Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,679 ตัวเลือกของหลินหมิง
โดยไม่ต้องสงสัย เซิ่งเหม่ยเป็นบุคคลที่ทรงพลังที่สุดในด่านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้าย ทุกคนอยากรู้ว่านางจะเลือกความยากอะไร
สีหน้าของเซิ่งเหม่ยนั้นเฉยเมย ย่างก้าวของนางค่อยๆขยับไป
ข้างหน้าและร่างพริ้วเหมือนกลีบดอกไม้สีฟ้าในสายลม
ทิศทางที่นางเลือกคือประตูที่สองจากด้านขวา ประตูมิติเวลาระดับ
สวรรค์!
“มันคือระดับสวรรค์! จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยได้เลือกความ
ยากระดับสวรรค์!” นักสู้วิญญาณหลายคนร้องอุทาน
“นี่! สำหรับจักรพรรดินีวิญญาณ ประตูระดับสวรรค์จะมีอันใด? ครั้ง
ล่าสุดที่จักรพรรดินีวิญญาณอยู่ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย นางเอง
ก็ยังเลือกความยากระดับสวรรค์ หากจักรพรรดินีวิญญาณเลือกความยาก
ระดับสวรรค์ มันก็เป็นไปได้ว่านางจะสามารถทำมันให้สมบูรณ์แบบได้”
เพื่อทำให้ความยากระดับสวรรค์สมบูรณ์แบบนั้น สำหรับผู้ฟัง นี่เป็น
ตำนาน!
และในเวลานี้ เกือบทุกคนได้เลือกแล้ว สิ่งเดียวที่ขาดหายไปคือ
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียน
หลินหมิงลูบคางของเขาโดยไม่ได้พูดอะไร
แผนเดิมของเขาคือ ให้ทุกคนเข้าไปในประตูมิติเวลาแล้วเขาจะเลือก
เช่นนี้ มันจะไม่กระตุ้นความสนใจของทุกคนไม่ว่าเขาจะเลือกอะไร
แต่ประตูมิติเวลากลับเปิดใช้งานทั้งหมดในครั้งเดียวกัน และดูดทุก
คนเข้าไป ถ้าเป็นเช่นนั้น หลินหมิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลือกมัน
ภายใต้สายตาของทุกคน
หลินหมิงมองไปยังเสี่ยวหมัวเซียน เสี่ยวหมัวเซียนกล่าวว่า “พี่ใหญ่
หลินข้าเลือกแล้ว”
“อืม…”
หลินหมิงพยักหน้า ความจริงก็คือ ในเวลานี้ มีคนไม่มากนักที่ให้
ความสนใจกับหลินหมิง พวกเขาต่างดูที่จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย
สำหรับหลินหมิงนั้น มีคนไม่มากที่ใสใจเขา
แน่นอนว่ามีบางคนที่คอยจับตาดูหลินหมิงเสมอ ตัวอย่างเช่นอ๋องโฮ
เยว่
อ๋องโฮเยว่ยืนอยู่ด้านหลังองค์รัชทายาทลำดับสาม ด้วยคนจำนวน
มากที่นี่ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะเริ่มโจมตีทันที่ เขาจะต้องรอ
จนกว่าเขาจะถึงด่านที่ 3 จากนั้นมองหาโอกาสที่จะได้สนุกกับหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม อ๋องโฮเยว่ไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิงจะยังไม่ตัดสินใจ
เลือก แต่เขายืนอยู่ตรงหน้าประตูมิติเวลาทั้งสี่
เขาเริ่มเข้าใจอย่างช้าๆว่าทำไมหลินหมิงถึงยังไม่ได้ตัดสินใจ
มันต้องเป็นเพราะถึงแม้ว่าหลินหมิงจะมีประสิทธิภาพการต่อสู้ที่
ครอบคลุมสูง แต่เหตุผลนี้ก็เป็นเพราะอักขระรูนเทวะของเขา แต่ในประตู
แห่งกฎ วัตถุภายนอกเหล่านั้นล้วนไร้ประโยชน์!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อ๋องโฮเยว่ก็หัวเราะเยาะเย้ย
“เจ้าสารเลวน้อย เจ้ากลัว? ประตูแห่งกฎนั้นทดสอบพรสวรรค์ของ
นักสู้ และสิ่งของภายนอกไม่สามารถมีบทบาทได้! อย่าคิดว่าเจ้าจะ
สามารถพึ่งพาอักขระรูนเทวะได้ ไม่ว่าพวกมัมนจะแข็งแกร่งเพียงใด พวก
มันก็จะยังคงไม่มีอะไรมากไปกว่าเศษกระดาษ! ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถ
โผล่ออกมาจากประตูแห่งกฎได้ แล้วข้าจะฆ่าเจ้าเพื่อสมบัติทั้งหมดมา ฮ่า
ฮ่าฮ่า!”
