Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,486 ความทะเยอทะยานของหลินหมิง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,486 ความทะเยอทะยานของหลินหมิง
“ปู่ ท่านบอกเราว่าอย่าเข้าไปในสุสานสัตว์อสูรเทวะ เพราะเราจะไม่
สามารถกลับมาได้ถ้าเราทำเช่นนั้น?” เสี่ยวหมัวเซียนถามขณะที่นางจำ
คำแรกของราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ได้
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจและพูดว่า “ในช่วงหลายสิบ
ล้านปีที่ผ่านมา จากบุคคลนับไม่ถ้วนที่ข้าได้เห็น เมื่อพวกเขาเข้าไปใน
สุสานสัตว์อสูรเทวะ มันก็ไม่มีใครรอดชีวิตออกมาได้เลย เฉพาะเมื่อการ
ระเบิดของพลังงานปีศาจเกิดขึ้นจากส่วนลึก กระดูกของพวกเขาจึงจะ
ปลิวออกมา… ในอดีต ข้าเคยพยายามที่จะเข้าไปลึกเข้าไปในสุสานสัตว์
อสูรเทวะและหาวิธีที่จะออกจากหุบเขามังกรแดง แต่หลังจากผ่านไปลึก
ร้อยไมล์ ข้าก็รู้สึกถึงการเรียกหาของพลังงานปีศาจที่น่าเกรงขาม ซึ่งเกือบ
ทำให้ข้าสูญเสียตัวตน ในท้ายที่สุด ข้าก็ล้มเหลว…”
การเรียกหาพลังงานปีศาจที่น่าเกรงขาม? กระทั่งสามารถทำให้ราชัน
สวรรค์สูญเสียตัวตนได้?
หัวใจของหลินหมิงเต้นข้ามจังหวะ เขาสามารถยืนยันได้ว่าหุบเขา
มรณะไม่ควรเป็นดินแดนแห่งความตายโดยสมบูรณ์ มันจะต้องมีวิธีที่จะ
ออกไป จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าจะไม่สร้างดินแดนแห่งนี้เพื่อเล่นตลกกับ
รุ่นเยาว์ที่อ่อนแอกว่าแน่
หากหุบเขามรณะมีทางออก มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะอยู่ลึก
เข้าไปในสุสานสัตว์อสูรเทวะ เพราะจากทุกคนที่เคยเข้าไป มันก็ไม่มีใคร
โผล่ออกมา
“ผู้อาวุโส เสียงของท่านอ่อนแอมาก…”
หลินหมิงครุ่นคิด จากกระแสเสียงปราณแท้ของราชันสวรรค์หมอก
ศักดิ์สิทธิ์ เขาสามารถรู้สึกได้ว่าออร่าวิญญาณของเขาเป็นเหมือนเทียน
ริบหรี่ในสายลม ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์เป็นเผ่าพันธุ์วิญญาณ ผู้ซึ่งใช้
วิญญาณเป็นแหล่งกำเนิดแห่งการดำรงอยู่ของพวกเขา ตอนนี้ ออร่า
วิญญาณของเขาดูเหมือนจะอ่อนแอมาก นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเขาน่าจะมี
ชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์หัวเราะเบาๆ “พูดได้ดี ในปีที่ผ่านมา ข้า
มีประสบการณ์กับพลังงานปีศาจนับไม่ถ้วน พลังงานต้นกำเนิดในถ้ำนี้
น้อยเกินไป ผลึกวิญญาณและรูนพลังงานต้นกำเนิดที่ข้านำมาที่นี่ได้ถูกใช้
หมดไปนานแล้ว ตอนนี้ข้าสามารถอยู่ได้โดยการดูดซับพลังงานต้นกำเนิด
อันเบาบางของที่นี่เพื่อต้านทานการกัดกร่อนของกระแสพลังงานปีศาจ
ในเวลาเดียวกัน ข้าจำต้องเข้าฌานเพื่อรักษาสภาพของข้า ปิดผนึก
กิจกรรมชีวิตของข้าเพื่อที่จะได้คงอยู่อย่างอ่อนแอเรื่อยๆ…”
คำพูดของราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์มีความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้ง
บุตรชายแห่งสวรรค์ที่น่าภาคภูมิได้ลงเอยด้วยการอยู่ในสภาวะเช่นนี้
ตลอดเวลาหลายสิบล้านปีในความทุกข์ทรมานอย่างเงียบงันในหุบเขา
มังกรแดง ชะตากรรมเช่นนี้ทำให้หัวใจของผู้หนึ่งต้องหวั่นไหวอย่าง
แท้จริง
“ผู้อาวุโส ผู้เยาว์มีคำถาม ข้าสงสัยว่ามันจะเหมาะสมที่จะถาม
หรือไม่?” หลินหมิงถามหลังจากลังเลครู่หนึ่ง
“เจ้ากับข้าไม่ใช่อะไรนอกจากคนที่จะตายในไม่ช้า ไม่มีอะไรที่ไม่
สามารถพูดได้” ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ตอบกลับอย่างมั่นใจ
“คือ… ข้าอยากถามว่าเหตุใดผู้อาวุโสจึงเข้าสู่หุบเขามรณะในอดีต?
