Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,476 แดนสวรรค์กำเนิดใหม่
หากความน่าสะพรึงกลัวของสันเขาสุสานเทพเป็นเพียงข่าวลือใน
อดีต พี่น้องมังกรตอนนี้ก็ได้รับประสบการณ์ส่วนตัวว่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้น่า
กลัวเพียงใดด้วยอาวุธของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะมีความมั่นใจว่าพวก
เขาสามารถต่อสู้กับมันได้เป็นเวลานาน และในที่สุดก็จะจัดการราชาภูติผี
ลงได้ แต่นี่ก็ยังเป็นสันเขาสุสานเทพ ดินแดนที่มีอันตรายนับไม่ถ้วนรอบ
ทุกมุม หากการต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกนาน ใครจะรู้ว่าจะมีอะไรถูกลากเข้า
มายุ่งด้วย
หากสิ่งนั้นเกิดขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ แต่
พวกเขาก็ยังจะคงประสบกับความสูญเสียมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ในการ
ต่อสู้ที่วุ่นวาย บางคนอาจถูกไล่ล่าโดยเหล่าภูติผี หากคนเหล่านี้แยกจาก
เจ้าอ้วนโจว ชะตากรรมของพวกเขาก็ย่อมสามารถจินตนาการได้
แม้แต่เจ้าอ้วนโจวเองก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะจัดการกับราชาภูติผีได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ และการบ่มเพาะของเขาก็อยู่ในขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงต้น
เขายังถือว่าแข็งแกร่งมากและมีวิธีการที่ใช้มากมาย แม้ว่าเจ้าอ้วนโจวจะ
ไปสะดุดกับนักสู้ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงกลาง แต่เขาก็ยังสามารถป้องกัน
ตัวเองได้ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ราชาภูติผีที่เจ้าอ้วนโจวไม่สามารถทำสิ่ง
ใด หลินหมิงกลับสามารถฆ่ามันได้ในทันที!
อัจฉริยะขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่า
กับขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงปลาย? นั่นมันคือการกระโดดข้ามสองขอบเขต
ใหญ่!
ตั้งแต่เริ่มต้น ทุกคนคิดว่าเสี่ยวหมัวเซียนเป็นบุคคลที่พิเศษที่สุดใน
กลุ่มของหลินหมิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทักษะการเคลื่อนไหว แต่ดู
เหมือนว่าหลินหมิงจะแซงหน้านางไปแล้ว
“ข้าไม่อาจรู้เลยว่าเขาฝึกฝนเช่นใดจึงมาได้ไกลถึงเพียงนี้ แม้ว่าเขา
จะมีเลือดของมังกรครามในตัวเนื่องจากมีโชค ในแง่ของพรสวรรค์
สายเลือด แต่นั่นจะทำให้เขาดีกว่านักสู้ทั่วไปเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่
สายเลือดมังกรครามเพียงอย่างเดียวจะทำให้เขามาถึงระดับนี้ได้! แม้แต่
เผ่ามังกรของข้าก็ยังด้อยกว่าเขา…”
หลงเยว่พบว่ามันยากที่จะยอมรับ สายเลือดของหลินหมิงนั้นด้อย
กว่านางมาก แต่ในแง่ของความแข็งแกร่ง หลินหมิงในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
ช่วงปลายกลับแข็งแกร่งกว่านางที่อยู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นอย่าง
มาก! สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกท้อแท้อย่างลึกซึ้งในความไม่เท่าเทียมที่ยิ่งใหญ่นี้
“พรสวรรค์ของเขาไม่ได้มาจากสายเลือดมังกรครามเพียงอย่างเดียว
จะต้องมีความลับในร่างกายของเขา แต่มันยากที่จะพูดว่ามันคือสิ่งใด”
หลงอวิ๋นพูดอย่างรวดเร็วด้วยกระแสเสียง
ในเวลานี้ เจ้าอ้วนโจวฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “ทุกคนอย่าเพิ่งวางใจ
นเรายังมีปัญหาอยู่อีก…”
“หืม?” ในที่สุดทุกคนก็รู้สึกตัวขึ้นหลังจากได้รับการเตือนจากเจ้า
อ้วนโจว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะฟุ้งซ่าน ไม่ว่าหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน
จะมีความผิดปกติอย่างประหลาดเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งสำคัญที่สุด
ในตอนนี้ก็คือ การจัดการกับภูติผีเหล่านี้โดยเร็วที่สุด ด้วยเหตุผลทั้งหมด
ตอนนี้เมื่อราชาภูติผีตกตาย สายลมภูติเหล่านี้จึงไม่ควรเป็นภับคุกคามอีก
ต่อไป แล้วเหตุใดเจ้าอ้วนโจวถึงบอกว่าพวกเขายังมีปัญหาอยู่?
