Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,452 สร้างทีม
ที่ด้านนอกระฆังโบราณนี้ เสี่ยวหมัวเซียนรู้สึกว่าขณะที่นางพยายาม
ดิ้นรนเพื่อยกมันขึ้น แต่มันก็ลอยขึ้นเอง ทำให้นางประหลาดใจ มีใครบาง
คนรอดชีวิต?
ในสถานการณ์เช่นนี้ เสี่ยวหมัวเซียนไม่คิดว่าชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิตนาง
จะสามารถรอดมาได้จริง แม้ว่าเขาจะโชคดีที่รอดชีวิตจากการระเบิดครั้ง
นั้น แต่ร่างกายของเขาก็คงจะเปียกโชกไปด้วยโลหิต และเขาจะอยู่ใกล้
กับขอบเหวแห่งความตาย
แม้ว่านางจะพูดเช่นนั้น แต่เสี่ยวหมัวเซียนก็ไม่คิดว่าคนที่นางไม่เคย
พบมาก่อนจะเสียสละชีวิตของตนเพื่อช่วยชีวิตนางแบบสุ่มๆเช่นนี้ หาก
เขากล้าที่จะเข้าไปในระฆังนี้แล้ว เขาก็ควรจะมีวิธีการที่จะรอดชีวิตอยู่ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เสี่ยวหมัวเซียนก็รีบหยิบโอสถช่วยชีวิตจากแหวนมิติ
ของนางเพื่อเตรียมพร้อมที่จะช่วยชีวิตเขา โอสถเหล่านี้ ยังรวมถึงโอสถ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่เตรียมไว้ให้นางโดยราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจเพื่อ
ช่วยชีวิตนางด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อระฆังบรรพกาลลอยขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ เสี่ยวหมัว
เซียนก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นภาพภายใน
มีชิ้นเนื้อและโลหิตกระจัดกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่ง ที่ยืนอยู่
ท่ามกลางซากปรักหักพังนองเลือดเหล่านี้คือชายหนุ่มชุดดำ ดูเหมือนว่า
เขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย และยังคงมีท่าทางที่สงบเหมือนเมื่อก่อน ราว
กับว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ที่รุนแรงในระฆังโบราณ
ขากรรไกรของเสี่ยวหมัวเซียนหย่อนลง ดวงตาเบิกกว้างขึ้น “เจ้า…
เจ้าไม่บาดเจ็บเลยหรือ?”
เสี่ยวหมัวเซียนอดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าในเวลานี้นั้น หลินหมิงได้มี
บรรยากาศที่กล้าหาญและเต็มไปด้วยความสง่า ไม่อาจหยั่งถึงดั่งทะเล ซึ่ง
เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของเขา ถ้ามันมิใช่ผิวสี
เหลืองและหน้าตาที่ดูธรรมดาของเขา ถ้าเขาหล่อกว่านี้อีกเล็กน้อย เขาก็
อาจถูกอธิบายว่าเป็นวีรบุรุษที่โดดเด่นอย่างสมบูรณ์แบบได้
“เจ้า… เจ้าสบายดีหรือไม่?” สองนิ้วของเสี่ยวหมัวเซียนยังคงกระตุก
นางต้องการที่จะเดินขึ้นไปและสัมผัสหลินหมิง เพื่อดูว่าเขาจะแตกสลาย
อย่างแปลกประหลาดเมื่อเขาได้โดนสัมผัสหรือไม่
“ข้าสบายดี แต่เจ้าควรรีบกินโอสถ มันไม่ปลอดภัยที่จะได้รับ
บาดเจ็บในแดนเร้นร้างไพศาลของเส้นทางแห่งอาชูร่านี้”
หลินหมิงกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา เสี่ยวหมัวเซียนทึ่งในความดื้อ
รั้นของชายหนุ่มผู้นี้อย่างแท้จริง ในท้ายที่สุด ไม่ว่าอย่างไร นางเป็นคนที่
ต้องการโอสถมากยิ่งกว่า คนผู้นี้กินสิ่งใดเป็นอาหารเขาถึงได้เติบโตขึ้นมา
เป็นอสูรเช่นนี้
เสี่ยวหมัวเซียนยกเลิกร่างฟีนิกซ์ แม้ว่าปีกของนางจะหักครึ่งหนึ่ง
แม้ว่านางจะมีร่างสัตว์อสูรเทวะที่ท้าทายสวรรค์ แต่นางก็ยังต้องใช้เวลา
ในการรักษาตัวเอง หลังจากกลืนกินโอสถลงไป เสี่ยวหมัวเซียนก็โรยผง
ทองคำรักษาอันมีค่าลงบนบาดแผลของนาง เมื่อนางทำสิ่งนี้ นางจะ
เหลียวมองไปที่หลินหมิงเป็นครั้งคราว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความ
อยากรู้อยากเห็น
“นี่ เจ้าช่างน่าทึ่งยิ่งนัก เจ้ามีร่างกายพิเศษใช่หรือไม่? ในระฆังนั่น
เจ้าใช้ทักษะใดในการป้องกันผลกระทบของพลังงานทั้งหมด
“นี่ เจ้าเป็นหนึ่งในนักสู้ที่เกิดในเส้นทางแห่งอาชูร่าหรือไม่? ข้าเห็น
ว่าการบ่มเพาะของเจ้าอยู่ที่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลาง เจ้าอายุ
เท่าใด?”