หลินหมิงมองไปยังอ๋องโฮเยว่อย่างเฉยเมย ไม่สนใจการยั่วยุของเขา
อย่างไรก็ตาม อ๋องโฮเยว่ทำให้หลินหมิงได้รู้เกี่ยวกับบางอย่าง นั่นคือใน
ประตูแห่งกฎนั้น สิ่งของภายนอกทั้งหมดจะไร้ประโยชน์
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว มันก็สมเหตุสมผลเช่นกัน หากสามารถใช้สิ่ง
ภายนอกได้ เช่นนั้นมันก็จะไม่เป็นการทดสอบความสามารถของนักสู้
อย่างแท้จริง
การได้เห็นประตูแห่งกฎสั่นสะเทือนเล็กน้อยราวกับว่ากระแสวังวน
ในอวกาศกำลังเดือด หลินหมิงก็ส่ายหัว “ลืมมันไปซะ ไม่สำคัญว่าคนอื่น
จะคิดว่าข้าเป็นคนโง่เขลา…”
หลินหมิงคาดหวังไว้แล้วว่าการเลือกของเขาจะทำให้หลายคนที่นี่คิด
ว่าเขามิได้เป็นอะไรนอกจากเป็นคนเสียสติ และในความจริง นี่ก็เป็นเรื่อง
ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้…
เสี่ยวหมัวเซียนก้าวออกไปข้างหน้าหลินหมิง ย่างก้าวของนางแผ่ว
เบาและมีชีวิตชีวา เหมือนผีเสื้อที่งดงามลอยไปข้างหน้า แม้ว่าย่างก้าว
ของนางจะไม่เร็วนัก แต่นางมาถึงหน้าประตูมิติเวลาที่นางเลือกในพริบตา
ทางเลือกของนางคือ ความยากระดับสวรรค์ นางยืนอยู่ข้าง
จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย
ชั่วเวลาหนึ่ง แม้แต่เซิ่งเหม่ยก็ยังมองดูเสี่ยวหมัวเซียนด้วยความ
ประหลาดใจ
สำหรับหญิงสาวที่บอบบางคนนี้ที่ยืนอยู่ข้างเซิ่งเหม่ย ภาพนี้ช่างน่า
ทึ่งเหลือเกิน
ฝูงชนที่เดิมทีเสียงดังสงบลงไปชั่วเวลาหนึ่ง ทุกคนค้นพบว่ามีบางสิ่ง
ที่แปลกเกี่ยวกับบรรยากาศ และเมื่อพวกเขาค้นพบเหตุผล พวกเขา
ทั้งหมดก็มองไปยังเสี่ยวหมัวเซียน
เมื่อพวกเขามองดูเสี่ยวหมัวเซียน พวกเขาต่างก็ตะลึง ทุกคนมีความ
คาดหวังสูงจากความยากระดับสวรรค์แล้ว พวกเขามองนางพร้อมกับเบิก
ตากว้าง
หยิงสาวคนนี้มีพื้นหลังเช่นใดที่นางจะกล้าเลือกความยากระดับ
สวรรค์
ซู่หย่าเองก็ปิดปากของนาง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย นางก็รู้จักเสี่ยวหมัว
เซียนมานานแล้ว และตอนนี้คิดว่านางคล้ายกับน้องสาวตัวน้อย แม้นาง
จะรู้สึกว่าพรสวรรค์ของเสี่ยวหมัวเซียนไม่ธรรมดา แต่นางก็ไม่ได้คิดว่า
นางจะมีความมั่นใจและกล้าหาญที่จะเลือกความยากระดับสวรรค์!
