Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,397 การมาถึงของกองทัพเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,397 การมาถึงของกองทัพเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
“สถานะของเผ่าพันธุ์ภูติเทพในปัจจุบันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้
เช่นนั้นหรือ?” มู่เชียนเสวียมองไปยังหลินหมิง “สถานการณ์ของพวกเขา
เป็นอย่างไร?”
หลินหมิงกล่าว “เผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่ได้มีเพียงเสาหลักเดียว ในขณะที่
พวกเขามีเทพแท้จริงมากกว่าหนึ่ง แต่เทพแท้จริงเหล่านั้นไม่ได้รวมกัน
เป็นหนึ่งอย่างที่เราคาดไว้ มวลมนุษย์มีเพียงจักรวาลแดนเทวะเดียว
เท่านั้น แต่เผ่าพันธุ์ภูติเทพมีจักรวาลมากมายภายใต้การควบคุมของพวก
เขา และเทพแท้จริงของพวกเขาจะแพร่กระจายกันอยู่ และระหว่าง
จักรวาลเหล่านี้ มันก็มีกำแพงอาดูรแห่งเทพที่แบ่งแยกพวกเขา ยิ่งกว่านั้น
ดูเหมือนว่าเนื่องจากสถานการณ์ของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด เหล่าเทพแท้จริงจึงไม่สามารถตกลงกันได้ ตอนนี้ พวกเขาแทบจะ
ไม่สามารถเป็นพันธมิตรด้วยกันได้เนื่องจากการคุกคามภายนอกของ
เผ่าพันธุ์วิญญาณด้วย ก่อนหน้านี้ มันเป็นจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
ต้องการรุกรานแดนเทวะและครอบครองไว้เพียงผู้เดียว เพื่อขโมย
ทรัพยากรมากที่สุดและกลายเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ!
“จักรพรรดิภูติเทพคนอื่นๆจึงไม่เต็มใจที่จะเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง และ
ตอนนี้เผ่าพันธุ์วิญญาณก็ยังได้เบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขา เมื่อสิ่งนั้น
เกิดขึ้นพร้อมกับข้อพิพาททั้งหมดที่มีอยู่ แผนการที่วางมายาวนานของ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจึงถูกหยุดลงอย่างสมบูรณ์”
หลินหมิงตรวจสอบความทรงจำส้วนหนึ่งของราชันพิภพเท่านั้น
แม้ว่าจะมีความลับมากมายที่เขาไม่รู้ แต่หลินหมิงก็สามารถประมาณ
สถานการณ์ของเผ่าพันธุ์ภูติเทพได้
“ดังนั้นนั่นก็คือเหตุผล ไม่น่าแปลกใจที่เผ่าพันธุ์ภูติเทพได้ส่งเพียงกึ่ง
ราชันสวรรค์เข้าสู่สงครามเท่านั้น นั่นเป็นเพราะเมื่อพวกเขาส่งราชัน
สวรรค์ เหล่าราชันสวรรค์ของเราก็จะต่อสู้เช่นกัน ในเวลานั้น มันจะเป็น
การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของราชันสวรรค์ ถ้าราชันสวรรค์ตาย นั่นจะเป็นการ
สูญเสียอย่างมากต่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล ไม่เพียงแค่นั้น แต่
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลยังไม่สามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเขาได้
อย่างสมบูรณ์จากสงครามเมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว ดังนั้นสถานการณ์ใน
ปัจจุบันจึงซับซ้อนมาก” มู่เชียนเสวียได้มองสถานการณ์ของเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพออกอย่างสมบูรณ์
เผ่าพันธุ์ภูติเทพที่บุกเข้ามาในแดนเทวะนั้นไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นเพียง
คนของจักรวาลที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลครอบครองและอยู่ใกล้เคียง
เท่านั้น
ถึงแม้จะไม่มีภัยคุกคามจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ แต่ถ้าเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
อีกจักรวาลหนึ่งต้องการที่จะเข้าสู่แดนเทวะ กองทัพของพวกเขาจะต้อง
ผ่านจักรวาลของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก่อน จักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลคงไม่มีความสุขที่จะให้สิ่งนี้เกิดขึ้น สำหรับเขา แดนเทวะเป็นชิ้น
ของเนื้อแสนอร่อยที่อยู่ใกล้ปากของเขาแล้ว แต่ตอนนี้เขายังไม่มีโอกาสได้
กินมัน
หลินหมิงพยักหน้า “ศิษย์พี่หญิงควรจะถูกต้อง อย่างน้อยเราก็มีอีก
หลายหมื่นปีก่อนที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะฟื้นฟูตนเองได้อย่าง
เต็มที่ ในความจริง จนกว่าจะถึงตอนนั้น เราก็ควรจะปลอดภัย สำหรับ
สงครามครั้งนี้ มันควรจะจำกัดอยู่เพียงผู้ปกครองเทวะและราชันพิภพ
มันจะไม่ขยายไปกว่านั้น เผ่าพันธุ์ภูติเทพหวาดกลัวต่อสถานการณ์นี้
มากกว่าที่เราเป็น ดังนั้นอะไรคือสิ่งที่เราจะกลัวพวกเขา!”
