Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,448 ฟีนิกซ์ภายในเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,448 ฟีนิกซ์ภายในเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้
หลินหมิงรู้สึกตกใจอย่างยิ่งเมื่อพบว่าเสี่ยวหมัวเซียนเป็นหนึ่งในผู้คน
ที่ต่อสู้กัน แต่เมื่อเขาคิดเพิ่มเติมแล้ว มันก็ไม่แปลกเลย
ด้วยมหาภัยพิบัติที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเวลา เสี่ยวหมัวเซียนก็
ต้องการที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของนางอย่างรวดเร็ว แต่ในแดนเทวะ
เพียงอย่างเดียวมันก็คงยากสำหรับนางที่จะหาที่ว่างสำหรับการเติบโต
นางต้องการคู่แข่งและคู่ต่อสู้ นางต้องการโลกใหม่เพื่อขยายขอบเขต และ
นางต้องการแรงกดดันที่จะบังคับให้นางเปลี่ยนไปจากที่นางเคยเป็นมา
ก่อน เส้นทางแห่งอาชูร่าเป็นสถานที่ที่ดีมากในการมาผจญภัย
จากนั้น หลังจากมาถึงที่นี่ เสี่ยวหมัวเซียนก็บังเอิญได้รับภารกิจเพื่อ
มายังแดนเร้นร้างไพศาล และการปรากฏตัวของนางที่นี่ก็สมเหตุสมผล
เช่นกัน เพราะแม่น้ำวสันต์เดียวดายเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในแดน
เร้นร้างไพศาล
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาเร่งความเร็วขึ้นไปอีก เขาสามารถเห็น
ได้ชัดถึงเงาฟีนิกซ์ทมิฬในท้องฟ้าที่ห่างไกล หลินหมิงเคยต่อสู้กับเสี่ยวห
มัวเซียนมาก่อน เขาจึงเข้าใจอย่างชัดเจนว่านี่คือพลังทางสายเลือดของ
นาง – ร่างฟีนิกซ์ที่แท้จริง เสี่ยวหมัวเซียนจะไม่เปิดเผยความสามารถนี้ใน
เส้นทางแห่งอาชูร่าเว้นเสียแต่ว่านางจะพบกับคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม มัน
คล้ายกับช้างที่เปิดเผยงาช้างงาหรือแรดเผยให้เห็นเขาของมัน; มันจะ
กระตุ้นความโลภของผู้อื่น
การคาดเดาของหลินหมิงนั้นถูกต้อง เสี่ยวหมัวเซียนอยู่ในช่วงวิกฤต
ที่ยิ่งใหญ่
สาเหตุนั้นเรียบง่าย หลังจากเสี่ยวหมัวเซียนเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่า
สถานที่แรกที่นางมาถึงคือเมืองกระแสคลื่น หลังจากเข้าสู่เมืองกระแส
คลื่น นางไปยังพื้นที่ออกภารกิจที่คล้ายกับปราการเทพทมิฬ และจากนั้น
นางก็เข้าร่วมในเกมที่นั่นด้วย ด้วยพรสวรรค์ของเสี่ยวหมัวเซียนนั้น การ
ได้รับรางวัลระดับวิญญาณฟ้าจำนวน 50 ตราก็ง่ายเกินไป และแม้แต่การ
ได้รับรางวัลระดับจอมฟ้าทมิฬก็ยังไม่ยากเลย หลังจากเสี่ยวหมัวเซียนจับ
สองรางวัลสอง แม้ว่านางจะไม่ได้รับรางวัลโชคชะตาเช่นหลินหมิง แต่นาง
ก็ยังจับได้รางวัลความเป็นไปได้ที่สองระดับจอมฟ้าทมิฬออกมา คุณค่า
ของรูนเทพเจ้านั้นจะด้อยกว่าเพียงรางวัลโชคชะตาเล็กน้อย นี่คงเพียงพอ
แล้วที่จะทำให้นักสู้ในเมืองกระแสคลื่นเกิดความโลภ นอกจากนี้ รางวัล
ระดับระดับวิญญาณฟ้าของนางก็น่าจะเป็นความเป็นไปได้ที่สามที่มีค่า
มากที่สุดเช่นกัน
เมื่อปัจจัยเหล่านี้ถูกรวมเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ก็สามารถจินตนาการได้
ตอนนี้ เสี่ยวหมัวเซียนถูกล้อมจากทุกทิศทุกทาง!