เสี่ยวหมัวเซียนเป็นเหมือนเด็กขี้สงสัย นางถามคำถามมากมายทันที่
เมื่อหลินหมิงอยู่ในระฆังบรรพกาล เขาใช้ความมืดมิดนิรันดร์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาอยู่ภายในระฆัง เสี่ยวหมัวเซียนไม่ได้เห็นสิ่งนี้
มิเช่นนั้นนางจะสามารถยืนยันตัวตนของเขาได้
นอกเหนือจากความมืดมิดนิรันดร์ เมื่อทั้งสามสิ่งรวมเข้าด้วยกัน มัน
ก็จะเป็นมากกว่าความบังเอิญ
หลินหมิงยังไม่มีเวลาตอบคำถามนี้ก่อนที่จะเสี่ยวหมัวเซียนหัวเราะ
คิกคัก “เจ้าทำให้ข้านึกถึงสหายที่ผิดปกติคนหนึ่งที่ข้ารู้จักมาก่อน อืม…ดี
ข้าหมายความว่าเขาแข็งแกร่งมากจนผิดปกติ”
หลินหมิงคงไม่แปลกใจถ้าเสี่ยวหมัวเซียนจำได้ว่าเขาเป็นใคร แม้ว่า
เขาจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาและออร่าวิญญาณ แต่เขาก็ไม่
สามารถเปลี่ยนทักษะของเขาได้
จากนั้น กระเป๋าเล็กๆที่แขวนอยู่บนเอวของเสี่ยวหมัวเซียนก็สั่น ราว
กับว่ามีบางสิ่งที่ดิ้นรนที่จะปีนออกมา
เสี่ยวหมัวเซียนดูเหมือนจะจำบางสิ่งบางอย่างได้ นางหัวเราะแล้ว
เปิดกระเป๋า กระเป๋าใบนี้มีขนาดเท่ากำปั้น แต่หลังจากเปิดออก ลูกบอล
ขนเล็กๆก็กลิ้งออกมา
หลินหมิงตกตะลึง ในขณะที่เขาจ้องมองลูกบอลนี้ เขาเห็นว่ามันเป็น
สุนัขสีเหลืองตัวเล็กๆ ร่างของมันอวบอิ่มและดูน่ารักสุดๆ
เมื่อสุนัขสีเหลืองตัวเล็กๆปรากฏตัว มันเริ่มสะอื้นต่อเสี่ยวหมัวเซียน
หลายครั้ง เหมือนเสียงโหยหวนของลูกหมาป่า
“ต้าหวง เจ้ากำลังซนอีกแล้ว ข้าบอกไปแล้วว่าเจ้ายังเด็กเกินไป เจ้า
ยังต่อสู้ไม่ได้ เป็นเด็กดีและอยู่ในกระเป๋าสัตว์อสูรต่อไป” เสี่ยวหมัวเซียน
พูด
หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง ลูกสุนัขสีเหลืองนี้คือสัตว์อสูรพันธสัญญา
ของเสี่ยวหมัวเซียนเช่นนั้นหรือ?
