตุ มันจะเป็นความสูญเสีย
ต่อมวลมนุษย์จนไม่สามารถวัดได้
การต่อสู้ดำเนินต่อไปครึ่งเดือน ตอนนี้ ชื่อของผู้ทรงพลังเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพได้แพร่กระจายไปทั่วมวลมนุษย์; เขาเป็นบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาล!
บุคคลนี้มีการบ่มเพาะขั้นผู้ปกครองภูติเทพ ซึ่งเป็นขอบเขตที่เท่ากับ
ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ แต่ด้วยการบ่มเพาะนี้ เขากลับสามารถเอาชนะ
ราชันพิภพสามัญในการต่อสู้ได้ เขายังมีความสามารถในการเอาชีวิตรอด
จากการถูกโจมตีจากมหาราชันพิภพด้วย
เขาถือลูกแก้วปีศาจสีดำในมือและนักสู้ทุกคนที่อยู่ไม่เกินขั้น
ผู้ปกครองเทวะ ไม่ว่าจะมีกี่คน พวกเขาก็จะถูกบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดย
วัตถุนั้นทันที่ ร่างกายของพวกเขาจะกลายเป็นเนื้อหนังและโลหิตบริสุทธิ์
ที่ถูกดูดซับโดยลูกแก้วปีศาจสีดำ
ตัวตนที่น่ากลัวนี้ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกในความหวาดกลัว!
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถต่อสู้กับราชันพิภพ? นี่มันเป็นไปได้
อย่างไรกัน? ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และราชันพิภพถูกแยกจากกันโดยทั้งขั้น
ผู้ปกครองเทวะ นี่คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่มากกว่าขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
กับขั้นผู้ปกครองเทวะ!
ผู้อาวุโสสูงสุดของมนุษย์ต้องการประหารและสังหารบุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาลทันที่ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการต่อสู้ของพวกเขา
บนโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ พวกเขาพบว่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมีผู้
ทรงพลังปกป้องเขาจากด้านหลัง และผู้ทรงพลังเผ่าพันธุ์ภูติเทพลึกลับ
เหล่านี้ก็ไม่ได้ดำเนินการ พวกเขาเพียงดูการต่อสู้ของบุตรชายจักรพรรดิ
ฟ้าบันดาลเท่านั้น ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับว่าภูติเทพใช้สงครามนี้เพื่อลับ
คมบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
ตัวตนที่สนับสนุนเขานั้นแข็งแกร่งเกินไป ดังนั้นแม้แต่ราชันสวรรค์ที่
ต้องการฆ่าเขาก็หวาดกลัวและถอยร่น
ผลลัพธ์นี้ถูกรายงานทั้งหมดไปยังราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
“บัดซบ เผ่าพันธุ์ภูติเทพต้องการอะไรกันแน่?”
ราชันสวรรค์ของเผ่าพันธุ์ภูติเทพยังคงนิ่งเงียบและราชันสวรรค์
มนุษย์เองก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างบ้าบิ่น ท้ายที่สุด ผู้ที่กลัวสงครามครั้งนี้
คือมนุษย์ มนุษย์มีผู้ทรงพลังราชันสวรรค์น้อยกว่าที่เผ่าพันธุ์ภูติเทพมี
และไม่จำเป็นต้องพูดถึงผู้ทรงพลังเทพแท้จริง เผ่าพันธุ์ภูติเทพก็น่าจะมี
เทพแท้จริงมากกว่าหนึ่งคนในขณะที่มนุษย์มีเพียงศูนย์!
“พวกมันรอมา 3.6 พันล้านปี และตอนนี้ม่านพลังระหว่างจักรวาล
ของเราได้ถูกฉีกออกจากกัน พวกมันยังไม่ได้มาหาเราด้วยกองกำลัง
ทั้งหมด กลับกัน พวกมันส่งกึ่งราชันสวรรค์มาเท่านั้น พวกมันกำลัง
พยายามที่จะใช้ลูกเล่นอะไรหรือไม่?
