Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,453 องค์ชายอสูรอีกคน
เมื่อหลินเห็นชายหนุ่มผู้นี้บินมาจากท้องฟ้าที่ห่างไกล หลินหมิงจึงได้
เก็บความคิดที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้ก่อน
ในความเห็นของหลินหมิง มันไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนของเขากับ
เสี่ยวหมัวเซียน และต่อคนที่ไม่รู้จัก เขาจะไม่เปิดเผยสิ่งที่สำคัญเช่นนั้น
เมื่อดูจากสีหน้าของเสี่ยวหมัวเซียน มันดูเหมือนว่านางจะรู้ว่าใคร
เป็นชายหนุ่มอสูรผู้นี้
บุคคลนี้ดูเหมือนจะมาจากแดนเทวะ; เขาเป็นสหายของเสี่ยวหมัว
เซียนหรือไม่?
เมื่อความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง ความสงสัยของเขาได้รับ
การยืนยันในทันที่
“ศิษย์น้องหญิง ข้าพบเจ้าแล้ว!”
ชายหนุ่มร่อนลงด้วยความเร็วสูง ทำให้คลื่นฝุ่นและควันลอยขึ้น
“ศิษย์น้องหญิง เจ้าปลอดภัยหรือไม่!?”
ชายหนุ่มผู้นี้สวมชุดสีฟ้า และแม้ว่าเขาจะไม่ได้หล่อเหลามากนัก แต่
เขาก็มีบรรยากาศที่ไม่ธรรมดา เขาเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นอย่างแน่นอน
“ข้าไม่เป็นไร” สีหน้าของเสี่ยวหมัวเซียนไม่อบอุ่นเท่าที่ควรเมื่อพูดกับ
ศิษย์พี่ผู้นี้ เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงสับสนเล็กน้อย ชายหนุ่มผู้นี้ควรมาถึง
เส้นทางแห่งอาชูร่าพร้อมกับเสี่ยวหมัวเซียน แล้วเหตุใดเขาจึงปลอดภัย
แต่เสี่ยวหมัวเซียนกลับถูกล้อมแทน? พวกเขาถูกบังคับให้แยกทางเพราะ
ถูกไล่ล่าหรือไม่?
“ผู้อาวุโสชิงเป็นอย่างไรบ้าง?” เสี่ยวหมัวเซียนถาม ผู้อาวุโสชิงที่นาง
อ้างถึงนั้นเป็นคนเผ่าอสูรที่รับผิดชอบในการทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เสี่ยวห
มัวเซียนในการผจญภัยครั้งนี้ผ่านทางเส้นทางแห่งอาชูร่า
เขามีการบ่มเพาะขั้นมหาราชันพิภพ
หลังจากเหตุการณ์ของเสี่ยวหมัวเซียนในเมืองระลอกคลื่น เขาก็ได้
ต่อสู้กับจ้าวเมืองระลอกคลื่น ในการต่อสู้ที่รุนแรง เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนหนี
ออกมา พวกเขาทั้งสองยังคงต่อสู้กันอยู่
ชายหนุ่มอสูรกล่าวว่า “ผู้อาวุโสชิงทำให้จ้าวเมืองระลอกคลื่น
บาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน แม้ว่าจ้าวเมืองระลอก
คลื่นนั้นจะอ่อนแอกว่าผู้อาวุโสชิง แต่เขาก็มีรูนเทพเจ้ามากมาย และ
ได้รับการสนับสนุนจากกฎของเส้นทางแห่งอาชูร่า ดังนั้นเขาจึงสามารถ
ทำร้ายผู้อาวุโสชิงได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าผู้อาวุโสชิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บถึงชีวิต
แต่เขา… เขาถูกรูนเทพเจ้าติดตามของจ้าวเมืองระลอกคลื่น สิ่งนี้สามารถ
ยกเลิกได้โดยรูนเทพเจ้าประเภทยกเลิกพันธะ ซึ่งรูนรูปเช่นนั้นหายากมาก
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้อาวุโสชิงที่จะหามันได้สักระยะหนึ่ง ผู้
อาวุโสชิงนั้นปลอดภัยและจ้าวเมืองระลอกคลื่นจะไม่มองหาเขาเพื่อต่อสู้
แต่ถ้าเขามาที่นี่ เจ้าก็จะถูกค้นพบโดยจ้าวเมืองระลอกคลื่นไปด้วย
สำหรับสมบัติที่เจ้าได้รับจะเสี่ยง!”