เสี่ยวหมัวเซียนมาจากตำหนักรุ่งอรุณปีศาจสวรรค์ และเป็นบุตรีที่น่า
ภาคภูมิแห่งสวรรค์ นางจะมีสัตว์อสูรพันธสัญญาเช่นใดน่ะหรือ?
เพียงแค่มองดู ‘ต้าหวง’ นี้ เขาก็ยากที่จะจินตนาการว่าสายเลือดของ
ลูกสุนัขตัวเล็กนี้เป็นเช่นไร
“ใช่แล้วต้าหวง พี่ชายคนนี้ช่วยเราไว้ เกี่ยวกับเรื่องนั้น…” เสี่ยวหมัว
เซียนหันไปหาหลินหมิงทันที่ “เจ้าค่อนข้างร้ายกาจ เราสองคนควรจัดตั้ง
ทีมด้วยกัน ไม่ต้องกังวล ข้าเองก็ร้ายกาจเช่นกัน ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงเจ้า”
เสี่ยวหมัวเซียนกล่าวอย่างจริงใจ ขณะที่นางพูด นางเปิดเผยให้เห็น
เขี้ยวโดยไม่รู้ตัว ทำให้ใครๆคิดว่านางชั่วร้าย
“จัดตั้งทีมเช่นนั้นหรือ?” หลินหมิงตกตะลึง การรวมทีมเป็นความคิด
ที่ดีจริงๆ แต่การปล้นใดๆจะถูกแบ่งได้อย่างไร? โดยปกติ ผู้หนึ่งจะได้รับ
หนึ่งรูนหรืออาจจะสอง การสะสมรูนเต็มชุดไม่ใช่เรื่องง่ายด้วย
ในเวลานี้ วิญญาณขาวได้คาดเดาสิ่งที่หลินหมิงกำลังคิดอยู่ “นาย
ท่าน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่นักสู้จะจัดตั้งทีมในเส้นทางแห่งอาชูร่า สี่
กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์เองก็เช่นเดียวกัน”
ดังที่วิญญาณขาวพูดขึ้น หลินหมิงก็นึกถึงการผจญภัยของเขาใน
เส้นทางแห่งอาชูร่า แน่นอนเขาไม่ค่อยเห็นนักสู้เดี่ยว มิต้องกล่าวถึงสี่
กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์ แต่แม้แต่แก๊งอันธพาลสามผีร้ายเหล็กทมิฬหรือทีม
ต่างๆในแดนเร้นร้างไพศาลก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
การจัดตั้งทีมมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในเส้นทางแห่งอาชูร่าที่วุ่นวาย
ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของการต่อสู้หรือความอยู่รอด มันต่างก็ดีกว่า
ตัวคนเดียว
“ถ้าเราจัดตั้งทีมและได้รับรูนเทพเจ้า เราจะแบ่งพวกมันอย่างไร?”
หลินหมิงถาม จากนั้น วิญญาณขาวตอบพร้อมกับคำตอบที่ไม่คาดคิด
วิญญาณขาวกล่าวว่า “มีทางออกที่ง่ายมาก โดยปกติ เมื่อนักสู้
รวบรวมรูนเทพเจ้าที่ไม่สมบูรณ์ ก็จะทำหารการขายพวกมันสำหรับ
ทรัพยากรอื่น ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านสามารถแบ่งทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
กันได้
“สำหรับอัจฉริยะสูงสุดเช่นนายท่านที่รวบรวมรูนเทพเจ้าชุดสมบูรณ์
เพื่อเข้าร่วมด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย มันมีวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้
โดยใช้หลายเช่นกัน การรวบรวมชุดรูนเทพเจ้าชุดเดียวก็เพียงพอแล้ว
เพราะมีชุดรูนเทพมีหนึ่งชื่อที่เรียกว่า ‘เชื่อมต่อเคลื่อนย้าย’ อยู่ มี 5 รูน
เทพเจ้าในชุดนี้ และอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ไกลเพียงใด
มันก็จะส่งอีกคนไปหากันได้ ด้วยวิธีนี้ ทีมสามารถดำเนินการในด่าน
ทดสอบสุดท้ายกับสหายได้ นอกจากนี้ ภายในเส้นทางแห่งอาชูร่า มันก็ยัง
มีภารกิจหลายอย่างที่ทำได้ง่ายกว่าเมื่อทำเป็นทีม”