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์เดินไปมา เมื่อเผชิญกับชีวิตของมวล
มนุษย์หรือวิกฤติความตาย แม้แต่เขาก็ยังสูญเสียความสงบเช่นในอดีตไป
“บางที… พวกมันยังไม่พร้อม หรืออาจเป็นไปได้ว่าจักรพรรดิภูติเทพ
ฟ้าบันดาลยังคงฟื้นฟูบาดแผลอยู่” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูดอย่าง
เงียบงันจากข้างราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
ความคิดของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์สะท้าน “อาจเป็นไปได้ว่าเขา
ยังไม่ฟื้นตัวจากเมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว เมื่อฝ่าฝืนกฎของ 33 สวรรค์และ
ฉีกกำแพงอาดูรแห่งเทพเพื่อส่งผู้ทรงพลังราชันสวรรค์มาฆ่าราชันบรรพ
กาล เนื่องจากการกระทำของเขา เขาจึงได้รับฟันเฟืองสะท้อนกลับของ
กฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่แห่ง 33 สวรรค์ สิ่งเหล่านี้เป็นบาดแผลที่เกิดจาก
เต๋าอันยิ่งใหญ่และควรใช้เวลาหลายหมื่นปีในการรักษา วิธีการใดๆในการ
ฟื้นฟูตัวเองก็ไม่ควรได้ผล รวมถึงการเข้าสู่ข่ายอาคมกระแสเวลาเพื่อเร่ง
การฟื้นฟูของบาดแผล ในปัจจุบัน จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลควรต้องใช้
อีกเวลาหลายหมื่นปีก่อนที่เขาจะลงมือทำอะไรได้ ก่อนหน้านั้น พลังของ
เขาควรจะเท่ากับราชันสวรรค์
“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะยังไม่หายดี แต่
ถ้าราชันสวรรค์จำนวนมากของเผ่าพันธุ์ภูติเทพโจมตีร่วมกัน มันก็คง
เป็นไปไม่ได้ที่เราจะต่อต้าน ยิ่งกว่านั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
มีเทพแท้จริงมากกว่าหนึ่ง ดังนั้นเหตุใดพวกเขาถึงไม่ทำอะไรเลย?
“อาจเป็นไปไม่ได้ แต่เผ่าพันธุ์ภูติเทพต้องการจะใช้สงครามนี้เพื่อ
หล่อหลอมบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลหรือไม่?”
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และ
แม้แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ก็ยังซ่อนลึกอยู่ในความคิด นี่คือสงคราม
ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ และหากเพียงส่งบุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาลมาเพื่อผจญภัย นั่นเป็นการกระทำของเด็กและไร้
สาระเกินไป เผ่าพันธุ์ภูติเทพจะไม่ทำอะไรโง่เขลาอย่างแน่นอน
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลคงจะใช้โอกาสที่จะฝึกฝนตนเอง; และ
ต้องมีเหตุผลอื่นที่เผ่าพันธุ์ภูติเทพยังไม่ได้ทำสงครามเต็มรูปแบบ
พวกเขาไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นคือสิ่งใด
สงครามเข้าสู่ทางตัน ในสถานการณ์ที่ราชันสวรรค์ทั้งสองฝ่ายไม่ได้
ลงมือ บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลจึงได้โอกาสอย่างมาก แรงผลักดัน
ของเขาเกือบจะมิอาจหยุดยั้ง และถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะด้อย
กว่ามหาราชันพิภพ แต่จำนวนของการตายและการทำลายล้างที่เกิดขึ้น
จริงทำให้เขายิ่งใหญ่กว่ามหาราชันพิภพ!
มันเป็นเพราะการปรากฎของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
ด้วยลูกแก้วนี้ ผู้ทรงพลังทั้งหมดในรัศมีอาจถูกสังหารได้ทันที่ นี่คือสิ่งที่ผู้
ทรงพลังมหาราชันพิภพไม่สามารถทำได้
ผู้ที่ถูกฆ่าโดยบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลอย่างน้อยก็ในขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในเหยื่อของเขา หากเปรัยบกับแดนศักดิ์สิทธิ์
อย่างน้อยก็เป็นผู้อาวุโสตำหนักหรือผู้อาวุโสสาขา
เผ่าพันธุ์ภูติเทพยังมีจุดประสงค์ในการช่วยให้บุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลรวบรวมแต้มเกียรติยศสงครามด้วย ในการกล่าวเกินจริงมากที่สุด
นั้น เขาได้นำกองทัพของผู้ปกครองเทวะสูงสุดหนึ่งพันคนมาโจมตีภูมิภาค
ตะวันออกของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ กวาดล้างไปกว่าล้านล้านไมล์
หากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ทรงพลังทั้งหมดในโลกจรัสแสงอัน
ยิ่งใหญ่จะต้องถูกกำจัด!
