Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,484 กระดูกจำนวนมาก
ตำหนักสวรรค์บรรพกาลบินผ่านเข้าหุบเขามรณะอย่างสงบ ไม่ต้อง
สิ้นเปลืองพลังงานอีกต่อไป สิ่งนี้พิสูจน์ว่าเกือบจะไม่มีอันตรายใดๆในหุบ
เขามรณะ
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหุบเขามรณะในตำนานซึ่งเป็นดินแดนที่อันตราย
ที่สุดของทุกคนจะสงบเช่นนี้” หลินหมิงสำรวจสภาพแวดล้อมของเขาด้วย
สัมผัสรับรู้ซ้ำๆ หลังจากพิจารณาแล้วว่าไม่มีสิ่งชั่วร้าย เขาก็หันไปหา
เสี่ยวหมัวเซียนแล้วพูดว่า “ออกไปดูกันดีกว่า ดูเหมือนว่าเทียนหมิงจื่อจะ
ไม่ตามเรามา”
หนึ่งในเหตุผลที่หลินหมิงเข้าสู่หุบเขามรณะก็คือการมองหาขุมสมบัติ
เทพแห่งแดนเร้นร้างไพศาล เขาไม่สามารถอยู่ในตำหนักสวรรค์บรรพกาล
ได้ตลอดไป ไม่เช่นนั้นเขาก็ถึงวาระที่จะไม่พบอะไรเลย
“ได้”
เสี่ยวหมัวเซียนพยักหน้า เผชิญหน้ากับดักมรณะในตำนานนี้ แม้แต่สี
หน้าของนางก็เคร่งขรึม
หุบเขามรณะเต็มไปด้วยความมืดมิด ความมืดนี้กลืนแสงทั้งหมด
และแม้แต่นักสู้ศิลปะที่มีการบ่มเพาะสูงมากก็ยากที่จะมองเห็นอะไรได้
พวกเขาจำต้องใช้สัมผัสรับรู้เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม
หลินหมิงยืนยันว่าไม่มีอันตรายใดๆโดยรอบอีกต่อไป แสงที่อ่อนแผ่
ออกไปภายนอก
จากนั้น หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนก็ได้เห็นโลกที่โหดร้ายและน่า
กลัว
หุบเขามรณะนั้นกว้างอย่างน่าประหลาดใจ จากด้านนอก หุบเขา
มรณะดูเหมือนกว้างเพียงหนึ่งแสนฟุต แต่หลังจากเข้าไปภายในหุบเขา
พวกเขาก็ค้นพบว่าขนาดนั้นขยายไปถึงหลายสิบไมล์
ถ้ำกว้างหลายสิบไมล์นี้มีร่องรอยที่แห้งแล้งและร่องรอยในอดีตที่
หลากหลาย
อาวุธที่แตกหัก, เกราะที่แตก, หินถูกกัดแทะ และแม้แต่… กระดูกที่
กระจัดกระจาย!
หุบเขามรณะอาจเรียกได้ว่าเป็นสุสานแห่งกระดูก!
กระดูกจำนวนมากผุกร่อนตามเวลา หากบังเอิญชน พวกมันจะ
ละลายเป็นฝุ่นกระดูกหนา!
บางแห่งมีฝุ่นกระดูกมากมาย เพียงก้าวไปหนึ่งก้าว มันก็จะทิ้ง
ร่องรอยลึกไว้
“ช่างเป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์ยิ่ง ระยะเวลาหลายพันล้านปีนั้น
เป็นช่วงเวลาเนินนานเกินไป กระดูกเหล่านี้ไม่สามารถทนต่อสภาพ
อากาศหลายปีและแม้แต่ราชันสวรรค์ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียง 100
ล้านปีเท่านั้น อีกร้อยล้านปีต่อมา ร่างกายของพวกเขาจะผุพังในที่สุด…”
เสี่ยวหมัวเซียนถอนหายใจ ในเวลานี้ หลินหมิงก้มลงและหยิบหอกที่
หัก
หอกนี้เป็นสีดำสนิทและแตกครึ่ง เพลาหอกเปราะ แต่เมื่อเขา
ตรวจสอบที่คมหอก เขายังสามารถรู้สึกถึงจิตสังหารที่น่าหวาดกลัวได้
“นี่เป็นหอกที่ทำจากไม้ศักดิ์สิทธิ์และผสมผสานกับพลังเหนือ
ธรรมชาติที่หลากหลาย ถึงกระนั้นมันก็ยังผุพังไปตามกาลเวลา เจ้าบอก
ว่ามันเป็นเวลาหลายพันล้านปี แต่บางที… มันนานกว่ายิ่งนั้นอีก”
เสียงของหลินหมิงเบา แต่เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังรู้สึกหนาวขึ้นมาถึง
แผ่นหลัง มากกว่าพันล้านปี?
