Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,395 ความทรงจำที่ถูกปิดผนึก
“เหตุใดเผ่าพันธุ์ภูติเทพจึงต้องการเจรจากับเรา?”
เมื่อข่าวนี้แผ่ออกไป ราชันสวรรค์หลายคนก็ตกตะลึง
ราชันสวรรค์นับยืนอยู่บนแท่นแถลงการที่สูง 100,000 ฟุต แรง
กดดันอันน่าสะพรึงกลัวจากออร่าที่เกิดจากการรวมตัวกันของพวกเขาทำ
ให้แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังสั่นสะเทือน
เดิมที่ พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการทำสงครามโดยไม่
กลัวความตาย แต่เนื่องจากข้อเสนอการเจรจาอย่างกะทันหันจาก
เผ่าพันธุ์ภูติเทพ มันทำให้ความคิดที่ผิดหวัง
ถ้าเป็นไปได้ มวลมนุษย์ก็ไม่ต้องการเริ่มสงครามแห่งความตาย
อย่างไรก็ตาม… เหตุใดเผ่าพันธุ์ภูติเทพจึงต้องการเจรจา?
หากพวกเขาวางแผนในการต่อสู้จนกระทั่งการกำจัดมวลมนุษย์
ทั้งหมดนั้น มันก็ไม่จำเป็นต้องมีการเจรจา พวกเขาเพียงแค่ต้องเริ่ม
สังหารไปทั่ว หากมีการเจรจา เช่นนั้นมันก็จะมีการพูดถึงสันติภาพ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพหวาดกลัวสิ่งใด?
จากจุดเริ่มต้น เผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่ได้เริ่มต้นสงครามเต็มรูปแบบ
กลับกัน พวกเขาส่งเพียงผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปกครองเทวะและราชัน
พิภพออกมา ผู้นำสูงสุดของกองกำลังที่พวกเขาส่งมานั้นมีเพียงการบ่ม
เพาะกึ่งราชันสวรรค์
ราชันสวรรค์เพิ่งถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
และยังไม่ลงมืออันใด สำหรับเทพแท้จริง พวกเขายิ่งไม่ปรากฎตัวเลย เห็น
ได้ชัดจากสิ่งนี้ว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่ต้องการที่จะเริ่มต้นการต่อสู้กับมวล
มนุษย์ทันทีที่มาถึง
ดังนั้น เหล่าราชันสวรรค์จึงต้องการทราบว่าเหตุใดเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ไม่เต็มใจที่จะเริ่มต้นสงครามเต็มรูปแบบ หากพวกเขารู้ถึงจุดนี้และ
สามารถหาบรรทัดฐานของเผ่าพันธุ์ภูติเทพได้แล้ว พวกเขาจะสามารถ
ได้รับผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระหว่างการเจรจา
กำหนดเวลาสำหรับการเจรจาคือในอีกหนึ่งเดือน
ในช่วงระยะเวลานี้ ภูติเทพและมนุษย์จะอยู่ในช่วงเวลาสงบสุขอย่าง
สั้นๆ
ในโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ กองทัพของเผ่าพันธุ์ภูติเทพก็ไม่กระจาย
กำลังอีกต่อไป มนุษย์ก็ถอยกลับเข้าไปในดินแดนที่ปลอดภัย โดยไม่
ขัดแย้งกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ราชันสวรรค์นับร้อยคนยังคงรวมตัวกันที่ขุนเขาผู่โถว อยู่เพื่อพูดคุย
กัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้เลย
หากจะต้องมีเหตุผลสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ มันก็เป็นได้ว่ามวลมนุษย์
ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
“หึ! เผ่าพันธุ์ภูติเทพกำลังพยายามเล่นเล่ห์เหลี่ยม! ในความเป็นจริง
พวกมันมีแนวโน้มที่จะไม่แข็งแกร่งกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา และ
ถึงแม้ว่าพวกมันจะมีผู้ทรงพลังเทพแท้จริง แต่ผู้ทรงพลังเทพแท้จริงนั้นก็
ได้ใช้พลังงานไปในสงครามเมื่อ 100,000 ปีก่อนแล้ว ตอนนี้ พวกมันอาจ
อยู่ในระดับราชันสวรรค์สามัญเท่านั้น สำหรับคนอื่นๆในเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ถ้าพวกมันถูกเปรียบเทียบกับเราแล้ว ถ้าเราต่อสู้เป็นตาย มันก็ไม่อาจ
ทราบได้ว่าฝ่ายใดจะพินาศหรือฝ่ายใดจะได้รับผลประโยชน์ในที่สุด! การ
ขโมยทรัพยากรของเรามีความสำคัญ แต่ถ้าพวกมันต้องการขโมย
ทรัพยากรของเราด้วยค่าใช้จ่ายเป็นชีวิต เช่นนั้นแม้แต่ราชันสวรรค์ของ
พวกมันก็จะต้องคิดให้ดี!”