“ปัญหาคือสิ่งใด?” หลงอวิ๋นถามอย่างกังวล
เจ้าอ้วนโจวกล่าวว่า “โดยปกติแล้ว สายลมภูติผีจะถูกนำโดยราชา
ภูติผี เมื่อราชาภูติผีตายแล้ว สายลมภูติผีน่าจะหายไป อย่างไรก็ตาม สาย
ลมภูติผีกำลังดุร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ นี่หมายความว่ามีราชาภูติผีอีกตนใน
บริเวณใกล้เคียงหรืออาจจะเป็นจักรพรรดิภูติผีที่เทียบเท่ากับผู้ทรงพลัง
ราชันพิภพ นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถจัดการได้!”
เจ้าอ้วนโจวเป็นคนที่สงบและวิเคราะห์ได้ดีที่สุดในกลุ่ม เขาผ่าน
สถานการณ์ที่อันตรายมานับไม่ถ้วนในสันเขาสุสานเทพ แม้ว่าความ
แข็งแกร่งของหลินหมิงนั้นจะเหนือกว่าความคาดหมาย แต่เขาก็ยังไม่คิด
ว่าหลินหมิงจะมีความสามารถในการรับมือกับจักรพรรดิภูติผีระดับราชัน
พิภพ
“จักรพรรดิภูติผี เทียบเท่าผู้ทรงพลังราชันพิภพ?”
ขณะที่ทุกคนเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็สูดลมหายใจเย็น จากนั้น เสียง
อึกทึกได้ทำให้อากาศเต็มไปด้วยเสียงของโลหะกระทบ มันสะท้อนผ่าน
อากาศ เสียงนี้เหมือนเสียงโซ่ที่ถูกลากข้ามพื้นอย่างรุนแรง ออร่าที่น่า
สะพรึงกลัวเข้าปกคลุมท้องฟ้า
สีหน้าของเจ้าอ้วนโจวเปลี่ยนไปอย่างมาก “เร็วเข้า หลบหนี!”
เขาได้คาดการณ์แล้วว่าการต่อสู้ของพวกเขากับจิตวิญญาณชั่วร้าย
เมื่อครู่ได้ล่อลวงสิ่งที่น่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อมา!
ในสันเขาสุสานเทพ ถ้าผู้ใดสูญเสียการคุ้มครองของม่านพลังและ
ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ ความแข็งแกร่งของนักสู้เพียงคนเดียวก็น้อย
เกินกว่าที่จะเทียบกับมัน หากมีข้อผิดพลาดเพียงอย่างเดียว เช่นนั้นผู้หนึ่ง
ก็จะสามารถตกตายได้อย่างง่ายดาย!
ร๊าาา -!”
เสียงคำรามที่น่ากลัวกวาดไปทั่ว ชั่วครู่หนึ่ง ลมแรงทำลายล้างได้พัด
ขึ้นจากทุกทิศทุกทาง วิญญาณที่ชั่วร้ายโหยหวนและนักสู้ที่แขนถูกสาย
ลมภูติผีกลืนกินก่อนหน้านี้ได้ถูกดูดเข้าไปในพายุหมุนวนนี้โดยตรง
“อ๊ากก –!”
นักสู้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทันใดนั้น ร่างของเขาก็ระเบิดอย่าง
รุนแรงกลายเป็นฝนกระดูกและโลหิต!
เมื่อเจ้าอ้วนโจวเห็นสิ่งนี้ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเลือกทิศทางและ
รีบตรงไปข้างหน้า!
ทุกคนติดตามเขาไป หลินหมิงเก็บหอกและตามไปด้วยความเร็วสูง
แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็จะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงเกินไป
อย่างเช่นการเผชิญหน้ากับจักรพรรดิภูติผีระดับราชันพิภพนี้
วู่ ~!
