Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,678 ประตูแห่งกฎเปิดขึ้น
“จักรพรรดินีของเผ่าพันธุ์วิญญาณ… ถ้านางมาจาก 33 สวรรค์แล้ว
นางย่อมรู้แน่นอนเกี่ยวกับสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ภูติเทพและเผ่าพันธุ์
วิญญาณ…”
หลินหมิงเป็นห่วงเรื่องสงครามระหว่างภูติเทพและวิญญาณใน 33
สวรรค์; นี่เป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงอย่างมากกับมหาภัยพิบัติของมวล
มนุษย์
ศัตรูของศัตรูคือมิตร จากมุมมองนี้ เผ่าพันธุ์วิญญาณไม่มี
ผลประโยชน์ทับซ้อนกับมวลมนุษย์
มันเพียงแต่ว่าวิญญาณของ 33 สวรรค์นั้นลึกลับเกินไป ดูเหมือนว่า
เนื่องจากยังมีม่านพลังระหว่างแดนเทวะและจักรวาลของวิญญญาณ
ความรู้ของหลินหมิงนั้นจึงจำกัด
เมื่อความคิดทั้งหมดเหล่านี้พุ่งผ่านจิตใจของหลินหมิง ในเวลานี้เสียง
ดังขึ้น “ท่านหลิน มันเป็นเวลานานแล้วที่เราไม่ได้พบกัน…”
นี่คือเสียงที่คุ้นเคย หลินหมิงหันกลับมา ตกใจและเห็นว่าห่างออกไป
เพียงไม่กี่ร้อยฟุตก็มีผู้หญิงสวมชุดกระชับ
นางสงบและมีรูปร่างส่วนโค้งเว้าเกินกว่าที่จะเชื่อ นางมีความหรูหรา
มากและเมื่อรวมกับชุดของนางแล้ว ก็ดูเหมือนความงามแบบดั่งเดิม
ผู้หญิงคนนี้คือซู่หย่า!
การแต่งตัวปัจจุบันของนางแตกต่างไปจากเมื่อ 20 ปีก่อนอย่าง
สิ้นเชิง
ในเวลานั้น ซูหย่าได้แต่งตัวดึงดูดทางเพศมากเกินไป หน้าอกสีขาว
น้ำนมของนางที่คอทำให้นางดูเหมือนว่าเทพีลงมายังโลกมนุษย์
แต่ซู่หย่าในปัจจุบันสวมเสื้อผ้าเรียบง่าย นางดูสง่างามและร่าเริ่ง
เหมือนบุตรสาวของตระกูลขุนนาง
กรามของเสี่ยวหมัวเซียนหล่นลง มันไม่เหมือนซู่หย่าที่นางจำได้เลย
“น้องสาวเซียนเอ๋อร์ เจ้ายังคงงดงามเช่นเคย” ซู่หย่ายิ้ม ชั่วครู่หนึ่ง
อากาศดูเหมือนจะสว่างขึ้นและเต็มไปด้วยหมอกควัน
“พี่สาวซู่หย่าเองก็งดงามอย่างที่ข้าจำได้” เสี่ยวหมัวเซียนพูดอย่าง
อ่อนหวาน เขี้ยวน้อยของนางสะท้อนแสง หลังจากแยกทางกันครั้งล่าสุด
นางและซู่หย่าได้ปรับปรุงความสัมพันธ์ของพวกนางอย่างลึกลับ ตอนนี้
เสี่ยวหมัวเซียนได้เห็นซู่หย่าในวันนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชอบผู้หญิงคน
นี้อย่างจริงใจ
หญิงสูงศักดิ์และสง่างามเช่นนี้จะได้รับการชื่นชมจากชายหรือหญิงที่
เห็นพวกเขา
“เป็นเวลานานแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน ข้าไม่คิดว่าเราจะได้พบกันใน
ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย…” หลินหมิงไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อ
เห็นซู่หย่าในปัจจุบัน เขาชี้ไปที่มู่หลิงเยว่และคนอื่นๆ พูดว่า “แม่นางซู่
หย่า นี่เป็นสหายของข้า เราเข้าร่วมในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
ด้วยกัน…”
ในขณะที่หลินหมิงแนะนำทีมของเขา เช่นเดียวกับที่เขากำลังจะพูด
อะไรบางอย่าง ทั้งประตูกฎก็เริ่มเปล่งแสงที่เจิดจ้า!