“เพลิงผลาญท้องนภา!”
วูป วูป วูป -!
เปลวเพลิงสีดำพัดขึ้นเป็นพายุ เสี่ยวหมัวเซียนเหวี่ยงแส้ที่รวดเร็วของ
นางความเร็วไปถึงระดับที่ไม่สามารถจินตนาการได้ ราวกับว่านางจะฉีก
มิติออกจากกัน เปลวเพลิงเผาผลาญตามความยาวของแส้ ทุกครั้งที่แส้
ฟาดออกมา นักสู้จะถูกฉีกร่าง หมอกโลหิตกระเซ็นทั่วบริเวณ
ศพกองอยู่รอบตัวนางมากมาย ศพเหล่านี้ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆโดยแส้
ยาวหรือไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่าน สำหรับเสี่ยวหมัวเซียน ผมยาวของนางยุ่ง
เหยิงและโลหิตเปื้อนใบหน้า ดวงตาสีดำสนิทของนางเต็มไปด้วยแสงที่ดุ
ร้ายและไร้ความปรานี!
แม้ว่าปกติแล้วนางจะดูซนและน่ารัก แต่จริงๆแล้วนางมีสายเลือด
ของอสูรและปีศาจไหลเวียนในร่าง เมื่อต้องฆ่าใครซักคน นางก็จะ
กลายเป็นแม่มดชั่วร้ายทันที่ โดยไม่แสดงความเมตตาใดๆเลย!
นางต่อสู้มานานแล้ว และหลายสิบคนถูกนางฆ่าตาย หินที่อยู่
โดยรอบนั้นถูกย้อมเป็นสีดำและสีแดง และชีวิตของพืชโดยรอบทั้งหมดก็
เหี่ยวแห้งไป มีบาดแผลมากมายทั่วร่างกายของนาง แม้แต่ปีกฟีนิกซ์ทมิฬ
ของนางก็เปียกโชกไปด้วยโลหิต โลหิตนี้เป็นของนางเอง
สนามรบเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดและความตายมากขึ้น เสี่ยวหมัวเซียน
เป็นเหมือนทูตสวรรค์ ร่างกายของนางเต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงใน
ขณะที่นางสังหาร
“ข้ามั่นใจว่านางจะต้องมีสายเลือดฟีนิกซ์ที่แท้จริงภายในตัวนาง
นางอาจเป็นลูกหลานของฟีนิกซ์!”
ในกลุ่มคน ขั้นผู้ปกครองเทวะคนหนึ่งก็ตะโกนออกมาทันที่ เห็นได้
ชัดว่าเขามีประสบการณ์จำนวนมาก ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ เขา
สามารถมองผ่านสายเลือดของเสี่ยวหมัวเซียน!
“ร่างกายฟีนิกซ์! ลูกหลานฟีนิกซ์ผสมพันธุ์กับเผ่าพันธุ์อื่นได้
อย่างไร?”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น พี่น้องทุกคน พวกเราจะได้เจอโชคอันยิ่งใหญ่เข้า
แล้ว แม้เพียงหนึ่งหยดปราณโลหิตของนางก็ยังมีค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้
แล้ว หากเราสามารถจับนางนี้ได้และบ่มเพาะคู่กับนาง เราจะสามารถดูด
ซับแก่นพลังหยินของนาง และแม้แต่กลืนกินพลังงานต้นกำเนิดของนาง
ด้วย เราสามารถใช้โลหิตของนางเพื่อทำโอสถ ผลประโยชน์ก็จะไม่อาจ
จินตนาการได้! ฮ่าๆๆ!”
