Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,454 องค์ชายอสูรตู๋อวี่
ในแดนเทวะ จักรพรรดิอสูรไม่ใช่สมญานามของระดับการการบ่ม
เพาะ แต่เป็นสมญานามของราชาที่ยิ่งใหญ่ของทั้งเผ่าอสูร!
เผ่าอสูรนั้นมีมากกว่าหนึ่งราชันสวรรค์ แต่ราชันสวรรค์อสูรทั้งหมด
นั้นจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิอสูร จักรพรรดิอสูรเป็นตัวแทนของ
อำนาจเด็ดขาด และผู้สืบทอดของจักรพรรดิอสูรนั้นเป็นของตระกูลอสูรที่
มีชื่อเสียงและงดงามที่สุดของเผ่าอสูร
จักรพรรดิอสูรอาศัยอยู่มาเป็นเวลานานและมีผู้สืบทอดนับไม่ถ้วน
แม้แต่ในบรรดาองค์ชายอสูรนั้น มันก็ยังมีคนที่อ่อนแอกว่าและแข็งแกร่ง
กว่า หลินหมิงรู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้มีรากฐานที่มั่นคง เขาเป็นบุคคล
ที่โดดเด่นแน่นอนในหมู่สหายของเขา
“ถ้าคนผู้นี้มาพร้อมกับเสี่ยวหมัวเซียนไปที่เส้นทางแห่งอาชูร่าเพื่อ
ผจญภัยและมีมหาราชันพิภพเพื่อปกป้องพวกเขา สถานะของเขาจะต้อง
ไม่ธรรมดา เขาอาจจะยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาองค์ชายอสูรปัจจุบัน และ
เขาอาจมีโอกาสได้รับบัลลังก์ของจักรพรรดิอสูรในอนาคต”
หลินหมิงคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว หากชายหนุ่มอสูรตัวนี้มีความ
มั่นใจในตัวเอง เขาจะต้องมีความสามารถแน่นอน
การคาดเดาของเขาถูกต้อง ชายหนุ่มอสูรต่อหน้าเขาคือองค์ชาย
อสูรตู๋อวี่ หลานชายของจักรพรรดิอสูร บิดาของเขาเป็นกึ่งราชันสวรรค์
และยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต สำหรับมารดาของเขา นางมี
สายเลือดที่บริสุทธิ์ที่สุดของตระกูลไฮดรา
เผ่าอสูรมีประชากรน้อยกว่ามวลมนุษย์ แต่สำหรับพวกเขาที่จะมี
ชีวิตอยู่ทุกปีในแดนเทวะโดยไม่ถูกทำลาย พวกเขาย่อมมีความแข็งแกร่ง
ของตัวเองแน่นอน ในแง่ของจำนวนและความสามารถในการเกิด เผ่าอสูร
นั้นด้อยกว่ามวลมนุษย์มาก แต่ในแง่ของพรสวรรค์เฉพาะบุคคล
พรสวรรค์เฉลี่ยของเผ่าอสูรนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของมนุษย์ ในระหว่างงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะ มันก็มีองค์ชายอสูรที่เข้าร่วม
ด้วย แม้ว่าเขาจะถูกทุบตีโดยทั้งหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนลงอย่างน่า
สังเวช แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญ บางคนที่ความแข็งแกร่ง
กว่าไป่เหยาของตำหนักสวรรค์เอกภพอนันต์ หากไม่ใช่เพราะสิ่งนี้เป็นยุค
ที่มีปาฏิหาริย์มากมายนับไม่ถ้วน เขาก็จะสามารถบานสะพรั่งด้วยความ
รุ่งโรจน์ในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอสูรผู้นี้ที่อยู่ข้างหน้าหลินหมิงมีแข็งแกร่งกว่าองค์
ชายอสูรที่เขาพบในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรก
แม้ว่าเขาจะด้อยกว่าเขี้ยวมังกร, ซิงชือและคนอื่นๆ แต่เขาก็มี