นั่นคือ หุบเขามังกรแดงที่ผู้อาวุโสอ้างถึง ด้วยสถานะและความแข็งแกร่ง
ของผู้อาวุโส ท่านสามารถผ่านเส้นทางแห่งอาชูร่าได้เป็นแน่ เหตุใดท่าน
จึงเข้าสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นหุบเขามรณะซึ่งโอกาสในการ
รอดชีวิตรอดริบหรี่เช่นนี้? ถึงแม้ว่าราชันสวรรค์คนอื่นๆจะมาที่นี่ แต่พวก
เขาก็จะมาในช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะตาย หากพวกเขาต้องเลือก
ระหว่างการเข้าสู่หุบเขามรณะหรือกำลังจะตายในการพักผ่อนข้างนอก
พวกเขาจะเลือกที่จะมาที่นี่และพยายามที่จะหาความลับเกี่ยวกับ
แหล่งที่มาของเส้นทางแห่งอาชูร่า และเพื่อค้นหาวิธีที่จะแสวงหาหนทางสู่
เทพแท้จริง”
หลินหมิงสงสัยมาตลอดเวลา เขาสามารถเข้าใจได้ว่าผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์และขั้นผู้ปกครองเทวะถูกดูดเข้าไปในหุบเขามรณะโดยบังเอิญ
แต่เป็นไปไม่ได้ที่ราชันสวรรค์จะถูกดูดเข้ามาโดยบังเอิญด้วยระดับการบ่ม
เพาะของพวกเขา
หากพวกเขาเข้าสู่หุบเขามรณะ มันก็มักจะเป็นการกระทำโดยสมัคร
ใจอย่างสมบูรณ์
หากราชันสวรรค์ต้องเข้าสู่หุบเขามรณะในตอนท้ายของชีวิต มันก็จะ
สามารถเข้าใจได้ แต่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ได้มาถึงที่นี่อย่างชัดเจน
ในระดับพลังอันสูงล้ำแล้ว เหตุใดเขาจึงต้องเสี่ยงเช่นนี้
“เพราะ… ศัตรู!”
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์พูดคำสองคำนี้แล้วเงียบไป เห็นได้ชัดว่า
ไม่เต็มใจที่จะพูดอะไรอีก หลินหมิงเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
คำว่า ‘ศัตรู’ คำเดียว บางทีชีวิตของราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์อาจ
ไม่สดใสและรุ่งโรจน์เท่าที่คนอื่นจินตนาการไว้
“แม่นางจี เรากลับไปและดูว่าสถานการณ์ที่ทางเข้าว่าเป็นอย่างไร
ดีกว่า” หลินหมิงหันไปถามเสี่ยวหมัวเซียน
เสี่ยวหมัวเซียนโยนรอยยิ้มกลับคืนมา “เจ้าค่อนข้างงี่เง่าที่เรียกข้าว่า
แม่นางจี หยุดสุภาพเกี่ยวกับทุกอย่างซะ มันจะดีกว่าถ้าเจ้าแค่เรียกข้าว่า
เซียนเอ๋อร์”
“อืม… ย่อมได้… เช่นนั้นก็ไปกัน”
หลินหมิงรู้ดีว่าหลังจากเข้าสู่หุบเขามรณะแล้ว มันก็ไม่มีทางที่จะ
ออกผ่านทางเข้าเดิมได้ หากมันมีแล้ว คนก่อนหน้าทั้งหมดที่มายังที่นี่คง
จะได้ค้นพบวิธีการนั้น หากมีวิธีการแล้ว คนเหล่านั้นก็จะไม่รอจนกว่า
พวกเขาจะตายลงที่นี่ ถึงกระนั้น เขาก็อยากกลับไปตรวจสอบสถานการณ์
และตรวจสอบพื้นที่อย่างรอบคอบเพื่อที่เขาจะได้จดจำทุกซอกทุกมุมหุบ
เขามรณะ จากนั้นเขาจะสามารถทำความคุ้นเคยกับโครงสร้างและ
หลักการอันลึกซึ้งที่ปกครองดินแดนนี้ เตรียมความพร้อมสำหรับ
เหตุการณ์ฉุกเฉินใดๆ
เสี่ยวหมัวเซียนตบไหล่ของหลินหมิงอย่างไม่ตั้งใจและพูดว่า “ข้าได้
มอบชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดของข้าไว้กับเจ้าแล้ว ข้ายังเด็กและไม่อยาก