รูนของเส้นทางแห่งอาชูร่ามีกฎอยู่นอกเหนือการควบคุมของราชัน
สวรรค์ใดๆ กฎที่พวกมันจัดตั้งขึ้นนั้นเหนือกว่าผู้ทรงพลังมหาราชันพิภพ
ก่อนที่ผู้อาวุโสชิงสามารถค้นหารูนเทพเจ้าที่สอดคล้องกันเพื่อแยกรูน
ติดตามเขา จ้าวเมืองระลอกคลื่นจะยังสามารถค้นหาตำแหน่งของเขาได้
อยู่ ถ้าผู้อาวุโสชิงกำลังจะกลับมาหาเสี่ยวหมัวเซียน นั่นจะทำให้นางตก
อยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม
“โอ้ มันเป็นเช่นนี้เอง?” เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนได้ยินว่าผู้อาวุโสชิงจะไม่
อยู่เคียงข้างเพื่อปกป้องนางอีกต่อไป ไม่เพียงแต่นางจะไม่กังวลเท่านั้น
แต่นางยังรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น คำใบ้ของความอิ่มเอมใจเพิ่มขึ้นในดวงตา
ของนาง “แล้ว?”
“อืม… ตามที่ผู้อาวุโสชิงกล่าว เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย
เขาต้องการให้เรากลับไปก่อน เราอยู่เพียงขอบของเส้นทางแห่งอาชูร่า
ดังนั้นการกลับไปที่แดนเทวะไม่น่าจะยาก เมื่อเราฟื้นตัว เราสามารถ
กลับมาที่นี่และผจญภัยต่อได้ วิธีนี้จะปลอดภัยยิ่งขึ้นและเราจะ
เตรียมพร้อมมากขึ้นในครั้งต่อไปด้วย ศิษย์น้องหญิง เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เสี่ยวหมัวเซียนเป็นสิ่งที่มีค่าของเผ่าอสูรและสายเลือดปีศาจ เมื่อผู้
อาวุโสชิงมาถึงเส้นทางแห่งอาชูร่า เขาก็ยินดีที่จะเสียสละชีวิตของเขาเพื่อ
ปกป้องเสี่ยวหมัวเซียน แต่ตอนนี้ เขาได้รับบาดเจ็บและมีเครื่องหมาย
ติดตามอยู่บนร่าง จึงไม่มีทางที่เขาจะปกป้องนางต่อไปได้ เขากลัวว่า
เสี่ยวหมัวเซียนจะประสบอุบัติเหตุ ดังนั้นนี่คือทั้งหมดที่เขาทำได้
“ข้าไม่ต้องการกลับไป” เสี่ยวหมัวเซียนยิ้มอย่างชั่วร้าย “นั่น
สมบูรณ์แบบ ข้าต้องการผจญภัยผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่าด้วยตัวเองตั้งแต่
เริ่มต้น มันจะมีความมหายในการการผจญภัยอันใดถ้าข้าจะได้รับการ
คุ้มครองในทุกช่วงเวลา? เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อนหรืออย่างไร?”
เพื่อที่จะให้อัจฉริยะเติบโต พวกเขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันของ
การต่อสู้เป็นตาย นอกจากนี้ เสี่ยวหมัวเซียนยังมีความชอบผจญภัยใน
สายเลือดของนางด้วย หากนางไม่รับความเสี่ยง นางก็คงไม่สบายใจ
ตอนนี้ เมื่อนางรู้ว่านางสามารถผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่าได้ด้วยตัวเอง นาง
จึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก
“ศิษย์น้องหญิง ได้โปรดอย่าประมาท แม้ว่าอัจฉริยะจะต้องการแรง
กดดันในการเติบโต แต่เจ้าแตกต่างจากอัจฉริยะทั่วไปเหล่านั้น ร่างกาย
ของเจ้ามีครึ่งสายเลือดสัตว์อสูรเทวะ และเจ้าเป็นผู้สืบทอดของสัตว์อสูร
เทวะที่แท้จริง แม้ว่าเจ้าจะกินและนอนทุกวันโดยไม่ทำอะไรเลย แต่เจ้าก็
จะไปถึงราชันสวรรค์ได้ในไม่ช้าก็เร็ว!