คนที่พูดหัวล้านและสวมชุดคลุมสีแดงประกาย สมญานามของเขา
คือเทพอัคคี และเป็นผู้ทรงพลังราชันสวรรค์
หากมีผู้กล้าตั้งสมญานามตนเองว่าเทพอัคคีแล้วนั้น นั่นหมายถึงว่า
ความสำเร็จของบุคคลนี้ในกฏแห่งเพลิงนั้นยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของแดนเท
วะ!
อารมณ์ของบุคคลนี้เหมือนกับกฎที่เขาฝึกฝน มันรุนแรงและดุร้าย
เหมือนเพลิง เขายืนอยู่ในฝ่ายรุกของราชันสวรรค์ และไม่เห็นด้วยกับ
ราชันสวรรค์คนอื่นที่ตัดสินใจจะยังไม่ทำอะไรเลย เขาสนับสนุนมีการ
สังหารหมู่เผ่าพันธุ์ภูติเทพโดยตรง
การคาดเดาของเทพอัคคีเป็นอะไรที่ราชันสวรรค์คนอื่นๆของแดนเท
วะกำลังคิด มันก็ดูเหมือนจะเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลจนถึงที่สุด
บางที… เผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
หากเผ่าพันธุ์ภูติเทพและมนุษย์ต้องเข้าร่วมสงคราม พวกเขาก็อาจไม่
พ่ายแพ้!
อย่างไรก็ตาม ในสามวัน ความสงสัยเหล่านี้ล้วนถูกลบล้าง
หลังจากผ่านไปสามวัน โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฎแสง
ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับพลังงานที่พุ่งกวาดออกมาอย่างรุนแรง!
รอยฉีกของกำแพงอาดูรแห่งเทพเริ่มถูกขยายออก ตอนแรก รอยฉีก
ขาดนี้เกิดขึ้นเฉพาะในแดนเร้นลับจรัสแสงเท่านั้น แต่ในไม่ช้า มันก็ขยาย
ครอบคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า!
เมื่อมองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่
จากระยะไกลแล้ว ผู้หนึ่งก็จะสามารถเห็นกระแสพลังที่รุนแรงและ
โกลาหล ท้องฟ้าทั้งหมดถูกกลืนหายไปโดยหลุมดำขนาดใหญ่ หลุมดำนี้
หมุนตัวอย่างช้าๆ ดูเหมือนจะนำไปสู่อีกโลกหนึ่ง
ที่ปลายอีกด้านของรูหนอนนี้ มันคือโลกแห่งเผ่าพันธุ์ภูติเทพ!
จากภายในหลุมดำที่หมุนวนนี้ สิ่งชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวแผดเสียง
คำรามออกมา เสียงคำรามเหล่านี้ไม่ต้องการสิ่งใดช่วยขยายเสียงไปทั่ว
สวรรค์ที่เต็มไปด้วยดวงดาวเลย! ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าจะอยู่ไกลมาก แต่เสียง
เหล่านี้ยังทำให้ใจสั่น!
หลังจากหนึ่งวัน กรงเล็บขนาดใหญ่ก็ยื่นออกมาจากหลุมดำ ฉีก
ท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุดเหมือนผ้าขาด! จากความมืด ร่างจำนวนมากหลั่งไหล
ออกมา หลายคนถือดาบหรือไม่ก็ถือหอก แต่ละคนปล่อยแรงกดดันที่น่า
กลัว ทำให้ยากที่จะหายใจ!
ในวันที่ห้า เสียงคำรามดังออกมาถึงสุด ราวกับว่ามีสัตว์อสูรเทวะนับ
พันตัวกำลังคำรามพร้อมกัน เสียงคำรามของพวกมันปะปนไปกับเสียง
กระแทกของโซ่โลหะขนาดใหญ่และน่ากลัว เสียงแพร่กระจายไปทั่ว
แผ่นดินของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ ทำให้มิติส่วนหนึ่งถึงกลับพังทลาย
แม้แต่นักสู้มนุษย์ที่อยู่ใกล้กับโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ก็รู้สึกว่าร่างกาย
ของพวกเขาสั่นไหว พลังงานในโลหิตของพวกเขาก็ปั่นป่วน ผู้ที่มีระดับ
การบ่มเพาะอ่อนแอกว่านั้นก็กระอักโลหิต ได้รับบาดเจ็บอย่างมาก!