ตายที่นี่ ดังนั้นโปรดช่วยนำทางไปเถอะ”
นางเป็นคนมองโลกในแง่ดีตามธรรมชาติ แม้หลังจากเข้าสู่เขต
อันตราย นางก็ยังคงไม่ได้บ้าไปกับความสิ้นหวังแม้ในขณะที่นางไม่รู้ว่า
หลินหมิงสามารถพึ่งพาอะไรได้จริงหรือไม่
ในขณะที่พวกเขาเดินไปที่ทางเข้า หลินหมิงก็สามารถยืนยันข้อสงสัย
ของเขาได้ ทางเข้าถูกปิดกั้นโดยสนามพลัง
นี่เป็นสนามพลังอันน่าหวาดกลัวคล้ายกับพื้นผิวของหลุมดำ ผู้หนึ่ง
สามารถเข้าไปได้เท่านั้น ไม่สามารถออกมาได้
ยิ่งกว่านั้น ตราบใดที่มีใครผ่านสนามพลัง เช่นนั้นพวกเขาก็จะเข้าสู่
โลกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงซึ่งแม้แต่แสงก็ยังไม่สามารถหลบหนีได้ นี่คือ
โลกที่แยกจากกันอย่างแท้จริง
“ถ้าแม้แต่ราชันสวรรค์ไม่สามารถฝ่ามันออกไปได้ เช่นนั้นก็ย่อม
เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะทำได้อย่างแน่นอน”
หลินหมิงส่ายหัว ไม่คิดที่จะออกผ่านทางเข้าอีกต่อไป
เขาย้อนรอยเท้าตนและกลับไปยังสุสานสัตว์อสูรเทวะ จากนั้นก็เดิน
จากสุสานสัตว์อสูรเทวะกลับไปที่ทางเข้าสู่เส้นทางนี้หลายสิบครั้ง ทุกครั้ง
ที่หลินหมิงเดิน เขาจะใช้เวลา 2-4 ชั่วโมง ขณะที่เขาเดินเส้นทางนี้ซ้ำแล้ว
ซ้ำเล่า เขาจดจำตำแหน่งของกระดูกแตก ที่ใดที่กระดูกแออัด ที่ใดที่
กระดูกเบาบาง จดจำทุกรายละเอียด
“มันมีประโยชน์อันใดในการจดจำสิ่งเหล่านี้?” เสี่ยวหมัวเซียนถาม
หลินหมิง พวกเขาเดินกลับไปกลับมาหลายสิบครั้งแล้ว มันใช้เวลาหลาย
วันหลายคืน นางไม่ได้ใส่ใจหรือใจร้อนอะไรเลย แต่ยังคงเดินไปกับหลินห
มิงและจดจำสภาพแวดล้อมของนาง แม้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะไม่น่าเชื่อถือ
เกือบตลอดเวลา แต่ในช่วงเวลาที่ต้องการ นางก็สามารถเปล่งประกาย
ด้วยความน่าเชื่อถือและความตั้งใจจริงของนางเองได้
“มันอาจจะมีประโยชน์…”
หลินหมิงมีการคาดเดาเลือนลางบางอย่างในใจและต้องการที่จะ
ยืนยันทีละอย่าง
ในวันที่ 5, หลินหมิงจำรายละเอียดทั้งหมดของพื้นที่ด้านนอกของ
สุสานสัตว์อสูรเทวะได้ จากนั้น เขาได้มาถึงหน้าผาที่ซึ่งสุสานสัตว์อสูรเท
วะตั้งอยู่
ด้วยการกระโดดเบาๆ หลินหมิงร่อนลงไปที่ส่วนลึกของสุสานสัตว์
อสูรเทวะ
ความเร็วของเขาไม่มากนัก ขณะที่เขาร่อนลง เขาก็รู้สึกได้ถึง
พลังงานปีศาจที่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์พูดถึง
เมื่อเขาคิดว่ายิ่งเขาไปไกลมากเท่าไร พลังงานปีศาจก็จะเพิ่มความ
แข็งแกร่งขึ้น ราวกับว่ามันดึงดูดร่างกายและวิญญาณของเขา พยายามที่
จะดึงเขาเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น
จิตใจของหลินหมิงเย็นยะเยือกขึ้น เขาหยุดทันทีและกลับมาไปใช้
เส้นทางเดิม
อีกหลายวันต่อมา หลินหมิงยังคงสำรวจขอบของสุสานสัตว์อสูรเท
วะ เขาเข้าและออก แต่ไม่ลึกเกินกว่า 10 ไมล์
สำหรับราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่มีคำพูดใดๆเกี่ยวกับการ
