Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,447 พบกันในแดนเร้นร้างไพศาล
เส้นทางแห่งอาชูร่า, แดนเร้นร้างไพศาล –
ไม่มีใครรู้ว่าแดนเร้นร้างไพศาลสิ้นสุดที่ใด ได้มีการกล่าวว่าสิ่งที่ลึก
เข้าไปในแดนเร้นร้างไพศาลที่ สิ่งแปลกประหลาดจะปรากฎขึ้นมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้น มิติและเวลาที่นั่นมีความวุ่นวายอย่างยิ่ง แม้แต่ราชันสวรรค์
ที่มีทักษะในกฎแห่งมิติและเวลาก็ยังสามารถหลงทางในวงกตมิติ
ได้มีการกล่าวว่า แดนเร้นร้างไพศาลจะนำไปสู่มิติอื่นที่ไม่รู้จัก บางที
อาจเป็นโลกที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแห่งอาชูร่าอีกต่อไป
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความลึกของแดนเร้นร้างไพศาลเป็นเขตต้องห้าม
ปัจจุบัน หลินหมิงอยู่ที่ขอบนอกสุดของแดนเร้นร้างไพศาล เขายัง
ห่างไกลจากใจกลาง
ดินแดนนี้ได้รับการขนานนามว่าแดนเร้นร้างไพศาล แต่มันก็ไม่ได้รก
ร้างอันใดเลย กลับกัน มันมีภูเขาที่สูงตระหง่านนับแสนฟุตด้วยต้นไม้
โบราณสูงเสียดฟ้า รากของพวกมันยึดผินโลกไว้เหมือนกรงเล็บมังกร และ
ภายในป่าปฐมกาลนี้ มันก็สัตว์อสูรทุกชนิดบินไปมา
เหตุผลที่ว่าแดนเร้นร้างไพศาลนั้นถูกเรียกว่าแดนเร้นร้างไพศาลก็
เพราะว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาในดินแดนนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร พวกเขาก็จะ
รู้สึกถึงลมหายใจโบราณและยุคก่อนประวัติศาสตร์ครอบงำพวกเขา มัน
บ่งบอกว่าภูมิประเทศของดินแดนที่ยังคงสภาพดั้งเดิมและไม่เปลี่ยนแปลง
ในช่วง 10 พันล้านปีที่ผ่านมา ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินนั้นมีผ่านช่วงเวลา
มาเนินนาน
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงรู้สึกถึงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อดินแดนแห่งนี้
ในใจของเขา
บึม บึม บึม!
แม่น้ำที่งดงามไหลผ่านที่ด้านหน้าของหลินหมิง น้ำนั้นเชี่ยวและทรง
พลังดั่งคลิ่นผืนทะเล ดูเหมือนจะมีพลังอันไร้ขีดจำกัด
วิญญาณขาวกล่าวว่า “นายท่าน แม่น้ำสายนี้เรียกว่าแม่น้ำวสันต์
เดียวดาย และมันไหลผ่านแดนเร้นร้างไพศาล เมื่อนักสู้ต้องการเข้าสู่แดน
เร้นร้างไพศาล พวกเขามักตามเส้นทางของแม่น้ำสายนี้ไป ถ้าเราตาม
แม่น้ำนี้ มันจะปลอดภัยขึ้นอีกเล็กน้อย และเราจะไปถึงผาวิกฤติการณ์
ด้วย”
“อืม, ดี”
หลินหมิงพยักหน้า มันเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดสำหรับเขาที่นำ
วิญญาณขาวมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา มันช่วยเขาแก้ปัญหาและ
ประหยัดเวลาไปหลายอย่าง
เมื่อหลินหมิงกำลังจะไปต่อ แต่เสียงร้องของนกก็ดังก้องไปทั่ว
ท้องฟ้า ทำให้สัตว์อสูรหลายชนิดรีบซ่อนตัวอยู่ในหญ้า หลินหมิงเห็นนก
ตัวใหญ่ที่มีขนาดใหญ่พอๆกับเนินเขาที่พุ่งทะยานผ่านท้องฟ้า ปีกของมัน
บดบังดวงอาทิตย์
ฉากนี้ทำให้หลินหมิงต้องตกตะลึงอย่างลับๆ นกตัวนี้มีความยาว
หลายไมล์ แม้ว่ามันจะเล็กกว่าร็อกปีกทองคำ แต่มันก็ยังอยู่ในระดับที่
แตกต่างจากนกตัวอื่นอย่างสิ้นเชิง
ปัง! บึมม!