และก่อนที่ทุกคนจะมีเวลาได้ตอบสนอง บางสิ่งที่ไร้สาระยิ่งกว่าก็
เกิดขึ้น!
พวกเขาเห็นชายหนุ่มชุดดำเดินผ่านประตูระดับสวรรค์ไปยังประตู
ด้านขวาสุด นั่นคือประตูมิติเวลาที่เป็นความยากระดับอาชูร่า!
สำหรับอ๋องโฮเยว่ผู้ที่เฝ้ามองหลินหมิงตั้งแต่เริ่มต้น รอยยิ้มเย้ยหยัน
ดั้งเดิมของเขานั้นก็กลายเป็นแข็งค้างอย่างสมบูรณ์ เขาเฝ้าดูด้วยความไม่
เชื่ออย่างที่สุดขณะที่หลินหมิงเข้ามาใกล้ประตูมิติเวลาความยากระดับอา
ชูร่า อ้าปากค้างและตะลึง
“อะไร… เขากำลังทำอะไรอยู่?” อ๋องโฮเยว่พึมพำกับตัวเอง ดวงตา
เบิกกว้าง สิ่งนี้ไม่อาจกระทั่งเรียกได้ว่าบ้าไปแล้ว!
เป็นไปได้หรือไม่ที่หลินหมิงตระหนักว่าเขาไม่สามารถผ่านได้เขาจึง
จมลงสู่ความสิ้นหวังและทำให้เป็นที่โดดเด่นมากที่สุด?
ไม่… แม้ว่าอ๋องโฮเยว่จะเยาะเย้ยหลินหมิง แต่เขาก็รู้ว่าความเร็วใน
การบ่มเพาะของหลินหมิงนั้นเร็วมาก แม้ว่าความแข็งแกร่งในกาาต่อสู้ที่
แท้จริงของหลินหมิงจะนั้นเป็นขยะ แต่การผ่านความยากระดับต่ำก็ยัง
เป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นปัญหา
ยิ่งกว่านั้น การผ่านและทำให้สมบูรณ์ก็เป็นสองแนวคิดที่ต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง หากมีใครต้องการเข้าสู่ด่านที่ 3, นั่นก็ไม่ยากเลย
ในขณะที่อ๋องโฮเยว่จมอยู่ในความคิด หลินหลินก็ได้ยืนอยู่หน้าประตู
ความยากระดับอาชูร่าแล้ว
ต่อหน้าประตูมิติเวลานี้ มีเพียงหลินหมิงยืนอยู่ที่นั่น มันเป็นอะไรที่
ดึงดูดสายตาอย่างที่สุด
นักสู้ทั้งหมดที่มองดูรู้สึกว่ากรามของพวกเขาค้าง ในสายตาของพวก
เขา หลินหมิงคงบ้าไปแล้ว!
“หลินหมิง… เขา…”
แม้แต่ซู่หย่าผู้ซึ่งประเมินหลินหมิงด้วยความนับถือ นางก็ยังรู้สึก
ตกใจกับเรื่องนี้ สำหรับมู่หลิงเยว่ที่มากับหลินหมิง นางก็ไม่ได้คาดหวังว่า
เขาจะเลือกเช่นนี้
สำหรับคนอื่นๆ ทุกคนต่างก็มองดูหลินหมิงเหมือนเขาเป็นคน
‘วิกลจริต’ คนผู้นี้มีปัญหาทางจิตหรือไม่? คนโง่เขล่านี้มาจากไหน?