วู่ ~!
สายลมรุนแรงส่งเสียงหวีดหวิว ทำให้หินก้อนใหญ่พังทลายลงมา จิต
วิญญาณชั่วร้ายและสายลมภูติผีรวมกันเป็นหนึ่ง กลายเป็นหัวของปีศาจ
ร้ายและน่าสยดสยองที่พุ่งเข้าหาทุกคน ต้องการจะกลืนพวกเขาทั้งหมด!
ด้วยทุกสิ่งที่แขวนอยู่ในด้าย เจ้าอ้วนโจวเหวี่ยงเข็มทิศข่ายสวรรค์
ของเขาออกไป
ด้วยเสียงแตก แสงเปล่งประกายขึ้น เข็มทิศข่ายสวรรค์นั้นถูกสายลม
ทำลายและแตกกระจายไปในอากาศ!
เจ้าอ้วนโจวรู้สึกว่าหัวใจเขาบิดลัดเมื่อเห็นสิ่งนี้ แต่ในเวลานี้ เขาไม่
สนใจเรื่องเช่นนี้อีกต่อไป
ด้วยการร้องอย่างแปลกประหลาด เจ้าอ้วนโจวได้เปิดตัวทักษะการ
เคลื่อนไหวของเขาและพุ่งตัวเองไปข้างหน้าอย่างเต็มที่!
ร่างกายของเขาอ้วนและกลม ขณะที่เขาวิ่งไปข้างหน้า เขาก็เหมือน
หนูตัวใหญ่ที่กำลังวิ่ง เขาอยู่ใกล้กับพื้นดิน ยืมลายพรางของภูมิประเทศ
เพื่อหนี
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนอาศัยความสามารถในการเคลื่อนไหวที่
โดดเด่นของตนเพื่อตามเจ้าอ้วนโจวไปอย่างติดๆ หลินหมิงได้ยินเสียงกรีด
ร้องที่น่าสังเวชอีกครั้งจากด้านหลัง
จากนั้น เสียงระเบิดก็ดังก้องดังขึ้น เขาหันไปก็เห็นดูเสาเพลิงที่พุ่งขึ้น
ในท้องฟ้า นี่คือแสงสว่างของการที่นักสู้ระเบิดตัวเอง!
มีบางคนที่ถูกสายลมจับและถูกปกคลุมด้วยเหล่าภูติผี เมื่อไม่
ต้องการเป็นอาหารให้กับสายลมภูติผี คนผู้นี้ตัดสินใจที่จะระเบิดตัวเอง!
เมื่อนักสู้ระเบิดตัวเอง การโจมตีที่เกิดขึ้นนั้นจะทรงพลังมากกว่า 10
เท่าของการโจมตีทั้งหมดของนักสู้ผู้นั้น การระเบิดครั้งนี้ขัดขวางสายลม
ภูติผี ทำให้ผู้อื่นที่พยายามหลบหนีมีโอกาสทิ้งห่าง!
แต่โอกาสนี้ก็กินเวลาเพียงหนึ่งหรือสองลมหายใจเท่านั้น!