“ใช่แล้ว! เราไม่จำเป็นต้องกลัวพวกเขาเลย!”
มู่เชียนเสวียถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย นี่เป็นข่าวที่ดีที่สุด
ที่นางเคยได้ยินมา ไม่กี่หมื่นปีก็มีเวลามากพอที่หลินหมิงจะเติบโต!
ในเวลานั้น ในสงครามจริง หลินหมิงจะมีความสามารถในการเป็นตัว
หมากสำคัญ!
หลังจากทำความเข้าใจทั้งหมดนี้ หลินหมิงและมู่เชียนเสวียก็มี
อารมณ์ที่ดีขึ้นมาก แต่ด้วยความคิดที่ฉับพลัน หลินหมิงขมวดคิ้ว “ตอนนี้
เรื่องชัดเจนแล้ว แต่เราจะทำสิ่งนี้ต่อไปอย่างไร? สิ่งที่เรารู้นั้นละเอียด
เกินไป มันจะไม่ดีที่จะเปิดเผยทั้งหมด”
“มันเป็นเช่นนั้นจริง” มู่เชียนเสวียพยักหน้า “แต่ไม่จำเป็นต้องมี
รายละเอียดมากเกินไป ข้ารู้ว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจะสามารถ
มองเห็นสถานการณ์ส่วนใหญ่ด้วยตนเอง และนางก็จะเชื่อคำพูดของเจ้า
ด้วย”
“นั่นเป็นวิธีเดียวที่เราสามารถทำได้” ในขณะที่หลินหมิงกำลังพูด
ทั้งขุนเขาผู่โถวก็เริ่มสั่นไหว ราวกับแผ่นดินไหวได้ผ่านมา
หลินหมิงตกตะลึง แผ่นดินไหวเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ขุนเขาผู่โถว
เป็นสถานเช่นใดน่ะหรือ? นี่เป็นนิกายที่มีสองราชันสวรรค์ในยุคเดียวกัน
มีอายุยาวนานถึง 3.6 พันล้านปี ดังนั้นมันจะเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างไร มิ
ต้องกล่าวถึงแผ่นดินไหว แม้ว่าราชันสวรรค์ผู้หนึ่งจะเข้าโจมตีดินแดนนี้
เต็มกำลัง แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเขย่าขุนเขาผู่โถว เพราะ
รูปแบบค่ายกลป้องกันของขุนเขาผู่โถวนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดานิกาย
ทั้งหมดในแดนเทวะ แม้แต่ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็อาจจะไม่
สามารถเปรียบเทียบกับสิ่งเหล่านั้นได้ นี่คือความแตกต่างในมรดกทาง
ประวัติศาสตร์ซึ่งย้อนกลับไปหลายพันล้านปี รูปแบบค่ายกลที่นี่ได้รับการ
ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ ระดับของความเหนียวแน่น
ของรูนที่ยึดพวกมันเข้าด้วยกันก็มิอาจจินตนาการ!