“เจ้าไม่ได้ค้นพบว่ามิติและเวลาที่นี่แตกต่างจากในโลกภายนอก
หรือ?” หลินหมิงกล่าว
เสี่ยวหมัวเซียนคิดย้อนกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อคิดถึงสิ่งที่หลินหมิ
งพูดไว้ มันก็ถูกต้อง
หุบเขามรณะแห่งนี้มีแรงดึงดูดอันน่าประหลาดใจ ซึ่งดูดกลืนกระทั่ง
มิติและเวลา การไหลของเวลาและขนาดของมิติที่นี่แตกต่างจากในโลก
ภายนอก
หุบเขานี้กว้างหลายหมื่นฟุตกว้างกลับกว้างเพียงไม่กี่สิบไมล์
เวลาที่ผ่านไปข้างนอกนั้นช้ากว่ามากเช่นกัน
“มันแตกต่างอย่างแน่นอน การไหลของเวลาที่นี่ควรเพิ่มเป็น 10:1”
เสี่ยวหมัวเซียนได้ข้อสรุปหลังจากนางปิดตาครู่หนึ่ง
ในความเป็นจริง เมื่อพูดถึงความสำเร็จในกฎแห่งมิติและเวลา แม้ว่า
หลินหมิงเป็นคนพิเศษในแง่มุมเหล่านี้ แต่เขาก็ยังด้อยกว่าเมื่อเทียบกับ
เสี่ยวหมัวเซียน แต่เหตุผลที่หลินหมิงเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความ
แตกต่างของมิติและเวลาเหล่านี้เป็นเพราะสถานการณ์ในหุบเขามรณะ
นั้นคล้ายกับหลุมดำ ซึ่งทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงทั้งสองได้อย่างรวดเร็ว
เมล็ดหลุมดำของเคล็ดผนึกเทวะนั้น เนื่องจากแรงโน้มถ่วงอันทรง
พลัง มันจึงสามารถบีบอัดมิติและเวลาในระดับที่ไร้สิ้นสุดและกลายเป็น
ผนึกถาวร
“การไหลของเวลา 10:1 เช่นนั้น…โครงกระดูกเหล่านี้ต้องคงอยู่มา
นับหมื่นล้านปีหรือไม่?” เสี่ยวหมัวเซียนตกใจเมื่อเห็นข้อสรุปนี้
ในความเป็นจริง มันยากที่จะย้อนรอยประวัติศาสตร์ของเส้นทาง
แห่งอาชูร่า เส้นทางแห่งอาชูร่าอาจมีอายุหลายพันล้านปีหรือแม้แต่หมื่น
ล้านปี ถ้ามันมีอายุหมื่นล้านปี กระดูกเหล่านี้ก็จะนอนอยู่ที่นี่เป็นเวลา
แสนล้านปีแล้ว!
แสนล้านปีเป็นเช่นใดน่ะหรือ? เสี่ยวหมัวเซียนมีช่วงเวลาที่
ยากลำบากในการจินตนาการสิ่งนี้ มิต้องกล่าวถึงโครงกระดูกเหล่านี้
แม้แต่มิติที่ไร้ขอบเขตก็ยังสามารถพังทลายลงมาได้และดาวเคราะห์ก็ยัง
จะจางหายไป
“ช่างเป็นสถานที่อันน่าหวาดกลัวยิ่ง” เสี่ยวหมัวเซียนพึมพำกับ
ตัวเอง นางรู้สึกได้ว่าหุบเขามรณะเป็นเหมือนหนังสือที่บันทึก
ประวัติศาสตร์ของเส้นทางแห่งอาชูร่า และกระดูกเหล่านี้เป็นงานเขียนที่
อยู่ในนั้น
ในขณะที่เสี่ยวหมัวเซียนประหลาดใจ หลินหมิงก็ปิดตาของเขาดู
เหมือนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ตัดสินใจ
บางอย่าง
“จีเซียนเอ๋อร์ เจ้าค้นพบแล้วว่าถึงแม้เวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่
กฎก็ไม่ได้บิดเบือนไปเลยใช่หรือไม่?”