ความสามารถพอที่จะดูถูกอัจฉริยะส่วนใหญ่ในแดนเทวะได้ ในบรรดาผู้
สืบทอดของราชันสวรรค์ เขาเป็นหนึ่งในคนที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงมุมมองโลกปัจจุบันของหลินหมิงที่สูง
เกินไป เขาเคยเห็นหลายคนและเคยประสบผู้ที่ยากจะหยั่งถึงอย่าง
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลมาแล้ว สำหรับเขาในปัจจุบัน ผู้สืบทอดของ
ราชันสวรรค์ใดๆจะเป็นเพียงเรื่องธรรมดา
แต่สำหรับอัจฉริยะทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงผู้สืบทอดของราชันสวรรค์
สูงสุด แม้แต่ผู้สืบทอดของราชันสวรรค์ที่ด้อยที่สุดก็ยังถือว่าเป็นตำนาน
อยู่ดี
ในสถานการณ์เช่นนี้ องค์ชายอสูรตู๋อวี่นั้นมีความรู้สึกที่เหนือกว่า
หากเขาต้องเผชิญกับอัจฉริยะของมนุษย์ทั่วไปและพูดกับพวกเขา นั่นก็
ถือเป็นความโชคดีของพวกเขาแล้ว
องค์ชายอสูรตู๋อวี่คิดว่าหลินหมิงกำลังตกตะลึงกับสถานะของเขา
หลังจากพอใจกับการกำราบที่สร้างโดยสถานะของเขา เขาก็กล่าวว่า
“รากฐานของเจ้าก็ดูแข็งแกร่งเช่นกัน ดังนั้นเจ้าก็ควรมิใช่ผู้ไร้ชื่อ เจ้ามีพื้น
หลังเช่นใด เจ้ามีสายเลือดพิเศษหรือไม่? เจ้ามีผู้เชี่ยวชาญชั้นสูงสอนเจ้า
หรือไม่?”
ขณะที่เป็นองค์ชายอสูรตู๋อวี่ถามทั้งหมดนี้ หลินหมิงก็กล่าวว่า “ข้าไม่
มีพื้นหลังใดๆเลย บรรพบุรุษของข้าเป็นปุถุชน”
สิ่งที่หลินหมิงพูดนั้นไม่มีอะไรนอกจากความจริง แต่องค์ชายอสูรตู๋
อวี่กลับไม่เชื่อเขา ในสายตาขององค์ชายอสูรตู๋อวี่ นักสู้ที่มีรากฐาน
แข็งแกร่งเช่นนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภูมิหลังของปุถุชนทั่วไป อย่าง
น้อยพวกเขาก็ต้องเป็นรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของนิกาย
สำหรับองค์ชายอสูรตู๋อวี่ หลินหมิงน่าจะมาจากขุมกำลังเล็กน้อยเช่น
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับผู้ปกครองเทวะ เขาอาจไม่ต้องการระบุว่าตนมา
จากไหนเพื่อไม่ให้ตนเองขายหน้า
“เด็กเหลือขอนี้มีพื้นหลังธรรมดาและหน้าตาของเขาก็น่าเกลียด
เช่นกัน ไม่ว่าข้าจะมองอย่างไร ข้าก็ไม่เห็นถึงสิ่งที่ศิษย์น้องหญิงเสี่ยวหมัว
เซียนควรจะชื่นชอบเขา”
องค์ชายอสูรตู๋อวี่คิดกับตัวเอง จากนั้นเขาก็โล่งใจมากขึ้น เมื่อเขา
มองดูหลินหมิงอีกครั้ง ความรำคาญส่วนใหญ่ก็หายไปจากดวงตาของเขา
เขาเป็นศัตรูและเป็นปฏิปักษ์ต่อหลินหมิงอย่างมากในตอนแรก
เพราะตัวเขาเองก็สนใจที่จะไล่ตามความรักจากเสี่ยวหมัวเซียน อย่างไรก็
ตาม เสี่ยวหมัวเซียนมีเหตุผลบางอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่
แปลกประหลาดในหลินหมิง ยิ่งกว่านั้น นางยังปฏิเสธคำแนะนำของเขาที่
จะกลับไปยังแดนเทวะ จากนั้นกล่าวอย่างชัดแจ้งว่านางต้องการไปต่อใน
เส้นทางแห่งอาชูร่าร่วมกับหลินหมิง แล้วองค์ชายอสูรตู๋อวี่จะรู้สึกสบายใจ
กับเรื่องนี้ได้อย่างไร?