กระทำของหลินหมิง เขาได้เตือนไปมากพอแล้ว หากหลินหมิงและเสี่ยวห
มัวเซียนยืนยันที่จะเข้าไปในสุสานสัตว์อสูรเทวะเพื่อจะตาย เช่นนั้นเขาก็
จะไม่หยุดพวกเขา
ในวันที่ 10, หลินหมิงกลับไปที่หน้าผาของสุสานแล้วเข้าฌานบน
ยอดหินหนึ่ง
เสี่ยวหมัวเซียนเองก็ทำเช่นเดียวกัน ที่วางไว้ข้างๆพวกเขาคือฐาน
หยกเก้าตะวันซึ่งส่องสว่าง อ่อนแสงลงอย่างช้าๆ
เสี่ยวหมัวเซียนกำลังฝึกฝนอยู่ สำหรับหลินหมิง เขารับรู้ถึงรูปแบบ
เต๋าในหยกจักรพรรดิเพื่อตรวจสอบทุกสิ่งที่เขารู้ในสุสานสัตว์อสูรเทวะ
การคาดเดาของหลินหมิงคือ ขุมสมบัติเทพแห่งแดนเร้นร้างไพศาล
หรือทางออกของหุบเขามรณะนั้น มันล้วนแต่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในสุสานสัตว์
อสูรเทวะ หากเขาต้องการได้รับสิ่งเหล่านี้ เขาก็จะต้องเดินทางลึกเข้าไป
ในสุสานนั้น!
และตามที่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์กล่าวไว้ แม้แต่ราชันสวรรค์ก็
ยังจะสูญเสียตัวตนเมื่อเข้าไปลึกภายในสุสานสัตว์อสูรเทวะ หากหลินหมิง
ต้องการบรรลุสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ เขาก็จะต้องเข้าใจกระบวนการที่ลึกซึ้ง
และลึกลับของรูปแบบค่ายกลอันยิ่งใหญ่นี้!
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน…
หลินหมิงเข้าฌานนิ่งดั่งรูปปั้นหิน รูปแบบเต๋าในหยกจักรพรรดินั้น
เป็นปริศนาและเข้าใจยาก แม้ว่าเขาจะตรวจสอบพวกมันด้วยสิ่งที่เขา
รวบรวมมาจากสุสานสัตว์อสูรเทวะ มันก็ยังคงลำบากและตึงเครียด
ในเดือนที่ 4, หลินหมิงบินออกจากก้อนหินและสำรวจสุสานสัตว์
อสูรเทวะต่อไป คราวนี้ หลินหมิงขยายระยะการตรวจสอบของเขาเป็น
20 ไมล์ ในทุกครั้ง หลินหมิงจะจดจำตำแหน่งของกระดูกสัตว์อสูรเทวะ
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงออร่าและลักษณะทางกฎของพวกมัน
ข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกนำไปใช้อย่างสมบูรณ์โดยหลินหมิง ซึ่งถูก
วิเคราะห์และสรุปโดยการรับรู้ที่ล้ำลึกของเขา
หลังจากสองสัปดาห์ของการวิเคราะห์ หลินหมิงก็กลับไปเข้าฌานบน
ก้อนหินอีกครั้ง
ในพริบตา เวลาครึ่งปีก็ผ่านไปแล้ว ในช่วงครึ่งปีนี้ ราชันสวรรค์
หมอกศักดิ์สิทธิ์ได้เฝ้าดูทุกอย่างที่เกิดขึ้น
“เจ้าค่อนข้างแน่วแน่… ด้วยอายุของเจ้า บางทีการมีความสำเร็จ
เช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย… แต่น่าเสียดาย รูปแบบค่ายกลที่จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าวางไว้มีความลึกลับไร้สิ้นสุด มิต้องกล่าวถึงเจ้า ข้าเองยัง
เคยใช้เวลา 10,000 ปีเต็มในการรับรู้ผ่านสุสานสัตว์อสูรเทวะ แต่ก็
ล้มเหลวในการค้นหาสิ่งใดในท้ายที่สุด และก่อนหน้าข้าเองก็ยังมีอัจฉริยะ
ไร้เปรียบนับไม่ถ้วนที่พยายามทำความเข้าใจสุสานสัตว์อสูรเทวะเพื่อ
