Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,405 เจดีย์ไร้กังขา
เขาเป็นศิษย์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทพแท้จริงและยังเป็นผู้ชนะงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกของภูติเทพ…
รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของมนุษย์เหลือบมองซึ่งกันและกัน มีความตกใจ
ในสายตาของพวกเขา ศิษย์ของเทพแท้จริงคือแนวคิดเช่นใดน่ะหรือ?
พวกเขาแค่ต้องคิดเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างผู้สืบทอดราชันสวรรค์
และผู้สืบทอดของราชันพิภพก็จะเข้าใจว่าผู้สืบทอดของเทพแท้จริง
เหนือกว่านั้นมาก
เมื่อมนุษย์รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นนึกถึงสิ่งนี้ พวกเขารู้สึกว่าหัวใจของตน
เต้นรัวในหน้าอก พวกเขาต้องการพูดย้ำอีกครั้งว่าพวกเขาเชื่อในหมิงหมิง
แต่ความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับเผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้นยิ่งใหญ่เกินไป
มิต้องกว่าถึงตัวตนเช่นบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล แม้กระทั่ง
ผู้เยาว์คนนี้ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ยังจะไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่าย
ในขณะที่หญิงสวมชุดขนนกเห็นความตกใจและหวาดกลัวบนใบหน้า
ของเหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นมนุษย์นางก็ยิ้มขึ้น “ศิษย์พี่นาฉีได้รับสมญา
นามขององค์ชายจักรพรรดิในเผ่าพันธุ์ของข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าคำว่า องค์
ชายจักรพรรดิ หมายถึงอะไร? นั่นคือรางวัลที่มอบให้โดยส่วนตัวจาก
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล! ถ้าไม่ใช่เพราะศิษย์พี่น่าฉีอายุน้อยกว่าศิษย์
พี่หวู่โหมวแล้ว สมญานามของศิษย์พี่หวู่โหมวก็อาจตกอยู่ในมือของศิษย์
พี่น่าฉี! หึ ด้วยการมาถึงของมหาภัยพิบัติ ชะตากรรมเผ่าพันธุ์ภูติเทพของ
ข้าจึงได้รับผลกระทบ และตอนนี้อัจฉริยะที่ไรเปรียบทั้งสองได้กำเนิดขึ้น
ในรุ่นของข้า ศิษย์พี่น่าฉีและศิษย์พี่หวู่โหมวเป็นดาวเด่นที่สุดในโลกอัน
กว้างใหญ่นี้ และความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คืออายุของพวกเขา!”
เป็นที่ชัดเจนว่าหญิงสวมชุดขนนกนี้บูชาชายหนุ่มน่าฉีนี้ในระดับไร้
สาระ คำพูดของนางทำให้รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทุกคนรู้สึกกดดันอย่างมาก
งานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกครั้งล่าสุดของมนุษย์เป็นเหตุการณ์ที่
งดงามและรุ่งเรืองมากที่สุดในรอบ 100 ล้านปีที่ผ่านมา นอกจากหลินห
มิงแล้ว มันยังมีเสี่ยวหมัวเซียน ปิงเมิ่ง ซิงชือ จุนไป่เยว่และเขี้ยวมังกร หก
ยอดอัจฉริยะ
และสถานการณ์เช่นนี้ก็ปรากฏขึ้นเพราะมหาภัยพิบัติกำลังจะเกิดขึ้น
ตั้งแต่นี้เกิดขึ้นกับมนุษย์ มันไม่สามารถพูดได้ว่าชะตากรรมของ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพจะไม่ได้รับผลกระทบจากมหาภัยพิบัติเช่นเดียวกัน
ยิ่งกว่านั้น มรดกของเผ่าพันธุ์ภูติเทพยังเหนือกว่ามวลมนุษย์ และ
อัจฉริยะเหล่านี้อาจจะแข็งแกร่งกว่าของมวลมนุษย์
“ไปกันเถอะ เรากำลังจะกลับไปสู่โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่เพื่อฝึกฝน
ต่อไป หลังจากนั้นเราจะไปเยี่ยมเยียนมนุษย์และดูว่าผู้เยาว์ระดับสูงของ
มนุษย์อยู่ในระดับใด”
ชายหนุ่มที่ชื่อน่าฉีพูดอย่างตั้งใจ จากนั้นเขาหยิบอาวุธขึ้นมาจากโต๊ะ
แล้วออกจากภัตตาคารพร้อมกับคนอื่นๆ
“ศิษย์พี่น่าฉี ท่านกำลังบอกว่าเรากำลังไปจะทดสอบรุ่นเยาว์ที่โดด
เด่นของมนุษย์ใช่หรือไม่?” ชายร่างสูงและผิวดำที่อยู่ข้างหลังน่าฉีเลียริม
ฝีปาก หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น
“ใช่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วสงครามใหญ่ระหว่างเผ่าพันธุ์จะมาถึง เนื่องจาก
ราชันสวรรค์ไม่สามารถต่อสู้ได้ ตอนนี้เราจะเริ่มต้นก่อน! ท้ายที่สุด
เนื่องจากเราจะทำสงครามในอนาคตอยู่แล้ว เราอาจเริ่มจากการทำลาย
ความมั่นใจของพวกเขาในตอนนี้เลย! หากเราสามารถเอาชนะพวกเขาได้
ในเวลาต่อมาหลังจากหนึ่งพันปีมันก็จะไม่มีปัญหาเลย! ยิ่งกว่านั้น นี่เป็น
แรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมสำหรับเผ่าพันธุ์ของข้า!”