“ใช้นางเพื่อทำโอสถ? นั่นเป็นการทำลายความสนุกมากเกินไป นาง
เป็นผู้หญิงที่มีคุณภาพสูงสุดอย่างแท้จริง ชนิดที่โดดเด่นที่สุด ดังนั้นเราจะ
ใช้นางทำโอสถได้อย่างไร? เราควรสนุกกับนางเท่าที่จะทำได้ เมื่อเราจับ
นางได้ เราสามารถปลูกฝังตราประทับทาสไว้ในตัวนาง และทำให้นางรับ
ใช้เราอย่างซื่อสัตย์! ฮ่าฮ่า สาวน้อย อย่าต่อต้านพวกเราเลย เรามีคนมาก
พอที่เจ้าจะถูกจับกุมไม่ช้าก็เร็ว ไม่ว่าเจ้าจะทำอย่างไร เราจะปลูกฝังตรา
ประทับทาสไว้ในตัวเจ้าและสนุกไปกับร่างกายของเจ้าได้อยู่ดี ฮ่าฮ่าฮ่า!”
หัวหน้านักสู้เห่าลนี้เพิ่มการโจมตีให้รุนแรงขึ้น คนเหล่านี้ล้วนมีการ
บ่มเพาะในระดับขั้นผู้ปกครองเทวะ 4 คน!
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นขั้นผู้ปกครองเทวะที่แข็งแกร่ง แต่หลายคน
รวมกันก็เป็นความแข็งแกร่งที่น่ากลัว! แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เสี่ยวหมัว
เซียนจะหนีจากการถูกโจมตีจากคนเหล่านี้ และแม้แต่คนอย่างหลินหมิงก็
พบว่ามันยากเช่นกัน
เสี่ยวหมัวเซียนได้สร้างผนึกมากขึ้นมาขณะที่นางห่อหุ้มร่างของนาง
ด้วยเปลวเพลิงสีดำ รูนลึกลับเริ่มเปล่งประกายทั่วใบหน้า ลำคอและแขน
ของนาง รูนเหล่านี้เป็นรูนกฎของฟีนิกซ์ทมิฬที่ถูกจารึกไว้ในร่างกายของ
นาง พวกมันเป็นปาฏิหาริย์ของกฎที่นางสืบทอดมาจากมารดา ซึ่งเป็น
สัญลักษณ์ของสัตว์อสูรเทวะ!
รูนเหล่านี้ส่องแสงสีดำเจิดจ้า พลังของกฏเริ่มพลุ่งพล่าน เปลวเพลิงสี
ดำลอยขึ้นสู่สวรรค์ กวาดไปทั่วผืนฟ้า!
“อย่าดิ้นรนไปเลยสาวน้อย มันไร้ประโยชน์ที่เจ้าจะถ่วงเวลา เจ้าคิด
ว่าจริงหรือชายชราคนนั้นจะมาเพื่อช่วยเหลือเจ้า? บางทีเขาอาจตายไป
แล้วที่เมืองกระแสคลื่น หรืออย่างน้อยที่สุดเขาก็ควรจะได้รับบาดเจ็บจาก
การต่อกับจ้าวเมืองกระแสคลื่น มิเช่นนั้นพวกเราทั้งสี่จะได้รับโอกาสที่
โชคดีเช่นนี้ได้อย่างไร? ฮ่าๆๆๆ!”
4 ผู้ปกครองเทวะกระจายออกไป โจมตีเสี่ยวหมัวเซียนจากระยะไกล
บึมมม!
เปลวเพลิงระเบิดอย่างบ้าคลั่ง นักสู้หลายคนที่โดยโจมตีเสี่ยวหมัว
เซียนกลายเป็นเถ้าถ่าน!