เสี่ยวหมัวเซียนเป็นอสูรที่สมบูรณ์แบบสำหรับองค์ชายอสูร
พื้นหลังและสายเลือดของเสี่ยวหมัวเซียนนั้นไร้ข้อกังขา ถ้าไม่ใช่
เพราะปู่ของนางที่เป็นราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจ เช่นนั้นจักรพรรดิอสูร
คนปัจจุบันอาจจะวางตำแหน่งให้นางเป็นจักรพรรดินีอสูรคนต่อไป
นอกจากนี้เมื่อ ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจและจักรพรรดิอสูรเริ่มสนิทสนม
กันมากขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งทวีมากขึ้นเช่นกัน หลังจาก
นั้นก็มีชายหนุ่มอสูรจำนวนมากที่ไล่ตามนาง
หากลืมข้อดีของการบ่มเพาะแบบคู่กับเสี่ยวหมัวเซียน เพียงแค่
สถานะของนางอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับทุกคนที่จะทะยานสู่
สวรรค์ด้วยการกระโดดครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม มีบางสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจาก
นั้นทำให้องค์ชายอสูรตู๋อวี่ตกอยู่ในความขัดแย้งภายใน ดูเหมือนว่าปู่ของ
เขาตั้งใจจะให้เสี่ยวหมัวเซียนกับบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเพื่อแลก
กับวิธีที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพแท้จริง!
เบื้องหน้าการล่อลวงครั้งใหญ่นี้ แม้แต่ราชันสวรรค์รุ่งอรุณปีศาจก็ยัง
หวั่นไหว
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าอสูร มันเป็นเพียง
เพราะองค์ชายอสูรตู๋อวี่เป็นผู้สมัครที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะเป็น
จักรพรรดิอสูรคนต่อไป เขาจึงสามารถได้รับรู้เรื่องนี้
สิ่งนี้ทำให้องค์ชายอสูรตู๋อวี่ตกอยู่ในปริศนา ในอีกด้านหนึ่ง เขาหวัง
ว่าจะได้ครองเสี่ยวหมัวเซียน และในทางกลับกัน เขาหวังว่าปู่ของเขาจะ
สามารถกลายเป็นเทพแท้จริงได้ หากปู่ของเขาสามารถปูทางไปสู่การเป็น
เทพแท้จริงได้ องค์ชายอสูรตู๋อวี่จะสามารถเดินตามรอยเท้าของเขาและ
อาจท้าทายขั้นเทพแท้จริงบ้างในวันหนึ่ง
หลังจากผ่านการพิจารณามาหลายวัน องค์ชายอสูรตู๋อวี่ก็ได้พัฒนา
แผน แม้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะต้องแต่งงานกับบุตรชายจักรพรรดิฟ้า
บันดาล ใครจะรู้ว่าเมื่อไรจะเกิดขึ้น? และถ้าพวกเขาแต่งงาน นั่นก็เป็น
เพราะความต้องการทางการเมืองเท่านั้น ไม่มีใครรู้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนและ
บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลจะมีสัมพันธภาพที่ดีในชีวิตสมรสหรือไม่
หากเสี่ยวหมัวเซียนไม่สนใจในบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล เขา
สามารถเข้าหาเสี่ยวหมัวเซียนก่อนแต่งงานได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ประโยชน์
ทั้งหมดจะตกอยู่ที่เขา ไม่ว่าในกรณีใด สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเผ่าพันธุ์ภูติ
เทพก็คือ เผ่าอสูรจะช่วยเหลือพวกเขาในมหาภัยพิบัติ เสี่ยวหมัวเซียนเป็น
เพียงข้อพิจารณารอง
ดังนั้น องค์ชายอสูรตู๋อวี่จึงยุติการปิดด่านไว้ก่อน เพื่อที่เขาจะได้มาที่
เส้นทางแห่งอาชูร่าพร้อมกับ เสี่ยวหมัวเซียน สานความรู้สึกกับนาง
ตอนนี้กลับมีแมลงวันอย่างหลินหมิงโผล่ออกมา เขาจึงไม่พอใจ
แน่นอน แต่ถ้าหลินหมิงเป็นคนที่ด้อยกว่าตัวเขาอย่างสมบูรณ์ นั่นก็เป็น
อีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ องค์ชายอสูรตู๋อวี่ก็ยังรู้สึกว่ามันอาจเป็นเรื่องดีถ้าผู้
อาวุโสชิงไม่สามารถติดตามพวกเขาผ่านทางเส้นทางแห่งอาชูร่าได้ นี่จะ
ทำให้เขามีโอกาสที่แท้จริงในการได้รับความชอบจากเสี่ยวหมัวเซียน ไม่
ว่าอย่างไร สำหรับชายหนุ่มและหญิงสาวที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางแห่ง
อาชูร่า ที่ซึ่งมีอันตรายไม่รู้จบ การเอาชนะอุปสรรคต่างๆอาจจะทำให้ไป
ถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าที่เขาคิด
เมื่อองค์ชายอสูรตู๋อวี่กำลังคิดเรื่องนี้ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคำราม
ดังขึ้นต่อหน้าเขา เขาตื่นตัวทันที่ สัตว์อสูรปรากฏตัวขึ้น!