โดยปกติในข่ายอาคมกระแสเวลา ความเร็วของเวลาอาจ
เปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระ หากราชันสวรรค์ต้องลงมือทำ พวกเขาก็
สามารถจัดการข่ายอาคมกระแสเวลา 1000:1 ได้
แต่ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของเวลามากขึ้นในข่ายอาคม
กระแสเวลา กฏก็จะบิดเบือนมากขึ้น ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
ฝึกฝนภายใน
แต่ในหุบเขามรณะ สถานการณ์นี้กลับไม่มีอยู่
ถ้ามีใครสักคนฝึกฝนและทำเข้าฌานในกฎที่นี่ มันก็เกือบจะ
เหมือนกับการทำภายนอก!
ถ้ามีใครได้รับการบ่มเพาะที่นี่เป็นเวลา 10 ปี มันก็จะเพียงหนึ่งปีของ
ข้างนอกเท่านั้น!
“จริงหรือ!?”
“ใช่แล้ว น่าเสียดายที่พลังงานต้นกำเนิดที่นี่เบาบางเกินไป ดังนั้นการ
ฝึกฝนจะต้องใช้หยกเก้าตะวันจำนวนมาก จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่ามี
วิธีการที่สามารถกุมความโชคดีของโลกไว้ได้อย่างแท้จริง เมื่อคิดว่าเมื่อ
เขาสร้างหุบเขามรณะ เขาก็ยังสามารถสร้างสิ่งที่ท้าทายสวรรค์ได้ด้วย…”
หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์ เสี่ยวหมัวเซียนเองก็รู้สึกตื่นเต้น
อย่างมากจากการค้นพบครั้งนี้ นางกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นเราควรเริ่มบ่ม
เพาะตอนนี้เลยหรือไม่?”
“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เราควรตรวจสอบสถานการณ์ของหุบเขา
มรณะก่อน ไม่ว่าเราจะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็จะสูญเปล่าถ้าเราไม่
สามารถจากไปได้”
คำพูดของหลินหมิงเป็นเหมือนถังน้ำเย็นที่เทใส่หัวของเสี่ยวหมัว
เซียน ความรู้สึกตื่นเต้นในตอนแรกของนางกลายเป็นรู้สึกเบื่อหน่าย
ครึ่งหนึ่งทันที่
หลินหมิงนั้นคิดไม่ผิด หากพวกเขาไม่สามารถออกจากสถานที่แห่งนี้
ได้ สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาทำก็จะไร้ประโยชน์
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนเดินหน้าต่อไป จากนั้น บนก้อนหินที่สูง
พวกเขาเห็นตัวอักษรโบราณ
‘ราชันสวรรค์ม่วงพยัคฆ์ ชีวิตของข้าจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ก่อนวัน
สุดท้ายของข้า ข้าได้เข้าไปในหุบเขาแห่งมังกรแดงเพื่อค้นหาโบราณวัตถุ
ของเทพเจ้าผู้สร้างเพื่อมองหาจุดสูงสุดของนักสู้และเปิดเผยปริศนาแห่ง
ประวัติศาสตร์! ‘
เมื่อหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนเห็นตัวอักษรเหล่านี้ พวกเขาต่างก็
เหลียวมองกัน ทั้งคู่สามารถเห็นได้ถึงความตกใจและความกลัวในสายตา
ของกันและกัน ในเส้นทางแห่งอาชูร่า หุบเขามรณะเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น
ดินแดนที่แม้แต่ราชันสวรรค์ยังไม่สามารถออกมาได้หลังจากเข้าไป
อย่างไรก็ตาม หลายคนสงสัยว่าพวกสิ่งเหล่านี้เป็นการพูดเกินจริงหรือไม่
ตอนนี้ พวกเขาสามารถเห็นคำพูดบนก้อนหินนี้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า
ข่าวลือเหล่านั้นไม่ได้พูดเกินจริงเลย!