แต่ 4 ผู้ปกครองเทวะกลับถอยออกไปได้ทัน หนึ่งในนั้นจับนักสู้
ด้านข้างที่อ่อนแอกว่ามาใช้เป็นเกราะป้องกัน นักสู้ผู้โชคร้ายคนนั้นถูกเผา
ผลาญโดยไม่เหลือซาก
“คนที่ล้อมเจ้าเป็นทาสของเราทุกคน พวกเขาถูกควบคุมโดยรูนเทพ
เจ้า เจ้าไม่รู้หรือว่ามีรูนเทพที่สามารถทำหน้าที่เป็นตราประทับทาสได้
โดยเฉพาะ? หากเจ้าเผามัน นั่นก็ไม่ใช่ความสูญเสียใดๆกับเราเลย กัลบ
กัน เจ้าจะต้องสูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ผู้ปกครองเทวะคนนี้มาจากเผ่าปีศาจ เขาสั้นมีหูแหลมและผิวหนัง
เกือบดำ ในเวลานี้ เขายิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่ดวงตาของเขากวาดทั่ว
ร่างกายของเสี่ยวหมัวเซียนอย่างโลภ ในความเป็นจริง พวกเขายังรู้ว่า
เสี่ยวหมัวเซียนแข็งแกร่งมาก หากพวกเขาจะโจมตีอย่างแท้จริงในการ
ต่อสู้แบบซึ่งหน้า มันก็ไม่มีใครในพวกเขาแม้แต่คนเดียวที่เป็นคู่มือของ
เสี่ยวหมัวเซียนได้ แม้ว่าพวกเขาจะเข้าร่วมกัน เสี่ยวหมัวเซียนก็ยัง
สามารถโต้กลับและฆ่าพวกเขาหนึ่งหรือสองคนได้
ดังนั้น พวกเขาจึงใช้ทาสหลายคนที่อยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อลด
ความแข็งแกร่งของนางก่อน นี่เป็นชั้นเชิงที่ปลอดภัยที่สุด
ดวงตาของเสี่ยวหมัวเซียนสาดประกายด้วยแสงเย็นชา แม้ว่านางจะ
มีร่างกายอันน่าทึ่ง แต่นางใช้พลังงานมากเกินไปและมันใกล้ถึงขีดจำกัด
แล้ว
ดวงตาสีดำสนิทของนางหรี่ลงเมื่อนางจ้องมองผู้ปกครองเทวะที่เพิ่ง
พูด จิตสังหารเพิ่มขึ้นจากรอบตัวนาง “เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
บึมมม!!
ในขณะนี้ ภูเขาไฟดูเหมือนจะปะทุขึ้นภายในร่างของเสี่ยวหมัวเซียน
พลังของนางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่ออร่าของนางพุ่งออกมาอย่าง
รุนแรง ทำให้ปฐพีสั่นไหว!
ในทันใดนั้น มันเป็นเหมือนฟีนิกซ์ที่แท้จริงถูกปลุกให้ตื่นในร่าง
เสี่ยวหมัวเซียน!
“นี่มัน…”
ผู้ปกครองเทวะปีศาจที่กำลังพูดได้หยุดไปกลางคัน เขารู้สึกว่ามิติ
โดยรอบบีบรัดขึ้นเนื่องจากพลังอันน่าสะพรึงกลัวกวาดมายังทิศทางของ
เขา! เสี่ยวหมัวเซียนไม่สนใจคนอื่นๆ โจมตีเพียงเขา เป้าหมายเดียวของ
นางคือผู้ซึ่งตะโกนในตอนนี้
“เฒ่าสี่ ระวัง!”
ไม่ไกลนัก สี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์อีกสองคนได้เคลื่อนไหวไปช่วยเขา
สำหรับคนสุดท้าย เขาโจมตีเสี่ยวหมัวเซียน เขาอยู่ไกลเกินไป ดังนั้นเขา
จึงไม่มีเวลาพอที่จะช่วยสหายของตน ได้ดังนั้นเขาจึงคิดว่าจะโจมตีเสี่ยวห
มัวเซียนเพื่อบังคับให้นางต้องล่าถอยแทน
เสี่ยวหมัวเซียน ตระหนักว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นที่ด้านหลังของนาง
และนางก็ตระหนักถึงผลที่จะตามมาจากการถูกโจมตี แต่นางไม่สนใจมัน
โจมตีต่อไปเช่นเคย!