นักสู้มนุษย์หลายคนหวาดกลัวแทบตายแม้เพียงแค่เอ่ยถึงบุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาล; พวกเขาพบว่ามันยากที่จะกินและนอนหลับอย่าง
สงบสุข
และนอกเหนือจากโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่แล้ว มันยังมีนักสู้อื่นๆอีก
มากมายที่กลัวว่ามันคงจะเป็นคราวของพวกเขาหลังจากที่โลกจรัสแสงอัน
ยิ่งใหญ่ถูกทำลาย
“เหตุใดราชันสวรรค์ของเราถึงยังไม่ลงมือ? เหตุใดพวกเขาถึงยอมให้
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลอาละวาดเช่นนี้?” นักสู้บางคนถามด้วย
ความงุนงง
“อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ภูติเทพมีราชันสวรรค์มากกว่าเรา หาก
ราชันสวรรค์ที่แท้จริงเข้าร่วมการต่อสู้ กองกำลังของเราจะยังคงถูกยับยั้ง
ในที่สุดเราไม่สามารถต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ เราไม่มีราชันสวรรค์มาก
เท่าพวกมัน และอัจฉริยะของเราก็จะถูกบดขยี้ด้วยอัจฉริยะของพวกมัน
ด้วย”
จากอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของมนุษย์ มันมีเพียงหลินหมิง เสี่ยวหมัวเซียน
ปิงเมิ่งและอีกไม่กี่คนเท่านั้น ในสงครามนี้ เนื่องจากอัจฉริยะของมนุษย์มี
การบ่มเพาะที่ต่ำเกินไป พวกเขาจึงไม่ก้าวเข้าสู่สมรภูมิใหญ่ มิเช่นนั้น
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลจะลงเอยด้วยการต่อสู้กับพวกเขา
“เหตุใดเจ้าต้องช่วยยกย่องศัตรูของตนเองเพื่อทำลายแรงผลักดัน
และศักดิ์ศรีของตนเองด้วย? อัจฉริยะของเรายังไม่เติบโต หลินหมิง, ปิง
เมิ่งและเสี่ยวหมัวเซียนเป็นอัจฉริยะทั้งหมดที่มนุษย์แทบจะไม่เคยเห็น
แม้แต่ในร้อยล้านปี ข้าไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะด้อยกว่าบุตรชายจักรพรรดิ
ฟ้าบันดาลเมื่อเขาเติบโตขึ้น!”
มีนักสู้มากมายที่เป็นแฟนคลับของหลินหมิงและปิงเมิ่ง พวกเขาไม่
เต็มใจที่จะฟังคนอื่นๆพูดว่าอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นเหนือกว่า
พวกเขา
“ข้าหวังว่าสิ่งที่เจ้าพูดจะเป็นความจริง แต่ลองคิดดู บุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาลนั้นมีเพียงการบ่มเพาะขั้นผู้ปกครองภูติเทพ แต่เขา
สามารถเอาชนะ ราชันพิภพสามัญได้แล้ว แล้วปิงเมิ่งและหลินหมิงเล่า?