ทุกคนตกใจและหันไปทางนั้น ประตูกฎขนาดใหญ่เริ่มดังกึกก้อง
แม้แต่โลกก็ยังสั่นสะเทือน ออร่าที่น่ากลัวไหลมายังทุกคนเหมือนน้ำตกที่
ไม่รู้จักจบ
ทุกคนที่เผชิญหน้ากับประตูแห่งกฎรู้สึกกดดันอย่างมาก นี่คือแรง
กดดันสามด้าน วิญญาณ ร่างกายและโลกภายในของพวกเขา แม้ว่าคน
เหล่านี้ล้วนได้รับการเลือกจากสวรรค์ แต่พวกเขาก็ยังพบว่ามันยากที่จะ
ต้านทาน!
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
เหมือนเสียงสายฟ้านับล้าน สองบานประตูยักษ์เริ่มเปิดออกอย่าง
ช้าๆ!
ประตูแห่งกฎเปิดขึ้นแล้ว!
ช่วงเวลาที่ประตูแห่งกฎเริ่มเปิดออก บรรยากาศที่เก่าแก่และทรง
พลังซึ่งบรรจุพลังของเต๋าอันยิ่งใหญ่พุ่งออกมาภายนอก นักสู้ทั้งหมดที่อยู่
ข้างนอกได้ถูกอาบด้วยเต๋าอันยิ่งใหญ่ ชั่วครู่หนึ่ง ทุกคนต่างตกใจ มัน
เหมือนพวกเขารู้แจ้ง ความคิดและวิญญาณของพวกเขาเต็มไปด้วยแรง
บันดาลใจที่ไร้สิ้นสุด!
แม้แต่จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยผู้ซึ่งรับการสันดาปมาด้วยออร่าผู้
ยิ่งใหญ่เรียบร้อยแล้วก็ยังรู้สึกถึงแรงบันดาลใจเกิดขึ้นในใจ ราวกับว่านาง
กำลังจะเข้าใจกฎมากขึ้น
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันเรียกว่าประตูแห่งกฎ”
หลินหมิงตกตะลึงเมื่อรู้สึกถึงออร่านี้ ความรู้สึกเช่นนี้คล้ายกับนักสู้
มนุษย์ที่กำลังก้าวข้ามเก้าวิบัติในขณะที่เสี้ยวกฎจะลงมาจากสวรรค์ สลัก
บนเนื้อและกระดูกของนักสู้
อย่างไรก็ตาม เต๋าสวรรค์ที่บรรจุอยู่ในประตูแห่งกฎนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาสั้นๆ นักสู้ก็ไม่สามารถรับรู้ได้มากเกินไป พวก
เขาไม่สามารถรับรู้ได้ถึงหนึ่งในล้านของสิ่งที่กวาดผ่านพวกเขา
แม้แต่หลินหมิงเองก็ยังเพียงสัมผัสได้ถึงคัมภีร์อาชูร่าที่อยู่ในออร่า
เต๋าอันยิ่งใหญ่ได้อย่างเลือนรางเท่านั้น น่าเสียดายที่ออร่าของเต๋าอัน
ยิ่งใหญ่หายไปก่อนที่เขาจะเข้าใจ…
“ช่างน่าเสียดายยิ่ง…”
หลินหมิงส่ายหัว มันจะดีมากถ้าเขาสามารถเข้าใจได้มากกว่านี้
นักสู้อื่นๆต่างก็เปิดตา สิ่งที่พวกเขาเข้าใจนั้นด้อยกว่าสิ่งที่หลินหมิง
เข้าใจ กฎภายในประตูแห่งกฎบรรจุปรากฏการณ์ทั้งหมดให้มีอยู่ใน