แส้ยาวของนางร้องกู่ร้องขณะที่เปลวเพลิงสีดำอันน่ากลัวก่อให้เกิด
นรกคลั่งซึ่งฟาดเข้าสู่ร่างกายของผู้ปกครองเทวะคนนั้น ผู้ปกครองเทวะ
ปีศาจร้องออกมาอย่างน่าสังเวชเมื่อครึ่งร่างกายของเขาถูกฟาด อวัยวะ
ส่วนใหญ่ของเขาพัง เส้นชีพจรของเขาแตก และเขาก็กระอักโลหิตออกมา
เต็มปาก
“เป็น… เป็นไปได้อย่างไร?”
เขาพบว่าสิ่งนี้ไม่น่าเชื่อเลย เสี่ยวหมัวเซียนสามารถระเบิดความ
แข็งแกร่งมหาศาลอย่างกระทันหันได้อย่างไร?
“นางเผาผลาญสายเลือดของตน สายเลือดฟีนิกซ์ทมิฬ!”
ผู้ปกครองเทวะที่อยู่ด้านหลังเสี่ยวหมัวเซียนตะโกนออกมาเมื่อเขา
โจมตีนาง กระบี่ฟันลงมาที่หลังของนาง
เสี่ยวหมัวเซียนได้ใช้พลังและความสนใจทั้งหมดของนางไปโจมตี
ผู้ปกครองเทวะปีศาจ ดังนั้นนางจึงไม่มีเวลาหันกลับและป้องกัน กลับกัน
นางทำได้เพียงใช้ห่อหุ้มปีกรอบตัวและโคจรพลังทั้งหมดเพื่อต่อต้านดาบนี้
เพล้ง!
ดาบทำลายผ่านปราณแท้ปกป้องร่างของเสี่ยวหมัวเซียนและฟันลงที่
ปีกฟีนิกซ์ของนาง โหลิตสาดกระเซ็นออกมาและใบหน้าของนางก็ซีดลง
ร่างกายของนางถูกส่งกระเด็นไปข้างหลังจนกระทั่งนางชนเข้ากับก้อนหิน
ครึ่น –
หินแตกและเสี่ยวหมัวเซียนถูกฝังอยู่ภายในซากปรักหักพัง แต่ใน
วินาทีต่อมา ก้อนหินแตกขนาดใหญ่ก็ถูกปีกฟีนิกซ์ดันออกไป เสี่ยวหมัว
เซียนยืนขึ้น แต่ขณะที่นางทำเช่นนั้น มันก็มีเพียงปีกฟีนิกซ์เดียวที่ยังกาง
ได้สมบูรณ์ อีกปีกหนึ่งแขวนในมุมแปลกๆ การจู่โจมจากดาบนั้นก็ตัดผ่าน
กระดูกปีกของนาง
นอกจากนี้ มันยังมีแผลยาวสามฟุต มันไม่รู้ว่ามันลึกเพียงใด แต่มันก็
ได้ทำให้อวัยวะของนางบาดเจ็บได้ หากนางไม่ได้มีร่างกายฟีนิกซ์ นางก็
จะสูญเสียพลังต่อสู้ไปทั้งหมดแล้ว
“เฒ่าสี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!?” สองผู้ปกครองเทวะได้พยุงผู้ปกครอง
เทวะปีศาจไว้ แม้ว่าร่างกายของเขาครึ่งหนึ่งจะถูกทำลาย แต่เขาก็ยัง
เหลืออีกลมหายใจสุดท้าย ในช่วงเวลาแห่งชีวิตหรือความตายเมื่อครู่ สอง
ผู้ปกครองเทวะสามารถป้องกันส่วนหนึ่งของการโจมตีจากเสี่ยวหมัวเซียน
ได้
“นังเด็กสารเลวนั่น!”
หัวหน้าของสี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์ตะโกนออกมา ดวงตาของเขาสาด
ประกายด้วยแสงที่โหดเหี้ยม “นางเผาผลาญปราณโลหิตฟีนิกซ์ของ
ตนเอง!”