“ไม่จำเป็นสำหรับเจ้าที่จะเสี่ยงเช่นนี้ในการผจญภัย ตราบใดที่เจ้ายัง
มีชีวิตที่สงบและขยันหมั่นเพียร ผจญภัยภายใต้การคุ้มครองของผู้อาวุโส
เจ้าจะยังสามารถกลายเป็นราชันสวรรค์สูงสุดได้อย่างง่ายดาย”
ชายหนุ่มอสูรเป็นห่วงอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นว่าเสี่ยวหมัวเซียนอยากจะ
เดินทางผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่าคนเดียว เขาจึงเตือนนางทันที่
อย่างไรก็ตาม เสี่ยวหมัวเซียนเกลียดการทำตามกฎของคนอื่นโดย
ธรรมชาติ แล้วทำไมนางจึงจะฟังคำแนะนำของเขาเล่า? “หึ ผู้ใดจะสนใจ
ราชันสวรรค์สูงสุด? ข้าเคยบอกไปแล้วว่าข้าจะกลายเป็นเทพแท้จริงใน
อนาคต และนั่นก็เป็นเพียงขั้นต่ำสุดเท่านั้น เจ้ารีบกลับไปคนเดียวได้แล้ว
ไม่ต้องรบกวนข้าอีก”
เสี่ยวหมัวเซียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ชายหนุ่มอสูรพูดไม่ออก กลายเป็นเทพแท้จริงและนั่นก็เป็น ‘ขั้น
ต่ำสุด’ ศิษย์น้องผู้นี้มีความทะเยอทะยานที่สูงเกินไป!
เขายิ้มอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดอย่างอายๆว่า “ศิษย์น้องหญิงเจ้ากำลัง
ซุกซนเกินไป หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า ข้าจะอธิบายเรื่องนี้กับท่านปู่ของ
เจ้าได้อย่างไร? อีกอย่าง…”
“นี่! หยุดจู้จี้เถอะ เจ้าค่อนข้างเหมือนยายแก่ เจ้ายังมีสิ่งที่เจ้าต้องพูด
อีกหรือไม่? ถ้าไม่เช่นนั้นเราจะไปแล้ว” เสี่ยวหมัวเซียนปัดการข้อโต้แย้ง
ของชายหนุ่มอสูร นางยกคางของนางไปทางหลินหมิง เพื่อบอกให้ไปกัน
รอยยิ้มของชายหนุ่มอสูรแข็งค้างบนใบหน้าของเขา นี่เป็นเรื่องที่น่า
อายอย่างยิ่งสำหรับเขา เขาเป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดของเผ่า
อสูร และยังเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งจักรพรรดิอสูรคนต่อไป มิเช่นนั้น
แล้ว เขาจะสามารถเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่ากับเสี่ยวหมัวเซียนเพื่อผจญ
ภัยด้วยกันได้อย่างไร?
แต่ตอนนี้ เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นยายแก่ที่จู้จี้โดยเสี่ยวหมัว
เซียน เขาจะรู้สึกสบายใจกับเรื่องนี้อย่างไร?
“ศิษย์น้องหญิง นับตั้งแต่สมัยโบราณ ความจริงไม่เคยง่ายที่ได้ยิน
ข้า…” เมื่อชายหนุ่มอสูรพูดพูดถึงตรงนี้ เขาก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง
เขาหันไปหาหลินหมิงและพูดว่า “เดี๋ยวก่อน เจ้าเป็นใครกัน?”
ชายหนุ่มอสูรเพิ่งสังเกตเห็นหลินหมิง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเสี่ยวหมัว
เซียนมากนัก แต่หลังจากที่เขามองดูรูปร่างหน้าตาที่ธรรมดารวมทั้งการ
บ่มเพาะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไป แต่ตอนนี้ เสี่ยวห
มัวเซียนอยากจะไปตามเส้นทางแห่งอาชูร่าและพาชายหนุ่มสามัญคนนี้ไป
ด้วย?
