Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,403 ผลลัพธ์ของการเจรจาต่อรอง
คำพูดของหลินหมิงทำให้หัวใจของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเต้น
ข้ามจังหวะ เข้าถึงระดับความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับกึ่งเทพแท้จริงภายใน
หนึ่งพันปี?
เป็นที่รู้กันว่าราชันนิมิตฝันเทวะ จักรพรรดิสักกะและผู้นำคนอื่นๆ
ของมวลมนุษย์นั้นก็ยังเป็นเพียงกึ่งเทพแท้จริง
พวกเขาใช้เวลาหลายปีในการก้าวมาถึงขั้นนี้ และตอนนี้หลินหมิงก
ล่าวว่าเขาต้องการที่จะเข้าถึงระดับนี้ในเวลาเพียงพันปี ถ้าสิ่งนี้ถูกพูด
ออกมาเสียงดังใครบ้างจะเชื่อเขา
แต่ถ้าเขาปรารถนาที่จะมีบทบาทสำคัญในมหาภัยพิบัติ การ
กลายเป็นกึ่งเทพแท้จริงก็เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สุด
นี่คือสงครามที่เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของสองเผ่าพันธุ์ ราชันสวรรค์
ถือได้ว่าเป็นกระดูกสันหลังของกองกำลัง ราชันพิภพเป็นทหาร และ
สำหรับผู้ปกครองเทวะ พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรนอกจากทหารแนวหน้า
หลินหมิงไม่ต้องการให้ชะตากรรมของเขาถูกควบคุมโดยผู้อื่นเมื่อ
มหาภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างแท้จริง แม้แต่การเป็นกึ่งเทพแท้จริงก็ยังมิใช่
เป้าหมายสุดท้ายของเขา สิ่งที่เขาต้องการคือการเป็นเทพแท้จริง ใครบาง
คนที่สามารถต่อสู้กับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้!
เมื่อเป็นเช่นนี้เท่านั้นเขาจึงจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในสงคราม
อย่างแท้จริง!
“หลินหมิง พูดได้ดี!” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะกล่าวด้วยกระแส
เสียงปราณแท้ ‘อัจฉริยะควรมีความกล้าหาญและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พร้อมที่จะตัดสินใจที่สั่นคลอนสวรรค์และโลก สำหรับเราที่เดินไปตาม
เส้นทางแห่งนักสู้ เราไม่ได้ทำเพื่อเอาชนะ เมื่อเจ้าได้รับการยอมรับว่านี่
คือเส้นทางที่เจ้าต้องการ ข้าผู้นี้จะช่วยสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มศักยภาพ”
สำหรับหลินหมิงที่มีการบ่มเพาะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่จะท้าทาย
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลที่อยู่ขั้นนักบุญเทวะช่วงปลายในอีกร้อยปี
นั้น มันก็เป็นการตัดสินใจที่จะสั่นสะเทือนสวรรค์แล้ว ในไม่กี่วัน ไม่ว่าจะ
เป็นภูติเทพหรือเผ่าพันธุ์มนุษย์ เรื่องนี้จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งสองฝ่าย
“หลินหมิง ฮ่าฮ่า…” บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมองดูหลินหมิ
งรอยยิ้มบนใบหน้า “เนื่องจากเจ้าต้องการที่จะต่อสู้กับข้าจนตัวสั่น ดังนั้น
ก็ให้มันเป็นเช่นนั้น เรามาทำสัญญาวิญญาณหัวใจปีศาจด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์
แห่งเทพ, 100 ปีต่อจากนี้ ถ้าเราคนหนึ่งกล้าที่จะหนี มันผู้นั้นจะต้องทน
ทุกข์ทรมานจากหัวใจปีศาจ เส้นชีพจรของเขาจะถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ และ
วิญญาณของเขาจะสลายไป ไม่มีทางได้เข้าสู่วัฏสงสาร
ในขณะที่บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลกล่าวคำสาบานที่โหดร้าย
รอยยิ้มปีศาจก็ปรากฎ เขาต้องการกำจัดหลินหมิงด้วยตนเอง เนื่องจาก
เป็นไปไม่ได้ที่เผ่าพันธุ์ภูติเทพจะอยู่ร่วมในสวรรค์ผันแปรศักดิ์สิทธิ์ การ
ทำลายล้างหลินหมิงจึงถือได้ว่าเป็นรางวัลชมเชย
ต่ออัจฉริยะประเภทนี้ที่มั่นใจว่าจะกลายเป็นราชันสวรรค์สูงสุดใน
อนาคต, บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเพียงแต่คิดที่จะฆ่าเขาเพื่อยุติ
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมด!
