Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,402 ข้อตกลง 100 ปี
“หลินหมิง!
ในด้านของราชันสวรรค์มนุษย์ หลายคนตกตะลึง แต่ในเวลานี้ พวก
เขาส่วนใหญ่ไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้
ในช่วงเวลาวิกฤต ร่างของชายวัยกลางคนชุดสีขาวเหมือนดั่งสายฟ้า
สีขาวปรากฎขึ้นที่ด้านหน้าหลินหมิง เผชิญหน้ากับร่างเงาปีศาจสีดำและ
ชกด้วยหมัดของเขา!
บึมม!
ด้วยการระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว หินเทพไร้เวลาโดยรอบได้ถูกทำลาย
อย่างสมบูรณ์
คลื่นกระแทกที่น่าหวาดกลัวกวาดออกไปภายนอก นี่เป็นการปะทะ
กันระดับของราชันสวรรค์ แม้ว่าหลินหมิงจะได้รับการปกป้องจากผู้ที่สวม
ชุดสีขาวนี้ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าโลหิตชีวิตของปั่นป่วนภายใน ราวกับว่า
ร่างกายของเขาจะระเบิดได้ตลอดเวลา
ปังง!
หลินหมิงพุ่งหอกของเขา สลายคลื่นกระแทกปราณแท้ที่กวาดเข้ามา
ถึงกระนั้นเขาก็ยังถูกส่งกระเด็นไปข้างหลังจนกระทั่งเขาชนเข้ากับกำแพง
อย่างรุนแรง เขากระอักโลหิตออกมาเต็มปาก ใบหน้าซีดขาว
ในการโจมตีเดียวเมื่อครู่ เขากลับได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว!
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลคือตัวตนประเภทใดน่ะหรือ? ต่อให้
ระดับพลังของเขาต่ำลงกว่านี้ และบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลใช้เพียง
ส่วนน้อยของพลังในลูกแก้วปีศาจ แต่พลังของการโจมตีครั้งนั้นก็ยังเกิน
คาด!
เมื่อพลังนี้เพ่งเล็งมายังหลินหมิง แม้ว่าจะมีผู้คนล้อมรอบเขาเพื่อ
สกัดกั้น แต่เขาก็ยังคงจะได้รับบาดเจ็บภายใต้พลังดูดกลืนที่รุนแรง!
ท้ายที่สุด มันก็เพราะหลินหมิงอ่อนแอเกินไป
ที่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ เขาเทียบเท่ากับกึ่งผู้ปกครองเทวะ แต่ในห้อง
ประชุมนี้ ระดับความแข็งแกร่งนั้นมิต่างจากมดปลวก
แม้แต่บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลก็ยังแข็งแกร่งกว่าหลินหมิงหลาย
สิบเท่า!
ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมีกึ่งเทพแท้จริงปกป้อง
เขา ทรัพยากรและเครื่องมือวิเศษทุกประเภทถูกมอบให้เขาใช้อย่างอิสระ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงหวังที่จะเปรียบเทียบได้
“ข้าอ่อนแอเกินไป!”
หลินหมิงสัมผัสหน้าอกของเขาเองเพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บ เส้น
ลมปราณภายในและหลอดเลือดของเขาอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิง ถูกทำลาย
โดยพลังงานมืด หากไม่มีการพักสามถึงห้าวัน มันจะยากมากที่จะฟื้นฟู
ตัวเอง
ในห้องประชุมนี้ หากมีการปะทะกันอย่างรุนแรง มันเป็นไปได้ว่า
หลินหมิงจะถูกดูดเข้าไป นี่คือเหตุผลที่เทพสวรรค์เบิกเวหาคัดค้านหลินห
มิงในการเข้าสู่ห้องประชุมตอนเริ่มต้น
นี่คือความเศร้าโศกและความน่าสงสารของผู้อ่อนแอ
‘ข้าต้องทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของราชันสวรรค์บรรพกาล
สำเร็จและเอาลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดกลับคืนมา ข้าต้องไป
ถึงจุดสูงสุดแห่งนักสู้และสืบทอดเจตนารมณ์ของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
นำมวลมนุษย์ข้ามผ่านมหาภัยพิบัตินี้ แต่ตอนนี้ ข้าอ่อนแอถึงจุดที่น่าอับ
อาย ดังนั้นมีสิ่งใดที่ข้าจะพูดได้?”
