Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,492 ข้าจะติดตามเจ้า
หลินหมิงบอกว่าเขาสามารถฝ่ารูปแบบค่ายกลในช่วงสามเดือนถึง
หนึ่งปี ไม่เพียงแต่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ที่ตกใจ แต่แม้แต่เสี่ยวหมัว
เซียนเองก็รู้สึกว่ากรามของนางหล่นลงมา “หลินหมิง เจ้ากำลังบอกว่าเจ้า
ต้องการฝ่ารูปแบบค่ายกล? เจ้ากำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?”
“อืม… ข้าเชื่อว่าข้ามีโอกาส 60-70% ที่จะทำมันได้” หลินหมิงไม่
สามารถยืนยันสิ่งนี้ได้อย่างมั่นใจ เพราะมีหลายสิ่งที่เขายังไม่เข้าใจ
“เจ้าเล่นกับข้าหรือไม่? ข้าเตรียมตัวแล้วที่จะใช้เวลาหลายร้อยปีหรือ
แม้กระทั่งพันปีที่นี่ แต่เจ้ากำลังบอกว่าเจ้าจะจากไปในเร็วๆนี้หรือ?”
แม้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะมีความมั่นใจในหลินหมิง แต่นางก็รู้สึกเสมอ
ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเขาที่จะมองผ่านรูปแบบค่ายกลที่จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าได้วางไว้
หากนี่คือเสี่ยวหมัวเซียนในอดีต เช่นนั้นจิตใจของนางก็จะทรุดฮวบ
ลงเมื่อพบว่านางจะต้องอยู่ในหลุมมือและนรกนี้เป็นเวลาหลายร้อยปี แต่
ตอนนี้ หลินหมิงมากับนางด้วย เสี่ยวหมัวเซียนจึงไม่รู้สึกว่าวันนั้นน่าเบื่อ
เกินไป
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่? สุสานสัตว์อสูรเทวะแห่งนี้
น่าจะเป็นมหาค่ายกลโบราณอันยิ่งใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอา
ชูร่า จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าเป็นตัวตนที่มีอยู่เมื่อ 10,000 ล้านปีที่แล้ว
และตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือตายไป มีซากศพของสัตว์อสูร
เทวะหลายร้อยในสุสานสัตว์อสูรเทวะ แต่ความยิ่งใหญ่นี้ก็ยังเป็นเพียง
หนึ่งในผลงานบนเกมหมากรุกของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า สำหรับ
เป้าหมายสุดท้ายของเขาคือสิ่งใดนั้น แม้แต่ข้าก็ยังคาดเดาไม่ได้ แต่จาก
สิ่งที่ข้าได้รวบรวมมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะบุกผ่านรูปแบบค่ายกลนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตที่ผ่านมา ข้าก็เคย
พยายามค้นคว้ารูปแบบค่ายกลอย่างละเอียดและไม่พบร่องรอยใดๆใน
10,000 ปี…”
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์กล่าวคำพูดทั้งหมดนี้ในหนึ่งลมหายใจ
เสียงของเขาแหบห้าวราวกับว่าเขาได้ใช้กำลังอย่างมากในการทำเช่นนั้น
“ผู้อาวุโส ท่านกลัวว่าข้าจะเข้าใจบางสิ่งผิดพลาดหรือไม่?” หลินหมิ
งถามราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์เมื่อเห็นคำเตือนของเขา
“ใช่แล้ว… ข้าใช้พลังวิญญาณมากเกินไปในวันนี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่อง
ยากสำหรับข้าที่จะส่งกระแสเสียงได้ต่อไป… ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่าจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าควรจะมีการบ่มเพาะที่เทพแท้จริงสูงสุดเป็นอย่างน้อยที่สุด
และบางทีอาจเป็นไปได้กระทั่งว่าเขาก้าวไปถึงขอบเขตที่ไม่รู้จัก สำหรับ
เจ้าที่จะใช้เวลาเพียง 7 ปีในการฝ่ารูปแบบค่ายกลของเขา มันก็… ไม่น่า
เชื่ออย่างยิ่ง ข้ากังวลว่าเจ้าทำผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นและดำเนินการตาม
ข้อผิดพลาดนี้เมื่อเจ้ารับรู้ถึงรูปแบบค่ายกล หากเจ้าเข้าสู่สุสานสัตว์อสูร
เทวะเพราะเจ้าเข้าใจบางสิ่งผิดเนื่องจากความผิดพลาด เจ้าก็จะตายไป
เปล่าๆ…”