นกยักษ์ร่อนลงบนหน้าผา หลินหมิงใช้กฎแห่งความฝันศักดิ์สิทธิ์
อย่างเงียบๆ ปิดบังตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูก
นกยักษ์เห็น
ในแดนเร้นร้างไพศาลนี้ เขาจะต้องตื่นตัวอย่างที่สุด ไม่เช่นนั้นมันจะ
ง่ายสำหรับเขาที่จะพบกับตัวตนที่เขาไม่สามารถยั่วยุ หากเขาทำเช่นนั้น
การหลบหนีก็จะเป็นความหวังที่เป็นไปไม่ได้
วิญญาณขาวกล่าวว่า “ท่านนาย เราอยู่ห่างจากผาวิกฤติการณ์เพียง
หนึ่งไมล์เท่านั้น เราควรระวังให้มากขึ้นเมื่อเราตามแม่น้ำวสันต์เดียวดาย
ไป แล้วเราจะไม่เผชิญอันตรายใดๆ สัตว์อสูรดุร้ายรอบๆแม่น้ำวสันต์
เดียวดายมีพลังโจมตีต่ำ ตราบใดที่พวกมันไม่ถูกยั่วยุ พวกมันจะไม่โจมตี
เมื่อเราไปถึงผาวิกฤติการณ์แล้ว นายท่านก็จะสามารถทิ้งชื่อไว้บนศิลา
จักรพรรดิและทำภารกิจสำเร็จได้”
“อืม” หลินหมิงพยักหน้า ขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้า พวกเขาพบ
กับนักสู้จำนวนพอสมควร คนเหล่านี้กำลังทำตามที่วิญญาณขาวพูด เดิน
เลียบแม่น้ำไป นี่คือทางเข้าที่ปลอดภัยที่สุดในแดนเร้นร้างไพศาล
จากนักสู้เหล่านี้ มันมีผู้อยู่ขั้นเทพสมุทร ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์และขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ พวกเขามาที่แดนเร้นร้างไพศาลเพื่อผจญภัยหรือทำ
ภารกิจให้สำเร็จ แน่นอน ภารกิจที่พวกเขาได้รับอาจไม่ใช่การไปยังผา
วิกฤติการณ์
ในช่วงเวลาตามเส้นทางนี้ หลินหมิงเห็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ของบาง
กลุ่มเกิดขึ้น บางกลุ่มก็เก็บกระดูกสัตว์อสูรป่าหายาก
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กระดูกของสัตว์อสูรเทวะ แต่เป็นสัตว์อสูรเดียวดาย
โบราณที่มีสายเลือดสัตว์อสูรเทวะเล็กน้อยในร่าง กระดูกเหล่านี้มีอยู่ที่นี่
นานมากแล้ว และไขกระดูกก็หมดไปนาน ไม่เหลืออะไรเลยนอกจาก
กระดูก
ในสายตาของหลินหมิง กระดูกสัตว์อสูรเดียวดายโบราณเหล่านี้เป็น
สมบัติที่ดีอย่างยิ่ง ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังด้อยกว่ากระดูกมังกรครามที่
เขาเคยพบมาก่อน
อย่างไรก็ตาม กระดูกสัตว์อสูรประเภทต่างๆเหล่านี้ยังคงทำให้คน
หลายสิบและหลายร้อยคนฆ่ากันเองเพื่อให้ได้มา ในที่สุด คนกว่าครึ่งก็
ตายไป หลงเหลือไว้เพียงบ่อโลหิต!
ผู้ทรงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดได้รับกระดูกสัตว์อสูรไป แต่เขาก็ได้รับ
บาดเจ็บสาหัส ในขณะที่หลินหมิงกำลังเฝ้าดูสิ่งนี้อยู่ เขาสังเกตว่าเป็นไป
ได้ว่าผู้ทรงพลังคนนี้จะได้รับบาดแผลซ่อนเร้น ยากที่จะฟื้นตัว ในความ
เป็นจริง ผู้ทรงพลังคนนี้ยังได้เผาผลาญปราณโลหิตไปมากถึง 20-30%
ด้วย หากเขาต้องการที่จะฟื้นฟู เขาก็จะต้องจ่ายในราคาที่แพงโข
“สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของโลหิต ในเส้นทางแห่งอาชูร่า
ความแข็งแกร่งคือราชา การต่อสู้และฆ่าเพื่อสมบัติเป็นเรื่องธรรมดา
เกินไป แม้ว่าเจ้าจะไม่ต่อสู้ แต่คนอื่นก็ต่อสู้กับเจ้า” หลินหมิงถอนหายใจ
นักสู้ทั่วไปเหล่านี้ขาดทรัพยากรมากเกินไป ความช่วยเหลือเพียงอย่าง
เดียวของพวกเขาในการจะก้าวไปข้างหน้าคือต้องดิ้นรนต่อสู้เป็นตาย
“นี่ เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าอยู่ที่นี่มาตลอดเวลาใช่หรือไม่? เจ้าเห็น
กระดูกสัตว์อสูรบ้างหรือไม่? เจ้าเห็นว่าผู้ใดเอามันไปหรือไม่? คนผู้นั้นไป
ที่ใดแล้ว?
หลินหมิงไม่ได้เข้าร่วมต่อสู้เพื่อแย่งชิงกระดูกสัตว์อสูร ถึงกระนั้น
ปัญหาก็ยังมาเคาะถึงประตูบ้านเขา
หลินหมิงหันกลับมามอง เห็นภูติเทพและอิมป์หลายคนเข้ามาใกล้
เขา พวกเขาเป็นกำลังเสริมที่ถูกเรียกคืนโดยสหายของพวกเขา แต่สหาย
เหล่านั้นก็ได้ถูกฆ่าตายไปแล้ว
พวกเขาไม่รู้สึกอะไรเลยกับความตายของสหายด้วย สิ่งที่พวกเขา
กังวลคือ ที่อยู่ของกระดูกสัตว์อสูร
“ข้าไม่รู้เช่นกัน” หลินหมิงส่ายหัว เขาไม่ได้บอกคนเหล่านี้ว่าทิศทาง
นักสู้ผู้บาดเจ็บสาหัสนั้นไปทางไหน
“ฮ่าฮ่า อย่าพยายามโกหกข้า ให้ข้าค้นดวงจิตเจ้าดูแทนดีกว่า ถ้าสิ่ง
ที่เจ้าพูดนั้นเป็นความจริง ข้าก็จะไม่ฆ่าเจ้า”
จากกลุ่มเล็กๆ อิมป์ชราคนหนึ่งพูดขณะที่เลียริมฝีปากของเขา
หัวเราะเบาๆและยื่นมือไปหาหลินหมิง เขาย่อมไม่เชื่อคำพูดของหลินหมิง
ถ้าหลินหมิงอยู่ที่นี่ เหตุใดเขาจะไม่เห็นเลยว่าใครเอากระดูกสัตว์อสูรไป
หลินหมิงคิ้วขมวด อิมป์ผู้นี้ต้องการค้นดวงจิตของเขา พูดอย่างเป็น
กันเองราวกับว่าเขากำลังถามทาง!
เขาไม่ต้องการฆ่าใครที่นี่ แต่บางคนกลับมาแสวงหาความตายเสียเอง
อิมป์ชราหัวเราะเมื่อเห็นว่าหลินหมิงต่อต้าน “ฮ่าๆ เด็กเหลือขอ ข้ารู้
แล้วว่าเจ้าโกหก เจ้าอาจเป็นสหายของใครก็ตามที่เอากระดูกสัตว์อสูรไป
หรือไม่กระดูกอยู่ในร่างกายของเจ้า!”
อิมป์ชรายื่นมือออกมาเพื่อจับหลินหมิง!
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยจิตสังหารที่หนาแน่น ในช่วง
เวลาต่อมา แสงสีแดงและสีม่วงสาดประกาย!
ทันใดนั้น ทั้งร่างของทั่วร่างชราสั่นไหว มือที่เหยียดออกมานั้น นิ้ว
มือได้สั่นระริก
เขามองดูถูกด้วยความไม่อยากจะเชื่อในดวงตาของตน หน้าอกของ
เขาเต็มไปด้วยโลหิตและรูขนาดใหญ่
“เจ้า… เจ้า…”
“บัดซับ ฆ่ามัน!” นักสู้คนอื่นๆที่อยู่โดยรอบต่างก็โกรธแค้น
“ต่อสู้ร่วมกัน เจ้าเด็กนี่ไม่ง่ายที่จะจัดการเลย!”
พวกเขาไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะลอบโจมตีในลักษณะเช่นนี้ และ
พวกเขาก็ไม่รู้จักพลังที่แท้จริงของหลินหมิงด้วย
“เข้ามา พวกเจ้าทุกคนจะได้ไปลงนรกพร้อมหน้ากัน”
หลินหมิงกวัดแกร่งหอกโลหิตฟีนิกซ์ ในขณะเดียวกัน พลังงานก็ปะทุ
ออกมาจากร่างของเขาในขณะที่พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดกำลังกวาด
ออกไปภายนอก ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ!
ในขณะที่คนเหล่านี้ถูกห่อหุ้มอยู่ในมิติอนุภาคแรกกำเนิด พวกเขาก็
รู้สึกแรงกดดันอันหนักหน่วงทันที่ แม้แต่การหายใจก็ยากลำบาก
“อ่าา!”
“ช-ช้าก่อน!”
บางคนร้องออกมาอย่างน่าสังเวช อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินหมิงจู่โจม
เขาก็ไม่ได้ยั้งมือ หอกโลหิตฟีนิกซ์พุ่งออกไป ในเวลาเพียงพริบตา ผู้คน
เหล่านี้ก็ถูกหลินหมิงถูกฆ่าตาย!
โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่ หลินหมิงเช็ดโลหิตจากหอกโลหิต
ฟีนิกซ์แล้วส่ายหัว “พวกเขาฆ่าคนอื่นๆเหมือนผักปลา คนของเส้นทาง
แห่งอาชูร่าเหล่านี้คงล้วนแล้วแต่ป่วยจิต”
เมื่อหลินหมิงพูดออกมาดังๆ เขาได้ยินเสียงระเบิดของพลังงานที่ห่าง
เพียงไม่กี่สิบไมล์ เห็นได้ชัดว่าบางคนเริ่มต่อสู้
“ข้าจะเลี่ยงไปรอบๆพวกเขาแล้วกัน ข้าไม่อยากมีปัญหาอีกต่อไป”
หลินหมิงไม่ต้องการติดพันปัญหา หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นบนท้องถนน
เขาก็จะหลีกเลี่ยงเอา
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปสิบไมล์แล้ว เขาก็ต้องหยุดเท้าลง การ
ต่อสู้ที่เกิดขึ้นในระยะไกลเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก
จากพลังงานที่มาจากป่าและความร้อนในอากาศนั้น เขาสามารถ
รู้สึกได้ว่าการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายนั้นล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นสูง
“ผู้ใดต่อสู้อยู่กันแน่? การปะทะพลังงานนั้นรวดเร็วและรุนแรง
ยิ่งกว่านั้น… เสียงเหล่านี้ช่าง…”
สายตาของหลินหมิงเฉียบคมมาก แม้ว่าจะอยู่ในระยะไกล แต่เขาก็
สามารถได้ยินเสียงที่มาจากสนามรบที่วุ่นวาย เมื่อเขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
แสงอันประหลาดใจก็สาดประกายขึ้นในดวงตาของเขา
“ข้าคิดว่าคงต้องไปดูหน่อยแล้ว”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขารีบไปยังสนามรบอย่างรวดเร็ว ระยะทาง
20-30 ไมล์ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
ในเวลานี้ เขาได้ยินใครบางคนตะโกนออกมาว่า “ปีกแห่งฟีนิกซ์
ทมิฬ!”
ชั่วครู่หนึ่ง ออร่าของสัตว์อสูรพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินหมิงคุ้นเคยกับออ
ร่านี้อย่างมาก สิบปีก่อน ภายในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดน
เทวะ เขาได้ต่อสู้กับออร่านี้
“ปีกแห่งฟีนิกซ์ทมิฬ ออร่าของสัตว์อสูรเทวะ มันคือเสี่ยวหมัวเซียน
หรือไม่? นาง… นางเองก็มาที่เส้นทางแห่งอาชูร่าด้วยหรือ? นางต่อสู้กับ
ผู้ใดกันแน่?”