ในระหว่างงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ พวกเขาเป็น
เพียงนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงกลางและช่วงปลาย และเปรียบได้กับเพียง
เหล่าผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอ ตอนนี้ ก็ลองเปรียบเทียบความ
แตกต่างระหว่างขั้นเทพสมุทรกับขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ และความ
แตกต่างระหว่างขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และขั้นราชันพิภพ ลองคิดว่าอัน
ไหนที่ยิ่งใหญ่กว่า และมันก็จะไม่จำเป็นต้องให้ข้าพูดอะไรเพิ่มเติม ข้ายัง
ได้ยินมาด้วยว่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลครอบครองลูกแก้วจิต
วิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด นั่นคือสมบัติอันดับหนึ่งของ 33 สวรรค์ ส่วน
หลินหมิงและปิงเมิ่งเล่า? พวกเขามีสิ่งใดบ้าง? ข้าเคยได้ยินคนอื่นพูดว่า
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลผู้นี้จะกลายเป็นเทพแท้จริงในอนาคต!”
ชัยชนะอย่างต่อเนื่องของเผ่าพันธุ์ภูติเทพทำให้มวลมนุษย์รู้สึกกดดัน
อย่างไม่หยุดหย่อน และถ้าการปรากฎตัวของบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงอนาคตของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ นั่นก็หมายความว่าพวก
เขามีผู้ทรงพลังมากกว่าเมฆในท้องฟ้า!
อัจฉริยะสูงสุดรวมกับสมบัติอันดับหนึ่งของจักรวาล มันก็ยากที่จะ
จินตนาการว่าความสำเร็จใดที่เขาจะได้รับในอนาคต
แล้วมนุษย์จะต่อสู้กับเทพแท้จริงในอนาคตได้อย่างไร? โดยการอาศัย
หลินหมิง เสี่ยวหมัวเซียน ปิงเมิ่งและคนอื่นๆ?
แม้แต่แฟนคลับของพวกเขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวแทนพวกเขา
สงครามยังคงดำเนินต่อไป และนักสู้ของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ก็ตก
อยู่ในสภาวะที่เต็มไปด้วยอันตราย เมื่อโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ใกล้เข้าสู่
การทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ ราชันสวรรค์หลายคนก็พบว่ามันยากที่จะนิ่ง
เฉย การสูญเสียผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ไปหลายแสนให้เผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่ได้
เป็นจำนวนที่ร้ายแรงต่อแดนเทวะ แต่จำนวนน้อยก้อนสะสมมากขึ้น
เหมือนก้อนหิมะที่กำลังกลิ้งได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเผ่าพันธุ์ภูติเทพสังหารไป
พร้อมกับแรงผลักดันที่ไม่อาจหยุดยั้ง และเริ่มมุ่งเป้าที่นักสู้ระดับกลาง
ของมนุษย์ มนุษย์ก็จะสูญเสียรากฐาน เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น ตราบใดที่ราชัน
สวรรค์หลายคนเสียชีวิตในการต่อสู้ อนาคตของมวลมนุษย์ก็จะตกอยู่ใน
ขอบเหวของการพินาศ
“เราต้องต่อสู้! สงครามเต็มรูปแบบ! ข้าไม่รู้ว่าเกมอันใดที่เผ่าพันธุ์ภูติ
เทพกำลังเล่น แต่ข้ารู้ว่าหากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไปแล้ว มวลมนุษย์จะ
สูญเสียความมั่นใจทั้งหมดไป หากเราต้องทำสงครามช้า ในเวลานั้น มันก็
เป็นไปได้ที่เราจะพ่ายแพ้”
ราชันสวรรค์ผู้หนึ่งพูดอย่างจริงจังในที่ประชุมของราชันสวรรค์
ความพ่ายแพ้ในโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่นั้นส่งผลให้ไม่เพียงแต่การ
สูญเสียผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์และผู้ปกครองเทวะบางคน มีภูมิภาคดวงดาว
และทวีปจำนวนมาก และที่สำคัญที่สุด มันมีความเสียหายที่เกิดจาก
ความมั่นใจของมวลมนุษย์
เมื่อความเชื่อของการพ่ายแพ้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ถูกจารึกไว้ใน
กระดูกของพวกเขาแล้วนั้น มวลมนุษย์ก็จะตกอยู่ในหล่มแห่งความ
โกลาหล
ที่ขุนเขาผู่โถว ราชันสวรรค์มนุษย์มากกว่าหนึ่งร้อยคนได้รวมตัวกัน
พายุกำลังก่อตัว แม้ว่าเวลาจะยังไม่รุนแรง แต่ทุกคนรู้ว่าสงครามครั้ง
ยิ่งใหญ่นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ใช่แล้ว เราไม่สามารถนั่งเฉยและไม่ทำอะไรได้อีกแล้ว!”