เป็นไปได้หรือไม่ว่า… เผ่าพันธุ์ภูติเทพมาถึงแล้ว
เมื่อความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง ในเวลานี้ ศิษย์ของเขา
ขุนเขาผู่โถวจำนวนมากก็รู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น มีราชันสวรรค์
หลายคนที่รู้สึกกังวล
เผ่าพันธุ์ภูติเทพมาถึงแล้ว เมื่อหลินหมิงแยกตัวออกไปเพื่ออ่านความ
ทรงจำราชันพิภพภูติเทพ นั่นก็เหมือนกับการได้สัมผัสกับชีวิตทั้งหมดของ
ราชันพิภพผู้นี้ มันเป็นอะไรบางอย่างที่ต้องใช้เวลามากกว่าสองสามวัน
และตอนนี้เส้นตายสำหรับการเจรจาระหว่างมวลมนุษย์และเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพก็มาถึงในที่สุด ผู้ทรงพลังเผ่าพันธุ์ภูติเทพได้รวมตัวกันที่นี่แล้ว!
บนขอบฟ้าที่ห่างไกล มีร่างที่ปกคลุมด้วยชุดคลุมดำ 160-170 คน
จากตัวตนเหล่านี้ มันมีทั้งชาย หญิงบาง คนชรา ซึ่งแต่ละคนที่ลักษณะที่
แตกต่างกันไป
ร้อยกว่าคนร้อยคนนี้ไม่ดูเหมือนจะมากเกินไป แต่จริงๆแล้วพวก
เขกลับาปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ หลงเหลือไว้เพียงความมืดที่ปก
คลุมโลกเบื้องล่าง ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวอย่างไร้เปรียบแทบจะทำให้มิติ
ต้องพังทลายลง!
“ช่างน่าหวาดกลัวยิ่ง!”
“มันต้องมีกึ่งเทพแท้จริงอยู่ในหมู่พวกเขาด้วย!”
“เผ่าพันธุ์ภูติเทพน่ากลัวเกินไปแล้ว นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในกองกำลัง
ของพวกเขา ผู้ทรงพลังเทพแท้จริงยังไม่ได้มาด้วยซ้ำ!”
ไม่มีใครสงสัยว่าจำนวนราชันสวรรค์ของเผ่าพันธุ์ภูติเทพมีมากกว่า
แม้แต่หลินหมิงเองก็ไม่สงสัยเลยว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นแข็งแกร่งกว่า
มนุษย์มาก!
3.6 พันล้านปีที่แล้ว ในยุคของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ มนุษย์
แข็งแกร่งมากกว่าตอนนี้หลายขุม แต่การต่อสู้นั้นทำให้มวลมนุษย์
หลงเหลือไม่มาก และเพื่อที่จะปกป้องจักรวาลสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ราชันสวรรค์ผนึกเทวะก็ได้ตายไป!
“นั่นคือพวกเผ่าพันธุ์ภูติเทพ!”
ขุนเขาปฐมกาล ภายในตำหนักสวรรค์อันยิ่งใหญ่ทั้งสี่แห่งนั้น เทพ
อัคคียืนอยู่สูง สวมชุดคลุมยาวสีแดงขณะที่มองดูท้องฟ้า ขนคิ้วของเขาย่น
เข้าหากันอย่างมาก เขารู้ว่าเหตุผลที่ขุนเขาผู่โถวสั่นไหวไม่ใช่เพราะ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพได้โจมตีโดยตรง แต่เพราะกว่า 160-170 ราชันสวรรค์
รวมทั้งเทพแท้จริง ออร่าของพวกเขาเพื่อก่อให้เกิดผลกระทบต่อขุนเขาผู่
โถว
ออร่าที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ทำให้ความกล้าหาญของผู้หนึ่งต้องเกิด
ความลังเล เทพอัคคีช่วยไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่าถ้าเขาจะต่อสู้กับราชัน
สวรรค์เหล่านี้ เขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะคนมากกว่า 40% ในของ
พวกเขาได้!
ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าเทพอัคคีจะเป็นตัวตนที่ก้าวร้าวและ
มุ่งเน้นสงคราม ซึ่งมีบุคลิกที่แข็งแกร่งและหนักแน่น แต่ตอนนี้เขายังคง
ยากจะหายใจ
บนโต๊ะเจรจา สิ่งที่จะนำมาเปรียบเทียบไม่ใช่คำสวยหรูหรือคำศัพท์
ที่ซับซ้อน มีเพียง… ความแข็งแกร่ง!
หากปราศจากความแข็งแกร่ง ไม่ว่าคำพูดดีเลิศเพียงใด แต่สิ่ง
เหล่านั้นจะไร้ประโยชน์!
“เทพแท้จริงยังไม่ปรากฏให้เห็น แต่เพียงราชันสวรรค์ของพวกเขา
แข็งแกร่งมากแล้ว!”
