Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,526 ทะลวงขั้นพลังอีกครั้ง
หลินหมิงไม่ได้วางแผนจะปกปิดอะไรจากเสี่ยวหมัวเซียน เขาถือ
ลูกแก้วสีดำและพูดตามความเป็นจริงว่า “จีเซียนเอ๋อร์ นี่เป็นแก่นสารที่
รวบรวมมาโดยลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดนับร้อยล้านปี”
“ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด!? เจ้าหมายถึง ลูกแก้วจิต
วิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดที่อยู่ในมือของบุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาล!”
เสี่ยวหมัวเซียนตะลึง ในฐานะผู้เยาว์ที่โดดเด่นสุดของแดนเทวะ นางย่อม
รู้อย่างแน่นอนว่าลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดคืออะไร และมัน
หมายถึงอะไร
“มันเป็นสิ่งนั้น”
เสี่ยวหมัวเซียนตกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินการยืนยันของหลินหมิง
“เจ้าจะมีอะไรแบบนั้นได้อย่างไร?”
“ผู้อาวุโสราชันสวรรค์บรรพกาลส่งต่อมาให้ข้า”
เผ่าพันธุ์ภูติเทพได้ปล้นลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดไปจาก
ราชันสวรรค์บรรพกาล นี่ไม่ใช่ความลับสำหรับบุคคลระดับสูงของแดนเท
วะ และแม้แต่เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังรู้ประวัติศาสตร์นี้ ในความเป็นจริง ถ้า
หลินหมิงไม่พูดอะไรเลย เสี่ยวหมัวเซียนจะคิดออกหลังจากฟื้นตัวจาก
อาการตกตะลึงของนาง
“ราชันสวรรค์บรรพกาล! ข้าเข้าใจแล้ว ดังนั้นหินกลียุคก็ถูกส่งต่อให้
เจ้าจากราชันสวรรค์บรรพกาล!”
เสี่ยวหมัวเซียนกล่าว เข้าใจถึงต้นตอโชคของหลินหมิงทันที่
มีความลับจำนวนมากเกินไปวนเวียนอยู่รอบๆหลินหมิง ในสายตา
ของเสี่ยวหมัวเซียน แม้ว่าจะมีผู้สืบทอดมรดกของราชันสวรรค์บรรพกาล
อย่างสมบูรณ์ แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะเข้าถึงความสูง
ของหลินหมิงในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะนักสู้จากแดนเบื้องล่าง มัน
เป็นไปไม่ได้เลยที่หลินหมิงจะได้รับการยอมรับจากราชันสวรรค์บรรพกาล
“ใช่แล้ว ผู้อาวุโสได้มอบความมีน้ำใจอันยิ่งใหญ่ให้กับข้า สิ่งที่เขาทิ้ง
ไว้ให้นั้นได้ช่วยชีวิตข้าหลายครั้ง เมื่อเผชิญหน้ากับเทียนหมิงจื่อ ผู้อาวุโส
ราชันบรรพกาลได้ช่วยชีวิตข้าสามครั้งแล้ว”
หลินหมิงและเทียนหมิงจื่อมีการเผชิญหน้ากันอย่างขมขื่นหลายครั้ง
“ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดในมือของข้าควบแน่นจาก
โลหิตชีวิตที่ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดดูดซับมานานกว่าร้อย
ล้านปี มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกมันออกจากกันและถ้าข้ากลืนมัน
ลงไปโดยตรง เช่นนั้นข้าก็มิอาจทนผลกระทบได้ ข้าสามารถใช้เต๋าสวรรค์
อนุภาคแรกกำเนิดที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยราชันสวรรค์บรรพกาลเพื่อแบ่ง
พลังงานต้นกำเนิดส่วนเล็กๆแล้วค่อยดูดซับมัน ตอนนี้ ข้าจะดึงพลังงาน
ส่วนหนึ่งออกมาแล้ว เจ้ากับข้าจะดูดซับมันด้วยกันได้”
“ดูดซับมันด้วยกันเช่นนั้นหรือ?” เสี่ยวหมัวเซียนตระหนักดีถึง
ความสำคัญของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดนี้ มันเหนือกว่า
โอสถศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ! หากนางสามารถดูดซับมันได้ มันจะเป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบ่มเพาะของนาง!