“ดี!”
หลินหมิงตกลง
เขาและบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดากัดนิ้วของตนเองและหยดปราณ
โลหิตลงมาเล็กน้อย
สองหยดโลหิตนี้เชื่อมต่อกันที่กลางอากาศ สร้างรูปแบบของผนึกสี
โลหิต
ผนึกเหล่านี้ดูเหมือนจะไหม้ราวกับเปลวเพลิงสีแดงดำ จากนั้นผนึก
เหล่านี้กลายเป็นผนึกสาปที่จมลงในร่างของหลินหมิงและบุตรชาย
จักรพรรดิฟ้าบันดาล
เมื่อเห็นอย่างนี้ ราชันสวรรค์มนุษย์ทุกคนก็ตกตะลึง เมื่อสร้างสัญญา
วิญญาณหัวใจปีศาจนี้ มันหมายความว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งร้อยปีแล้ว
จะมีเพียงอัจฉริยะคนเดียวที่มีชีวิตอยู่ต่อได้
การทำสัญญาเช่นนี้ต้องใช้ความกล้าหาญและความมั่นใจมหาศาล
หลินหมิง… เขาจะชนะได้หรือไม่?
วูป –!
พลังโลหิตทั้งหมดเริ่มควบแน่นภายในร่างกายของหลินหมิง พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่มีผนึกสีดำแดงปรากฎบนหน้าอกของหลินหมิง
จากนั้นก็ค่อยๆซ่อนตัวเอง
สัญญาได้ถูกสร้างอย่างสมบูรณ์แล้ว!
เมื่อบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเห็นเช่นนี้ เขายิ้มอย่างชั่วร้าย
เขารู้ว่าเป้าหมายของการเจรจาในวันนี้จะไม่เกิดผล หากพวกเขา
ยังคงจนมุมนี้ต่อไปมันจะไม่มีความหมายเลย ไม่ว่ามนุษย์จะรู้เรื่องอะไร
ของพวกเขา แต่ที่แน่ๆมันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยอมแพ้อีกต่อไป
การฆ่าหลินหมิงในอีกร้อยปีจะเป็นเพียงการเก็บเกี่ยวในวันนี้เท่านั้น
“ไปกันได้แล้ว!”
ขณะที่บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลพูด เขาก็หันหลังกลับและบินไป
ทันที่ ข้างหลังเขา ราชันสวรรค์ภูติเทพหลายคนก็ติดตามไป ฉีกรูปแบบ
ค่ายกลของขุนเขาผู่โถวอีกครั้ง!
จากนั้น ราชันสวรรค์ภูติเทพร้อยกว่าก็หายเข้าสู่ห่วงมิติของแดนเท
วะ
ราชันสวรรค์มนุษย์มองหน้ากัน ทุกคนต่างพูดไม่ออก การเจรจา
ต่อรองได้ข้อสรุปเช่นนั้น?
ในการเจรจาเหล่านี้ พวกเขาทุกคนคิดว่าจะต้องเสียสัมปทานไป
หลายอย่าง ไม่เช่นนั้นความตายและสงครามก็จะกระจายไปทั่วทุกมุมของ
มวลมนุษย์ แต่ทุกอย่างจบลงเช่นนี้หรือ?