“ราชันสวรรค์ม่วงพยัคฆ์ ข้าสงสัยนักว่าเขาเป็นคนเช่นใดและเขา
ฝึกฝนไปถึงระดับใด? เหตุผลที่เขาเข้าสู่หุบเขามรณะในช่วงท้ายของ
อายุขัยเพราะเขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะออกมาเมื่อเขาเข้าไป ก่อนที่เขา
จะตาย เขาเดินทางครั้งสุดท้ายสู่หุบเขามรณะโดยหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่อยู่
เหนือวิสัยทัศน์ของเขา” ในขณะที่เสี่ยวหมัวเซียนพูด มันก็มีร่องรอยของ
ความกลัวในเสียงของนาง หากแม้แต่ราชันสวรรค์ก็ยังไม่มั่นใจใน
ความสามารถที่จะออกจากหุบเขามรณะและมาที่นี่ก่อนที่เขาจะตกตาย
แล้ว นักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์สองคนจะเป็นอันใดได้
ในเวลานี้ แม้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะเชื่อในหลินหมิง แต่นางก็อดไม่ได้ที่
จะรู้สึกใจสั่น
“หุบเขาแห่งมังกรแดง นั่นควรจะเป็นชื่อที่แท้จริงของหุบเขามรณะ
เนื่องจากหุบเขานี้มีอยู่นานเกินไปและผู้คนนับไม่ถ้วนตกตายที่นี่ ในที่สุด
จึงถูกตั้งชื่อว่าหุบเขามรณะโดยผู้คนในยุคปัจจุบัน สำหรับเทพเจ้าผู้สร้าง
นั้น เขาก็ควรอ้างถึงจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า”
“มาเถอะ ไปกันต่อ”
หลินหมิงรุกคืบไปข้างหน้ากับเสี่ยวหมัวเซียน ยิ่งพวกเขาเข้าไปในหุบ
เขาลึกเท่าใด โครงกระดูกที่พวกเขาเห็นก็ยิ่งน้อยลง โครงกระดูกเหล่านี้มี
ความแตกต่างอย่างมากจากภายนอกที่ไกลออกไป โครงกระดูกเหล่านี้
ส่องประกายด้วยแสงคริสตัล ราวกับว่าพวกมันถูกแกะสลักจากหยกขาว
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ตายไปนานนัก
“อาจมีบางสิ่งที่มีค่าที่นี่”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็โบกมือแล้วหยิบแหวนมิติขึ้นมาหลายวง
แหวนมิติเหล่านี้ยังคงสามารถใช้งานได้ หลังจากเปิดมิติภายในพวกมัน
เขาปล่อยให้ทุกอย่างตกลงบนพื้น เมื่อดูที่สมบัติเหล่านี้ หลินหมิงก็รู้สึก
ผิดหวังเล็กน้อย สมบัติส่วนใหญ่สูญเสียความมีค่าและไม่อาจใช้ประโยชน์
อีกต่อไป
เสี่ยวหมัวเซียนกล่าวว่า “มันแปลกยิ่ง แม้ว่าการไหลของเวลาที่นี่จะ
อยู่ในอัตราส่วน 10:1 แต่เครื่องมือวิเศษก็ไม่ควรถูกสลายไปเช่นนี้ ในช่วง
สองสามพันปีที่ผ่านมามีคนจำนวนมากที่ตกตายที่นี่ อาวุธและโอสถของ
คนเหล่านี้ควรคงอยู่ไปได้หลายหมื่นปี พวกมันควรอยู่ในสภาพดี”
คำถามของเสี่ยวหมัวเซียนก็เป็นเหมือนสิ่งที่หลินหมิงคิด หลินหมิง
ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของเขาอย่างระมัดระวังและส่ายหัว “พวกมัน
สลายตัวเร็วเกินไปในอัตราที่เกินกว่าสามัญสำนึก บางทีมันอาจจะไม่ใช่
เรื่องง่ายเช่นการสลายตัวของเวลา แต่พลังงานต้นกำเนิดของพวกมันถูก
ดูดเอาไปโดยรูปแบบค่ายกลของหุบเขามรณะ”
หุบเขามรณะก็มีรูปแบบค่ายก ลและรูปแบบค่ายกลทั้งหมดต้องการ
พลังงานเพื่อเปิดใช้ นอกจากการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากภายนอก
การดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากอาวุธวิเศษและโอสถของผู้ทรงพลัง
เหล่านี้ก็เป็นแหล่งที่ดีมาก
“เจ้าพูดถูก พลังที่ไม่รู้จักบางอย่างกำลังดึงเอาพลังงานต้นกำเนิด
ทั้งหมดในบริเวณนี้ไป สิ่งนี้ยังทำให้พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่นี่
เบาบางด้วย…” เสี่ยวหมัวเซียนกล่าวหลังจากรู้สึกถึงโดยรอบ