“อืม ตอนที่เราบ่มเพาะด้วยกันเมื่อครู่ ข้าก็รู้สึกว่าเจ้าห่างเพียงครึ่ง
ก้าวจากขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ หากเจ้าดูดซับมัน อาจเป็นไปได้ที่เจ้าจะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์!”
เมื่อเผชิญหน้ากับเทียนหมิงจื่อ หลินหมิงไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถ
เอาชนะด้วยตัวคนเดียวได้ หากเขาสามารถเพิ่มเสี่ยวหมัวเซียนเข้าร่วมสู้
ได้ เช่นนั้นพวกเขาทั้งสองจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นมาก
เสี่ยวหมัวเซียนเองก็ยังฝึกฝนคัมภีร์อาชูร่า เมื่อนางทะลวงเข้าสู่ขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ นางจะไม่อ่อนแอไปกว่าหลินหมิงมากนัก!
“ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์… บางทีข้าอาจจะฝ่าฟันไปถึงได้ แต่ถึงแม้ว่า
ข้าจะทำเช่นนั้น เจ้ากับข้าก็อาจจะมิใช่คู่มือของเทียนหมิงจื่อ…”
เสี่ยวหมัวเซียนไม่ปฏิเสธ ในเวลานี้ นางและหลินหมิงกำลังเดินทาง
ไปในทะเลที่มีพายุด้วยเรือลำเล็ก
“ใช่แล้ว… นั่นคือเหตุผลว่าเหตุใดข้าต้องเดิมพันทุกอย่างในเรื่องนี้
ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ข้าต้องทะลวงระดับอีกครั้ง!”
ในขณะที่หลินหมิงพูด มันก็มีแสงอันเฉียบคมในดวงตาของเขา
เสี่ยวหมัวเซียนตกใจมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “ทะลวงระดับอีกครั้งเช่นนั้น
หรือ? เจ้าจะทะลวงระดับอีกครั้งได้อย่างไร?”
หลินหมิงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นเมื่อหลายวันก่อน คง
เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะทะลวงระดับอีกครั้ง
ในหลายๆกรณี อัจฉริยะจะระงับการบ่มเพาะโดยเจตนาเพื่อสร้าง
รากฐานที่มั่นคงต่อไปแม้ว่าพวกเขาจะสามารถทะลวงีะดับได้ตลอดเวลาที่
ต้องการก็ตาม แต่สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออัจฉริยะเหล่านั้นอยู่
ในขอบเขตนั้นเป็นเวลานานพอสมควรและการบ่มเพาะของพวกเขาได้
สะสมในระดับที่สูงพอ
สำหรับหลินหมิง เขาเพิ่งผ่านเขตแดนขนาดใหญ่เมื่อหลายวันก่อน
และเขาก็ยังไม่มีการสะสมเลย โลกภายในของเขาว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเขาต้องการที่จะทะลวงระดับอีกครั้งก็จะเป็น
เพียงเรื่องไร้สาระพ่น
หลินหมิงกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะสามารถก้าวหน้าในระบบการ
หลอมรวมปราณได้อีก แต่มีโอกาสที่ข้าจะทำเช่นนั้นในระบบกายผันแปร
ข้าวางแผนที่จะ… ท้าทาย 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า!”
ในขณะที่หลินหมิงพูดคำว่า ‘9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า’ ทุกคำที่เขา
พูดนั้นเชื่องช้าและมั่นคง แต่ละคำเต็มไปด้วยความกล้าหาญและความ
มุ่งมั่นอย่างลึกซึ้ง!
“9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า!”
นั่นเป็นขอบเขตที่เป็นตำนาน สิ่งที่กกฎแห่งเต๋าสวรรค์ไม่ยอมรับ!
ในฐานะที่เป็นบุตรตรีที่น่าภาคภูมิของแดนเทวะ เสี่ยวหมัวเซียนก็รู้
อย่างแน่นอนว่าขอบเขตนี้มีความหมายว่าอย่างไร
“หลินหมิง… เจ้าล้อเล่นกับข้า… เจ้าต้องการทะลวงเข้าสู่ 9 ดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋า!?”