ในแดนเร้นร้างไพศาล มันมีสัตว์อสูรดุร้ายอยู่ทุกหนทุกแห่ง การพบ
สัตว์อสูรนั้นเป็นช่วงเวลาสำหรับเขาที่จะแสดงออก อย่างไรก็ตาม เขา
ไม่ได้รีบดำเนินการเพราะมีหลินหลานเจี้ยนอยู่ใกล้ๆ
เขาวางแผนที่จะให้หลินหลานเจี้ยนต่อสู้ก่อน หากชายหนุ่มมนุษย์ผู้
นี้อ่อนแอ เขาอาจถูกสัตว์อสูรกินด้วยซ้ำ
ในขณะที่องค์ชายอสูรตู๋อวี่กำลังคิดเช่นนี้ มันก็มีเสียงคำรามดังขึ้นอีก
ครั้งเมื่อแรดยาว 100 ฟุตปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาทั้งสามคน
แรดนี้มีพละกำลังที่น่าหวาดกลัว ขณะที่มันวิ่งไปข้างหน้า แผ่นดินก็
สั่นสะเทือน
แม้ว่ามันจะดูเหมือนแรด ขณะที่ผู้หนึ่งเห็นเขี้ยวที่แหลม มันก็ไม่มี
ใครคิดว่ามันเป็นสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารแน่
“ไม่เลวเลย!” ดวงตาขององค์ชายอสูรตู๋อวี่สว่างขึ้น แรดตัวนี้แข็งแกร่ง
อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่ามันจะไม่สามารถฆ่าหลินหลานเจี้ยนได้ ตราบใดที่
หลินหลานเจี้ยนตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชแล้ว เขาก็จะเก็บกวาดได้ใน
ภายหลัง
องค์ชายอสูรตู๋อวี่ยิ้มเมื่อเขามองดูหลินหมิง “น้องชายหลิน เจ้า
วางแผนจะสู้หรือไม่?
หลินหมิงจะรู้ได้อย่างไรว่าในช่วงเวลาสั้นๆนี้ องค์ชายอสูรตู๋อวี่จะมี
การคำนวณทางจิตวิทยาไว้มากมาย แม้เขาจะรู้สึกว่าองค์ชายอสูรตู๋อวี่นั้น
เป็นศัตรูา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก มันไม่สำคัญสำหรับเขาที่จะ
กำจัดสัตว์อสูรดุร้าย
ขณะที่หลินหมิงกำลังจะโจมตี เสี่ยวหมัวเซียนก็ตื่นเต้นและดึงแส้
ของนางออกมา
“มันเป็นวัวตัวใหญ่ ในที่สุดต้าหวงของข้าก็จะมีของกินซะที”
เสี่ยวหมัวเซียนหัวเราะเบาๆ โดยไม่รีรอองค์ชายอสูรตู๋อวี่และหลินห
มิง นางลงมือก่อน
แรดคำรามและพุ่งเข้าหาเสี่ยวหมัวเซียน ในสายตาของพวกมัน ทั้ง
สามคนมิต่างจากอาหาร มันน้ำลายไหลขณะที่เขี้ยวเปล่งประกาย
ฟู่วว!
แส้หวดออกไป ตามมาด้วยเปลวเพลิง ร่างของเสี่ยวหมัวเซียนโค้ง
อย่างพริ้วไหวบนท้องฟ้า ในช่วงเวลาต่อไป แส้ได้พันรอบขาของแรด ราว
กับว่ามันมีจิตใจของมันเอง แส้นี้แกร่งมากถึงขนาดที่แรดยักษ์ไม่สามารถ
หลุดรอดได้ มันล้มลงทันที!
ครึ่นนน!