หลินหมิงกำหมัดแน่นจนเล็บของเขาขุดลงไปในเนื้อ
เขาต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นและเขาก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความสงบสุขระหว่างเผ่าพันธุ์ภูติเทพและมวลมนุษย์นี้จะคงอยู่เพียงไม่กี่
พันปี ในช่วงเวลาไม่กี่พันปีนี้ ถ้าเขาไม่สามารถเติบโตและแข็งแกร่งพอ
เขาจะต้องมีคุณสมบัติอันใดที่จะบอกว่าบรรลุความฝันและความ
ปรารถนาของผู้ที่อยู่มาก่อนเขา?
“หลินหมิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!?”
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์กล่าวอย่างมืดมนในขณะที่เขาปกป้อง
หลินหมิง สถานการณ์ของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ไม่ดีนักในตอนนี้
หลังจากปะทะกับพลังอำนาจของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลซึ่งหน้า
แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็ตกอยู่ในสภาพที่ย้ำแย่
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์จ้องมองอย่างโกรธเคืองที่บุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาล การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อเจรจา และถึง
กระนั้นเขาก็ยังโจมตีสังหารหลินหมิงอย่างฉับพลัน
“เจ้าสัตว์ร้ายตามืดบอด ไม่คิดว่าเจ้าบ้าบิ่นจนกล้าฆ่าคนอื่นใน
ระหว่างการเจรจา! เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราจะไม่ยอมทนต่อคนเช่นเจ้า!”
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ระเบิดขึ้นด้วยความโกรธแค้น และทำให้
เรื่องนี้ขึ้นสู่ระดับของทั้งเผ่าพันธุ์ทันที่ สิ่งนี้ทำให้บรรยากาศในห้อง
ประชุมมีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น!
“ฮ่าๆๆ! บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลหัวเราะอย่างมุทะลุ “เจ้าเรียก
ข้าว่าอะไรนะ? สิ่งใดที่ทำให้เจ้ามีสิทธิ์พูดกับข้าเช่นนั้น? เจ้าไม่ได้มีอันใด
เลย! ใน 10 ล้านปีของชีวิต เจ้าได้กลายเป็นเพียงราชันสวรรค์ช่วงกลาง
และนั่นคือทั้งหมดที่เจ้าจะเป็นได้! ในสายตาของข้า เจ้าไม่มีอะไรนอกจาก
ขยะ! หลายพันปีนับจากนี้ เจ้าจะไม่มีอะไรเลยนอกจากเป็นสัตว์ตัวหนึ่ง
ต่อหน้าข้า ถ้าข้าต้องการที่จะฆ่าเจ้า มันจะไม่แตกต่างจากการฆ่าไก่! ข้า
จะแทบมิใช้พลังใดๆเลย!”
“เจ้าพูดว่าไงนะ!?” ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์โหมกระหน่ำขึ้นด้วย
ความเดือดดาล ทั้งร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังงานโลหิต ใกล้จุดที่จะ
โจมตี
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลคิดอีกครู่หนึ่ง เขาเย้ยหยัน “เจ้าโง่
เกินไปที่จะเข้าใจในสิ่งที่ข้าเพิ่งพูดไปหรือไม่? หากเจ้ามีความกล้าหาญ
เช่นนั้นเราสามารถต่อสู้เป็นตายได้ในอีก 300 ปีนับจากนี้! เจ้ากล้า
หรือไม่?”
คำพูดของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลนั้นก้าวร้าวและหยิ่ง ราชัน
สวรรค์เอกภพอนันต์แข็งที่อและโลหิตทั้งหมดในร่างกายของเขาดูเหมือน
จะไหลขึ้นบนใบหน้า
แน่นอนว่าเขาจำได้ถึงในช่วงเริ่มต้นของการเจรจาที่เทพอัคคีมีความ
ขัดแย้งกับบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลได้
เสนอการต่อสู้เป็นตายในอีกหลายร้อยปีต่อมาและเทพอัคคีก็เกือบตกลง
อย่างไรก็ตาม เขาได้ถูกหยุดยั้งจากราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
ถ้าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะทำเช่นนั้น นั่นก็เป็นเพราะนางเชื่อว่า
หลายร้อยปีต่อจากนี้ เทพอัคคีจะมิอาจเป็นคู่มือของบุตรชายจักรพรรดิ
ฟ้าบันดาลได้!