“เขาน่าจะเป็น… หลินหมิงแห่งสมาคมผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะ…”
จากผู้เยาว์ที่โดดเด่นหลายคนที่นี่ บางคนได้อยู่ในหอประมูลเมืองรูน
เทวะซึ่งหลินหมิงแสดง ดังนั้นพวกเขาจึงจำได้
ภายในทั้งเส้นทางแห่งอาชูร่าชั้นใน หลินหมิงรู้จักกันดีไม่น้อย
ทันทีที่มีการพูดถึงหลินหมิงและสัญลักษณ์ ‘หลิน’, หลายคนก็รู้ว่าเขา
เป็นใคร มีบางคนที่นี่ที่เพิ่งเกิดขึ้นจะใช้รูนเทวะเครื่องหมาย ‘หลิน’
“หลินหมิง ผู้สร้างเครื่องหมาย ‘หลิน’ เขามิได้เป็นผู้เชี่ยวชาญรูนเท
วะหรอกหรือ? ถ้าเช่นนั้นทำไมเขาถึง…”
ไม่มีใครสามารถคิดออกว่าเกิดอะไรขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะที่เข้าร่วมด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนั้นไม่
แปลกอะไรเลย แต่ประเด็นสำคัญในที่นี้คือ ในด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้าย หลินหมิงตัดสินใจที่จะเลือกความยากระดับอาชูร่า ที่ซึ่งไม่มีใคร
เลือกในหลายร้อยล้านหรือแม้กระทั่งพันล้านปีทำ สิ่งนี้ทำให้จิตใจของทุก
คนทุกคนมึนงงในสิ่งที่เกิดขึ้น
มันจะต้องรู้ว่าในประตูแห่งกฎนั้น มันมีอันตรายถึงความตาย!
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูด จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยมองดูหลินห
มิงอย่างเงียบงัน การสนทนาของนักสู้เหล่านี้ก็ได้ยินโดยเซิ่งเหม่ย จากสิ่ง
ที่นางรู้ หลินหมิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
อย่างไรก็ตาม แม้นางจะไม่ยังสามารถผ่านความยากระดับอาชูร่าได้
นางไม่เชื่อเลยว่ามีผู้เยาว์ที่พรสวรรค์เหนือกว่านาง
“เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าแนวคิดของความยากระดับอาชูร่าคืออะไร?”
เซิ่งเหม่ยแยกริมฝีปากสีแดงของนางแล้วถามหลินหมิง สิ่งเหล่านี้อาจ
เรียกได้ว่าเป็นคำปลอบโยน ตามตรรกะทั่วไป ตัวตนที่ไม่สำคัญเช่นหลินห
มิงสามารถเลือกได้ทุกอย่างที่เขาต้องการและเซิ่งเหม่ยจะไม่ชายตามอง
เลย อย่างไรก็ตาม นางรู้สึกว่ามีอะไรพิเศษเกี่ยวกับหลินหมิง ดังนั้นนางจึง
ได้ยกเว้นที่จะถามเขา แน่นอนว่านางเพียงแค่ถามเท่านั้น ถ้าหลินหมิงไม่
ต้องการฟังนาง นางก็จะไม่พูดอะไรอีกเลย
หลินหมิงต้องเผชิญกับสายตาของผู้คนจำนวนมากเช่นเดียวกับ
คำถามของจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย เขาเพียงต้องการผ่านด่าน
ทดสอบในลักษณะที่ต่ำมากซึ่งไม่ได้รับความสนใจ
เขาตอบว่า “ข้าขอบใจจักรพรรดินีวิญญาณสำหรับความห่วงใย แต่
ถ้าไม่มีใครเลือกความยากระดับอาชูร่าในเวลาหลายร้อยล้านปี แล้วใคร
จะบอกว่าได้ว่ามันความยากเพียงใด? ยิ่งกว่านั้น… ไม่ว่าประตูจะเป็น
อะไร มันก็ดูเหมือนว่าจะมีหลายระดับของความสำเร็จ… ข้าไม่จำเป็นต้อง
ทำให้มันสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ผ่านก็จะไม่เป็นไรสำหรับข้า…”
กล่าวตามตรง หลินหมิงไม่สามารถรับประกันได้ว่าผลลัพธ์จะเป็น
อย่างไรเมื่อเขาเข้าสู่ประตูความยากระดับอาชูร่า
เขามีสองข้อได้เปรียบที่สามารถพึ่งพาได้ อย่างแรกคือ พลังในการ
ต่อสู้ที่ก้าวล้ำกว่าคนอื่นๆในระดับเดียวกัน และอย่างที่สองคือ ความ
เข้าใจของเขาเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์อาชูร่า
ในอดีต บุตรชายจักรพรรดิฟ้าบันดาลเลือกความยากระดับสวรรค์
และได้รับอัตราความสำเร็จขั้นสุดท้าย 81%
หลินหมิงเชื่อว่าหากเขาเพิ่มระดับความยากอีกระดับ เขาควรจะมี
โอกาสทำมันให้สำเร็จ!