แผ่นดินสั่นสะเทือน เสี่ยวหมัวเซียนหมุนตัวกลางอากาศ กระบี่เย็น
ยะเยือกปรากฎขึ้นในมือของนาง!
ฉึก!
กระบี่แทงทะลุผิวหนังที่คล้ายเหล็กศักดิ์สิทธิ์ของแรดราวกับว่าเป็น
เต้าหู้ มันเจาะทะลุคอของสัตว์อสูร และจากนั้นเปลวเพลิงจำนวนมากก็
ปะทุออกมาจากกระบี่ เผาคอของแรดเป็นเถ้าถ่านทันที่
แรดยักษ์พยายามอย่างหนักในช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่จะไม่ไหวติง มัน
เป็นการฆ่าครั้งในท่าเดียว!
ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะคาดหวังผลนี้ไว้แล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะ
ประหลาดใจในทักษะต่อสู้ของนาง การกระทำของนางดูเรียบง่ายและไม่
ชักช้าเลย
“บาดแผลรุนแรงจากสี่กระแสคลื่นศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ก็ได้รับการ
ฟื้นฟู และดูเหมือนจะไม่ส่งผลต่อพลังต่อสู้ของนางอีกต่อไป แม้ว่านางจะ
กอนโอสถแล้ว แต่เหตุผลส่วนใหญ่ก็เพราะความสามารถในการฟื้นฟูของ
นางเอง ร่างกายของสัตว์อสูรเทวะผิดปกติอย่างแท้จริง”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิดเช่น เสี่ยวหมัวเซียนก็เปิดกระเป๋าสัตว์
อสูรของนาง นางพูดว่า “ต้าหวง ถึงเวลามื้ออาหารแล้ว”
ลูกสุนัขตัวเล็กๆที่ชื่อว่าต้าหวงรีบกลิ้งออกมาจากกระเป๋าสัตว์อสูร
ทันที่ มันกระโดดไปมาครู่หนึ่ง ดวงตาของมันก็เปล่งประกายเมื่อเห็นแรด
จากนั้นมันก็รีบวิ่งไปหา!
หลินหมิงดูตลกบนใบหน้าของเขา สุนัขตัวเล็กตัวนี้จะกินได้มากสัก
เพียงใด? อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาต่อไป บางสิ่งที่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น แรด
ยาว 100 ฟุตเริ่มหดลง จากนั้นมันก็ถูกกลืนโดยสุนัขตัวน้อยที่ตัวเล็กกว่า
หมื่นเท่า
ฉากนี้ทำให้หลินหมิงตกตะลึง เขารู้สึกได้ว่าสุนัขตัวเล็กนี้มีพลังของ
มิติภายในร่างกาย แม้ว่าสุนัขตัวนี้จะตัวเล็ก แต่ก็ต้องมีอีกโลกหนึ่งใน
ร่างกายของมันถ้ามันสามารถกลืนแรดตัวนั้นได้
หลังจากกินแรดยักษ์ ต้าหวงก็เรอออกมาดังๆ จากนั้นมันก็วิ่งกลับ
เข้าไปในกระเป๋าสัตว์อสูรและนอนหลับ
“ช่างเป็นเทาเที่ยน้อยที่ตะกละยิ่ง การกลืนแรดขนาด 100 ฟุตลงไป
นั้นเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแท้จริง” หลังจากต้าหวงกินแรดยักษ์ องค์ชาย
อสูรตู๋อวี่ก็เริ่มแสดงความคิดเห็น ในความเป็นจริง เขามีสัมผัสรับรู้
แข็งแกร่งเหนือกว่าในใจ
*เทาเที่ย(饕餮) เป็นสัตว์ประหลาดในตำนาน เป็นบุตรตนที่ 9
ของมังกร หัวโตปากกว้าง ตะกละมาก เห็นอะไรเป็นต้องกิน
จากนั้น เขามองไปยังการแสดงออกของหลินหมิง เทาเที่ยเป็นสัตว์
อสูรเทวะประเภทหนึ่ง แม้ว่ามันจะไม่ใช่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด แต่มันก็
ยังเป็นสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง ในโลกนี้ มีผู้เยาว์สักกี่คนกันที่สามารถมี
สัตว์อสูรเทวะเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญาได้ สำหรับนักสู้ที่มีภูมิหลังเล็กน้อย
นี่คือสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถฝันถึง