Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,485 สุสานสัตว์อสูรเทวะ
พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่นี่เบาบางเกินไป มันคงเป็นเรื่อง
ยากสำหรับหลินหมิงหรือเสี่ยวหมัวเซียนที่จะบ่มเพาะ เว้นแต่ว่าพวกเขา
จะใช้หยกเก้าตะวันจำนวนมาก
“ไปต่อกันเถอะ บางทีเราจะพบบางสิ่งข้างหน้า”
หลินหมิงกล่าว เขารู้สึกเลือนลางว่าลึกล้ำในหุบเขาแห่งมังกรแดงนั้น
มันมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ถ่ายทอดออกมา ราวกับว่ามันเป็นเวทมนตร์
ปีศาจ
หินสีเทาเข้มนั้นไร้สิ้นสุด ขณะที่หลินหมิงเดินหน้าต่อไป มันก็มีโครง
กระดูกน้อยลงเรื่อยๆ แทนที่พลังงานปีศาจที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งหลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนหันไปอีกมุมหนึ่ง พวกเขาได้
ตกใจเมื่อเห็น
ด้านหน้าของพวกเขาเป็นหน้าผาขนาดใหญ่ ไม่ทราบว่าหน้าผานี้ลึก
เพียงใด แต่ใต้หน้าผานั้น มันเป็นพื้นที่รกร้างไม่รู้จบซึ่งปกคลุมไปด้วย
กระดูกสีเขียวแวววาว มันคล้ายกับสุสานยักษ์!
กระดูกเหล่านี้มีความยาวหลายพันฟุตหรือกระทั่งแสนฟุต พวกมัน
ส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดิน และสิ่งที่ปรากฎให้เห็นก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ
ยอดธารน้ำแข็ง กระดูกข้างใต้นั้นใหญ่กว่ามาก บางอันมีขนาดใหญ่กว่า
ภูเขาและออร่าที่น่ากลัวอย่างไร้เปรียบ
มันต้องรู้ด้วยว่ากระดูกเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กๆของโครงกระดูก
ทั้งหมด หากกระดูกหักเหล่านี้รวมกันเป็นโครงกระดูกที่สมบูรณ์แล้ว มัน
ก็ยากที่จะจินตนาการว่ามันมีขนาดใหญ่เพียงใด พวกมันอาจยาวพันไมล์
“นี่คือ… กระดูกสัตว์อสูรเทวะ!”
หลินหมิงคิดได้เช่นนี้ทันที่ มีเพียงสัตว์อสูรเทวะเท่านั้นที่สามารถ
ครอบครองร่างที่ใหญ่โตเช่นนี้ได้
สุสานอันกว้างใหญ่นี้มีสัตว์อสูรเทวะฝังอยู่ข้างในและมีมากกว่าหนึ่ง
ด้วย สัตว์อสูรเทวะเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากมากในแดนเทวะ แต่กลับมีหลาย
ตัวที่ถูกฝังที่นี่
เมื่อเห็นกระดูกสัตว์อสูรเทวะเหล่านี้ เสี่ยวหมัวเซียนก็ปรบมืออย่างมี
ความสุข “สัตว์อสูรเทวะ! มีสัตว์อสูรเทวะมากมาย, สวรรค์!”