ในที่สุด เผ่าพันธุ์ภูติเทพก็ไม่ได้ทำสงครามจริงเลย พวกเขามาพร้อม
กับท่าทางที่คุกคาม แต่ในที่สุดพวกเขาก็จากไปโดยไม่มีอะไรเลย
ตั้งแต่ต้นจนจบ เผ่าพันธุ์ภูติเทพดูเหมือนไร้ความปรานีและดุร้าย แต่
ความจริงก็คือ พวกเขาไม่เคยได้เริ่มต้นสงครามทั้งหมดเลย พวกเขาแค่
พยายามข่มขู่มนุษย์ แต่เมื่อการข่มขู่ล้มเหลวพวกเขาก็หนีไปแทน!
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพกลัวบางสิ่ง!
พวกเขาหวาดกลัว
แต่ถึงกระนั้น มันก็จริงที่ความน่าเกรงขามเผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นน่า
สะพรึงกลัว
หากไม่ใช่เพราะราชันนิมิตฝันเทวะยืนยันอย่างถึงที่สุดและปกป้อง
ผลประโยชน์ของพวกเขา บางทีพวกเขาอาจจะทำสนธิสัญญานี้ไปแล้ว จะ
เกิดหายนะที่สมบูรณ์สำหรับมวลมนุษย์!
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ทุกคนมองไปที่ราชันนิมิตฝันเทวะ จากนั้นก็มองดูที่
หลินหมิง
แน่นอน พวกเขารู้ว่าก่อนที่ทัศนคติของราชันนิมิตฝันเทวะจะเกิด
การเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์นางได้สนทนากับหลินหมิงโดยใช้กระแส
เสียงปราณแท้
“ราชันนิมิตฝันเทวะ… หลินหมิงพูดอะไรกับเจ้า?”
คนที่ถามคือเทพสวรรค์เบิกเวหา เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าสิ่ง.f
ที่หลินหมิงพูดเพื่อเปลี่ยนความคิดของราชันนิมิตฝันเทวะ
ก่อนหน้านี้ ราชันสวรรค์หลายคนงงงวยว่าเหตุใดเผ่าพันธุ์ภูติเทพจึง
ไม่กล้าที่จะเริ่มสงครามทั้งหมด ราวกับว่าพวกเขากลัวเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วย
เหตุผลบางอย่าง
แต่นั่นเป็นเพียงการคาดเดา เผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นมีผู้ทรงพลังเทพ
แท้จริงอย่างน้อยหนึ่งคน รวมถึงกึ่งเทพแท้จริงอีกหลายคน พวกเขาน่า
หวาดกลัวกว่ามนุษย์ในแง่ของความแข็งแกร่งโดยรวม ในช่วงเวลาสำคัญ
ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตายของทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ในหมู่พวกเขานั้น
มันจะมีใครจะกล้าสรุปโดยอาศัยข้อมูลแบบสุ่มบ้าง?