เมื่อราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์พูดจบเขาก็เงียบไป คริสตัลสีม่วงที่
อยู่รอบตัวเขาได้ถูกย้อมสีเงินที่แวววาวด้วยโลหิตของเขา แล้วมันก็ไหลไป
มาราวกับแม่น้ำแห่งปรอท
เมื่อหลินหมิงเห็นโลหิตสีเงินนี้ เขาก็ถอนหายใจ เขายกมือคารวะ
และพูดว่า “ผู้อาวุโสโปรดพักผ่อนและอย่าใช้กระแสเสียงอีกต่อไป ผู้เยาว์
คนนี้เข้าใจการจัดการเรื่องต่างๆอย่างรอบคอบ”
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ส่ายหัวเบาๆในขณะที่เขาได้ยินคำตอบ
ของหลินหมิง เขารู้ว่าหลินหมิงไม่สนใจคำเตือนของเขา
ไม่ว่านักสู้จะมีพรสวรรค์เพียงใด พวกเขาก็ยังคงจะพบว่าตัวเองกำลัง
ออกนอกเส้นทางที่โหดร้ายในการบ่มเพาะ ไม่ว่านักเรียนจะฉลาดเพียงใด
พวกเขาก็ยังจะทำผิดพลาดในการทดสอบได้
หากพวกเขาเข้าใจสิ่งผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้นผ ลลัพธ์ที่พวกเขาจะสรุป
ได้ในตอนท้ายก็จะผิดเช่นกัน
ท้ายที่สุด จิตใจก็ไม่ใช่กฎแห่งเต๋าสวรรค์ ไม่มีใครสามารถรับประกัน
ได้ว่าพวกเขาจะถูกต้อง 100% ตลอดเวลา
เมื่อมองไปที่แผ่นหลังเลือนลางของหลินหมิง ราชันสวรรค์หมอก
ศักดิ์สิทธิ์ก็ถอนหายใจอย่างขมขื่น เขาไม่ได้หวังว่าหลินหมิงจะตายเช่นนี้
เพราะจะทำให้ความพยายามก่อนหน้าของเขาทั้งหมดไร้ค่า
เมื่อหลินหมิงกลับไปบนยอดเขา เขาก็ไม่ต้องเสียเวลาสักวินาทีและ
เริ่มเข้าฌานทันทีที่เขานั่งลง มองดูเส้นสายภายในหยกจักรพรรดิ ในช่วง
หลายปีที่ผ่านมา พลังวิญญาณของหลินหมิงมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ และการ
มุ่งเน้นของเขาก็เพิ่มมากขึ้น เขาอยู่ไม่ไกลเกินไปจากการทำความเข้าใจ
กับสุสานสัตว์อสูรเทวะอย่างสมบูรณ์แล้ว
1 เดือน… 2 เดือน… 3 เดือน…
ในช่วงเวลานี้ หลินหมิงไม่ได้กลับไปหาราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์
เพื่อศึกษากฎหลอมวิญญาณ กลับกัน เขานั่งบนก้อนหินอย่างไม่ไหวติง
“33 สวรรค์, เต๋าอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต ความตั้งมั่นของข้าคือการ
แสวงหาจุดสูงสุดแห่งนักสู้ ข้าใช้เวลา 3.3 พันล้านปีในการเดินทางผ่าน
33 สวรรค์, บ่มเพาะ 33 ชีวิต หนึ่งชีวิตหนึ่งราชันสวรรค์, หนึ่งชีวิตหนึ่ง
เทพแท้จริง สิ่งที่ข้าแสวงหาคือ ความจริงสูงสุดของเต๋าสวรรค์…”
คำพูดแห่งบทสรุปโดยย่อของคัมภีร์อาชูร่าดังซ้ำอยู่ในจิตใจของ
หลินหมิง
บทสรุปโดยย่อมีเพียงไม่กี่ร้อยคำเท่านั้น แต่จริงๆแล้วพวกมันกลับมี
ความเข้าใจของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าเกี่ยวกับเต๋าอันยิ่งใหญ่
เช่นเดียวกับเส้นทางที่เขาเลือกที่จะบ่มเพาะ ยิ่งกว่านั้น มันบอกเป็นนัยถึง
ความจริงสูงสุดของสุสานสัตว์อสูรเทวะ
ด้วยบทสรุปโดยย่อของคัมภีร์อาชูร่าและจี้หยกจักรพรรดิรวมกัน
หลินหมิงใช้เวลาทั้งหมด 7 ปีเพื่อทำความเข้าใจแก่นของสุสานสัตว์อสูรเท
วะ
“33 สวรรค์, 33 ชีวิต…” หลินหมิงพึมพำจำนวนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทันใดนั้น ความคิดก็สะท้อนในจิตใจของเขาเมื่อทั้งแผนภาพค่ายกลของ
สุสานสัตว์อสูรเทวะปรากฏในใจของเขา ซ้อนทับกับเส้นสายในหยก
จักรพรรดิ
“มหารูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะแบ่งออกเป็น 33 ส่วน แต่
ละส่วนมีหลักการที่ลึกซึ้งและลึกลับที่สอดคล้องกับเต๋าแห่ง 33 สวรรค์
และที่กลางสุสาน มันมีจุดว่างสามจุด หรือจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าได้วาง
รูปแบบค่ายกลนี้ไว้เพื่อให้คนรุ่นต่อไปในอนาคตสามารถเติมเต็มช่องว่าง
ทั้งสามนี้ได้ใช่หรือไม่?