และราชันสวรรค์เอกภพอนันต์นั้นมีความเชื่อมั่นสูงในการตัดสินของ
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะด้วย
สำหรับศักยภาพของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ เขาด้อยยิ่งกว่าเทพ
อัคคี ตอนนี้เขาต้องเผชิญกับการท้าทายของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
เขาถูกทิ้งให้อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก!
ถ้าเขาตกลง มันก็มีโอกาส 80-90% ที่เขาจะตายในการต่อสู้
แต่ถ้าเขาไม่ตกลงและเลือกที่จะถอยกลับ บรรยากาศที่ตึงเครียดนี้
จะเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีส่วนตัวของเขาเองและความรุ่งเรืองของมวลมนุษย์
มนุษย์มีความรู้สึกกล้าหาญและพวกเขาก็พยายามใช้ชีวิตอย่างมี
ศักดิ์ศรี นี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาถึงระดับของราชัน
สวรรค์!
ในเวลานี้ ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะและคนอื่นๆมุ่งเน้นไปที่การ
เผชิญหน้ากับ 4 ผู้พิทักษ์ ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์กัดฟันของเขา
เกือบจะตกลงกับการต่อสู้ครั้งนี้!
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงยกหอกฟีนิกซ์โลหิตของเขาและก้าวไป
ข้างหน้าจนยืนอยู่ต่อหน้าราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
เขาเช็ดโลหิตจากมุมปากแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสราชันเอกภพอนันต์ ถ้า
มันจะเป็นการดวลกันในร้อยปีแล้ว เช่นนั้นก็อนุญาติผู้เยาว์นี้เข้าร่วม!”
น้ำเสียงของหลินหมิงสบายๆ ราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่อง
ใหญ่โตสำหรับเขา
“หืม?” ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ตกตะลึง เขาไม่อาจตอบสนองได้
ในทันที่
หลินหมิงมองที่บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลและชี้หอกฟีนิกซ์โลหิต
ไปยังเขา บนปลายหอก แสงเย็นเป็นประกายสว่างวาบ “เอาเป็นว่าเจ้า
กับข้ามาต่อสู้กันแทนดีหรือไม่? ข้าไม่ต้องการถึง 300 ปี… เพียงร้อยปีก็
พอแล้ว ในอีกร้อยปีให้เราจะต่อสู้เป็นตาย เจ้ากล้าหรือไม่?”
หลินหมิงยิ้มขณะที่เขาพูด เผยให้เห็นฟันขาวเปื้อนโลหิต
เรื่องนี้ทำให้ทุกคนตกใจ
หลินหมิงต้องการต่อสู้กับบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลในหนึ่งร้อย
ปี?
ตอนนี้ การเผชิญหน้าระหว่างราชันสวรรค์ดูเหมือนจะลดความตรึง
เครียดลง
ไม่มีใครสงสัยพรสวรรค์ของหลินหมิง แต่ในสายตาของหลายๆคนที่นี่
นักสู้ขั้นเทพสมุทรต่อสู้กับผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์นั้นง่ายกว่าผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กับราชันพิภพ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หลินหมิงด้อยกว่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
และบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลก็ยังมีลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด ซึ่งเป็นเทวภัณฑ์สูงสุดเพื่อช่วยสนับสนุนการบ่มเพาะของเขา ยิ่ง
ไปกว่านั้น เขายังมีจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล ซึ่งเป็นผู้ทรงพลังเทพ
แท้จริง มากด้วยทรัพยากรและรับมรดกทุกประเภทโดยไม่จำกัด
ตัวตนดังกล่าวย่อมต้องเหนือกว่าผู้อื่นได้เท่านั้น ไม่มีทางที่ผู้อื่นจะ
แซงหน้าเขาได้
และหลินหมิงต้องการต่อสู้กับเขาในอีกร้อยปี เพื่อแซงหน้าบุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาลในร้อยปี มันต้องใช้ความกล้าหาญแบบใดกัน!