นับตั้งแต่เกิดมหาภัยพิบัติเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน, 9 ดวงดาราแห่ง
วิหารเต๋าก็กลายเป็นพันธนาการที่รั้งนักสู้ระบบกายผันแปรทุกคนไว้ พวก
เขามิสามารถปลดพันธนาการโซ่นี้ได้
ในตำนานเมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ราชันสวรรค์บรรพกาลได้หลุดพ้นจาก
พันธนาการเหล่านี้ กลายเป็นบุคคลแรกและคนเดียวที่ก้าวเข้าสู่ 9 ดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋านับตั้งแต่มหาภัยพิบัติครั้งล่าสุด!
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ราชันสวรรค์บรรพกาลสามารถทำให้สำเร็จได้
นั้นเป็นเพราะพรสวรรค์สูงสุดของเขา และที่สำคัญกว่านั้น เพราะเขามี
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด!
นั่นคือขุมทรัพย์สุดท้ายแห่งกายผันแปรของทั้ง 33 สวรรค์ และการ
ดำรงอยู่ที่ไม่เหมือนใครซึ่งเหนือกว่ากฎแห่งเต๋าสวรรค์ ด้วยพรสวรรค์ของ
ราชันสวรรค์บรรพกาลนอกเหนือจากสมบัติที่ท้าทายสวรรค์ ผู้คนรู้ว่าเขา
ได้หลุดพ้นจากกฎแห่งเต๋าสวรรค์และก้าวเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
สำหรับหลินหมิง เขาไม่ได้ครอบครองลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด!
หลินหมิงสร้างปาฏิหาริย์ครั้งแล้วครั้งเล่า และแม้แต่เสี่ยวหมัวเซียนก็
เชื่อว่าจะมีสักวันหนึ่งที่เขาจะทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้
แต่ก็ต่อเมื่อเขามีโชคที่ทำให้ดวงตาเบิกกว้างด้วย เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
และกับชะตากรรมอันยิ่งใหญ่บนร่างกายของหลินหมิง เขาก็จะมีโอกาส
ประสบความสำเร็จเท่านั้น!
เพียงแต่มิใช่ตอนนี้ที่หลินหมิงบอกว่าจะทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่ง
วิหารเต๋าเพียงเพราะเขาบอกว่าเขาจะทำได้!
“หลินหมิง เจ้ารู้ในสิ่งที่เจ้าพูดถึงหรือไม่? 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
เป็นตำนาน หากเจ้ามีลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด บางทีเจ้า
อาจจะสามารถทำมันได้ แต่ตอนนี้ เจ้ามีเพียงแก่นสารของลูกแก้วจิต
วิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดเท่านั้น”
ตามปกติแล้วเสี่ยวหมัวเซียนจะมีความมั่นใจในหลินหมิง แต่ในเวลา
นี้ แม้แต่นางก็ยังจะพบว่ามันยากที่จะเชื่อในตัวเขา
หลินหมิงกล่าวอย่างจริงจังว่า “ตั้งแต่เวลาที่ข้าก้าวไปบนเส้นทาง
แห่งนักสู้ ข้าก็เลือกที่จะบ่มเพาะร่างกายและพลังงาน ดังนั้นข้าย่อมรู้ว่า 9
ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าหมายถึงอะไร ในความเป็นจริง ข้าเข้าใจชัดเจน
กว่าใครๆ!”
คำพูดของหลินหมิงทำให้เสี่ยวหมัวเซียนพูดไม่ออก มันเป็นความจริง
ที่หลินหมิงได้ทำการบ่มเพาะ 8 ประตูเร้นลับภายในจนถึงขีดสุดแล้ว ใน
แง่ของการทำความเข้าใจ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า แม้แต่ราชันสวรรค์ก็
ยังด้อยกว่าเขา เหตุผลเดียวที่เขากล้าพูดว่าเขาจะฝ่าฟันเข้าสู่ 9 ดวงดารา
แห่งวิหารเต๋าได้ก็เพราะเขาได้พิจารณาตัวแปรทั้งหมดอย่างรอบคอบแล้ว
“เจ้ามีความมั่นใจเต็มที่ว่าเจ้าสามารถทำได้?” เสี่ยวหมัวเซียนกล่าว
มีความไม่เชื่อในเสียงของนาง
“ข้าไม่…” หลินหมิงส่ายหัว “แต่ตอนนี้ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ข้ามี
โอกาสเพียง 10% เท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ!”