ความคิดทุกอย่างแล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง เขารู้สึกราวกับว่าได้
กุมความเข้าใจใหม่ๆอีกครั้ง แม้เขาจะคิดว่าตนเข้าใจรูปแบบค่ายกลสุสาน
สัตว์อสูรเทวะประมาณ 80-90% และเป็นขีดสุดของเขา แต่จริงๆแล้วเขา
กลับสามารถก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้!
“สามเดือนอาจไม่เพียงพอ…”
หลินหมิงคิดกับตัวเอง เขาเข้าสู่สภาพวะไร้ตัวตน จิตใจของเขาจดจ่อ
อยู่กับรูปแบบค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะ นอกจากนั้น ทุกสิ่งในโลกนี้ก็ดู
เหมือนจะจางหายไป
นี่คล้ายกับสภาวะแห่งการรู้แจ้ง สำหรับนักสู้ส่วนใหญ่ นี่เป็นสภาวะ
ที่สามารถค้นพบได้ผ่านโชคเท่านั้น แต่ด้วยการรับรู้ที่ผิดปกติของหลินห
มิงและพลังวิญญาณอันทรงพลัง รวมกับเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ของ
เขา เขากลับสามารถเข้าสู่สภาพวะไร้ตัวตนได้อย่างปกติ นี่คือสภาวะของ
ความเข้าใจโดยปราศจากความคิดที่นักสู้ชาวพุทธมักพูดถึง
เดือนที่ 4 …
เดือนที่ 5 …
หลินหมิงยังคงเป็นเหมือนรูปปั้นบนหน้าผาหินที่ไม่เคลื่อนไหวเลย มี
ฝุ่นกระดูกบางๆที่รวมตัวกันอยู่ทั่วร่างกายของเขา
จากนั้น ครึ่งปีได้ผ่านไป 3 เดือนเป็นกำหนดเวลาอย่างเร็วที่สุดซึ่ง
หลินหมิงคิดไว้ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้
ส่งคำใดออกมา แต่ยังคงหลับอยู่ในคริสตัลสีม่วง
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ทำได้เพียงถอนหายใจอยู่ภายในเท่านั้น
หลินหมิงดื้อรั้นเกินไป นักสู้จำเป็นต้องมีหัวใจแห่งความเพียร แต่มันก็ยาก
ที่จะเห็นใครบางคนที่ยืนกรานเช่นหลินหมิง
6 เดือนและ 10 วันต่อมา หลินหมิงในที่สุดก็ลืมตาจากการเข้าฌาน
ในความมืดสนิทของสุสานสัตว์อสูรเทวะ ดวงตาของเขาเปล่งประกายราว
กับดวงดาวในท้องฟ้า สดใสและเจิดจ้า
“หลินหมิง!” เสี่ยวหมัวเซียนตกใจจากด้านข้างหลินหมิง เมื่อนางหัน
กลับมาและเห็นว่าเขาลืมตาขึ้นมา นางพูดอย่างมีความสุขว่า “เจ้าใช้เวลา
เสียนานกว่าจะตื่นขึ้น! เจ้าได้เข้าฌานเป็นเวลานานจนข้าคิดว่าเจ้าบ้าไป
แล้ว!”