และที่สำคัญที่สุด เขาเป็นมนุษย์
ในฐานะคนที่เกิดมาจากเผ่าอสูร เขาได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรู้สึก
ในแง่ลบต่อมนุษย์ เขาไม่ต้องการให้เสี่ยวหมัวเซียนสัมผัสกับมนุษย์มาก
เกินไป
นอกจากนี้ เขายังรู้ว่าศิษย์น้องหญิงผู้นี้มีจิตใจที่หยิ่งมาก โดยปกติ
แล้วนางจึงจะไม่ชอบใครเลย ตอนนี้ นางกลับไม่ต้องการให้เขาไปกับนาง
ขณะที่จะพามนุษย์คนนี้ไปด้วยแทน ชายหนุ่มผู้นี้มีความพิเศษอันใด? เขา
เคยอยู่กับเสี่ยวหมัวเซียนมาโดยตลอด ดังนั้นชายหนุ่มที่ไม่รู้จักคนนี้มา
จากที่ไหน และเหตุใดพวกเขาทั้งสองจึงดูเหมือนจะมีข้อตกลงที่ดีต่อกัน?
เดิมทีนั้น หลินหมิงไม่มีแผนใดๆที่จะตอบสนองต่อชายหนุ่มอสูรผู้นี้
แต่จากนั้น เขาก็เห็นเสี่ยวหมัวเซียนมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น เห็น
ได้ชัดว่าเขาจะต้องตอบคำถามนี้ไม่ช้าก็เร็ว เขาจึงพูดว่า “ข้าชื่อ หลิน
หลานเจี้ยน”
หลินหลานเจี้ยนเป็นชื่อที่หลินหมิงเคยใช้มาเมื่อเขาเข้าสู่สี่อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์และถูกไล่ล่าโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
“หลินหลานเจี้ยน? ดังนั้น แซ่ของเจ้าคือ ‘หลิน’ ด้วยหรือ? เจ้ามีแซ่
เดียวกับคนที่ข้ารู้จักอย่างผิดปกติยิ่ง”
เสี่ยวหมัวเซียนช่วยไม่ได้ที่จะคิดถึงความสอดคล้อง ศิษย์พี่ของนาง
คิ้วขมวดอย่างหงุดหงิดและพูดว่า “ศิษย์น้องหญิง เจ้าวางแผนที่จะ
เดินทางไปตามเส้นทางแห่งอาชูร่า และเจ้าต้องการไปกับชายหนุ่มผู้นี้ใช่
หรือไม่?”
“เหตุใดเจ้าจึงใสใจสิ่งที่ข้าต้องการทำ?”
“แน่นอนข้าต้องใสใจ คนนี้มาจากต้นกำเนิดที่ไม่รู้จักและไม่มีอะไรที่
เรารู้เกี่ยวกับเขา สิ่งที่เรารู้ก็คือ เขาเป็นมนุษย์ และเจ้าควรรู้ว่ามนุษย์นั้น
เป็นคนโกหก โลภและหลอกลวง ในช่วงหลายพันล้านปีที่ผ่านมา มันมี
สงครามที่ยิ่งใหญ่หลายครั้งที่ปะทุขึ้นในแดนเทวะระหว่างมนุษย์และอสูร
ประชากรของเรามีคนตายไปกี่คน? นี่เป็นเพราะมนุษย์มีความต้องการ
ทรัพยากรของเรา!”
ชายหนุ่มอสูรไม่มีความปรารถนาดีต่อมนุษย์ เขาไม่ได้ใสใจและพูด
ออกมาดังๆต่อหน้าหลินหมิง เหมือนกับการสาบหลินหมิงต่อหน้า
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงคิ้วขมวด ในความเป็นจริง หลินหมิงก็ยอมรับว่า
มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่โลภและหลอกลวงอย่างแท้จริง แต่เผ่าพันธุ์อื่นเองก็
ไม่มีข้อยกเว้น ภูติเทพ, อสูร, ปีศาจ ทั้งหมดล้วนแต่เหมือนกัน
หลินหมิงพูดอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็นต้องพูดอย่างสูงส่งราวกับว่าเจ้า
เป็นคนที่ดีกว่าคนอื่น มีสงครามระหว่างทุกเผ่าพันธุ์ เจ้ากำลังพยายามจะ
บอกว่าเจ้าไม่เคยโจมตีคนอื่นเพื่อเอาทรัพยากรของพวกเขามาก่อน?”