สัตว์อสูรเทวะฟีนิกซ์เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงคนเดียวในจักรวาลที่สามารถ
เผาผลาญปราณโลหิตได้อย่างอิสระโดยไม่ทำให้เพลิงแห่งชีวิตลดลง นี่
เป็นเพราะพวกมันสามารถเกิดใหม่ได้ในเปลวเพลิงนิพพาน
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ซึ่งการจะเผาผลาญปราณ
โลหิตฟีนิกซ์ได้จะต้องผ่านการสันดาปอย่างน้อยหนึ่งนิพพาน มิเช่นนั้น
แล้วมันก็ยากที่จะทำได้
ปัจจุบัน เสี่ยวหมัวเซียนยังไม่ได้รับการสันดาปผ่านนิพพานของนาง
ดังนั้นนางจึงสามารถเผาผลาญปราณโลหิตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้า
นางทำมันอีกแล้ว นางจะทำลายพลังชีวิตของตน เหมือนนักสู้ธรรมดาที่
เผาผลาญปราณโลหิต
“มาโจมตีด้วยกัน นางเหนื่อยล้าแล้ว”
“ใช่แล้ว ไม่จะเป็นต้องยั้งมืออีก เราไม่สามารถปล่อยให้นางใช้ไม้
ตายอื่นออกมาได้อีกเหมือนกับที่นางทำกับเฒ่าสี่”
“เราจะขโมยสมบัติที่นางได้ไป ไว้ชีวิตที่ต่ำต้อยของนางและปลูกฝัง
ตราประทับทาสซะ!”
ในบรรดาสี่คน มีสามที่ยังคงมีประสิทธิภาพในการต่อสู้ ความ
แข็งแกร่งของพวกเขาเริ่มสะท้อนออกมาระหว่างกันก่อนที่มันจะระเบิด
ออกมาเป็นหนึ่งในทันที!
วู่ วู่ วู่ – !
พลังงานพุ่งออกไป คนเหล่านี้ล้วนมาจากเผ่าพันธุ์ปีศาจหรือเผ่าพันธุ์
ภูติเทพ และพลังที่แตกต่างกันของพวกเขาก็มารวมกันเพื่อสร้างเป็น
แผนภาพค่ายกล ภายในแผนภาพค่ายกลนี้ ภาพร่างอสูรทะเลยักษ์ปรากฏ
ขึ้น อสูรทะเลตัวนี้มีขนาดมหึมา มีหนวดหลายสิบตัวคล้ายกับปลาหมึก
ยักษ์
“โจมตี!”
ทั้งสามคนต่างก็โจมตีด้วยกระบี่ของพวกเขา เมื่อกระบี่ของพวกเขา
ฟันลงมา เสี่ยวหมัวเซียนก็จ้องมองพวกเขา ดวงตาของนางเย็นชาและไร้
ความรู้สึก ในเวลานี้ นางไม่สามารถเผาผลาญโลหิตฟีนิกซ์ของนางได้อีก
ต่อไป แม้แต่การเผาผลาญโลหิตฟีนิกซ์เพียงเล็กน้อยของนางในตอนนี้ก็
ทำให้นางรับภาระอย่างมาก
แม้แต่ในสภาพที่อ่อนล้าอย่างสมบูรณ์นี้ นางเป็นเหมือนเทียนที่
ริบหรี่ในสายลม นางยังคงหวดแส้ของนางไปที่กระบี่ทั้งสาม ในเวลา
เดียวกัน นางหยิบเอาแผ่นหยกออกมาจากแหวนมิติ แล้วถ่ายเทปราณแท้
ลงไปก่อนที่จะบดขยี้มัน!
นี่คือแผ่นหยกประเภทป้องกัน แม้ว่ามันจะมีค่ามาก แต่ก็เป็นไปไม่ได้
ที่สิ่งนี้เพียงลำพังจะป้องกันการโจมตีผสานของสามผู้ปกครองเทวะ แต่
อย่างน้อยที่สุดมันก็จะลดบาดแผลของนางได้
“ยอมรับชะตากรรมของเจ้าเถิด!”