เสี่ยวหมัวเซียนเป็นครึ่งสัตว์อสูรเทวะ แน่นอนว่านางจะไม่ผิด
เกี่ยวกับออร่าของสัตว์อสูรเทวะ “ถ้ากระดูกสัตว์อสูรเทวะเหล่านี้สดใหม่
ค่าของพวกมันจะมิอาจประเมินได้! น่าเสียดาย พวกมันผ่านกาลเวลามา
นานเกินไป ไขกระดูกและพลังงานต้นกำเนิดของพวกมันทั้งหมดถูกดูด
ออกไปแล้ว…”
เสี่ยวหมัวเซียนรีบบินลงไปที่กระดูกสัตว์อสูรเทวะและต้องการที่จะ
ตรวจดูพวกมันเพื่อดูว่ามีอันใหม่ๆบ้างหรือไม่ ในความเป็นจริง แม้ว่าจะ
หนึ่งร้อยล้านปีผ่านไป ถึงพลังงานต้นกำเนิดและไขกระดูกสัตว์อสูรเทวะ
เหล่านี้ได้ถูกดูดไปจนแห้ง แต่พวกมันก็ยังมีค่ามาก ไม่เพียงแต่พวกมันจะ
สามารถใช้ในการหลอมเครื่องมือวิเศษทุกประเภทได้ แต่การดูดซับออร่า
ของพวกมันเพียงอย่างเดียวก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว
“สัตว์เทพเหล่านี้ตายไปนานแล้ว…”
เสี่ยวหมัวเซียนได้ข้อสรุปเมื่อนางตรวจสอบสภาพแวดล้อมของนาง
กระดูกสัตว์อสูรเทวะเหล่านี้ไม่มีโลหิตเหลืออยู่แม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น
ในสุสานลึกที่ไร้สิ้นสุดนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีพลังงานปีศาจที่น่ากลัว ทำให้
นางรู้สึกกระสับกระส่าย
“ลึกเข้าไปในสุสานนี้จะเช่นใดกันแน่?”
เสี่ยวหมัวเซียนคิดเช่นนี้ทันที่ นางช่วยไม่ได้ที่จะต้องการสำรวจ
เพิ่มเติม
และในเวลานี้ เสียงเลือนลางก็ส่งผ่านเข้าไปในหูของหลินหมิงและ
เสี่ยวหมัวเซียน “อย่าเดินต่อไปใน… ไม่เช่นนั้น… เจ้าจะไม่อาจหวน
กลับมา…”
ทันทีที่หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนได้ยินเสียง พวกเขาก็สั่นสะท้าน
มีคนอยู่ที่นี่!
“ใครกัน!?”
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนยกระดับความตื่นตัวขึ้นในทันที่ อย่างไร
ก็ตาม พวกเขาไม่สามารถค้นพบสิ่งมีชีวิตใดที่อยู่ใกล้พวกเขาได้เลย
เสียงนี้ไม่ได้ตอบกลับมาอีก หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนมองหน้ากัน
สามารถเห็นความตกใจในสายตาของอีกฝ่าย มันมีบางคนอาศัยอยู่ในหุบ
เขามรณะ
“ผู้อาวุโส! ผู้เยาว์หลินหมิงมาจากจักรวาลอื่นเพื่อการผจญภัยผ่าน
เส้นทางแห่งอาชูร่า ข้าถูกบังคับจากใครบางคนให้จำต้องเข้าสู่หุบเขา
มรณะ ข้าขอถามว่าผู้อาวุโสเป็นใคร…”
หลินหมิงคาดเดาว่าคนผู้นี้ต้องหลงเข้ามาในหุบเขามรณะ แม้หลินห
มิงจะไม่รู้ว่ามีอันตรายอะไรอยู่ที่นี่ แต่เขาก็ไม่สงสัยเลยว่ามันจะไม่ง่ายที่
จะรอดชีวิตที่นี่ได้เป็นเวลานา เพราะกระทั่งพลังงานต้นกำเนิดของ
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณและเครื่องมือวิเศษได้ถูกดูดไปจนแห้งเป็น
เวลานาน สำหรับบุคคลนี้ เขาน่ามีชีวิตอยู่เป็นเวลานานแล้ว และฟังจาก
ที่เขาบอก เขาก็อาจจะกระทั่งเข้าไปในส่วนลึกของสุสานสัตว์อสูรเทวะนี้
แล้ว ถ้านี่เป็นเรื่องจริง บุคคลผู้นี้จะต้องเป็นตัวตนที่พิเศษ
เสียงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “หมอกศักดิ์สิทธิ์”
สองคำที่เรียบง่ายเหล่านี้ไม่มีสมญานาม จึงยากสำหรับหลินหมิงที่จะ
ประเมินการบ่มเพาะของเขา แต่ในเวลานี้ จากแหวนม่วงพยัคฆ์ของ
หลินหมิง วิญญาณขาวร้องออกมาว่า “ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์!