น่าฉีกล่าวอย่างช้าๆ ไม่เพียง แต่เขาต้องการที่จะมีชื่อเสียงไปทั่วมวล
มนุษย์และเผ่าพันธุ์ของภูติเทพ แต่เขายังต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อเพิ่มแรง
กระตุ้นของภูติเทพ
“ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่น่าฉีกล่าวได้ถูกต้อง เนื่องจากระดับการบ่มเพาะของ
ศิษย์พี่หวู่โหมวสูงเกินไป มนุษย์อัจฉริยะคนอื่นๆจึงไม่สามารถติดตามเขา
ได้ นั่นจึงเหลือเพียงเราเท่านั้นที่จะลงมือได้ หากเราสามารถเอาชนะ
อัจฉริยะทั้งหมดของพวกเขาแล้ว มนุษย์เหล่านั้นจะมีความกล้าที่จะต่อสู้
กับเราได้อย่างไร เมื่อถึงเวลานั้น ชื่อเสียงของเราในโลกจรัสแสงอัน
ยิ่งใหญ่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางทีจักรพรรดิภูติเทพอาจมอบรางวัลอัน
ยิ่งใหญ่ให้เราก็ได้!”
ชายร่างผอมพูดโดยไม่มีรู้สึกกระดากใจ ในขณะที่เขาพูด นักสู้ของ
มนุษย์ก็มีใบหน้าน่าเกลียดขึ้น
คนเหล่านี้ไม่เคารพใครเลย พวกเขาปฏิบัติต่อนักสู้ของมนุษย์ที่นี่โดย
ไม่มีอะไรนอกจากอากาศธาตุ
“ไปกันเถอะ!”
เป้าหมายของพวกเขาคือโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่
……………
หลังจากการเจรจาระหว่างมวลมนุษย์และภูติเทพสิ้นสุดลง หลินหมิง
ก็ได้ปิดด่านที่ขุนเขาผู่โถว
ขุนเขาผู่โถวมีประวัติอันยาวนานและรุ่งโรจน์ ในแง่ของภูมิหลังและ
มรดก มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาเป็นขุมกำลังอันดับหนึ่งของมนุษย์
ภูเขา, สวน, หอคอย, เฉลียงทางเดิน, อาราม ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วย
รูปแบบค่ายกล รูปแบบค่ายกลเหล่านี้สามารถใช้เพื่อสนับสนุนการบ่ม
เพาะและแม้แต่การใช้การขับไล่วิญญาณชั่วร้าย แม้แต่สวนท่ามกลางหุบ
เขาที่มีพืชจิตวิญญาณมากมายก็ยังมีรูปแบบค่ายกลหลายชั้น
ถ้าหลินหมิงบ่มเพาะที่นี่ มันกฌไม่ได้เลวร้ายไปกว่าการบ่มเพาะที่
ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ
“ศิษย์น้องหลิน ท่านบรรพบุรุษสูงสุดเรียกหาเจ้า!” นักบวชผู้หหนึ่ง
ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลินหมิง ฝ่ามือของเขาอยู่ในท่าพนมขณะที่เขาท่องบท
สวดพุทธ
“บรรพบุรุษสูงสุด?” จิตใจของหลินหมิงสะท้าน ผู้จัดการเรื่องประจำ
วันที่ขุนเขาผู่โถวไม่ใช่จักรพรรดิสักกะหรือโพธิสัตว์เกรียงฟ้า แต่เป็น
ปรมาจารย์หลิง ใครบางคนที่มีระดับการบ่มเพาะกึ่งราชันสวรรค์ จากสอง
ราชันสวรรค์ หนึ่งในนั้นถูกเรียกว่าบรรพบุรุษสูงสุด และอีกอันหนึ่งถูก
เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญสูงสุด
บรรพบุรุษสูงสุดตามโดยธรรมชาติย่อมเป็นโพธิสัตว์เกรียงฟ้า เขามี
ชื่อเสียงไปทั่วโลกเมื่อหนึ่งร้อยล้านปีก่อน และเป็นตัวตนที่มีอันดับสูงสุด
ของขุนเขาผู่โถวในปัจจุบัน!