“10%…” เสี่ยวหมัวเซียนรู้สึกว่าหัวใจของนางจมลงไปในท้อง แม้ว่า
มันจะน่าตกตะลึงที่หลินหมิงจะบอกว่าเขามีโอกาส 10% ที่จะทะลวงเข้า
สู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าจะสูง แต่โอกาสเพียง 10% ในช่วงเวลาวิกฤติ
นั้นก็ดูเหมือนจะต่ำเกินไป
“ถ้าเจ้าไม่อาจทะลวงเข้าสู่ 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า มันก็ไม่มีทางที่
เราจะรอดชีวิตไปได้เลยหรือ” เสี่ยวหมัวเซียนถามหลังจากช่วงเวลาแห่ง
ความเงียบงัน
หลินหมิงส่ายหัว “ข้าไม่สามารถคิดหาวิธีอื่นเพื่อให้เราอยู่รอดได้อีก
แล้ว วิธีการของเทียนหมิงจื่อนั้นช่างน่ากลัวและเจ้าเล่ห์เกินไป แม้แต่ข้า
จะไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเขาจะเล่นกลอันใดอีก แม้ว่าข้าจะทำให้เขา
ได้รับบาดเจ็บ แต่ข้าก็จะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงมากเพื่อทำเช่นนั้น ขณะนี้
เราอยู่ในสุสานของไป่ฉี ถ้าข้าไม่ผิด ตราบใดที่เทียนหมิงจื่อกำจัดผู้พิทักษ์
ได้หมด เขาก็จะผนึกตำหนักสวรรค์บรรพกาล อาจเป็นไปได้ว่าเขาจะวาง
ค่ายกลผนึกบนทางออกของมิตินี้เพื่อกำจัดโอกาสใดๆที่เราสามารถ
หลบหนีได้ จากนั้น เขาจะจับพวกเราที่นี่อย่างโหดร้าย”
ด้วยวิธีการปกติของเทียนหมิงจื่อ หลินหมิงไม่คาดหวังว่าเขาจะ
เปิดเผยข้อบกพร่องใดๆ
เสี่ยวหมัวเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆขณะที่นางได้ยินสิ่งนี้ ทันใดนั้น
นางก็หัวเราะ “อืม เมื่อเจ้าพูดเช่นนั้น ดูเหมือนว่านี่คือสิ่งที่พวกเขา
เรียกว่าโอกาสตาย 9 ใน 10…”
หากพวกเขารอเพียงความตาย หากหลินหมิงไม่สามารถเข้าสู่ 9 ดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋าได้ โอกาสในการเสียชีวิตของพวกเขาก็จะสูงถึง 90%
หลินหมิงส่ายหัว “อาจมากกว่า 90% เพราะแม้ว่าข้าจะทะลวงเข้าสู่
9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้ ข้าก็ยังไม่รู้ว่าข้าจะไปถึงระดับใดและจะ
แข็งแกร่งพอที่ข้าสู้กับเทียนหมิงจื่อได้หรือไม่”
เทียนหมิงจื่อเป็นมหาราชันพิภพ แม้ว่าเขาจะหมดแรง แต่เขาก็มี
แนวโน้มที่จะมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีก
หลังจากฟังหลินหมิง สักพักหนึ่ง เสี่ยวหมัวเซียนก็ไม่รู้ว่าความรู้สึก
แบบใดที่วิ่งแล่นหัวใจของนาง
นอกจากความกลัวต่อความตายที่สามารถมาถึงได้ทุกเวลาแล้ว มัน
ยังมีความคิดอื่นๆในหัวใจของนางด้วย
นางมองดูหลินหมิงนานแล้วกล่าวอย่างเงียบงันว่า “ถ้าเจ้าตายกับข้า
ที่นี่ เจ้าจะเสียใจหรือไม่?”
“เสียใจ?” หลินหมิงตกตะลึง เขาพบว่ามันแปลกที่เสี่ยวหมัวเซียนจะ
ถามคำถามเช่นนี้ในทันที่ หากพวกเขาตายที่นี่จริงๆแล้วเช่นนั้นจะมีสิ่งใด
ให้เสียใจน่ะหรือ?
“ข้าก็ต้องการถามเจ้าบ้าง เจ้าเสียใจที่มายังเส้นทางแห่งอาชูร่า เจ้า
เสียใจที่เดินทางมายัง แดนเร้นร้างไพศาล เจ้ารเสียใจที่ได้ช่วยชีวิตข้าและ
เข้าสู่หุบเขามรณะกับข้า ซึ่งเราติดอยู่เป็นเวลา 9 ปีและหลังจากนั้นใน
ที่สุดก็ออกมา และเรายังอาจถูกฝังอยู่ในดินแดนที่อันตรายนี้หรือไม่…”
คำพูดของเสี่ยวหมัวเซียนทำให้หลินหมิงจดจำความทรงจำบางอย่าง
ได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องง่ายที่จะบอกว่าพวกเขาติดอยู่ในหุบเขามรณะเป็น
เวลา 9 ปี แต่ความจริงก็คือว่า 9 ปีนั้นคือ 3300 วันและ 3300 คืน เขา
จำได้ทั้งหมดนี้เพราะมันเป็นสิ่งที่ทิ้งรอยลึกไว้ในหัวใจของเขา
เขาถอนหายใจเบาๆแล้วพูดว่า “ถ้าข้าตายที่นี่จริงๆ แน่นอนว่าข้าจะ
ไม่เต็มใจ แต่ในโลกนี้ไม่มีโอกาสที่จะเสียใจ ตั้งแต่ข้าเลือก ข้าเองก็ต้อง
เผชิญหน้ากับพวกมันด้วย มันไม่ได้เกี่ยวกับความเสียใจหรือไม่เสียใจ
เพราะจะมีประโยชน์อันใดที่จะเสียใจในท้ายที่สุด?”
เสี่ยวหมัวเซียนถูจมูกของนางเพื่อตอบสนอง ดูเหมือนจะไม่ชอบ
คำตอบของหลินหมิง นางพูดอย่างไม่มีความสุขว่า “จากสิ่งที่เจ้าพูด ถ้า
ความเสียใจมีประโยชน์กับเจ้า เช่นนั้นเจ้าก็เสียใจ… ใช่หรือไม่?”
เสี่ยวหมัวเซียนดูเหมือนจะยุ่งเหยิงกับคำถามที่ไม่มีความหมาย ซึ่งดู
เหมือนจะไม่สมเหตุสมผลเลย หลินหมิงไม่รู้วิธีตอบกลับ ในความเป็นจริง
เขาเข้าใจความคิดของนางอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะอยู่กับสิ่ง
เหล่านี้
“ในเวลานี้ มีประโยชน์อันใดในการพูดคุยเกี่ยวกับความคิดยุ่งเหยิง
เหล่านี้? มาช่วยกันประหยัดเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และดูดซับ
แก่นสารของลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดดีกว่า การพยายามที่
จะก้าวไปข้างหน้าในขณะนี้คือสิ่งที่เราทั้งคู่ควรพยายามให้ได้”
เสี่ยวหมัวเซียนจ้องมองหลินหมิง ใบหน้าของนางน่าเกลียดเล็กน้อย
“การไหลของเวลาถูกเร่ง 500 เท่าที่นี่ ดังนั้นการพูดสักคำจะใช้เวลาสัก
เพียงใดกัน? ข้าแค่กลัวว่าถ้าข้าไม่ได้บอกพวกมันออกมาตอนนี้ ข้าจะไม่มี
โอกาสในภายหลัง…”
เมื่อพูดถึงตรงนี่ เสียงของเสี่ยวหมัวเซียนดูเหมือนจะมีนัยแห่งความ
โศกเศร้า
หลินหมิงรู้สึกว่าหัวใจของเขาอ่อนโยนลง “ถ้าเจ้ามีคำพูดอื่นๆ
เช่นนั้นก็กล่าวออกมา…”
“ข้ามีคำถามที่ข้าอยากจะถามเจ้ามานานแล้ว…” ริมฝีปากของ
เสี่ยวหมัวเซียนสั่นไหว ดวงตาของนางหวั่นไหวเมื่อนางมองหลินหมิง นาง
เงียบไปนาน ราวกับว่านางกำลังรวบรวมความตั้งใจ นางกล่าวอย่างสงบ
และชัดเจนว่า “วันหนึ่งถ้าเจ้าและข้ากลายเป็นศัตรู เจ้าจะฆ่าข้าหรือไม่?”