Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,406 องค์ชายจักรพรรดิน่าฉี
ตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อผู้ทรงพลังของมนุษย์ที่ไร้เปรียบได้ตายไป พวก
เขามักจะทิ้งมรดกที่ซ่อนอยู่ซึ่งพวกเขาจะรอให้ผู้สืบทอดที่ถูกกำหนดมา
สืบทอด
สำหรับโครงกระดูกของผู้ทรงพลังไร้เปรียบเหล่านี้ พวกมันมักจะถูก
ฝังอยู่ในที่ไกลและสถานที่ที่ไม่รู้จัก หรือไม่พวกเขาก็ทำลายร่างกายทิ้ง นี่
เป็นเพราะศพของผู้ทรงพลังไร้เปรียบได้นั้นเป็นสมบัติล้ำค่า
จากผู้ทรงพลังไร้เปรียบเหล่านี้ แต่ละคนต่างได้กลืนวัสดุสวรรค์
มากมายในชีวิต เนื้อหนังและปราณโลหิตของพวกเขาเปรียบได้กับสมบัติ
ศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์และปฐพี กระดูกและเส้นชีพจรของพวกเขาถูกจารึก
ด้วยรูปแบบเต๋าและรูนกฎ หากมีใครขุดซากศพของพวกเขาขึ้นมาและ
รับรู้พวกมัน พวกมันมันจะไม่ด้อยกว่าหินกลียุค
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผู้ทรงพลังไร้เปรียบจะไม่ถูกฝังอยู่ในหลุมฝังศพที่
เห็นได้ชัด ซึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นขุดซากศพของพวกเขาหลังจากที่ตาย
ไป
เฉพาะนิกายอย่างขุนเขาผู่โถวที่ดำรงอยู่มาได้ 3.6 พันล้านปีซึ่งมีพื้น
หลังที่ลึกซึ้งไม่อาจหยั่งรู้ได้จึงจะมีความสามารถในการเก็บโครงกระดูก
เหล่านี้ไว้ในเจย์ดีไร้กังขา
มันสามารถจินตนาการได้ว่าพระธาตุในเจดีย์เหล่านี้เป็นสมบัติล้ำค่า
ท่ามกลางขุมทรัพย์
เมื่อหลินหมิงเข้าใกล้เจดีย์อย่างต่อเนื่อง เขาก็สามารถได้ยินเสียง
สวดพุทธที่สั่นระรัวระหว่างสวรรค์และปฐพี รูนพุทธสีทองส่องแสงใน
ท้องฟ้า นำมาซึ่งฉากอันตระกาลตาทุกประเภท
ในขณะนี้ หลินหมิงรู้สึกถึงโลหิตและปราณแท้ภายในร่างกายของเขา
เดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเขาเต้นควบคู่กับการไหลของรูน
หึงง –
จิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดสั่นไหว
หลินหมิงรู้สึกถึงเจตจำนงทั้งหมดในร่างกายของเขาได้รับการสันดาป
300 ฟุต!
200 ฟุต!
100 ฟุต!
ในที่สุดหลินหมิงก็มาถึงด้านหน้าป่าเจดีย์ ราชันสวรรค์ที่มีชีวิต
สามารถปกปิดออร่าของตัวเองและยังซ่อนจิตวิญญาณต่อสู้ของพวกเขาไว้
ในทะเลแห่งวิญญาณ อยู่เฉยๆจนกว่ามันจะถูกเปิดใช้งาน ตัวอย่างเช่น
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะที่อาจดูเหมือนผู้หญิงธรรมดาสามัญหากนาง
เลือกจะทำ
เมื่อราชันสวรรค์ตายไป ทุกอย่างจะกลับสู่ธรรมชาติ หากนักสู้ขาด
เจตจำนง มันจะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทนต่อการสันดาปของเจดีย์ไร้
กังขา