แม้ว่าความยากระดับอาชูร่านั้นจะยากจนผิดปกติเกินไป เขาก็
สามารถทิ้งความคิดทั้งหมดในการได้รางวัลและรักษาชีวิตตนไว้ได้
เมื่อรวมปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน หลินหมิงจึงเลือกใช้ความยากระดับ
อาชูร่า
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่คำพูดของหลินหมิงตกอยู่ในหูของเซิ่งเหม่ย
พวกมันก็ฟังดูเหมือนคำพูดของผู้เยาว์ที่มีความภาคภูมิและเต็มไๆปด้วย
จิตวิญญาณ นางส่ายหัวโดยไม่พยายามแนะนำเขาอีกต่อไป
สำหรับคนอื่น สายตาของพวกเขาต่อหลินหมิงนั้นดูราวกับว่ามองตัว
โง่งม
ผู้ที่สามารถมีส่วนร่วมในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายล้วนเป็น
ผู้เยาว์ที่โดดเด่นที่โดดเด่นในรุ่นของตน อย่างไรก็ตาม คนบ้าเช่นนี้กลับ
ปรากฏออกมา เนื่องจากไม่ใช่กงการอะไรของพวกเขา มันอาจสนุกที่จะดู
ก็เป็นได้
“เจ้าอยากตายที่ประตูแห่งกฎใช่หรือไม่?” อ๋องโฮเยว่เย้ยหยันเมื่อ
เขามองหลินหมิง
หลินหมิงไม่ได้ใส่ใจกับอ๋องโฮเยว่ เขานั่งเข้าฌานในอากาศ ในเวลานี้
มู่หลิงเยว่และซู่หย่าส่งกระแสเสียงที่เป็นห่วงมา มันดังก้องอยู่ในหูของเขา
การเลือกของหลินหมิงทำให้หลายคนต้องเป็นห่วง
ขณะเดียวกับที่เขากำลังจะอธิบายการเลือกของเขา เสียงดังก็มาจาก
ประตูแห่งกฎ
เมื่อประตูแห่งกฎสั่นสะเทือน ช่องว่างประตูมิติเวลาทั้ง 4 เริ่มสั่นไหว
และหมุนอย่างบ้าคลั่ง!
พลังงานที่แทรกซึมอยู่บนด่านที่ 2 และออร่าของกฏเริ่มหมุนวนเข้า
ด้วยกัน กวาดขึ้นเป็นกระแสวังวนพลังต้นกำเนิดยักษ์!
ในกระแสวังวน ทุกคนสามารถรู้สึกถึงแรงดูดที่น่ากลัวบนร่างกาย
ของพวกเขา ในกระแสวังวนนี้ แม้แต่ผู้ทรงพลังราชันพิภพก็ยังไม่ได้มี
อะไรนอกใบไม้ท่ามกลางพายุ ไม่สามารถควบคุมร่างกายของพวกเขาได้
อย่างสมบูรณ์
ทุกคนร้องออกมาด้วยด้วยความตกใจ แต่ในวินาทีต่อมา พวกเขา
ทั้งหมดถูกดูดเข้าไปในช่องมิติเวลา หายตัวไปจากสายตา
“เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง มันเหมือนกับแรงผลักดันของโลก พลัง
ที่ไม่สามารถต้านทาน…”
ในขณะที่หลินหมิงถูกกลืนหายไปในกระแสวังวน เขาปกป้องโลก
ภายในของตนและทำให้จิตใจสงบ เขาเฝ้ามองเมื่อช่องว่างสีแดงเข้ามา
ใกล้มากขึ้น จากนั้น มันก็เหมือนก้อนกรวดในทะเล เขาจมอยู่ใต้น้ำโดยไม่
กระตุ้นให้เกิดคลื่นแม้แต่ระลอกเดียว…