“หลินหมิง! อย่าเร่งรีบเกินไป!” ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์กล่าว
ออกมาอย่างกังวล เขารู้ว่าหลินหมิงกำลังก้าวมาข้างหน้าเพื่อเขา หลินห
มิงไม่ใช่คนที่ชอบเป็นหนี้บุญคุณต่อทุกคน เมื่อราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
ได้ป้องกันการโจมตีเมื่อครู่ หลินหมิงก็ได้รับการท้าทายนี้เพื่อตอบแทน
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์
บุญคุณตอบแทนด้วยบุญคุณ
“เจ้าต้องการที่จะต่อสู้ข้าในร้อยปี? ฮ่าๆๆ!” บุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลตะโกนอย่างดุดัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยด้วยความดูถูก “ข้า
ยอมรับว่าเจ้ามีพรสวรรค์ การเป็นอันดับสองในงานประลองร่วมชุมนุม
ครั้งแรกของมนุษย์นั้นถือว่าดี แต่เมื่อเทียบกับข้าแล้วเจ้าก็ยังห่างไกลมาก!
หากการบ่มเพาะของเราเปลี่ยนไปในขณะนี้และเจ้าอยู่ในขั้นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายในขณะที่ข้าอยู่ในขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นของ
ภูติเทพ เจ้าก็อาจมีโอกาสชนะ แต่น่าเสียดาย นั่นไม่อาจเป็นจริง การบ่ม
เพาะของข้าอยู่ในขอบเขตที่กว้างใหญ่และสูงกว่าของเจ้าอีกครึ่งหนึ่ง! มิ
ต้องกล่าวถึง 100 ปี แม้แต่ 1,000 ปีหรือ 10,000 ปีนับจากนี้ เจ้าก็จะไม่
มีวันแซงหน้าข้าได้! มีแต่ความแตกต่างระหว่างเจ้ากับข้าจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เรื่อยๆด้วยซ้ำ!”
ระหว่างหลินหมิงและบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล คนหนึ่งอยู่ในขั้น
ผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้น และอีกคนอยู่ในขั้นนักบุญเทวะช่วงปลาย ซึ่งมัน
เท่ากับขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายของมนุษย์ ความแตกต่างในระดับ
การบ่มเพาะนี้มากเกินไป สำหรับอัจฉริยะ ปกติมันจะเป็นเรื่องยากมากที่
จะทะยานจากขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ใน
เวลาเพียงรอบร้อยปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่หลินหมิงต้อง
แซงหน้าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลในขณะที่เขาอยู่ที่นั่น!
ร้อยปีต่อจากนี้ไป มันอาจเป็นไปได้ว่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
จะได้ไปถึงขั้นผู้ปกครองเทวะ และกระทั่งกึ่งราชันพิภพ ในเวลานั้น ความ
แข็งแกร่งของเขาจะอยู่ไม่ไกลจากราชันสวรรค์
ความยากของภารกิจนี้จึงสามารถจินตนาการได้!
“เด็กนั่นบ้าไปแล้ว! เขาต้องการต่อสู้กับฝ่าบาทของข้าในอีกร้อยปี
มันราวกับว่าเขาต้องการเพียงแค่ตาย!” ราชันสวรรค์ภูติเทพเย้ยหยัน
อย่างเยือกเย็น
“ฮ่าฮ่า เขาคิดว่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลถูกเลือกมาอย่างสุ่มๆ?
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลได้รับการแต่งตั้งจักรพรรดิภูติเทพคนต่อไป
จากผู้คนของข้า ตั้งแต่แรกเกิด เขาได้รวบรวมชะตากรรมของเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพของข้าไว้กับเขา ด้วยโชคชะตานั้นที่สนับสนุน เขาจะไร้โชคได้
อย่างไร!”
“ใช่แล้ว เขาได้เคยเข้าสู่สถานการณ์เป็นตายมามากมาย และไม่
เพียงแต่เขาจะไม่ตายเท่านั้น แต่ยังได้รับสมบัติกลับมากมายอีกด้วย
ตอนนี้ เขายังมีลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดอีกด้วย ในแง่ของ
เหตุการณ์แห่งโชคนั้น มันไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้
และในแง่ของการสืบทอด เขาก็เป็นที่หนึ่งในโลกหล้า! สำหรับทรัพยากร
มันก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงพวกมัน และสำหรับความสามารถในการต่อสู้
ตามธรรมชาติ เขาก็มีสายเลือดของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลรวมถึง
ขององค์หญิงมารภูติเทพสวรรค์ ตั้งแต่แรกเกิด เขาได้ใช้วัสดุสวรรค์ และ
ยังมีตัวอ่อนสัตว์อสูรเทวะที่หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา รากฐาน
และกระดูกของเขานั้นเหนือกว่าผู้อื่นทั้งหมด ในอนาคต เขาจะกลายเป็น
ตัวตนระดับเทพแท้จริงอย่างมิต้องสงสัย!”