หลินหมิงมาถึงเจดีย์แรกของเจดีย์ไร้กังขา เจดีย์นี้สูงแปดชั้น ในทาง
พุทธ หน้าที่พื้นฐานที่สุดของเจดีย์คือหลุมฝังศพ มันถูกใช้เพื่อฝังศพของ
นักบวชที่โดดเด่นพร้อมกับพระธาตุของพวกเขา
ประตูของเจดีย์นี้เริ่มเปิดออก
หลินหมิงโค้งคำนับอย่างลึกซึ้งก่อนเข้าเจดีย์
เมื่อมองไปรอบๆ ที่ใจกลางของเจดีย์นี้เป็นพระธาตุ พระธาตุนี้แบน
และกว้าง รูปร่างคล้ายวงรี พระธาตุชิ้นนี้แตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่
หลินหมิงจินตนาการถึง
ส่วนที่เหลือของนักบวชที่โดดเด่นถูกฝังอยู่ในห้องใต้เจดีย์ แต่พระ
ธาตุนี้ถูกวางไว้กลางห้องโถงชั้นล่าง ซึ่งเผยให้โลกเห็นโดยไม่มีกล่องหยก
ปิดผนึก
เมื่อมองลงไปข้างล่าง มันก็มีแผ่นศิลาจารึกอยู่ข้างใต้พระธาตุนี้พร้อม
กับบางคำที่จารึกไว้ “ราชันกรุณ เกิดเมื่อ 800 ล้านปีหลังจากมหาภัย
พิบัติ เขาจัดการขุนเขาผู่โถว และมีการบ่มเพาะขั้นราชันสวรรค์ เขา
กลายเป็นนักบวชที่อายุ 6 ขวบ พรสวรรค์และความทรงจำของเขานั้นน่า
ทึ่ง เขาศึกษา 300 คัมภีร์ 300 และก่อนอายุ 20 ปีเขาไม่ได้ฝึกฝนการต่อ
นักสู้เลย แต่ลงทุนอย่างเต็มที่เพื่อทำความเข้าใจธรรมะของพุทธ แสงแห่ง
การตื่นรู้สาดลงมาหาเขา และร่างกายของราชันกรุณก็กำเกิดใหม่ผ่าน
นิพพาน และจากจุดนั้น เขาก็ควบแน่นเป็นร่างโพธิสัตว์ขึ้น นั่นคือขั้น
ทำลายชีวิต…”
เมื่อหลินหมิงอ่านคำอธิบายนี้ เขาก็ประหลาดใจอย่างมาก แผ่นศิลา
จารึกบันทึกไว้ว่า ราชันกรุณไม่ได้บ่มเพาะการต่อสู้ใดๆก่อนที่เขาจะอายุ
20 ปี และเข้าฌานเฉพาะในพระไตรปิฎกเท่านั้น ถึงกระนั้น หลังจากนั้น
ร่างกายมนุษย์ของเขาก็กำเกิดใหม่ผ่านนิพพาน ซึ่งรวมตัวกันเป็นร่าง
โพธิสัตว์ นั่นคือขั้นตอนเดียวกับขั้นทำลายชีวิต
หากสิ่งนี้เป็นจริง เส้นทางของพุทธนั้นลึกลับและน่าอัศจรรย์มาก
เกินไป
ยิ่งไปกว่านั้น แผ่นศิลาจารึกบันทึกความสำเร็จต่างๆของราชันกรุณ
ไว้ นอกจากนี้ ที่ด้านล่างสุดก็มีคำศัพท์สั้นๆว่า “ถ้าข้าสามารถเทศนาโดย
ไม่รู้จักผิดพลาดได้ เช่นนั้นหลังจากตายข้าในเพลิงของข้า ก็ปล่อยให้ลิ้น
ของข้าคงอยู่ตลอดไป”
คำต่างๆเหล่านี้ดูเหมือนอ่อนโยนและสุขุมเหมือนประโยคทั่วไป แต่
จริงๆแล้วพวกมันกลับปลดปล่อยแรงผลักดันที่ลึกล้ำและทรงพลัง เพียง
แค่มองดู ผู้หนึ่งก็จะรู้สึกได้ถึงแรงกระตุ้นของบทสวดนมัสการและยอมรับ
การสันดาปของพุทธด้วยหัวใจของพวกเขา
ความรู้สึกเช่นนี้เปรียบได้กับสิ่งที่หลินหมิงรู้สึกเมื่อเขาอ่านถ่อยคำที่
ราชันสวรรค์บรรพกาลทิ้งไว้ในอเวจีปีศาจอมตะ “เหล่านักสู้คณานับใน
ดวงดาวแห่งจักรวาลไร้สิ้นสุด, ข้าจักเขียนประวัติศาสตร์อันเป็นอนันต์ขึ้น
ใหม่!”