เมื่อราชันสวรรค์มนุษย์ได้ยินเสียงนี้ พวกเขาทั้งหมดก็เงียบกริบ
กระทั่งเทพอัคคีก็ยังไม่เปล่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว
การประชุมราชันสวรรค์อีกครั้งได้จัดขึ้นอย่างเร่งด่วน บรรยากาศ
ของการประชุมครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ออร่าที่น่ากลัวนั่น เสียงที่น่ากลัวนั่น มันมิใช่สิ่งที่จะถูกส่งออกมา
แบบสุ่มๆ ในวันเหล่านั้น มีสิ่งมีชีวิตระดับราชันสวรรค์อย่างน้อยหนึ่งร้อย
ที่เข้ามาสู่โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ สำหรับเสียงสุดท้ายนั้น มันเป็นไปได้ว่า
มันถูกส่งออกมาจากรูปแบบชีวิตเทพแท้จริง!
ไม่จำเป็นว่าสิ่งนั้นจะต้องเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ มี
โอกาสที่มันจะเป็นสัตว์อสูรเทวะระดับเทพแท้จริง
เทพแท้จริง…
ก่อนที่มหาภัยพิบัติจะมาถึง เมื่อมีการพูดถึงเผ่าพันธุ์ภูติเทพ ถึงแม้ว่า
มันจะได้รับการยอมรับแล้วว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพมีผู้ทรงพลังเทพแท้จริง แต่
นี่ก็ยังเป็นเรื่องห่างไกลมากแม้แต่กับราชันสวรรค์
แต่ตอนนี้ เมื่อพวกเขารู้สึกถึงความเป็นจริงของแรงกดดันจากเทพ
แท้จริง พวกเขาทุกคนก็รู้สึกกลัวอย่างสิ้นหวัง
เทพอัคคีและราชันสวรรค์คนอื่นๆมีสีหน้าแปลกประหลาด พวกเขา
พูดไม่ออก
ราชันนิมิตฝันเทวะถอนหายใจ “ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ไม่สามารถสงสัยได้อีกต่อไป พวกมันมีตัวตนที่อยู่เหนือมนุษย์อย่าง
แน่นอน พวกมันมีจักรวาลจำนวนมากภายใต้การควบคุม และในแง่ของ
ทรัพยากรหรือจำนวน มนุษย์ไม่สามารถเปรียบเทียบกับพวกมันได้ ก่อน
หน้านี้ ข้าก็อยากจะหาเหตุผลว่าเหตุใดเผ่าพันธุ์ภูติเทพจึงกลัวที่จะมีส่วน
ร่วมในการทำสงครามเต็มรูปแบบกับมนุษย์ เจ็ดวันที่ผ่านมา ข้ามีศพของ
ราชันพิภพภูติเทพที่ส่งกลับมาจากแนวหน้า ข้าค้นหาผ่านวิญญาณของ
มันโดยใช้กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์ด้วยความหวังว่าข้าจะค้นพบจาก
ความทรงจำของศพว่าสิ่งใดที่เผ่าพันธุ์ภูติเทพหวาดกลัว แต่ในท้ายที่สุดข้า
ก็ไม่อาจพบอะไรได้เลย ตอนนี้ พวกเจ้าทุกคนสามารถลองใช้วิธีการของ
เจ้าเองได้!”
ในการทำสงครามในสมรภูมิของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ แม้แต่
เผ่าพันธุ์ภูติเทพก็ยังมีผู้ทรงพลังราชันพิภพที่ตกตาย
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะใช้ทักษะค้นดวงจิต
เพื่อสำรวจทะเลแห่งจิตวิญญาณของราชันพิภพ นางจึงค้นพบว่าความ
ทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแผนการภายในของเผ่าพันธุ์ภูติเทพถูกปิด
กั้น
คนที่ผนึกความทรงจำเหล่านี้แข็งแกร่งมาก และเมื่อเทียบกับราชัน
นิมิตฝันเทวะ พวกเขามีความเข้าใจที่คุ้นเคยมากกว่าเกี่ยวกับลักษณะทาง
วิญญาณและทะเลแห่งจิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ สำหรับราชันนิมิต
ฝันเทวะ นางคุ้นเคยกับวิญญาณมนุษย์
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะโบกมือของนาง แล้วศพก็ลอยออกมาจาก
แหวนมิติของนาง นี่คือราชันพิภพของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
นับตั้งแต่สงครามระหว่างมวลมนุษย์และเผ่าพันธุ์ภูติเทพได้ปะทุขึ้น
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ไม่ได้พักแม้แต่ครู่เดียว สำหรับราชันสวรรค์
การใช้เวลาหลายปีโดยไม่มีเวลาพักจะมิได้มีผลต่อร่างกาย แต่มันจะยังคง