ด้วยการใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ เจ้าอ้วนโจวกัดฟันของเขาและดึง
เข็มทิศใหม่ออกมาจากแหวนมิติของเขา เขาพูดอย่างปวดใจและโยนเข็ม
ทิศออกมา
แสงสาดประกายขึ้น เข็มทิศระเบิดกลางอากาศและเปลี่ยนเป็นม่าน
พลังใหม่
ผลของม่านพลังนี้คือการปกปิดพลังชีวิตของบุคคลให้มากที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้ ดังนั้นภูติผีจึงไม่สามารถตรวจจับพวกเขา เจ้าอ้วนโจวไม่สา
มารถถูกรบกวนด้วยการคอยดูว่าท่านพลังนี้มีประสิทธิภาพเพียงใด; เขา
ยังคงพุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้ม่านพลังของเข็มทิศนี้, 8 คนที่เหลือมุ่งหน้าต่อไปอีกหลาย
ร้อยไมล์ จากนั้นในเวลานี้ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน โลก
ที่มืดมนและรกร้าง เต็มไปด้วยเฉดสีเทา กลายเป็นสวรรค์แห่งฤดูใบไม้ผลิ
ทันที่
ที่นี่มีดอกไม้จิตวิญญาณและน้ำพุจิตวิญญาณไหลผ่าน ท้องฟ้าสว่าง
ไสวด้วยแสงอาทิตย์ที่สดใสและเมฆสีขาวล่องลอยอย่างสงบสุข นี่เป็น
เหมือนสวรรค์บนดินโลกที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อเจ้าอ้วนโจวก้าวเข้าสู่ ‘แดนสวรรค์’ เขาก็หยุดทันทีโดยดูราวกับ
ว่าเขาถูกฟ้าผ่า
ทุกคนเองก็หยุดชะงักเช่นกัน สำหรับทุกคนที่นี่ ทุกการเคลื่อนไหว
ของเจ้าอ้วนโจวเป็นกฎ พวกเขาต้องทำตามทุกสิ่งที่เขาทำ
หลินหมิงเองก็หยุดเช่นกัน เขาหันไปรอบๆและเห็นว่าเมื่อสายลม
ภูติผีเข้ามาในเขตแดนของสวรรค์แห่งนี้ มันก็หยุดชั่วครู่ก่อนจะหายตัวไป
อย่างสมบูรณ์
“เป็น… มันเป็นไปได้อย่างไร…”
หลงอวิ๋นถาม เสียงของเขาอ่อนแอ หลังจากก้าวเข้าสู่สรวงสวรรค์
แห่งนี้ เขาก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเจ้าอ้วนโจวไม่ดีขึ้นเลย ในความเป็น
จริง มันยิ่งแย่ลงไปอีก
“ดูเหมือนว่าเราจะ…ได้พบกับปัญหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น…” หลินหมิงก
ล่าว ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
เจ้าอ้วนโจวยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขาเหลือบมองไปที่หลินหมิงโดยพูด
ว่า “เจ้าเองก็เข้าใจภูมิทัศน์ของสันเขาสุสานเทพด้วยหรือ?”
หลินหมิงส่ายหัว “ข้าไม่เข้าใจภูมิทัศน์ แต่ข้าเห็นสายลมภูติผีหยุดลง
เมื่อถึงขอบสวรรค์แห่งนี้ หากมีบางสิ่งที่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวไม่
กล้าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว มันจะต้องมีอะไรที่ดุร้ายยิ่งกว่านี้ ยิ่งกว่านั้น
ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงสนามพลังเต๋าที่นี่… มันมีจิตสังหาร”
เมื่อหลินหมิงรีบตามติดมา มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะทำอย่างสุ่มๆ แต่
ความจริงก็คือ เขาได้สัมผัสได้ถึงสนามพลังเต๋าของสันเขาสุสานเทพ
ตลอดเวลา ตรวจสอบกับจี้หยกเพื่อหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด
เขารู้สึกว่าสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นเกินความสามารถของเจ้าอ้วน
โจวในการจัดการ
“อืม เจ้าพูดถูก ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะรู้สึกถึงจิตสังหารจากสนามพลังเต๋า
ของสันเขาสุสานเทพได้ ดินแดนสวรรค์ประเภทนี้คือสิ่งที่เราผู้นำทางสัน
เขาสุสานเทพเรียกว่า แดนสวรรค์กำเนิดใหม่ พืชที่นี่เขียวชอุ่มและเต็มไป
ด้วยชีวิตชีวา ทุกอย่างดูงดงามเหมือนฝันกลางวัน ปลอดภัยและ
สะดวกสบาย แต่ความจริงก็คือ ว่านี่เป็นภาพลวงตาที่อันตรายที่สุด! สัน
เขาสุสานเทพเดิมทีเป็นดินแดนที่รกร้าง ไม่ควรหญ้าขึ้นที่นี่และสัตว์ป่าทุก
ชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ่งต่างๆมาถึงจุดหนึ่ง พวกมันก็จะ
วนเวียนกลับสู่จนเริ่มต้น เมื่อกับดักมรณะเช่นนี้ถึงขีดสุด มันจะกลายเป็น
ดินแดนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา! หากเจ้าต้องการหาเหตุผล เหตุผลก็คือว่า
สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจำนวนมากได้ตายในกับดักมรณะนี้ ทั้งเนื้อหนัง
โลหิตและแม้แต่กระดูกของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเหล่านี้ มันก็จะกลายเป็น
ปุ๋ย จึงช่วยบำรุงแผ่นดินจนถึงจุดที่สามารถปลูกหญ้าจิตวิญญาณที่มี
ชีวิตชีวาและต้นไม้จิตวิญญาณ!”