“คำพูดเหล่านี้ควรเป็นของราชันกรุณ และจากความหมายของพวก
มัน พวกมันควรเป็นคำพูดสุดท้ายของเขาด้วย”
หลินหมิงคิดเช่นนี้ ความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำเหล่านี้คือถ้าคำสอน
ที่เขาส่งผ่านไปโดยไม่มีข้อผิดพลาด จากนั้นเมื่อร่างกายมนุษย์ของเขา
สลายไปและเขาถูกเผาในเพลิง ก็ปล่อยลิ้นของเขาไม่ถูกเผาไหม้
เปลวเพลิงที่ขุนเขาผู่โถวเคยใช้ในการเผานักบวชที่โดดเด่นของพวก
เขาไม่ใช่เพลิงปกติ แต่เพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้นประกอบไปด้วยวิถี 9 ระดับที่
สมบูรณ์ของกฎแห่งเพลิง โดยปกติ เมื่อนักสู้หลอมรวมพลังปราณตายไป
พลังงานต้นกำเนิดของพวกเขาจะกระจายไป ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงร่าง
วิญญาณที่ไม่สามารถทนต่อเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ แต่นักบวชผู้มี
ชื่อเสียงเหล่านี้กลับสามารถทิ้งพระธาตุผ่านเปลวเพลิงนั้นไว้ได้
เมื่อหลินหมิงนึกถึงสิ่งนี้ จิตใจของเขาก็สะท้าน เขาเงยหน้าขึ้นมอง
ไปยังพระธาตุที่ใจกลางของเจดีย์ เมื่อมองดูใกล้ๆ พระธาตุแบนนี้คล้าย
กับลิ้นจริงๆ
“เมื่อราชันกรุณสิ้นไปนั้น ลิ้นของเขากลับยังหลงเหลืออยู่และ
กลายเป็นพระธาตุ คำพูดของเขาเป็นจริง…”
เมื่อหลินหมิงมองดูพระธาตุนี้ใจ เขาก็สั่นสะท้าน มันไม่เป็นที่ทราบ
ว่านักบวชที่มีชื่อเสียงผู้นี้ไปถึงขอบเขตใด แต่มันควรจะเป็นระดับที่สูงยิ่ง
กว่าโพธิสัตว์เกรียงฟ้า
หลินหมิงมองต่อไป เขาค้นพบว่าด้านหลังศิลาจารึกนี้เป็นส่วนหนึ่ง
ของคัมภีร์ด้วย
คัมภีร์เหล่านี้ไม่ใช่บทสวดหัวใจนักสู้ แต่เป็นข้อความทางพุทธที่
บริสุทธิ์ หลินหมิงถือความเกรงกลัวด้วยความเคารพเมื่อเขาอ่านข้อความ
นี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ในการสงบจิตใจ ผู้หนึ่งจะสามารถทำความเข้าใจวิถีได้
หลินหมิงอยู่ที่เจดีย์ไร้กังขาของราชันกรุณเป็นเวลาสามวัน จากนั้น
เขาก็จากไป
เขาย้ายไปที่เจดีย์ไร้กังขาถัดไป
เจดีย์ไร้กังขานี้เองก็มีแผ่นศิลา คำที่จารึกอยู่บนนั้นคือ “จิวโหมวเย
เขาเกิดพันล้านและ 80 ล้านปีหลังจากมหาภัยพิบัติ เขาปลงผมเมื่อตอน
อายุ 3 ขวบ…
“…เขาสิ้นไปเมื่อพันล้านและ 90 ล้านปีหลังจากเกิดมหาภัยพิบัติ
หลังจากการตาย เถ้าถ่านของเขาถูกแยกออกเป็น 48,000 ส่วน แต่ละ
ส่วนรวมอยู่ในอิฐของเจดีย์พุทธนี้ กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเจดีย์ไร้กังขา
เจดีย์นี้เป็นจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ หากไม่มีใครทำการกลั่นมัน มันก็จะ
กลายเป็นสมบัติจิตวิญญาณระดับราชันสวรรค์…”
หลินหมิงอ่านต่อไป ปรมาจารย์จิวโหมวเยเองก็ทิ้งคำพูดสุดท้ายของ
เขาไว้ “เพื่อเคารพทุกชีวิต หัวใจของข้าจะส่องประกายราวกับกระจกเงา
เมื่อร่างกายของข้ากลับคืนสู่แผ่นดิน จงมอบหัวใจให้กับทุกสิ่งมีชีวิต”
คำพูดสุดท้ายเหล่านี้ยังให้ความรู้แก่หลินหมิงด้วย เมื่อร่างกายของ
ปรมาจารย์จิวโหมวเยถูกเผาไหม้ไป หัวใจของเขาที่สว่างและใสราวกับ
กระจกถูกทิ้งไว้เบื้องหลังสำหรับทุกสิ่งมีชีวิต ความสำเร็จของเขานั้นไม่ได้
เลวร้ายไปกว่าความสำเร็จของราชันกรุณ
เขาอยู่ในเจดีย์ไร้กังขาของจิวโหมวเยอีก 3 วันเต็ม
เขายังคงไปยังเจดีย์ไร้กังขาถัดไป เมื่อเวลาผ่านไป หลินหมิงมองดู
ประวัติชีวิตของนักบวชที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ ประสบชีวิตและยอมรับการ
สันดาปมาด้วยเจตจำนง
ในช่วงระยะเวลานี้ การบ่มเพาะของหลินหมิงไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่
จริงๆแล้ว วิญญาณของเขาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้ง และจิต
วิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดของเขาก็กลายเป็นสีฟ้ามากขึ้น…
……….