กดดันจิตใจพวกเขาอยู่ แม้แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ยังจะรู้สึก
เหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งหมดนี้
“ราชันนิมิตฝันเทวะ หากเจ้าไม่สามารถค้นหาความทรงจำได้ บางที
พวกเราก็อาจจะทำได้ไม่ดีไปกว่ากัน… ” ใกล้ๆกับราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะ ชายชราที่สวมชุดสีเทาพูดขึ้น ในแง่ของวิญญาณ ชายชราคนนี้ก็มี
ความชำนาญอย่างมากเช่นกัน
แม้ว่าเขาจะกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่เขายังคงเดินไปยังศพของราชัน
พิภพเพื่อที่จะลองดูบ้าง
แม้ว่าจะไม่พบอะไร แต่เขาก็ยังต้องลองดู บางทีเขาอาจจะสามารถ
คลี่คลายผนึกบนความทรงจำได้
เมื่อเผชิญหน้ากับศพราชันพิภพ ชายชราชุดสีเทาก็ยกมือขึ้นและ
สร้างผนึกหลายร้อยทันที่ 7 กะโหลกสีดำบินเข้าไปในซากศพของราชัน
พิภพ
หลังจากนั้นไม่นาน ชายชราชุดคลุมสีเทาก็ส่ายหัวไปมา และเขาก็
ก้าวถอยหลังจากศพของราชันพิภพ เขาส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพูดว่า
“ไม่… เป็นไปไม่ได้เลย แม้แต่ข้าก็ยังจะไม่สามารถค้นพบอะไรได้ ทั้งหมด
ที่ข้าสามารถยืนยันได้ก็คือ มันมีความทรงจำที่ปิดผนึกอยู่ภายในร่างนี้และ
ไม่อาจถูกลบทิ้ง”
หากความทรงจำถูกลบไปแล้ว พวกมันจะสร้างความเสียหายให้กับ
ดวงวิญญาณแน่นอน สำหรับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ แม้แต่ผู้ทรงพลังราชันพิภพ
ก็ยังถือว่าเป็นตัวตนที่โดดเด่นเช่นกัน ดังนั้นความทรงจำของพวกเขาจะ
ไม่ถูกลบอย่างง่ายดาย
เมื่อชายชราสวมชุดสีเทาล้มเหลว คนอื่นๆก็ลองใช้ทักษะค้นดวงจิตที่
เป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยใช้ความเข้าใจที่สมบูรณ์เกี่ยวกับวิญญาณ
และความพยายามของพวกเขา ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังด้อยกว่าราชัน
นิมิตฝันเทวะและชายชราชุดคลุมสีเทา
บางคนหวังว่าจะมีโอกาสเล็กน้อยที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จ
แต่ไม่ต้องสงสัย พวกเขาทุกคนล้ใเหลวอย่างสมบูรณ์ในความพยายาม
ในที่สุด การประชุมครั้งนี้ก็สิ้นสุดลงโดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ
กำหนดการเจรจาใกล้เข้ามามากขึ้น มีบางคนที่สงสัยว่าการเจรจา
เหล่านี้เป็นกลลวงหรือไม่?อาจมีกับดักที่วางโดยเผ่าพันธุ์ภูติเทพเพื่อจุบ
กุมราชันสวรรค์มนุษย์ทั้งหมดในความพยายามเดียว
นอกจากนี้ ยังมีบางคนที่เชื่อว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพกำลังใช้เส้นตายการ
เจรจาเป็นข้ออ้างเพื่อชะลอเวลาในการรวบรวมกำลังของพวกเขาอย่าง
ช้าๆ เมื่อผ่านไปครบเดือน พวกเขาจะไม่เจรจาและเริ่มก่อสงครามเต็ม
รูปแบบ
ทุกคนมีความคิดเห็นต่างกัน
หลินหมิงเองก็มาพักที่ขุนเขาผู่โถวเช่นกัน เขานิ่งเงียบขณะฟังการ
สนทนาทั้งหมด
เขาเคยได้ยินว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะนำศพของราชันพิภพ
กลับมาจากแนวหน้า และต้องการใช้ทักษะค้นดวงจิต แต่ในที่สุดนางก็
ล้มเหลว
“แม้แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ยังพ่ายแพ้ ท่านคิดว่าเรามีโอกาส
ประสบความสำเร็จหรือไม่?”
หลินหมิงถามมู่เชียนเสวีย
“เราสามารถลองได้… ไม่ว่าจะเป็นทะเลแห่งจิตวิญญาณของภูติเทพ
หรือมนุษย์ เมื่อมันต่อหน้ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ทั้งหมดก็จะ
เหมือนกัน นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจรจาหากเราค้นพบว่าเหตุใด
เผ่าพันธุ์ภูติเทพจึงกลัวเกินกว่าที่จะทำสงครามเต็มรูปแบบทันที”