Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,398 เป้าหมายของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,398 เป้าหมายของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ขณะที่หญิงข้างเขาได้ยินคำพูดที่หยิ่งยโสของบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาล ไม่เพียงแต่นางจะไม่ได้โกรธ แต่นางกลับหัวเราะคิกคักแทน “ฮ่า
ฮ่า ท่านค่อนข้างโลภ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของท่านแล้ว มันก็ไม่
ยากเลย เพราะ 4 ยอดผู้พิทักษ์ที่จักรพรรดิภูติเทพส่งลงมานั้นก็เป็นถึงกึ่ง
เทพแท้จริงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ในสวรรค์สันนิบาตภูติเทพของเรา มันก็มีผู้
ทรงพลังที่ซ่อนตัวอยู่มากมายซึ่งมีความแข็งแกร่งจนถึงขอบเขตที่น่าทึ่ง
หากท่านสามารถเชิญพวกเขาให้ออกมาและช่วยทำลายล้างมวลมนุษย์
แล้ว มันก็จะไม่ยากเลย”
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลส่ายหัวของเขา “ตะขาบนั้นยากที่จะ
ฆ่าแม้ว่าลำตัวจะถูกตัดขาดก็ตาม ถึงยุคทองของมวลมนุษย์จะผ่านไปแล้ว
แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถจัดการได้ง่ายนัก เพียงแค่ราชันสวรรค์นิมิตฝัน
เทวะคนเดียวก็ใกล้จะเข้าถึงเทพแท้จริงแล้ว และแม้จะอยู่ในหมู่ผู้ทรง
พลังกึ่งเทพแท้จริง มันก็ยังแบ่งเป็นอ่อนแอและแข็งแกร่ง ราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะคือตัวตนที่ยืนอยู่ตรงจุดสูงสุดของระดับนั้น แม้แต่ข้าก็ยังมิ
อาจรู้ได้ว่าความแข็งแกร่งของนางเป็นเช่นไรกันแน่ นอกจากนี้ยังมีสอง
ราชันสวรรค์ของขุนเขาผู่โถวที่มีความแข็งแกร่งซึ่งไม่อาจหยั่งรู้ได้ใน
ทำนองเดียวกัน เพียง ‘โพธิสัตว์เกรียงฟ้า’ นั้นก็มีชื่อเสียงมายาวนานนับ
ร้อยล้านปีและเก่าแก่ที่สุด และมีคุณสมบัติเป็นนักบวชศักดิ์สิทธิ์สูงสุด
ของขุนเขาผู่โถวแล้ว นอกจากนี้ยังมี ‘จักรพรรดิสักกะ – โพธิสัตว์สงคราม’
แม้ว่าเขาจะเพิ่งถือกำเนิดขึ้นไม่นาน แต่ความแข็งแกร่งกลับน่ากลัวกว่าผู้
อาวุโสของเขา ข้ารู้ว่าชื่อเสียงของเขาในฐานะ ‘โพธิสัตว์สงคราม’ ไม่
ชัดเจนสำหรับทุกคน แต่มันก็ย่อมน่าสะพรึงกลัวโดยแท้ พลังศักดิ์สิทธิ์
แห่งเทพที่เขาสร้างขึ้นเองก็ถูกเรียกว่า ‘สามพันโลกอันยิ่งใหญ่’ ซึ่งเขา
สามารถแบ่งแยกวิญญาณดั้งเดิมได้ 3000 ครั้ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขา
แบ่งตัวเองออกเป็นหลายพันล้านร่างจำแลงในพันล้านโลกที่แตกต่างกัน รู้
แจ้งตนเองผ่านนับพันล้านชีวิตและให้ตนเองได้ประสบพันล้านวัฏสงสาร
จากนั้น ร่างจำแลงของเขาจะขึ้นสู่แดนเทวะ ค่อยๆหลอมรวมเข้าด้วยกัน
กับตัวตนที่แท้จริง ดังนั้นเขาเองจึงเป็นอีกคนที่เข้าใกล้ขอบเขตเทพ
แท้จริงอย่างมาก และความแข็งแกร่งของเขาก็สูงเกินกว่าจะเข้าใจได้
“ถึงแม้ว่าเราจะสามารถกำจัดเหล่ามนุษย์ได้ แต่เราต้องจ่ายในราคา
มหาศาล สำหรับการทำเช่นนั้นในตอนนี้แล้ว ราคามหาศาลก็มิใช่สิ่งที่เรา
จะสามารถจ่ายไหว เอาล่ะ ถึงเวลาต้องลงไปแล้ว!”