“ฮ่าฮ่า แล้วเด็กโง่นั่นจะรู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร? เขาคิดว่าตน
ปลอดภัยได้เพียงเพราะได้อันดับสองในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แห่งแดนเทวะของมนุษย์ที่โง่เขลา!”
ในขณะที่ราชันสวรรค์ภูติเทพพูด พวกเขาไม่ได้ซ่อนคำพูดของพวก
ตนด้วยกระแสเสียงปราณแท้ กลับกัน พวกเขาเลือกที่จะพูดอย่าง
ตรงไปตรงมาต่อหน้าราชันสวรรค์มนุษย์ ทุกคำตกอยู่ในหูของราชัน
สวรรค์ของมนุษย์ พวกเขากลายเป็นมีใบหน้าที่น่าเกลียดมาก
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมีสายเลือดของจักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลตลอดจนองค์หญิงมารภูติเทพสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีชะตากรรม
อันยิ่งใหญ่ของทั้งเผ่าพันธุ์ และสิ่งที่หลอมรวมในร่างกายของเขาก็ยังเป็น
ตัวอ่อนของสัตว์อสูรเทวะ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงมรดกและทรัพยากรต่างๆ
ด้วยซ้ำ
ตัวตนเช่นนี้จะเป็นเช่นใด? การเป็นจักรพรรดิภูติเทพคนต่อไปคือสิ่ง?
นี่หมายความว่าในเผ่าพันธุ์ภูติเทพ ทุกชั่วอายุจะมีบางคนที่ปรากฏขึ้นใน
ระดับของจักรพรรดิภูติเทพ?
แม้แต่คนที่เชื่อในศักยภาพของหลินหมิงเช่นราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะและราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ก็ยังคงรู้สึกว่าหลินหมิงยังคงประมาท
เกินไปในครั้งนี้
“หลินหมิง…” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสูดลมหายใจเข้าลึก “เหตุ
ใดเจ้าถึงเลือกท้าสู่ในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า? ข้ารู้ว่าเจ้ามีความลับที่
สั่นสะเทือนสวรรค์ซ่อนอยู่ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกินกว่าลูกแก้วจิต
วิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด ในแง่ของโชค ข้าก็เกรงว่าเจ้าจะด้อยกว่า
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล
ยังมีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ หากเจ้าต้องการที่จะต่อสู้กับเขาในร้อยปีจริง
เช่นนั้นข้าจะไม่คัดค้านเจ้า เพราะในอนาคตเจ้าและเขาจะถูกกำหนดให้
ต้องต่อสู้ไม่ช้าก็เร็ว แต่การเลือกเพียงร้อยปีนับจากนี้นั้นเร็วเกินไป!”
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเลือกระยะเวลาร้อยปีนั้น เขาไม่
รู้ว่าบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลจะมีเพียงมากถึงเพียงนั้น ถึงอย่างนั้น
เขาก็ไม่ได้เสียใจอะไรเลย “ข้าขอขอบคุณผู้อาวุโสราชันนิมิตฝันเทวะ
สำหรับชี้แนะ แต่ผู้เยาว์คนนี้ได้กำหนดไว้หนึ่งร้อยปีแล้ว มันมิใช่เพราะข้า
หยิ่ง แต่เพราะข้าต้องการกดดันตัวเองให้มากพอ สันติภาพชั่วคราว
ระหว่างภูติเทพและมนุษย์จะไม่นานกว่าหนึ่งพันปี และมันอาจจะสั้นกว่า
นั้นมาก เมื่อมหาภัยพิบัติที่แท้จริงได้ปะทุขึ้นในที่สุด และข้าก็ยังไม่ได้มี
ความแข็งแกร่งของกึ่งเทพแท้จริงแล้ว เช่นนั้นข้าสามารถทำอะไรเพื่อช่วย
มวลมนุษย์ต่อต้านมหาภัยพิบัตินี้ได้?”