สวรรค์และปฐพี ไม่เพียงแต่มีเต๋าสวรรค์อาชูร่าเท่านั้น แต่ยังมี 33 กฎ
แห่งเต๋าสวรรค์อันซับซ้อนอย่างไร้
ไม่ว่าจะมาจากเผ่าพันธุ์ใดหรือใช้เคล็ดบ่มเพาะใด ทุกคนจะได้รับ
ประโยชน์จากออร่าของเต๋าอันยิ่งใหญ่ต่อหน้าประตูแห่งกฎ
ทุกคนมองไปที่ประตูแห่งกฎก็เห็นว่าภายในประตูนั้นเป็นท้องฟ้าที่
เต็มไปด้วยดวงดาวไร้สิ้นสุด และในโลกที่เต็มไปด้วยดวงดาวแห่งนี้ มี 4
ประตูมิติเวลาเรียงกัน
ประตูมิติเวลาเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับประตูวงกลม พลังงานต้น
กำเนิดที่ไร้สิ้นสุดรวมตัวกันรอบพวกมัน หมุนอย่างช้าๆทำให้พวกมันดู
เหมือนหลุมดำลึกลับ
มีความแตกต่างอย่างมากระหว่าง 4 ประตูมิติเวลานี้ จากซ้ายไปขวา
ประตูมิติเวลาจะเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ ประตูด้านซ้ายสุดมีความกว้างเพียง
ไม่กี่ร้อยไมล์ มันเป็นสีเทาเข้ม สำหรับประตูทางขวาสุด มันกว้างเพียง 10
ไมล์และมีโลหิต ประตูสีแดงนี้ทำให้ผู้หนึ่งรู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวล
“ประตูนี้…”
หลินหมิงมองไปยังประตูมิติเวลาที่เล็กที่สุด เขารู้สึกเลือนรางว่า ยิ่ง
ประตูมิติเวลามีขนาดเล็ก มันก็ยิ่งมีออร่าที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า!
นักสู้ยืนอย่างสงบนิ่งต่อหน้าประตูมิติเวลาขนาดใหญ่ทั้ง 4 นี้ พวก
เขากำลังตัดสินใจที่จะส่งผลต่อศักยภาพในอนาคตของพวกเขาและ
แม้กระทั่งทั้งชีวิต!
“ประตูมิติเวลาที่เล็กจะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น!”
หลายคนที่เข้าใจสถานการณ์ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายกล่าว
ออกมา
“เป็นเช่นนี้เอง? ไม่น่าแปลกใจที่ประตูด้านขวาสุดจะมีออร่าที่น่ากลัว
ที่สุดซึ่งไหลออกมาจากมัน มันเหมือนมีสัตว์อสูรเทวะโบราณซ่อนตัวอยู่ใน
นั้น นี่เป็นความยากระดับสวรรค์ที่องค์รัชทายาทลำดับและหงเหยียนพูด
กันใช่หรือไม่?”
หลายคนเคยได้ยินองค์รัชทายาทและหงเหยียนแลกเปลี่ยนคำพูดกัน
อย่างร้อนแรง องค์รัชทายาทและหงเหยียนนั้น ทั้งคู่ไม่กล้าเลือกความ
ยากระดับสวรรค์ นี่คือสิ่งที่พวกเขาไม่กล้าแตะต้อง และแม้แต่ความยาก
ในระดับพสุธาก็จะค่อนข้างยากสำหรับพวกเขา
“ไม่ใช่…!”