“นั่นเป็นการสำแดงพลังของพวกเขาอย่างชัดเจน แต่การสำแดงนี้ก็
ได้ประสิทธิภาพอย่างมาก มิต้องกล่าวถึงศิษย์สามัญที่ไม่ได้อยู่ในขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ราชันสวรรค์บางคนก็รู้สึกใจอ่อนแรง”
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ส่ายหัวของเขา แม้แต่เขาจะขาดความ
มั่นใจในการเผชิญหน้ากับภูติเทพ เช่นนั้นผู้อื่นก็ย่อมสามารถจินตนาการ
ได้
“เป็นเพราะพวกเขาไม่มีศิลธรรมใดๆเลยที่พวกเขามายังขุนเขาผู่โถว
โดยตรงเพื่อเริ่มการเจรจา นี่คือฐานที่มั่นสูงสุดของมวลมนุษย์ ซึ่งตั้งอยู่ใน
ใจกลางของมวลมนุษย์ และถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่กลัวที่ว่าเราจะซุ่ม
โจมตีและจัดการพวกเขาลงที่นี่ นี่เป็นเพราะพวกเขามีความมั่นใจในความ
แข็งแกร่งอันท่วมท้นของตน!”
“ถูกต้อง พวกเขาไม่กลัวที่จะต่อสู้กับเราที่นี่เลย แม้ว่าจะมีข้อเสียใน
การต่อสู้กับเราที่นี่ แต่พวกเขายังสามารถชดเชยได้ด้วยตัวเลขที่มากกว่า
ยิ่งกว่านั้น ถ้าเราต้องต่อสู้อย่างแท้จริง ผู้ทรงพลังเทพแท้จริงของพวกเขา
จะตามมาในที่สุด เมื่อพวกเขามา เราจะพ่ายแพ้อย่างมิต้องสงสัย…”
แม้ว่ามวลมนุษย์จะไม่ยอมละทิ้งความหวังทั้งหมดสำหรับการเจรจา
ครั้งนี้ แต่ก็ยังมีหินก้อนใหญ่อยู่บนหัวใจที่กดทับลงบน ทำให้พวกเขา
พบว่ามันยากที่จะยืนหยัด
ในเวลานี้ จากบรรดาราชันสวรรค์ภูติเทพหลายคน ชายหนุ่มร่างสูง
ในชุดขาวก้าวเดินมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้ม เขาถือลูกแก้วสีดำสนิทที่หมุน
อย่างช้าๆบนมือของเขา ชายหนุ่มผู้นี้คือบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
แม้แต่ต่อหน้าราชันสวรรค์มากมาย เขาก็ยังมิอาจรัศมีขาดเลย ทำให้
คนอื่นรู้สึกเหมือนเขาเป็นนักยุทธศาสตร์ที่มีแผนการแห่งชัยชนะอย่าง
แท้จริงในมือ นี่หมายความว่าสถานะของเขาไม่ต่ำกว่าราชันสวรรค์
เหล่านี้!
“บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลของเผ่าพันธุ์ภูติเทพสามารถยืนอย่าง
เท่าเทียมกันกับราชันสวรรค์ได้?”
“มันไม่แปลกเลย บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมีความสามารถใน
การปกป้องตัวเองต่อหน้ามหาราชันพิภพ และเหนือกว่ามหาราชันพิภพก็
คือราชันสวรรค์ ไม่เพียงแค่นั้น แต่เมื่อรวมเข้ากับความสามารถของ
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล เขาก็ควรได้รับการปฏิบัติที่ใกล้เคียงกับ
ราชันสวรรค์
“มันเป็นการพูดเกินจริง! อัจฉริยะของเรายังคงอยู่ที่ขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น และความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นเทียบเท่ากับเพียงขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ มันห่างไกลเกินไปที่จะเทียบกับราชันสวรรค์…”
“บุคคลระดับสูงของเราเองก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับพวกเขา
ได้ และแม้แต่อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของเราก็เช่นกัน มันยังจะมีสิ่งใดที่จะพูดคุย
กันอีก?”
ศิษย์หลายคนรวมตัวกันที่ขุนเขาผู่โถว และทุกคนเริ่มพูดคุยกัน แม้
พวกเขาหวังว่ามวลมนุษย์จะสามารถแสดงความแข็งแกร่งและเผย
แรงผลักดันที่เหนือกว่า แต่ความจริงได้ถูกวางไว้ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลถือลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิดในมือ ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหมือนเทพเจ้า ขณะที่เขามองที่ใบหน้า
ของผู้คนที่อยู่เบื้องล่างและเห็นความตื่นตระหนก ความวิตกกังวล ความ
กังวลใจและอารมณ์อื่นๆ เขาก็ยิ้มอย่างเย่อหยิ่ง
“เหล่ามนุษย์ผู้ขลาดเขลา พวกเจ้ามีค่าเพียงอย่างเดียว นั่นคือทาส
ของข้า จงจำนนต่อข้า!”
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเยาะเย้ยและมองไปทาง 4 ตำหนักอัน
ที่งดงามของขุนเขาผู่โถว; นั่นคือพื้นที่ที่อยู่อาศัยของราชันนิมิตฝันเทวะ
ราชันนิมิตฝันเทวะยังไม่ปรากฏตัวขึ้น แต่บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลก็
ยังสามารถรู้สึกถึงออร่าของนาง ลึกดั่งทะเลและมั่นคงเช่นเดียวกับโลก
“ช่างเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและสง่ายิ่ง!” ตามสิทธิทั้งหมดมวล เมื่อ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพมาถึง ผู้ทรงพลังของมนุษย์ก็ควรออกมาดูและในความ
เป็นจริง ราชันสวรรค์ก็หลายคนได้ทำเช่นนั้น
แต่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะกลับไม่ได้ปรากฏขึ้น นางยังคงนั่งอย่าง
เงียบงันในตำหนักของนาง นี่คือศักดิ์ศรีและความมั่นใจของผู้นำ!
ความแน่วแน่นี้สมควรที่จะได้รับคำชม
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลยิ้ม “จนถึงตอนนี้ ออร่าของนางก็ยังคง
เสถียร นี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถแสร้งทำได้ ท่านจักรพรรดินั้นคาดการณ์ไว้ถูก
ราชันนิมิตฝันเทวะนี้เป็นตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ผู้หญิงประเภทนี้
เท่านั้นที่ควรค่าจะลิ้มรสชาติที่สุด”
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลลูบคางของเขา มีรอยยิ้มที่มืดมนและ
ชั่วร้ายข้ามผ่านใบหน้า หากคำพูดเหล่านี้ตกอยู่ในหูของมนุษย์แล้ว นั่นจะ
เป็นการดูหมิ่นสูงสุด ที่จริงแล้ว เขามีความคิดที่จะใช้ประโยชน์จากราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ!
ข้างๆบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล หญิงผู้มีรูปร่างผอมเพรียวก้าวมา
ข้างหน้าอย่างช้าๆ ดึงแขนของเขาเล็กน้อย นางพูดอย่างมีความสุข “ท่าน
กำลังคิดอะไรอยู่? ท่านวางแผนที่จะเอาราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะไว้ใน
ฮาเร็มของท่านเช่นนั้นหรือ?”
หญิงที่กล่าวออกมามีผิวซีด แต่เป็นผิวสีน้ำตาลข้าวสาลีที่มีสุขภาพดี
เมื่อควบคู่กับเรือนร่างของนางและกริชผูกติดกับต้นขาของนาง ลักษณะ
ทั้งหมดนี้ก็เหมือนหญิงทรงเสน่ห์ การบ่มเพาะของนางอยู่ที่ขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น สำหรับนางที่จะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยเพียงขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ได้นั้น นั่นเป็นเพราะบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
“ราชันนิมิตฝันเทวะ… ฮิฮิ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์
ของเรา หากต้องการพิชิตนางอย่างสมบูรณ์นั้นจึงเป็นไปไม่ได้ แต่… ข้าก็
พอใจกับการพิชิตร่างกายของนาง มันไม่นานนักก่อนที่ท่านจักรพรรดิจะ
ฟื้นฟูความแข็งแกร่งได้เต็มที่ และเมื่อข้ากลายเป็นราชันสวรรค์ ข้าจะนำ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพเข้ากวาดล้างทั้งแดนเทวะ! ข้าจะวางตราประทับทาสไว้ใน
ร่างกายของราชันนิมิตฝันเทวะ และให้นางรับใช้ข้าตลอดชีวิต ฮ่าฮ่าฮ่า
ฮ่า!”