ราชันนิมิตฝันเทวะส่ายหัวของนาง “ไม่มีอะไร หลินหมิงให้คำแนะนำ
เท่านั้น”
ราชันนิมิตฝันเทวะกล่าวอย่างคลุมเครือในถ้อยคำของนาง โดย
เฉพาะที่มันเห็นได้ชัดว่านางไม่ต้องการเปิดเผยรายละเอียดมากเกินไป
นั่นก็เพื่อปกป้องความลับของหลินหมิง ยิ่งคนรู้น้อยก็จะดีกว่าสำหรับเขา
เทพสวรรค์เบิกเวหาลังเลสักครู่และในที่สุดก็ไม่ได้ถามอีก เขารู้ว่า
ราชันนิมิตฝันเทวะไม่ต้องการอธิบายตัวเอง
เมื่อเป็นเช่นนี้ การเจรจาที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของมวลมนุษย์ก็
สิ้นสุดลง ต่อไปนี้ เผ่าพันธุ์ภูติเทพไม่ได้กระทำในความอับอายและความ
โกรธ พวกเขาไม่เริ่มต้นการบุกรุกขนาดใหญ่สู่แดนเทวะ แต่พวกเขายังคง
จะอยู่เพียงในโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่
มนุษย์เองก็ไม่ได้ส่งราชันสวรรค์ออกไปเพื่อชิงเอาโลกจรัสแสงอัน
ยิ่งใหญ่ นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขาไม่ยอมยกดินแดน
เพิ่มเติม พวกเขาก็จะไม่ได้จ่ายค่าชดเชยใดๆ และพวกเขาก็จะไม่สูญเสีย
อำนาจอธิปไตยของแดนเทวะ ในสถานการณ์เช่นนี้ มวลมนุษย์ก็ได้รับ
ช่วงเวลาแห่งความสงบสุข
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะตระหนักดีว่าเผ่าพันธุ์ภูติเทพเพียง
หวาดกลัวมนุษย์ชั่วคราว แต่ถ้ามนุษย์บังคับพวกเขาให้สิ้นหวัง พวกเขา
จะเริ่มสงครามเต็มรูปแบบอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ทั้งมนุษย์และภูติเทพไม่
ต้องการให้เกิด
ดังนั้นจึงไม่มีราชันสวรรค์ถูกส่งออกไปในสงครามนี้ การต่อสู้จะถูก
จำกัดในระดับราชันพิภพ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความสงบสุขสั้นๆจะปรากฏขึ้นระหว่างมนุษย์กับ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพ โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่นั้นถูกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพชั่วคราว สำหรับตอนนี้ มนุษย์ทุกคนในแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างกำลังส่ง
เสียงโห่ร้อง สรรเสริญเหล่าราชันสวรรค์
และในเวลานี้ ข่าวของหลินหมิงที่ท้าทายบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลก็ได้แพร่กระจายออกไปทั้งแดนเทวะดั่งน้ำหลาก
ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ราชันสวรรค์คิด มนุษย์ส่วนใหญ่คิดว่าการที่
หลินหมิงท้าทายบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และยอด
เยี่ยม!
หลังจากที่มวลมนุษย์ถูกบังคับครั้งแล้วครั้งเล่า ในเวลานี้พวกเขา
ต้องการให้วีรบุรุษปรากฎตัวเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการการต่อสู้ที่
ดุเดือดกับศัตรู ผู้ที่ซึ่งจะสามารถทำให้พวกเขากล้าที่จะต่อต้านเผ่าพันธุ์
ภูติเทพต่อไป!
และการกระโดดขึ้นมาของหลินหมิงก็เพื่อท้าทายบุตรชายจักรพรรดิ
ฟ้าบันดาลก็ได้บรรลุเป้าหมายนี้ สิ่งนี้ทำให้นักสู้ของมนุษย์หลายคนรู้สึก
ภาคภูมิใจและสนุกสนาน!
แม้แต่ปุถุชนทั่วไปของแดนเทวะก็ยังวาดฉากของหลินหมิงขึ้นท้าทาย
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลที่โต๊ะเจรจา แน่นอนทั้งหมดนี้มาจาก
จินตนาการของพวกเขา
ในจินตนาการของพวกเขา หลินหมิงดูเหมือนวีรบุรุษที่ปรากฎขึ้น
จากท้องฟ้ามืด กดดันทุกคนและครอบงำทั้งโลก!
แต่ปฏิกิริยาในเผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นตรงกันข้ามกัน พวกเขาได้ยิน
เรื่องราวที่หลินหมิงถูกโจมตีโดยบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลจนถึงจุดที่
ทำให้กระอักโลหิตออกมา สำหรับการต่อสู้ระหว่าง บุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาลกับหลินหมิงในอีกร้อยปี ทุกคนก็คิดว่าเป็นเรื่องตลก
ในฐานะที่เป็นจักรพรรดิภูติเทพในอนาคตของพวกเขา เขาจะพ่าย
แพ้ให้กับเด็กขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ตัวน้อยได้อย่างไร?