เสี่ยวหมัวเซียนจะเห็นว่าดวงตาของหลินหมิงนั้นเต็มไปด้วยแสงอัน
รุ่งโรจน์ นอกเหนือจากความเหนื่อยเล็กน้อย เขาก็ดูเหมือนจะไม่ได้ทำ
อะไรเลยเลย ในที่สุดนางก็ผ่อนคลายตัวเอง
“ข้าดีใจที่เจ้าสบายดี อย่าผลักดันตัวเองมากเกินไป นี่คือรูปแบบค่าย
กลที่น่าจะถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า มันเป็นความกล้าหาญ
อย่างยิ่งของเจ้าที่จะลองและรับรู้มัน แม้ว่าข้าจะพยายาม แต่ก็ไม่เข้าใจ
อะไรเลย”
เสี่ยวหมัวเซียนเฝ้าดูหลินหมิงเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ขณะที่นางเฝ้าดูเขา
รับรู้ผ่านสุสานสัตว์อสูรเทวะ นางก็รู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อยเมื่อคิดว่าเขา
อาจใช้ความคิดของเขามากเกินไปในการทำเช่นนั้น โดยไม่ได้สังเกตุ
หลินหมิงได้ครอบครองจุดเล็กๆในหัวใจของนาง นางพูดต่อไปว่า “พัก
เถอะ เราจะฟื้นฟูตัวเองและพรุ่งนี้เราจะกลับหาผู้อาวุโสหมอกศักดิ์สิทธิ์
เพื่อทำการฝึกต่อไป”
เมื่อเห็นหลินหมิงไม่ได้พูดอะไรเลยซักคำในการตอบสนอง ดวงตา
ของเสี่ยวหมัวเซียนก็กระตุก “นี่ ข้าพูดมากจนเจ้าไม่ได้ยินข้าเลยหรือ?”
ขณะที่เสียงของเสี่ยวหมัวเซียนจบลง ทันใดนั้นหลินหมิงก็ยื่นมือ
ออกมาและจับข้อมือของเสี่ยวหมัวเซียน
“หลินหมิง, เจ้า…!”
เสี่ยวหมัวเซียนตกตะลึง นางไม่รู้ว่าหลินหมิงกำลังทำอะไรอยู่ แม้ว่า
พวกเขามักจะจับมือกันในช่วง 7 ปี ที่ผ่านมา แต่ก็มีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง
เสมอโดยไม่มีความหมายอื่น ในเวลาว่าง ทั้งสองนั้นไม่เคยสัมผัสกัน
“เจ้าเชื่อข้าหรือไม่?”
หลินหมิงถามอย่างฉับพลัน เสียงของเขาลึกซึ้งและเคร่งขรึม
“แน่นอนข้าเชื่อใจเจ้า” เสี่ยวหมัวเซียนตอบสนอง ไม่แน่ใจว่าเหตุใด
หลินหมิงจึงถามคำถามโง่ๆเช่นนี้
“ข้าจะเข้าไปในสุสานสัตว์อสูรเทวะจนกว่าข้าจะไปถึงบริเวณลึก
ที่สุด! เจ้าเต็มใจที่จะติดตามข้าไปหรือไม่?”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็มองตาเสี่ยวหมัวเซียนอย่างจริงจัง เสียง
ของเขาช้าและมั่นคงในขณะที่เขาพูดหนึ่งพยางค์ในเวลาเดียว
เสี่ยวหมัวเซียนถูกทำให้สับสน “เข้าไปในสุสานสัตว์อสูรเทวะ! เจ้า…
เข้าใจมันแล้ว!”
“ข้าแน่ใจแล้ว 90%!” หลินหมิงตอบอย่างมั่นใจ เมื่อเขาพูดว่า 90%
นั่นคือในกรณีที่เกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นเดียวกับกระแสพลังปีศาจ
ปะทุอีก
เสี่ยวหมัวเซียนเอามือปิดปากนาง นางรู้ว่าด้วยบุคลิกของหลินหมิง
นั้นมันก็ไม่มีทางที่เขาจะพูดอะไรบางอย่างที่ล้อเล่นเช่นนี้ แต่ คำถาม
ในตอนนี้คือ แม้ว่าหลินหมิงมองเห็นบางสิ่งบางอย่าง แล้วมันจะถูกต้อง
หรือไม่?
นางรู้สึกว่าหลินหมิงในปัจจุบันเพ้อเล็กน้อย เมื่อนางมองเข้าไปใน
ดวงตาที่สดใสของเขา มันก็มีความเจิดจ้าจนตาพร่าเลือนเล็กน้อย
ขณะที่นางกับหลินหมิงมองเข้าไปในดวงตาของกันและกัน นางก็
หายใจเข้าลึกๆและพยักหน้า “ข้าจะติดตามเจ้าไป”