ในเวลานี้ หงเหยียนพูดขึ้นมา เขามองที่จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่ง
เหม่ยและเริ่มพูดช้าๆว่า “ความยากระดับสวรรค์เป็นประตูมิติเวลาที่สอง
จากด้านขวา ส่วนที่สองจากซ้ายคือความยากในระดับพสุธา สำหรับ
ประตูแรกทางซ้าย ประตูมิติเวลาที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือความยากระดับมนุษย์
ที่ง่ายที่สุด…”
หงเหยียนได้รับข้อมูลจำนวนมากอย่างละเอียดที่เกี่ยวกับด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
“อะไรกัน มิใช่ว่าความยากระดับสวรรค์ยากที่สุดแล้วหรือ? ประตู
มิติเวลาสีโลหิตขวาสุด…”
หลายคนตกใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทันใดนั้น ดวงตาของพวกเขาขยับไป
ทางประตูมิติเวลาด้านขวาสุดซึ่งก็เล็กที่สุด เมื่อทุกคนจ้องมองที่ประตูนี้
พวกเขารู้สึกถึงความสยดสยอง ราวกับว่าวิญญาณของพวกเขาจะถูกดูด
เข้าไปข้างใน มันยากที่จะมองไปยังประตูนี้เป็นเวลานาน
“ประตูมิติเวลานั้นเป็นความยากระดับอาชูร่า…”
หงเหยียนส่ายหัว แม้ว่าความยากระดับสวรรค์จะยาก แต่ก็จะมี
สิ่งมีชีวิตไร้เปรียบมาตั้งแต่สมัยโบราณที่กล้าท้าทายมัน ตัวอย่างเช่น หาก
ใครต้องการได้รับอัตราความสำเร็จ 80% สุดท้ายหรือสูงกว่า พวกเขา
จะต้องเลือกประตูความยากระดับสวรรค์
แต่ความยากระดับอาชูร่าเองก็เป็นพื้นที่ต้องห้ามแล้ว ในเส้นทาง
แห่งอาชูร่า ทุกสิ่งที่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า ‘อาชูร่า’ นั้นน่ากลัวมาก!
“ความยากระดับอาชูร่า…”
ผู้เยาว์ที่โดดเด่นจำนวนมากอ้าปากค้าง พวกเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
หลายคนมองไปที่จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยอย่างเงียบๆ พวกเขา
ต่างก็สงสัยว่า – เซิ่งเหม่ยมีโอกาสที่จะในการท้าทายความยากระดับอาชู
ร่าหรือไม่?
“ไม่ต้องกังวลกับคนอื่น พวกเจ้าส่วนที่เหลือควรเลือกความยากที่ตน
ต้องการอย่างรวดเร็วและไปยืนหน้าประตูมิติเวลาที่สอดคล้องกัน ประตู
มิติเวลาจะส่งกระแสวังวนอวกาศที่จะกลืนเจ้าเข้าไปออกมา ในเวลานั้น
ทุกคนจะเข้าสู่ด้านทดสอบของตนเอง ไม่ว่าเจ้าจะผ่านหรือไม่ก็ตาม ทุก
อย่างขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง อย่าคาดหวังให้ใครมาช่วยเจ้าได้!”