คำพูดของเจ้าอ้วนโจวทำให้ทุกคนตกใจแทบพูดไม่ออก หลายคนสูด
อากาศเย็นเข้าไป ดินแดนอันเขียวชอุ่มนี้เกิดขึ้นโดยการดูดซับร่างของ
สิ่งมีชีวิตอื่นที่มีพลัง!
ยิ่งผู้คนจำนวนมากตายที่นี่ มันก็ยิ่งจะมีดอกไม้ที่สดใสและงดงาม
มากขึ้นเท่านั้น!
“ปราชญ์โจว โปรดรีบหาทางเรากลับไปสู่เส้นทางเดิมเถิด! ข้าไม่
ต้องการหาศิลาสุสานเทพอีกต่อไป!”
คนที่พูดคือองค์ชายอสูรตู๋อวี่ เขาสามารถเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติ
ครั้งล่าสุดได้โดยไม่มีบาดแผลใดๆ เขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมในด่าน
ทดสอบของสันเขาสุสานเทพตั้งแต่เริ่มต้น และเหตุผลเดียวที่ทำให้เขามา
ที่นี่ก็ล้วนเป็นเพราะหลินหมิง ตอนนี้สถานการณ์พลิกผันเกินการควบคุม
เขาก็ย่อมรู้สึกเกลียดชังอย่างลึกซึ้งต่อหลินหมิง
“กลับไป?” เจ้าอ้วนโจวยิ้มอย่างขมขื่น เขาดึงเข็มทิศที่แตกสลาย
ออกมา “เพื่อที่จะหลบหนี ข้าทำให้เข็มทิศข่ายสวรรค์นี้พังไปแล้ว มัน
เป็นไปไม่ได้อีกแล้วสำหรับข้าที่จะทำนายเส้นทางที่จะกลับไป ข้าทำได้
เพียงพึ่งพาประสบการณ์ของข้าต่อจากนี้เอาเท่านั้น อย่างมากข้าก็มี
โอกาส 20-30% ที่จะกลับไป และเป็นไปได้ที่ข้าจะพาเจ้าไปสู่เขต
อันตราย”
“20-30%!?” องค์ชายอสูรตู๋อวี่รู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเมื่อได้
ยินความน่าจะเป็นที่ต่ำเช่นนี้ เขากัดฟัน “20-30% ก็ดีพอ มันดีกว่าพัก
ที่นี่เพื่อตาย!”
องค์ชายอสูรตู๋อวี่จ้องมองที่หลินหมิง สถานการณ์ทั้งหมดนี้ต้อง
ขอบคุณเขา!
“ใช่แล้ว! การพยายามดีกว่ารอคอยที่จะรอเพียงความตายเสมอ!”
“ปราชญ์โจว ข้าว่าเราลองพยายามกลับสู่เส้นทางเดิมของเราดีกว่า!”
นักสู้หลายคนสะท้อนความคิดนี้ออกมา ในเวลานี้ ไม่มีใครเรียกโจว
ซื่อเยี่ยนว่าเจ้าอ้วนโจวอีกต่อไป พวกเขาเรียกเขาว่าปราชญ์โจวด้วยความ
เคารพ
เจ้าอ้วนโจวยิ้มอย่างไร้ช่วยไม่ได้และพยักหน้าครั้งเดียว “ข้าสามารถ
ลองได้ อย่างไรก็ตาม ข้าไม่มั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่…”
ขณะที่เจ้าอ้วนโจวพูด เสียงที่ไม่เห็นด้วยก็พูดออกมา “ข้าไม่คิดว่า
เจ้าจะเชื่อถือได้ ถ้าเจ้ากลับไป บางทีเจ้าอาจจะตายเร็วขึ้น”
ทุกคนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้ ในการเผชิญความตาย ทุกคนต้องการ
ได้ยินคำที่มีความหวัง ไม่ใช่คำที่ทำให้สิ้นหวัง เมื่อหันไป พวกเขาก็พบพูด
ที่กล่าวออกมากลับเป็นหลินหมิง!