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลได้ลอยลงไป ราชันสวรรค์ส่วนใหญ่ยัง
อยู่ข้างหลังเพียงเพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามให้เขาที่นี่ สำหรับการเจรจา
นั่นเป็นหน้าที่ของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเพียงผู้เดียว
…….
มีห้องโถงมืดที่มีความสูงและกว้างกว่าหนึ่งพันฟุต ในห้องโถงใหญ่
แห่งนี้ มันเป็นโต๊ะหินที่สร้างขึ้นจากหินเทพไร้เวลาในรูปสี่เหลี่ยมกว้าง
และยาวกว่า 200 ฟุต คนที่ยืนอยู่ทั้งสองข้างกำลังจ้องมองซึ่งกันและกัน
อย่างเฉียบคม
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลนั่งที่ปลายด้านหนึ่งของโต๊ะ มีพัด
เหล็กในมือของเขา มีรอยยิ้มที่มั่นใจและขี้เกียจปรากฏบนใบหน้า
ข้างหลังเขาหญิงสาวทรงเสน่ห์ในชุดเกราะยืดหยุ่นและแน่น
เช่นเดียวกับมีราชันสวรรค์คนอื่นๆของเผ่าพันธุ์ภูติเทพมาร่วมด้วย
และอีกด้านหนึ่งของโต๊ะนี้คือเหล่าราชันสวรรค์แห่งมวลมนุษย์ ราชัน
นิมิตฝันเทวะและอีกสามคนยืนอยู่ในที่นั่งแห่งเกียรติยศ
ในคนสามคนนี้ อีกสองคนสวมจีวรและถือไม้เท้าในมือ หน้าผากของ
พวกเขามีสัญลักณ์ 12 วงแหวน คนสุดท้ายคือชายชราชุดแดง เขานั่งที่
โต๊ะเจรจาอย่างเงียบงัน ดวงตาของเขาปิดสนิท ให้ความรู้สึกห่างเหิน
สองคนแรกนั้นย่อมเป็นสองราชันสวรรค์ของขุนเขาผู่โถว สำหรับคน
สุดท้าย นั่นคือหนึ่งในราชันสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกปิดตัวตน – เทพสวรรค์
เบิกเวหา
เทพสวรรค์เบิกเวหา มีชื่อเสียงมานานกว่า 80 ล้านปีแล้ว ในอดีตเขา
ได้ก่อตั้งนิกายเทพเบิกเวหาในแดนเทวะ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
นอกเหนือจากขุนเขาผู่โถว มันก็ไม่มีขุมกำลังอื่นใดที่สามารถเปรียบเทียบ
กับเขาได้
แต่หลังจากนั้น เพราะมีเรื่องบางอย่างที่ไม่รู้จัก เทพสวรรค์เบิกเวหา
จึงปิดด่านลึกและไม่มีใครสามารถพบร่องรอยของเขา
ในส่วนของนิกายเทพเบิกเวหา พวกเขาก็ได้หมดซึ่งชะตาโดยการ
จากไปของเทพสวรรค์เบิกเวหา แม้ว่าพวกเขาจะยังรักษายืนหยัดได้ด้วย
การปกป้องลับๆเทพสวรรค์เบิกเวหา แต่พวกเขาก็ค่อยๆเสื่อมโทรมลง
เมื่อมหาภัยพิบัติของมวลมนุษย์มาถึง เขากลับโผล่ออกมาจากการ
ปิดด่าน
“เอาล่ะ เริ่มเลยดีกว่า”
เทพสวรรค์เบิกเวหาพูดด้วยท่าทางที่เป็นผู้บังคับบัญชา น้ำเสียงของ
เขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งราวกับว่าเขาได้วางตัวเท่าเทียมราชันสวรรค์
มนุษย์
“หึ เผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่มีใครอีกแล้วหรือ? พวกเขากลับส่งเด็กทารก
ตัวเล็กที่ขนยังไม่ขึ้นอย่างเจ้ามาจัดการเจรจาที่เกี่ยวกับอนาคตของสอง
เผ่าพันธุ์?”
เสียงเย็นชาหนึ่งสะท้อนออกมา ผู้ที่กล่าวออกมาคือเทพอัคคี, ราชัน
สวรรค์ฝ่ายมนุษย์ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน เขาไม่สามารถทนกับ
ท่าทางของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลได้
“ฮ่าๆๆ!” บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลหัวเราะเบาๆ “เมื่อใดกันที่ถึง
คราวของเจ้าได้พูด? ราชันสวรรค์ช่วงกลางระดับต่ำกว่าอย่างเจ้าจะติดอยู่
ในระดับที่เจ้าอยู่ตลอดไป ดังนั้นเจ้ากลับถามข้าว่ามีคุณสมบัติอะไรบ้าง
เช่นนั้นหรือ? ในไม่กี่ร้อยปี เมื่อข้าได้เป็นราชันพิภพ พลังของข้าจะเหนือ
ยิ่งกว่าของเจ้า และหลังจากผ่านไปหนึ่งพันปี เมื่อข้ากลายเป็นราชัน
สวรรค์ การฆ่าเจ้าจะไม่แตกต่างจากการเหยียบมดใต้ฝ่าเท้าของข้า!”
คำพูดของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลทำให้เหล่าราชันสวรรค์
มนุษย์ต้องขมวดคิ้ว บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลผู้นี้หยิ่งยโสอย่างแท้จริง
ตามปกติแล้ว ผู้หนึ่งต้องการการบ่มเพาะเป็นล้านปีเพื่อไปให้ถึงขั้น
ราชันสวรรค์ แต่คนประเภทนี้ส่วนใหญ่พึ่งพาทรัพยากรและสะสมการบ่ม
เพาะ ดังนั้นความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะไม่โดดเด่นเกินไป
มีอีกบุคคลประเภทหนึ่งที่มีพรสวรรค์สูงและสามารถฝึกฝนให้ถึงขั้น
ราชันสวรรค์ได้ในพริบตาเดียวด้วยแรงผลักดันที่ไม่หยุดยั้ง ตัวอย่างเช่น
จักรพรรดิสักกะโพธิสัตว์สงครามและเทพสวรรค์เบิกเวหาก็เป็นสองตัวตน
ประเภทหลัง พวกเขาใช้เวลาเพียงหมื่นปีในการเป็นราชันสวรรค์ สำหรับ
ตัวตนประเภทนี้ มันมีโอกาสที่พวกเขาจะได้เป็นเทพแท้จริงในอนาคต
แต่ถึงกระนั้น จักรพรรดิสักกะก็ยังห่างไกลจากบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาล ฟังความหมายของเขา เขาบอกว่าตนเองจะสามารถเข้าถึงขั้น
ราชันสวรรค์ได้ในเวลาเพียงพันปี!
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเขากลายเป็นราชันสวรรค์ เขาจะสามารถฆ่าราชัน
สวรรค์คนอื่นๆทั้งหมดในระดับของเขาราวกับว่าเขากำลังหั่นผัก
“พันปีต่อจากนี้เจ้าจะเหยียบข้าได้เหมือนมดเช่นนั้นหรือ? ในชีวิต
ของข้า ฮัวเยว่ผู้นี้ไม่เคยได้ยินเรื่องตลกที่น่าหัวเราะเช่นนี้มาก่อน!” เทพ
อัคคีหัวเราะ ตัวตนของเขาดุร้ายและป่าเถื่อน เขาก็จะไม่ทนที่ผู้อื่นจะปา
ดินใส่หน้าเขาเช่นนี้
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเย้ยหยันอีกครั้ง “เช่นนั้นเจ้าและข้าก็
สามารถสร้างสัตย์สาบานได้ ต่อจากนี้ 500 ปี เราจะต่อสู้เป็นตายกัน หาก
เจ้ากลัวเกินกว่าที่จะมา เช่นนั้นก็ขอให้เส้นชีพจรทั้งหมดของเจ้าจะ
พังทลาย และการบ่มเพาะของเจ้าจะไร้ประโยชน์ และถ้าเจ้าต่อต้านสัตย์
สาบานของเจ้า เจ้าก็จะได้รับผลกระทบจากหัวปีศาจ ทำให้วิญญาณของ
เจ้าต้องพินาศ!”
“เหตุใดข้าไม่กล้าให้สัตย์สาบานเล่า? เมื่อใดกันที่ข้าเคยกลัวอะไรใน
ชีวิต?” เทพอัคคีลุกขึ้นยืนยืนตรงข้ามกับบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
แต่ในเวลานี้ ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะได้เหวี่ยงแขนของนางออกมาและ
พลังที่มองไม่เห็นกดลงบนเขา ทำให้เขากลับหลังมา
ดวงตาของเทพอัคคีเบิกกว้าง เขามองไปที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
“เจ้าหยุดข้าเพราะเหตุใด?”
“พอได้แล้ว เรามาที่นี่เพื่อเจรจาไม่ใช่เพื่อต่อสู้หรือเดิมพัน”
เสียงของราชันนิมิตฝันเทวะนั้นแผ่วเบา แต่คำพูดของนางมี
ความรู้สึกที่มิอาจต่อต้าน นี่คือความสง่างามและศักดิ์ศรีของราชันนิมิต
ฝันเทวะ ด้วยพลังอันแข็งแกร่งของนางและออร่าที่ลึกล้ำ แม้แต่เทพอัคคี
ก็อดไม่ได้ที่จะไม่เชื่อฟังนาง
เทพอัคคีกัดฟันของเขาและนั่งลงอย่างมั่นคง
‘ถ้าราชันนิมิตฝันเทวะหยุดข้า นั่นก็เป็นเพราะในสายตาของนาง ข้า
จะมิอาจเป็นคู่มือของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลในอีก 500 ปีต่อจากนี้
หรือไม่?’ หัวใจของเทพอัคคีเย็นเฉียบ เขาไม่คิดว่าการตัดสินของเขา
เหนือกว่าราชันนิมิตฝันเทวะ ถ้านั่นเป็นเรื่องจริงละก็ บุตรชายจักรพรรดิ
ฟ้าบันดาลก็จะน่ากลัวเกินไป บางทีภายใน 5,000 ปี บุตรชายจักรพรรดิ
ฟ้าบันดาลอาจจะเติบโตถึงจุดที่เขาสามารถนำกองทัพเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
เหยียบย่ำทั่วทั่งแดนเทวะได้ ไม่จำเป็นต้องให้ตัวจักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลลงมือเองด้วยซ้ำ!
เทพอัคคีมองไปยังบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล สิ่งที่เขาเห็นคือ
ใบหน้าที่สบายใจ จากนั้น ดวงตาของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลก็หัน
ไปหาราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะและไม่ได้มองเขาอีกครั้ง
“ข้าได้ยินมาว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะของมวลมนุษย์เป็นหญิงที่
ลึกลับที่สุดและเป็นหญิงที่งดงามที่สุด ข้าได้มีความชื่นชมอย่างลึกซึ้งต่อ
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ และตอนนี้ที่ข้าได้เห็นเจ้าในวันนี้กับตา เจ้าเป็น
หญิงที่มีความงามที่ไร้คู่แข่งโดยแท้ แม้แต่หญิงนับไม่ถ้วนในฮาเร็มของข้า
ก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับเจ้าได้ ในชีวิตของข้า ถ้าข้าสามารถได้หญิง
ที่วิเศษอย่างราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะมาเป็นภรรยา ข้าก็จะสามารถใช้
ชีวิตได้อย่างไร้กังวล ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ในขณะที่บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลพูดจบ ดวงตาของเขาก็จับ
จ้องไปที่ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหมาย
หยอกล้อทางเพศ เพ่งเล็งไปที่นางอย่างชัดเจน
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะดูเหมือนจะไม่ได้ยินการกระทำที่ไม่สุภาพ
เช่นนั้น การแสดงออกของนางยังคงสงบเหมือนเมื่อก่อน แต่ในเวลานี้ ใน
สายตาของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล ร่างของราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะเลือนลางลง การโจมตีทางวิญญาณพุ่งตรงไปที่ทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล!
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสั่นไหวและมีม่านแสงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เขา ปิดกั้นดาบแห่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์นี้ ร่างกายของเขาสั่นและเก้าอี้หินเทพ
ไร้เวลาเบื้องล่างเขาระเบิดเป็นผงหิน
“หืม!?”
ทางด้านเผ่าพันธุ์ภูติเทพ ราชันสวรรค์หลายคนลุกขึ้นยืนทันที่ การจู่
โจมของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเมื่อครู่ทำให้บุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลประสบกับความสูญเสียร้ายแรง โชคดีที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลให้ยันต์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์ติดตัวเขามาด้วย ซึ่งได้ขัดขวางการโจมตี
จากสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ถึงกระนั้น เก้าอี้หินข้างใต้เขาก็ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
“ข้าไม่เป็นไร!” บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลลุกขึ้นยืนและราชัน
สวรรค์เผ่าพันธุ์ภูติเทพหลายคนนั่งลง มันเหมือนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในพริบตา
ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย
เขามองไปที่ราชันนิมิตฝันเทวะและยิ้มอย่างกล้าหาญ “ราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะนั้นช่างน่าอัศจรรย์โดยแท้ เนื่องจากเจ้าไม่ต้องการให้ข้านั่ง
เช่นนั้นข้าก็จะยืน”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะมีสีหน้าสงบนิ่ง นางไม่ได้คาดหวังว่าการ
โจมตีของนางจะสามารถฆ่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลได้ นางเพียง
ต้องการให้เขาประสบความสูญเสียและทำลายแรงผลักดันและศักดิ์ศรี
ของเขา บนโต๊ะเจรจา ความคิดริเริ่มมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถึงกระนั้น
นางก็ไม่คิดว่าอาคมป้องกันที่วางอยู่บนร่างของอีกฝ่ายจะทรงพลังมาก
มันทำลายดาบแห่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของนางได้ ทำให้อีกฝ่ายลงเอยด้วยการ
บาดเจ็บเพียงครั้งเดียว สิ่งนี้ทำให้ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเกิดความ
หวาดกลัวต่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลมากยิ่งขึ้น
“หยุดเรื่องไร้สาระและตรงเข้าประเด็นดีกว่า!” ในเวลานี้ ข้างราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ เทพสวรรค์เบิกเวหาในชุดคลุมสีแดงก็เปล่งเสียงดัง
เสียงของเขาหนักแน่น เต็มไปด้วยพลังแห่งการเสียดแทงแก้วหู
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลหันไปทางเทพสวรรค์เบิกเวหา เขาพูด
ช้าๆ “เจ้าคือเทพสวรรค์เบิกเวหา? ไม่เลว ดี เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นการ
เจรจา ข้าจะไม่ล่าช้าอีกต่อไป มาเจาะลึกลงไปในเรื่องนี้กันเถอะ!”
เมื่อบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเรียกชื่อเทพสวรรค์เบิกเวหา สิ่งนี้
ทำให้ราชันสวรรค์มนุษย์คนอื่นๆ รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกคืบคลานลงมา
ที่หลังของพวกเขา เทพสวรรค์เบิกเวหาได้หายตัวไปเป็นสิบล้านปีที่ผ่าน
มา แต่ถึงกระนั้น เผ่าพันธุ์ภูติเทพก็ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเขา แม้ว่าบุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาลจะไม่รู้จักลักษณะของเทพสวรรค์เบิกเวหา แต่เขาก็
สามารถสรุปได้อย่างถูกต้องว่าเขาเป็นใครจากความจริงที่ว่าเขาสามารถ
นั่งในตำแหน่งที่มีเกียรติรวมทั้งออร่าและกฎที่เขาบ่มเพาะ
ความเข้าใจในเผ่าพันธุ์ภูติเทพต่อราชันสวรรค์มนุษย์นั้นลึกซึ้งยิ่งกว่า
ที่พวกเขาคิด!
ดังคำกล่าว รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! ไม่เพียงแต่เผ่าพันธุ์
ภูติเทพแข็งแกร่งกว่ามวลมนุษย์เท่านั้น แต่ข้อมูลที่พวกเขาครอบครองก็
ยังใหญ่กว่าของมวลมนุษย์ด้วย!
ด้วยสิ่งนี้แล้ว เหล่าราชันสวรรค์มนุษย์จะไม่ต้องกังวลได้อย่างไร?
“ข้าขอตรงเข้าประเด็น ข้าจะระบุสิ่งนี้ให้ชัดเจนสำหรับพวกเจ้าทุก
คน ในสงครามครั้งใหญ่เมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน ชีวิตนับไม่ถ้วนต้องจบสิ้น
และการทำลายล้างถูกแพร่กระจายไปทั่วจักรวาล แม้ว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพ
ของข้าจะทรงพลังมาก แต่เราก็ไม่ปรารถนาที่จะทำลายชีวิตนับไม่ถ้วน
ระหว่างทุกรอบวัฏสงสารแห่งมหาภัยพิบัติ ดังนั้นในครั้งนี้ เผ่าพันธุ์ภูติ
เทพของข้าจึงต้องการที่จะทำสิ่งใหม่ เราต้องการหยุดยั้งมหาภัยพิบัติมิให้
เกิดขึ้นได้อีกครั้ง เผ่าพันธุ์ภูติเทพของข้าปรารถนาที่จะทำงานร่วมกับมวล
มนุษย์และก่อตั้งสวรรค์ผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่ซึ่งภูติเทพและมนุษย์สามารถ
อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและสามัคคี เราจะสามารถแบ่งปันมรดกนักสู้
และทรัพยากรซึ่งกันและกัน ช่วยให้เผ่าพันธุ์ของเราก้าวไปสู่จุดสูงสุดและ
พัฒนาแดนเทวะด้วยกัน เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมองดูเทพสวรรค์เบิกเวหา มีรอยยิ้มที่
พอใจบนใบหน้าของเขา