“เจ้าและข้าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ให้ตายเถอะ เหตุใดเราถึงกลัว
สงคราม!?”
มวลมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เห็นแก่ตัวและโลภ นี่เป็นลักษณะของสิ่ง
ชีวิตที่ทรงปัญญาทั้งหมด ในสถานการณ์ที่ไม่มีภัยคุกคามภายนอก พวก
เขามักตกอยู่ในการต่อสู้กันเอง
แต่ถ้าต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งชีวิตและความตายอย่างแท้จริง
สถานการณ์นี้จะกระตุ้นความกล้าหาญและกลมเกลียวของมนุษย์
เมื่อเผ่าพันธุ์รวมเป็นหนึ่งเดียว นั่นจะเป็นพลังที่น่ากลัวอย่างแท้จริง
กว่า 100 ราชันสวรรค์รวมตัวกัน ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้แต่สัตว์
อสูรเทวะก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าเหนือขุนเขาผู่โถว
สัตว์อสูรเทวะที่น่าสะกลัวเหล่านี้คำรามดังไปไกลหลายล้านไมล์ ทำ
ให้จิตใจของผู้ที่ได้ยินสั่นไหว!
หลินหมิงได้ติดตามราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะไปที่ขุนเขาผู่โถว
ฉากของของราชันสวรรค์และสัตว์อสูรเทวะนี้คล้ายกับเมื่อ 3.6
พันล้านปีก่อน
หลินหมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ “การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ได้มาถึงเช่นนี้? เร็ว
เกินไป… มันเหมือนว่าข้าอยู่ในความฝัน”
เขาไม่เคยคิดเลยว่าแม้เขาจะได้รับการบ่มเพาะทั้งวันทั้งคืนเพื่อ
เตรียมรับมือมหาภัยพิบัติ แต่เมื่อมหาภัยพิบัติมาถึงจริงๆแล้ว มันกลับไม่
มีอะไรที่เขาจะทำได้!
หลินหมิงกำหมัดแน่น เขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับสิ่งนี้!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น –
ในท้องฟ้ามีแสงศักดิ์สิทธิ์ลอยขึ้นมา แท่นหินยักษ์ที่มีรูปร่างแปลกตา
มันฉีกผ่านมิติ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือขุนเขาผู่โถว นี่เป็นแท่น
แถลงการ ซึ่งจะมีการกำหนดบทบาทของราชันสวรรค์จำนวนมาก!
3.6 พันล้านปีก่อน ราชันสวรรค์ผนึกเทวะได้ยืนอยู่บนแท่นผนึกเทวะ
และกำหนดหน้าที่ของพวกเขาทุกคน ตอนนี้ ฉากนี้ก็เช่นกัน ความ
แตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ไม่มีใครสามารถเข้าถึงความสูงเท่าที่ราชัน
สวรรค์ผนึกเทวะได้บรรลุ
และแม้แต่ตัวตนสูงสุดอย่างราชันสวรรค์ผนึกเทวะก็ยังได้เสียชีวิตไป
ในมหาภัยพิบัติ ตอนนี้ มวลมนุษย์ไม่ได้มีใครเหมือนราชันสวรรค์ผนึกเท
วะอยู่ข้างพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะได้รับชัยชนะได้อย่างไร?
หลินหมิงรู้สึกว่าจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกไร้พลัง
ในความเป็นจริง ความไร้อำนาจเช่นนี้ก็ปรากฏอยู่ในหัวใจของมนุษย์
อีกหลายคน นี่คือสงครามที่มีโอกาสชนะน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ มันมีจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก
เผ่าพันธุ์ภูติเทพขอให้มีการเจรจา และสถานที่ซึ่งจะมีการเจรจาคือ
ขุนเขาผู่โถว ซึ่งมีราชันสวรรค์ร่วมร้อยคนมารวมตัวกัน!