ในขณะที่หลินหมิงรู้แจ้งตนเองภายในเจดีย์ไร้กังขา มันก็มีพายุโลหิต
และการสังหารเกิดขึ้นบนโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่
เหล่ารุ่นเยาว์ที่โดดเด่นหลายคนแห่กันไปที่โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่
เพื่อฝึกฝนตัวเองในสนามรบแห่งการสังหารนั้น
มีบางคนที่ทะลวงขั้นพลังในช่วงเวลาแห่งชีวิตและความตาย ระดับ
การบ่มเพาะของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีแม้กระทั่งผู้ที่ได้รับสมบัติ
และความลับของคนตาย ทำให้พวกเขามีความก้าวหน้าอย่างมาก
แต่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า พวกมันไม่เหลือแม้แต่โครงกระดูก
และในหมู่คนเหล่านี้ มันก็มีผู้ที่มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นั่นคือ… องค์ชายจักรพรรดิน่าฉี!
ด้วยการบ่มเพาะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย เขาก็สามารถต่อสู้กับ
ขั้นผู้ปกครองเทวะได้!
เขาสามารถฆ่าผู้ผู้ปกครองเทวะที่อ่อนแอได้ทันที่ และแม้จะเผชิญ
ผู้ปกครองเทวะที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังมีหนทางที่จะรักษาชีวิตของตนไว้
ได้
ความสามารถระดับนี้น่าหวาดกลัวเกินไป มันเป็นที่ทราบกันดีว่าใน
โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่นั้น นักสู้สูงสุดในสนามรบคือผู้ปกครองเทวะ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันคงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะพบองค์ชายจักรพรรดิ
น่าฉีที่เผชิญการต่อสู้ที่อาจคุกคามชีวิตของเขา
หลายภารกิจที่มุ่งเป้าไปยังเขาต่างล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหนึ่ง
ผู้ทรงพลังนับสิบไม่สามารถต้านทานความอับอาย และร่วมมือกันเพื่อ
สังหารน่าฉี เพื่อชสร้างแรงผลักดันในมวลมนุษย์และสร้างชื่อให้ตัวเอง
แต่หลังจากนั้น ไม่เพียงกับดักของพวกเขาล้มเหลว แต่น่าฉีกลับฆ่า
พวกเขา 5 คนแทน พวกเขาถูกบังคับให้ต้องล่าถอยด้วยความพ่ายแพ้ที่
หายนะ!
หลังจากการสู้รบครั้งนี้ ชื่อเสียงของน่าฉีก็ทะยานขึ้น สั่นสะเทือน
โลกราวกับแผ่นดินไหว ข้างๆก็มีหญิงสวมชุดขนนก ชายหนุ่มร่างสูงและ
ผอม แม้ว่าพวกเขาจะอ่อนแอกว่าน่าฉี แต่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นอัจฉริยะรุ่น
เดียวกัน
หากนักสู้ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์สูงสุดสามัญบังเอิญไปสะดุดกับพวก
เขา เขาจะมิได้เป็นคู่มือของพวกเขาเลย!
“ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายจักรพรรดิน่าฉีเป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งในงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกของภูติเทพ!
“ใช่แล้ว น่าฉีเกือบจะเหมือนอัจฉริยะรุ่นเดียวกับหลินหมิง เสี่ยวห
มัวเซียนและปิงเมิ่ง นี่เป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้ ข้าได้ยินมาว่าเนื่องจากมหา
ภัยพิบัติ มันทำให้มีผู้มีพรสวรรค์เพิ่มขึ้นมากมายในงานประลองร่วม
ชุมนุมครั้งแรกครั้งล่าสุดของเผ่าพันธุ์ภูติเทพ! และน่าฉีผู้นี้ยังเป็นศิษย์ของ
ผู้ทรงพลังเทพแท้จริง จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล สมญานามองค์ชาย
แห่งจักรวรรดินี้ก็สืบทอดมาจากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล!”
ในสนามรบของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ นักสู้ของมนุษย์หลายคน
กำลังพูดถึงน่าฉี
เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์เหล่านี้จะกล้าเทียบตนเองกับชื่อเสียงของศิษย์
เทพแท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นอัจฉริยะจากแดน
ศักดิ์สิทธิ์สามัญ
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลได้ปิดด่าน
เนื่องจากสัญญาระหว่างมนุษย์กับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ มนุษย์จึงไม่ได้รับ
อนุญาตให้โจมตีเบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล มิเช่นนั้นความสมดุลใน
โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่จะหายไป สำหรับเผ่าพันธุ์ภูติเทพ พวกเขาก็เห็น
ด้วยกับเงื่อนไขนี้
ดังนั้น เมื่อน่าฉีที่อายุน้อยกว่าแต่มีความสามารถพอๆกันปรากฏตัว
การพลิกสนามรบของโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ก็เหมือนกับการพลิกฝ่ามือ
ของเขา!
สิ่งนี้ทำให้อัจฉริยะของมนุษย์จำนวนมากระมัดระวังการกระทำ
ทั้งหมดของพวกเขาเพื่อไม่ให้เผชิญกับน่าฉี ด้วยความแข็งแกร่งของพวก
เขา พวกเขาก็เหมือนกับคนตายถ้าพวกเขาต้องสะดุดกับน่าฉี! ยิ่งกว่านั้น
การตายของพวกเขาจะไร้ค่าเพราะพวกเขาไม่สามารถต่อต้านได้แม้แต่
น้อย
“ไม่เพียงแต่จะมีน่าฉีเท่านั้น แต่หญิงสวมชุดคลุมขนนกและชายที่มี
ลักษณะคล้ายไม้ไผ่ที่ติดตามเขาไปรอบๆก็ยังเป็นตัวตนอันดับหนึ่งในสิบ
อันดับแรกของงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งภูติเทพ พวกเขามา
จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทพแท้จริงเช่นกัน! หากเราไปเผชิญหน้ากับพวกเขา
เราจะต้องวิ่งหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“เหตุใดผู้ชนะอันดับสูงสุดหลายคนของงานประลองร่วมชุมนุมครั้ง
แรกแห่งภูติเทพปรากฏตัวในสนามรบโลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่ แต่เรากลับ
ไม่สามารถเห็นเงาของอัจฉริยะแห่งงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์!”
“ใช่แล้ว! พวกเขากำลังทำอะไรอยู่ พวกเขาปิดด่านอยู่หรือไม่? นั่น
จะช่วยให้พวกเขาเติบโตเร็วกว่าการต่อสู้เป็นตายในสนามรบได้อย่างไร?
พวกเขาไม่ออกมาเพราะกลัว?”
โดยไม่ทราบว่าใครกำลังพูดอยู่ แต่นักสู้หลายคนต่างหันไปในทิศทาง
ของเขา
“เจ้ากำลังพ่นเรื่องไร้สาระ!”
บางคนปิดปากเขาลงในทันที่ เผ่าพันธุ์มนุษย์และภูติเทพเป็นศัตรู ใน
เวลานี้ ผู้ใดจะทำลายแรงผลักดันในเผ่าพันธุ์ของตน?
ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครพูดถึงมัน แต่ก็มีบางคนที่คิดว่าอัจฉริยะแห่งงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกของมวลมนุษย์กลัวเกินกว่าที่จะปรากฏบน
โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่เพราะน่าฉี ไม่ว่าอย่างไร ฝ่ายหนึ่งก็เป็นผู้สืบทอด
ราชันสวรรค์และอีกฝ่ายเป็นผู้สืบทอดเทพแท้จริง; มันเป็นทั้งขอบเขต
ใหญ่
“อย่าพูดเช่นนั้น ข้าได้ยินมาว่า เขี้ยวมังกร, ซิงชือและคนอื่นๆได้
กำลังเข้าสู่โลกจรัสแสงอันยิ่งใหญ่แล้ว สำหรับปิงเมิ่ง นางได้เข้าสู่แดนเร้น
ลับกับราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ดังนั้นนางจึงไม่สามารถปรากฏตัวได้ใน
ช่วงเวลาหนึ่ง ข้าไม่รู้ว่าหลินหมิงกำลังทำอะไรอยู่ แต่เขาควรจะกำลังปิด
ด่านลึกในขุนเขาผู่โถว…”