คำพูดของหลินหมิงมีพลังและก้าวร้าว ชายหนุ่มอสูรไม่สามารถ
ปฏิเสธได้ มันเป็นเรื่องจริง ในแดนเร้นลับ เขาเคยโจมตีผู้อื่นเพื่อสมบัติ
ของพวกเขา จากนั้นอีกอย่าง มันก็ควรจะกล่าวว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาใน
หมู่นักสู้ทั้งหมด
“ไม่มีประเด็นใดที่จะเถียงกันอย่างไม่สิ้นสุด… หลินหลานเจี้ยนไปกัน
เถอะ เจ้าต้องการไปที่ใด?” เสี่ยวหมัวเซียนเห็นได้ชัดว่าไม่ชอบใจชาย
หนุ่มอสูร ต่อศิษย์พี่คนนี้ มันก็ทำให้นางรำคาญอยู่ตลอดเวลา นางก็ไม่
ชอบเลยสักนิด
“ข้าจะไปที่ผาหินชัน ศิลาจักรพรรดิ” หลินหมิงระบุจุดหมาย
ปลายทางของเขา
“นั่นเป็นเรื่องบังเอิญ! ข้าต้องการไปที่นั่นด้วย เจ้ามีภารกิจที่นั่นใช่
หรือไม่?”
“ใช่แล้ว”
“ข้าเองก็ด้วย” เสี่ยวหมัวเซียนหัวเราะเบาๆ ไม่ใสใจที่จะพูดคุยกับ
ศิษย์พี่ของนางอีกต่อไปแล้วเดินไปกับหลินหมิงแทน
ศิษย์พี่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังมีสีหน้าที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง
เขาเดินทางมาไกลถึงที่นี่ และได้พบเสี่ยวหมัวเซียนหลังจากผ่าน
ความยากลำบาก แต่นางกลับปิดประตูกระแทกหน้าของเขา ยิ่งกว่านั้น
เขาไม่รู้ว่าสหายที่น่าสงสารผู้นั้นมีความสามารถในการปรุงยาหรืออย่างไร
จึงทำให้นางเอาเขาเข้าร่วมทีมได้
เขาจะยอมทนกับสิ่งนี้?
ชายหนุ่มอสูรกัดฟันและเริ่มก้าวไปข้างหน้า
“เจ้าต้องการที่จะมาด้วยหรือ?” เสี่ยวหมัวเซียนถามชายหนุ่มอสูร
“หึ ข้าเองก็มีภารกิจที่ผาหินชัน ดังนั้นเหตุใดข้าจะไม่สามารถใช้
เส้นทางนี้ได้?”
แม้ว่าเขาจะไม่มีทางเลือก แต่เขาก็ไม่อนุญาตให้เสี่ยวหมัวเซียนและ
สหายผู้นี้ไปกันตามลำพัง เขาจะไม่กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้
อย่างไร?
“เจ้าน่ะ เจ้าเป็นใครกันแน่? เจ้าเป็นนักสู้พื้นเมืองของเส้นทางแห่งอา
ชูร่าหรือไม่?” ชายหนุ่มอสูรถามหลินหมิงด้วยกระแสเสียงปราณแท้
“คิดตามที่เจ้าต้องการ” หลินหมิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจมาก
“หึ! ทำเป็นพูดดี! ไม่มีใครพูดกับข้าเช่นนี้มานานแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่า
นางมีสถานะเช่นใด?” ชายหนุ่มอสูรสรุปได้ว่าหลินหมิงและเสี่ยวหมัว
เซียนเพิ่งพบกัน ดังนั้นเขาต้องไม่ทราบว่าตัวตนที่แท้จริงของนางเป็น
อย่างไร
ปราศจากการตอบกลับของหลินหมิง ชายหนุ่มอสูรจึงกล่าวว่า
“หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้านั้นเป็นผู้สืบทอดสายเลือดโดยตรงของราชัน
สวรรค์ และนางมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์ สำหรับข้า ข้าเองก็เป็นผู้สืบ
ทอดสายเลือดโดยตรงของราชันสวรรค์ ปู่ของข้าคือจักรพรรดิอสูร ข้าไม่รู้
ว่าเหตุใดศิษย์น้องหญิงจึงตัดสินใจไปกับเจ้า แต่ข้าแนะนำให้เจ้าระวัง
ความคิด และอย่าได้คิดสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม หลังจากการเดินทางไปผาหิน
ชันจบลง ข้าต้องการให้เจ้าหายไปจากสายตาของข้า!”
ปู่ของชายหนุ่มผู้นี้คือจักรพรรดิอสูร? หลินหมิงพึมพำ องค์ชายอสูร
อีกคน!