“บรรพบุรุษสูงสุดได้ยินว่าศิษย์น้องหลินจะทะลวงเข้าสู่ขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางในไม่ช้า ดังนั้นเขาจึงขอเชิญศิษย์น้องหลินไปยังเจดีย์ไร้
กังขาเพื่อรู้แจ้งผ่านเจตจำนงจักรพรรดิ รวมถึงรับการสันดาปผ่าน
เจตจำนงโพธิสัตว์”
“เจตจำนงจักรพรรดิ… เจตจำนงโพธิสัตว์…” หลินหมิงไม่เคยได้ยิน
คำศัพท์เหล่านี้มาก่อน เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “เช่นนั้นข้าขอให้ศิษย์พี่นำ
ทางด้วย”
ขุนเขาผู่โถวมีอาคารโบราณจำนวนมากเกินไป โบราณสถานเหล่านี้
มักจะมีอายุหลายร้อยล้านปีหรือแม้กระทั่งพันล้านปี ศิษย์ยุคก่อนหน้า
ทั้งหมดของขุนเขาผู่โถวได้เสริมรูปแบบค่ายกลที่นี่อย่างต่อเนื่องและ
ซ่อมแซมโครงสร้างทั้งหมด คงไว้ซึ่งความรุ่งโรจน์ของพวกเขา ตอนนี้ไม่
เพียงแต่จะไม่มีความรู้สึกของการเสื่อมสลาย แต่ยังมีบรรยากาศของ
แม่น้ำแห่งกาลเวลาที่ไร้สิ้นสุด ทำให้ผู้หนึ่งรู้สึกถึงความกลัวในใจ
หลินหมิงติดตามเขาผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวหลายแห่งก่อนที่จะมาถึง
สวนขนาดใหญ่และกว้างขวาง ลานนี้ปูด้วยอิฐหนา แต่ละก้อนมีลักษณะ
เหมือนโดมหนาที่บันทึกประวัติอันยาวนานของขุนเขาผู่โถวไว้
“เรามาถึงแล้ว”
นักบวชที่ถือประคำพูดสวดและจากนั้นถอยกลับอย่างช้าๆ
ที่ด้านหน้าของหลินหมิงเป็นป่าของเจดีย์สีเทา
แต่ละเจดีย์เหล่านี้มีจำนวนชั้นที่แตกต่างกัน และแต่ละอันมีความสูง
หลายร้อยฟุต พวกมันไม่ได้มีความงดงามเป็นเลิศที่ถูกแกะสลักจากหยก
หรือคริสตัล แต่พวกเขายังคงมีความสง่าและน่าเกรงขาม
ต่อหน้าเจดีย์ในป่าแห่งนี้เป็นนักบวชชรา เขาชุดคลุมผ้าลินินหลวม
และมีผ้าสีทองพาดไหล่ของเขา เขาสวมรองเท้าแตะฟาง ติ่งหูของเขามี
ขนาดใหญ่และกลม คิ้วมีสีขาวที่ยาวหนึ่งฟุต เขาพยุงตัวด้วยไม้เท้าในมือ
ขวา และถือเส้นประคำด้วยมือซ้าย ลูกปัดพุทธเหล่านี้มีทั้งหมดเจ็ดเม็ด มี
ขนาดเล็ก 6 เม็ดและเม็ดใหญ่ 1 เม็ด ในหมู่พวกมัน เม็ดใหญ่เป็นสีขาวซีด
ปนแดงราวกับว่ามีโลหิตไหลเวียนอยู่ข้างใน จริงๆแล้วมันคล้ายลูกตา ทำ
ให้ดูค่อนข้างน่าตกใจ
นักบวชชรานี้ยืนอยู่เฉยๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาได้รวมเข้าเป็นหนึ่ง
เดียวกับโลกรอบตัวเขา ถ้าหลินหมิงไม่ได้ใช้สายตา แต่ใช้เพียงสัมผัสรับรู้
เท่านั้น เขาก็จะไม่ได้ค้นพบการที่อยู่ของนักบวชชราผู้นี้ได้ แม้ว่าเขาจะอยู่
ใกล้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงเขา นี่เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด
อย่างมาก
ชายชราคิ้วขาวนี้เป็นโพธิสัตว์เกรียงฟ้าของขุนเขาผู่โถว แม้ว่าราชัน
นิมิตฝันเทวะพบเขานางก็ยังคงต้องพูดกับเขาอย่างสุภาพในฐานะผู้อาวุโส
“ผู้เยาว์หลินหมิงคารวะผู้อาวุโสโพธิสัตว์เกรียงฟ้า”
หลินหมิงคำนับด้วยความเคารพ
โพธิสัตว์เกรียงฟ้ามองดูหลินหมิงและพยักหน้ารับอย่างช้าๆ จากนั้น
เขาก็พูดว่า “ตั้งแต่วันนี้ 7 สู่ 7 เป็น 49 วัน เจ้าจะอยู่ที่นี่”
น้ำเสียงโพธิสัตว์เกรียงฟ้าล้ำลึกและเชื่องช้า หากใครได้ฟังเขา พวก
เขาอาจคิดว่าเขามีปัญหาในการพูดเนื่องจากอายุที่มาก
“สถานที่แห่งนี้คือ…” หลินหมิงจำได้ว่าผู้นำทางเขาเรียกสถานที่นี้ว่า
เจดีย์ไร้กังขา
“นี่คือสุสานของขุนเขาผู่โถว ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพซึ่งนักบวชของ
ขุนเขาผู่โถวก่อนหน้าที่สามารถเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ ในช่วง 3.6 พันล้าน
ปีที่ผ่านมา เมื่อนักบวชที่มีชื่อเสียงของขุนเขาผู่โถวเสียชีวิต พวกเขาถูก
เผาและเถ้าถ่านของพวกเขารวมตัวกันเป็นพระธาตุ พระธาตุเหล่านี้ถูก
วางไว้ในกล่องเจดีย์ ฝังรวมกับสมบัติชีวิตของพวกเขา ดังนั้นเจดีย์ป่าแห่ง
นี้จึงได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ไร้กังขาและเจดีย์สุสาน”
เมื่อโพธิสัตว์เกรียงฟ้าพูดถึงตรงนี้ หลินหมิงก็ตกใจ
หลุมฝังศพของนักบวชที่มีชื่อเสียงก่อนหน้านี้ของขุนเขาผู่โถว!
ขุนเขาผู่โถวมีประวัติยาวนานถึง 3.6 พันล้านปี ในช่วงเวลาอัน
ยาวนานนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณว่ามีตัวตนพิเศษกี่ตัวปรากฏอยู่ใน
ระดับของพวกเขา!
มีเพียงปรมาจารย์เซนที่ประสบความสำเร็จสูงเท่านั้นที่มีคุณสมบัติ
ในการถูกฝังอยู่ที่เจดีย์ไร้กังขา หลังจากพวกเขาเสียชีวิต ด้วยตัวตนที่โดด
เด่นมากมายถูกฝังอยู่ที่นี่ แม้ว่าพวกเขาจะเสียชีวิตไปเมื่อหลายล้านปี แต่
เจตจำนงพุทธและกฎของพวกเขาก็จะยังคงอยู่ที่นี่ไม่เคยจางหายไป
ในช่วงเวลาที่ไม่รู้จัก โพธิสัตว์เกรียงฟ้าได้ลอยไปจากแล้ว
หลินหมิงถูกทิ้งไว้โดยลำพัง รู้สึกถึงเจตจำนงที่พลุ่งพล่านในป่าเจดีย์
นี้
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหลายครั้งและปรับความคิด จากนั้น เขาโค้ง
คำนับต่อเจดีย์ไร้กังขาหลายครั้ง หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
นักสู้สามารถดูหมิ่นสวรรค์และต่อต้านโลก แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก
นอกจากเคารพเหล่านักสู้วีรชนในอดีต
มีเจดีย์พุทธทั้งหมด 72 แห่ง!