หงเหยียนกระทืบเท้าต่อผู้เยาว์สองสามคนที่ตกอยู่ในความงุนงง
ในขณะที่พูดกับพวกเขา เขาเองก็มองไปยังองค์รัชทายาท
ในเวลานี้ องค์รัชทายาทยืนอยู่หน้าประตูมิติเวลาที่สองจากด้านซ้าย
– ซึ่งเป็นความยากระดับพสุธา
หงเหยียนหัวเราะและเดินไปอย่างช้าๆ
ผู้คนจำนวนหนึ่งเลือกประตูความยากระดับพสุธาพร้อมกับองค์รัช
ทายาทและหงเหยียน
ฟ่านฮวาฮวาตบมือและพูดกับหลินหมิงว่า “น้องชายหลิน ข้าจะไป
ก่อนล่ะ ข้ารู้สึกว่าความยากระดับพสุธานี้อยู่ในระดับที่ข้าสามารถรับมือ
ได้ เจ้าจะเข้าร่วมข้าหรือไม่? หรือบางที…”
ขณะที่ฟ่านฮวาฮวาพูด เขาก็มองไปยังประตูความยากระดับสวรรค์
ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ยืนอยู่ข้างหน้ามัน ในความเห็นของฟ่านฮวาฮวา
พรสวรรค์ของหลินหมิงนั้นเกินกว่าจะเปรียบเทียบ หากเขาเลือกความ
ยากระดับสวรรค์ แม้ว่าอาจจะมีปัญหาบางอย่าง แต่มันเป็นความท้าทาย
ที่เขาสามารถทำได้
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้หนึ่งไม่จำเป็นต้องทำผ่านประตูกฎอย่าง
สมบูรณ์ ตราบใดที่สามารถทำส่วนหนึ่งให้สำเร็จได้ก็พอ
ฟ่านฮวาฮวาได้เลือกประตูมิติเวลาความยากระดับพสุธาและเขา
ไม่ได้วางแผนที่จะทำมันให้สมบูรณ์ เขาตระหนักดีถึงความสามารถของ
ตัวเองและรู้ว่าเขาขาดสิ่งใดไปเมื่อเทียบกับองค์รัชทายาทและหงเหยียน
หลินหมิงยิ้มเพียง แต่ไม่ตอบสนอง
ฟ่านฮวาฮวาคิดว่าหลินหมิงยังตัดสินใจไม่ได้ว่าเขาต้องการอะไร เขา
พูดว่า “เอาล่ะ งั้นข้าจะไปก่อน”
ฟ่านฮวาฮวาพยักหน้าให้หลินหมิงแล้วไปยืนต่อหน้าประตูความยาก
ระดับพสุธา
มู่หลิงเยว่และเชียนถูชำเลืองมองกัน หลังจากพูดกันสองสามคำกับ
หลินหมิง พวกเขาเองก็เข้าร่วมกับฟ่านฮวาฮวา
พวกเขาไม่ได้มีร่างกายหยินบริสุทธิ์เช่นฟ่านฮวาฮวา และในแง่
พรสวรรค์พวกเขาก็ด้อยกว่าเล็กน้อยด้วย แต่พวกเขาสองคนไม่เต็มใจที่
จะเลือกประตูมิติเวลาระดับมนุษย์ที่ต่ำสุด
“ท่านหลิน ผลประโยชน์จะยิ่งใหญ่ที่สุดหากเลือกความยากที่
สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ พยายามอย่าผลักตัวเองมากเกินไป” ซู่
หย่าพูดกับหลินหมิงก่อนที่นางจะจากไป
ความจริงก็คือ ซู่หย่าไม่เคยเห็นการต่อสู้ของหลินหมิง แต่
สัญชาตญาณของนางกลับบอกกับนางว่าหลินหมิงนั้นแตกต่างจาก
ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะสามัญ เขาไม่ควรอ่อนแอ
“อืม ขอบใจมาก…”
หลินหมิงยิ้มเล็กน้อยและเฝ้าดูขณะที่ซู่หย่าก้าวไปข้างหน้าประตู
ระดับพสุธา
จากนั้น นักสู้หลายคนก็เริ่มตัดสินใจเลือก ในแง่สัดส่วนของคนที่
เลือก ประตูระดับมนุษย์คิดเป็น 60% และประตูระดับพสุธาคิดเป็น 40%
ด้านหน้าของประตูระดับสวรรค์ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์
ในเวลานี้ มีเพียงไม่กี่คนที่ยังไม่ได้เลือก ซึ่งรวมถึงหลินหมิงและ
เสี่ยวหมัวเซียน เช่นเดียวกับจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย
สายตาของทุกคนหันไปหาจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย พวกเขาทุก
คนรอที่จะเห็นตัวเลือกของนาง