ตัวตนในตำนานของเส้นทางแห่งอาชูร่า! ไม่คิดว่ามันเป็นจะเขา!”
“โอ้?
หลินหมิงตกใจ ในเส้นทางแห่งอาชูร่า มิใช่ทุกคนที่สามารถเรียกได้
ว่าเป็นตำนาน หากบุคคลนี้สามารถครองตำแหน่งสูงสุดในหมู่ราชัน
สวรรค์ได้ เขาจะไร้เปรียบแม้ในหมู่บุคคลที่โดดเด่น
“ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นเผ่าพันธุ์วิญญาณ เขาหายตัว
ไปหลายล้านปีก่อน แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ นี่เป็นสิ่งที่น่า
ทึ่งอย่างแท้จริง” วิญญาณขาวกล่าว
ถ้าสิ่งที่วิญญาณขาวพูดมานั้นเป็นความจริง และถ้า 10 ปีภายในหุบ
เขามรณะนั้นคือ 1 ปีข้างนอกแล้ว ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ก็ได้อาศัย
อยู่ที่นี่มาหลายปีอย่างยิ่ง
อายุขัยของราชันสวรรค์นั้นยาวเพียงหนึ่งร้อยล้านปีเท่านั้น
“แม้แต่ราชันสวรรค์ก็ติดอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลาย 10 ล้านปี หุบเขา
มรณะนั้นสมชื่อเสียงอย่างแท้จริง” หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก หลังจาก
เงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยกมือคารวะด้วยความเคารพและพูดว่า “ผู้อาวุโส
ข้าขอถามว่าหุบเขามังกรแดงนี้เป็นอย่างไรได้หรือไม่? ดูเหมือนกับว่าทุก
คนที่นี่นอกจากผู้อาวุโสจะตกตายไปหมดแล้ว?”
จากสิ่งที่หลินหมิงรู้ มันควรมีคนเข้ามาในหุบเขามรณะในช่วงหลาย
พันปีที่ผ่านมา ผู้ที่เข้าสู่หุบเขามรณะในช่วงเวลานั้นน่าจะอยู่ได้เพียงหมื่น
ปีเท่านั้น และยังไม่มีใครสามารถอยู่รอดได้ สิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่
เหลืออยู่ที่นี่คือราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจ เขาไม่ได้ตอบคำถามของ
หลินหมิงโดยตรง แต่กล่าวว่า “เจ้าทั้งสองเป็นนักสู้ที่โดดเด่น แต่ก็น่า
เสียดายที่เจ้าได้ถูกไล่ล่าเข้าสู่ยังดินแดนอันตรายนี้…”
เสียงของราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์เห็นได้ชัดว่ามีความสงสาร ใน
ความเห็นของเขา เขาไม่มีความเชื่อใดๆเลยว่าหลินหมิงหรือเสี่ยวหมัว
เซียนจะรอดไปได้
“นี่ปู่ เหตุใดท่านไม่พูดคำที่เป็นมงคลกับเราเล่า? บางทีเราอาจมี
โอกาสออกไป!” เสี่ยวหมัวเซียนไม่ต้องการได้ยินคำพูดเช่นนี้ ดูเหมือนราว
กับหมอกศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้กำลังบอกว่าพวกเขาจะตายที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย
“ออกไป?” หมอกศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจ “ถ้าข้าจากไปได้ ข้าคงจะจาก
ไปนานแล้ว เหตุใดข้าจึงต้องนั่งอยู่ที่นี่ด้วยความเบื่อหน่ายเป็นเวลาหลาย
ปีเล่า? ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้าได้เห็นผู้โดดเด่นนับไม่ถ้วนที่เข้ามาใน
ดินแดนนี้ ในเริ่มแรกพวกเขาทั้งหมดก็คล้ายกับพวกเจ้าสองคน พวกเขา
หวาดกลัว จากนั้นก็ตกตะลึงทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อหาวิธีที่จะจากไป
พวกเขาหลายคนได้บ่มเพาะในหุบเขามรณะ ซึ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
เรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะมั่นใจเพียงใด ชะตากรรมสุดท้าย
ของพวกเขาก็คือการตายที่นี่ เมื่อเผชิญกับความเหงาและความสิ้นหวังนิ
รันดร์ ทุกคนต่างก็ถูกผลักไสอย่างช้าๆด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์
ทรมาน พวกเขากลายเป็นบ้า ความคิดของพวกเขาบิดเบี้ยวจนสับสน
จนกระทั่งฆ่ากันเอง…”
ขณะที่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์พูดขึ้นมา หลินหมิงก็รู้สึกตกตะลึง
เขาสามารถจินตนาการถึงความสิ้นหวังของคนเหล่านั้นที่ติดอยู่ในหุบเขา
มรณะโดยไม่มีชะตากรรมอื่นใดนอกจากรอความตายที่กำลังจะมาถึง ต้อง
ทนทุกข์ในความมืดอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่คนที่มีประสาทแข็งก็ยังไม่
สามารถทนต่อสิ่งนี้ได้
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์กล่าวต่อไปว่า “ผู้คนที่ข้ากล่าวถึงคือผู้ที่
มีการบ่มเพาะขั้นราชันพิภพหรือใกล้เคียง มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะมี
คุณสมบัติที่จะมีชีวิตอยู่เป็นเวลานานในหุบเขามรณะ สำหรับคนที่
อ่อนแอกว่านั้น พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่เดือน นี่เป็นเพราะ
ในหุบเขามรณะจะมีการระเบิดของพลังงานปีศาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
ดั่งสึนามิ พลังนี้จะทำลายทุกชีวิต ทำลายเครื่องมือวิเศษ โอสถและอื่นๆ
โครงกระดูกที่เจ้าเห็นตามทางของที่นี่คือคนที่ตกตายภายใต้คลื่นแห่ง
พลังงานปีศาจนี้
หลินหมิงรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง ไม่น่าแปลกใจที่จะมีโครง
กระดูกมากมายใกล้กับทางเข้าของหุบเขามรณะ อาจเป็นไปได้ว่าคน
เหล่านี้ถูกผลักออกไปอยู่ขอบโดยคลื่นของพลังงานปีศาจ
ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์หรือผู้ปกครองเทวะ พวกเขา
ก็จะตกตายไปทั้งหมด
“พลังงานปีศาจนี้คือสิ่งใด? มันระเบิดจากส่วนลึกภายในสุสานสัตว์
อสูรเทวะหรือไม่?”
“ใช่แล้ว…”
“เกิดอะไรขึ้นภายในสุสานสัตว์อสูรเทวะ”
“ข้าไม่แน่ใจ… ในอดีตเมื่อข้าเข้ามาในหุบเขามรณะ สุสานสัตว์อสูร
เทวะก็อยู่ที่นี่แล้ว ข้าอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายสิบล้านปีและใช้เวลาเหล่านี้
เพื่อศึกษาสุสานสัตว์อสูรเทวะ แต่สิ่งที่ข้าได้ข้อสรุปคือ มันเป็นรูปแบบ
ค่ายกลขนาดใหญ่ ตัวตนโบราณบางอย่างใช้กระดูกของสัตว์อสูรเทวะนับ
ร้อยเพื่อสร้างรูปแบบค่ายกลที่น่าสะพรึงกลัว แต่สำหรับที่ว่ารูปแบบค่าย
กลนี้ใช้ทำสิ่งใดนั้น ข้าเองก็ไม่รู้เลย…”
“ใช้กระดูกของสัตว์อสูรเทวะนับร้อยเพื่อวางรูปแบบค่ายกล?”
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนตกใจเมื่อได้ยินราชันสวรรค์หมอก
ศักดิ์สิทธิ์พูดเช่นนี้ นี่คือความสามารถที่สั่นสะเทือนของสวรรค์และปฐพี
โดยแท้! หากมีใครบางคนที่วางรูปแบบค่ายกลนี้ มันก็มั่นใจได้อย่าง
แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า เฉพาะจ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่าเท่านั้นที่จะมีความกล้าหาญและความสามารถในการทำสิ่งนี้ แต่
คำถามก็คือ มันมีเหตุผลเบื้องหลังอันใด?