นี่เป็นตัวเลขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เมื่อจำนวนนักบวชที่มีชื่อเสียงถูก
ฝังที่นี่เกินจำนวนเจดย์ ก็จะต้องเริ่มฝังสองคนในหนึ่งเจดีย์
เมื่อมองถึงการจัดเรียงของเจดีย์พุทธ มันก็มีความคล้ายคลึงกัน
เล็กน้อยกับ 72 เจดีย์ผู้วิเศษแห่งป่าทางใต้อันกว้างใหญ่ในแดนเบื้องล่าง
แน่นอนว่าเจดีย์ไร้กังขาแห่งนี้ลึกซึ้งละซับซ้อนกว่าหลายเท่ายิ่ง
สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้วิเศษแห่งป่าทางใต้อันกว้างใหญ่ในแดน
เบื้องล่างมีภูมิหลังทางพุทธ ยิ่งกว่านั้น เขามาจากขุมกำลังใต้บังคับบัญชา
ของขุนเขาผู่โถว ซึ่งเป็นผู้แบ่งปันรากของพวกเขา
เจดีย์บางแห่งสูงและบางแห่งต่ำ ความสูงของเจดีย์ยังแสดงถึง
ความสำเร็จของนักบวชที่ถูกฝังอยู่ภายใน
หลินหมิงตระหนักดีว่าสถานที่แห่งนี้ซึ่งนักบวชที่มีชื่อเสียงก่อนหน้านี้
ถูกฝัง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของที่นี่ เมื่อมีนักบวช
มากมายมาพักผ่อนอย่างสงบที่นี่ ปกติก็จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้
รบกวนพวกเขา
ถ้ามิใช่เพราะการมาถึงของมหาภัยพิบัติและสถานการณ์พิเศษที่
เกิดขึ้น เช่นนั้นโพธิสัตว์เกรียงฟ้า จะไม่ยอมให้เขามาที่นี่เพื่อรู้แจ้ง
เจตจำนงพุทธ
หลังจากปรับความคิดของเขาสู่สภาวะไร้มีตัวตนแล้ว หลินหมิงก็เดิน
ไปที่ป่าเจดีย์ด้วยความเคารพและให้เกียรติ
ทีละก้าว ความเร็วของหลินหมิงช้ามาก
หลังจากเก้าก้าว หลินหมิงจะหยุดเป็นเวลานาน ทำให้หัวใจของเขา
รู้สึกถึงทุกสิ่งรอบตัว
1,000 ฟุต!
800 ฟุต!
500 ฟุต!
หลินหมิงเข้ามาใกล้กับป่าเจดีย์มากขึ้น ในขณะที่ระยะทางลดลง
หลินหมิงก็เริ่มรู้สึกว่าเจตจำนงที่มาจากป่าเจดีย์นั้นทรงพลังมากขึ้น
เขารู้สึกเจ็บปวดระหว่างคิ้ว ราวกับเข็มถูกแทงที่นั่น โลหิตทั้งหมดใน
ร่างกายของเขาดูเหมือนจะพุ่งเข้าหาจุดนั้น
จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิด
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน ด้วยเสียงกู่ร้องเบาๆ จิตวิญญาณต่อสู้
อนุภาคแรกกำเนิดก็พุ่งออกมา หอกทองคำเข้มปรากฎตัวต่อหน้าหลินห
มิง ด้ามหอกนี้ก็มีโทนสีฟ้าอ่อนด้วย นี่คือขอบเขตวิญญาณสีฟ้า หลินหมิง
ใช้เวลานานมาก สะสมมันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการเพื่อให้
เกิดความก้าวหน้าอย่างแท้จริงได้
ในขณะนี้ จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาได้มาถึงขั้นสมบูรณ์ของระดับ
ทองคำนานแล้ว และได้สัมผัสกับธรณีประตูของจิตวิญญาณต่อสู้ระดับ
วิญญาณฟ้า
ความแตกต่างระหว่างจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองและจิตวิญญาณ
ต่อสู้ระดับวิญญาณฟ้านั้นกว้างใหญ่มาก ตอนนี้ ภายใต้การรับสันดาปของ
เจตจำนงพุทธนี้ หลินหมิงก็รู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณต่อสู้ของเขาถูกกระตุ้น
อย่างรุนแรง เฉดสีฟ้าของจิตวิญญาณต่อสู้เริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น!
เจตจำนงพุทธนี้จะสามารถขัดเกลาจิตวิญญาณต่อสู้ได้
หลินหมิงไม่แปลกใจเลย ในทั้งแดนเทวะ มีเพียงขุนเขาผู่โถวเท่านั้นที่
มีสุสานซึ่งผู้อาวุโสสูงสุดถูกฝังอยู่ เจตจำนงที่นี่มีแนวโน้มว่าจะแข็งแกร่ง
ที่สุดในทั้งแดนเทวะ!