“มันมีบางอย่างเช่นนั้นอยู่ด้วย…” หลินหมิงพูด รู้สึกทึ่งเล็กน้อย ดู
เหมือนว่ารูนเหล่านี้จะมีประโยชน์มากมายและมหัศจรรย์ ซึ่งเขายังไม่เคย
รู้มาก่อน ในระหว่างการต่อสู้กับกระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์ หลินหมิงรู้สึกถึง
ประโยชน์บางอย่างของการมีรูนเทพเจ้า
“นายท่าน อย่าปล่อยให้รูนของสี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์เสียเปล่า”
“อืม”
หลินหมิงพยักหน้า เขาก้าวไปข้างหน้าระฆังบรรพกาลและเก็บมันไป
ด้วยการโบกมือ ใต้ระฆังบรรพกาล รูนเทพเจ้าที่คลุมเครือได้ส่องแสงอยู่
เหนือซากของสี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์ รูนเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในระดับทอง
หลินหมิงโบกมือและรับเอามันมาทั้งหมด
สี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์มีชุดรูนระดับทองสามชุดที่สมบูรณ์ และรูน
วิญญาณฟ้าครึ่งชุด แต่รูนวิญญาณฟ้าเหล่านี้เป็นคุณภาพที่ด้อยที่สุดของ
รูนวิญญาณฟ้าทั้งหมด
รูนที่ถูกพรากไปจากร่างของคนอื่นก็สามารถนำมาใช้ในด้านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้ายได้ แต่พวกเขาไม่สามารถใช้มันเพิ่มสมญานามอาชูร่า
ได้ เพื่อที่จะได้เป็นสมญานามอาชูร่า เขาต้องได้รับรูนที่ได้จากภารกิจ ใน
ปัจจุบัน หลินหมิงไม่ได้เป็นแม้แต่อาชูร่าหนึ่งดาว
“ในการเข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย ข้าจะต้องรวบรวมรูน
เทพเจ้า 36 ชุดสมบูรณ์ ชุดรูนทั้งสามนี้เป็นส่วนหนึ่งของ 36 ชุดหรือไม่?”
หลินหมิงถาม
วิญญาณขาวส่ายหัว พูดด้วยความเสียใจ “ข้าเกรงว่านายท่านจะ
ผิดหวัง 36 ชุดรูนเทพเจ้าสมบูรณ์ที่จำเป็นต่อการเปิดด่านทดสอบหล่อ
หลิมสุดท้ายนั้นเป็นรูนที่หายากมาก และรูนเหล่านี้เป็นรูนธรรมดามาก”
“อืม… ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายดายเช่นกันเหมือนกัน”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังพูดอยู่ เสี่ยวหมัวเซียนก็หยิบอาหารออกมา
จากแหวนมิติของนางเพื่อป้อนลูกสุนัขสีเหลืองเล็กๆ ลูกสุนัขสีเหลืองตัว
เล็กฮัมเพลงในความสุข มันดูน่ารักมาก ถึงกระนั้น หลินหมิงก็ตระหนักได้
ว่ามีพลังมหาศาลในสุนัขตัวเล็กนี้ที่ยังไม่พัฒนา
“นี่ ข้าเป็นหนี้เจ้า แต่ชีวิตของข้ามีค่ายิ่ง ดังนั้นถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็น
หนี้บุญเจ้าแทน” เสี่ยวหมัวเซียนเหลียวมองที่หลินหมิง “ข้าควรจะเรียก
เจ้าว่าอย่างไรดี?”
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่เขากำลังพิจารณาว่า
จำเป็นต้องซ่อนตัวตนของเขาจากเสี่ยวหมัวเซียนหรือไม่นั้น เขาก็ต้องคิ้ว
ขมวด เขาหันกลับมาและมองไปทางขอบฟ้าที่ห่างไกล มีนักสู้รุ่นเยาว์คน
หนึ่งกำลังบินมาหาเขาด้วยความเร็วสูง
ชายหนุ่มผู้นี้มาจากเผ่าอสูร หากเขากล้าที่จะบินไปบนท้องฟ้าอย่าง
กล้าหาญเหนือแดนเร้นร้างไพศาล เช่นนั้นเขาก็คงจะรีบร้อนพอที่จะเสี่ยง
หรือเขาอาจมีพื้นหลังเพียงพอที่จะทำเช่นนั้นได้