ค้นหาข้อบกพร่องในรูปแบบค่ายกล แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็พ่าย
แพ้…”
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ส่ายหัว เขาไม่ได้คาดหวังว่าหลินหมิงจะ
รับรู้อะไรได้เลยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ในกรณีนี้ หลินหมิงสามารถมุ่งไปที่
จิตใจและเข้าฌานอย่างใจเย็นในแต่ละวันโดยไม่มีความสิ้นหวังในสายตา
ของเขาและไม่รู้สึกว่าหลินหมิงจะยอมแพ้ในเร็ววันด้วย โดยไม่สนใจว่าสิ่ง
เหล่านี้จะไร้ความหมายหรือไม่ เพียงแค่ลักษณะและการจัดการของเขาที่
จะผ่านสิ่งเหล่านี้ มันก็ล้วนเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
“คำพูดของผู้อาวุโสนั้นมีเหตุผล แต่ถ้าผู้เยาว์ไม่ได้ลองสักครั้ง ข้าจะรู้
ได้อย่างไรว่าความพยายามทั้งหมดของข้านั้นไร้ประโยชน์”
หลินหมิงพูดโดยไม่ลืมตาและไม่หยุดเข้าฌาน เขาใช้ทุกวินาทีเพื่อ
สงบสติอารมณ์และรู้แจ้งตนเอง
ในการรับรู้รูปแบบค่ายกลของสุสานสัตว์อสูรเทวะนั้น มันมีความ
แตกต่างอย่างมากระหว่างวิธีที่เขาทำกับคนที่ได้ลองมาก่อนเขา ผู้อาวุโส
โบราณเหล่านั้นต่างก็พยายามหาข้อบกพร่องในรูปแบบค่ายกลอันยิ่งใหญ่
ของสุสานสัตว์อสูรเทวะเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ข้อบกพร่องนี้เข้าไปลึกขึ้น
ได้
แต่หลินหมิงนั้นต่างออกไป เขากำลังศึกษาทั้งรูปแบบค่ายกลเพราะ
เขาต้องการที่จะเข้าใจรูปแบบค่ายกลนี้พร้อมกับการสืบทอดภายในหยก
จักรพรรดิ!
ดูเหมือนจะเป็นเทพนิยายที่แปลกประหลาด แต่ด้วยความสามารถ
ในการอ้างอิงจากหยกจักรพรรดิ หลินหมิงที่มีการรับรู้สูงอย่างผิดปกติ
รากฐานนักสู้ที่แข็งแกร่งของเขา รวมถึงบทสรุปโดยย่อของคัมภีร์อาชูร่า
มันก็มอบโอกาสอันเล็กน้อยในการบรรลุเป้าหมายให้กับเขาได้!
หลินหมิงค้นพบความลึกลับในหยกจักรพรรดิมากขึ้นเรื่อยๆ สนาม
พลังเต๋าและรูปแบบเต๋าที่ถูกจารึกไว้ภายในนั้นเป็นสาระสำคัญของมรดก
สืบทอดของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
มันไม่เพียงแต่จะไม่มีบันทึกและไม่มีอาจารย์คนใดสอนเขา หลินหมิง
มีเพียงสุสานสัตว์อสูรเทวะไว้เพื่ออ้างอิง ทำให้ยากมากที่จะเข้าใจมรดก
สืบทอดในหยกจักรพรรดิ
แต่กระบวนการรู้แจ้งนี้กลับเป็นวิธีหนึ่งในการเพิ่มพูนของหลินหมิง
และทำให้เขาได้รับความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การรับรู้สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง
เท่านั้นจึงจะเป็นกระบวนการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา
ในเวลานี้ ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์กล่าวขึ้นว่า “หากเจ้าไม่ลอง
สักครั้ง เจ้าก็จะไม่รู้ว่าความพยายามของเจ้าจะไร้ประโยชน์หรือไม่ และ
เจ้าจะไม่ยอมแพ้ไปเช่นนั้นหรือ? พูดได้ดี แต่ว่า… หลังจากนี้อีกไม่กี่ชั่วโมง
พลังงานปีศาจจะปะทุขึ้น… เจ้าจะสามารถรอดชีวิตได้หรือไม่ค่อยมาดู
กัน!”