สามผู้ปกครองเทวะทั้ถากถาง ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งพวกเขาเป็นเหมือนอุกกาบาตสามลูกที่พุ่งเข้าหาเสี่ยวหมัวเซียน
แผนภาพค่ายกลปรากฏขึ้นเหนือดาบของพวกเขาและอสูรทะเลยักษ์ข้าง
หลังก็คำรามอย่างลั่นขณะที่ตวัดหนวดหลายเส้นไปยังเสี่ยวหมัวเซียน
ในขณะนั้น ปฐพีสั่นสะเทือนและมิติถูกแยกออกจากกัน หินภูเขาร่วง
หล่นลงมาดั่งหิมะถล่มเนื่องจากพลังของมิติส่งเสียงกึกก้อง
“หืม?”
สามผู้ปกครองเทวะไม่มีเวลาตอบสนอง พวกเขาเห็นเพียงเสี่ยวหมัว
เซียนหายไปจากสายตาของพวกเขา และถูกแทนที่ด้วยประตูหินโบราณ
หนาที่ตกลงมาจากก้อนเมฆแยก พวกเขาออกจากนางอย่างฉับพลัน!
“มันคืออะไรกัน?”
“ฟันมันให้พินาศ!”
ผู้ปกครองเทวะทั้งสามนั้นเร็วมาก การโจมตีของพวกเขาไม่ช้าลง
แม้แต่น้อยขณะที่พวกเขาไปใส่ประตูหิน ในความเป็นจริง มันเป็นไปไม่ได้
สำหรับพวกเขาที่จะชะลอตัวลงอย่างฉับพลัน หากพวกเขาทำเช่นนั้น
พลังงานและแรงผลักดันในการโจมตีจะสะท้อนกลับสู่พวกเขาแทน
แผนภาพค่ายกลบนดาบของพวกเขาส่องสว่างยิ่งขึ้น อสูรที่มีรูปร่าง
คล้ายปลาหมึกยักษ์เปล่งเสียงคำรามและโจมตีประตูหิน
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
พลังงานระเบิดขึ้น การโจมตีทั้งหมดเข้าสู่ประตูหิน คลื่นกระแทกอัน
บ้าคลั่งกระจายออกไปภายนอก ทำให้หินใกล้เคียงทั้งหมดแตกสลาย
อสูรทะเลที่ต้องทนรัยผลกระทบนี้ได้ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ!
สำหรับประตูหินที่หนักอึ้งนั้น มันสั่นเพียงเล็กน้อยโดยไม่แสดง
อาการเสียหายใดๆ หลังเช่นนั้น แผนภาพค่ายกลบนดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม
ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะพวกเขาเร็วเกินไป ทั้งหมดจึงชนเข้ากับประตูหิน
ชั่วครู่หนึ่ง พวกเขาหมดสติไปอย่างสิ้นเชิง!
พัฟ!
หัวหน้าของสี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์พ่นโลหิตเต็มปาก แม้ว่าเมื่อครู่เขา
จะไม่ได้ถูกผู้ใดโจมตี แต่เขาได้รับบาดเจ็บจากการสะท้อนของพลัง นี่เป็น
เหมือนคนที่ต่อยกำแพงหินด้วยพลังทั้งหมดของตนเอง แม้ว่ากำแพงจะไม่
เป็นไร แต่มือของพวกเขาจะบาดเจ็บ
“มันเกิดอะไรขึ้น!?”
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในเหตุการณ์นี้ทำให้สี่ผู้ปกครองเท
วะงุนงงและตกใจ ทันใดนั้น หัวหน้าของพวกเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
และเห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำ
ชายหนุ่มคนนี้ถือหอกยาว เขาดูธรรมดาเหมือนรูปลักษณ์ของเขา
ใบหน้าของเขาเป็นสีเหลืองเล็กน้อย ทำให้เขาดูเหมือนคนที่จะถูก
สังเกตเห็นในฝูงชน
ไม่ต้องสงสัยประตูหินที่ตกลงมาเมื่อครู่มาจากบุคคลนี้