Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,688A จงใจยั่วยุ
วัสดุสวรรค์ทั้งหมดที่หลินหมิงกลืนกินถูกดูดซับในระหว่างการต่อสู้ที่
ยืดเยื้อของเขา แก่นของวัสดุเหล่านี้รวมเข้ากับร่างกายของเขา
ตามความเป็นจริง สำหรับหลินหมิงปัจจุบันซึ่งมี กายหยาบ วิญญาณ
และโลกภายในก็ทรงพลังมากแล้ว วัสดุสวรรค์เหล่านี้จึงมิได้ให้ประโยชน์
มากนัก
สำหรับหลินหมิง สิ่งที่มีค่าที่สุดที่เขาได้รับคือการเก็บเกี่ยวกฎใน
ระหว่างการต่อสู้
ฝ่ายตรงข้ามที่เขาเผชิญในประตูแห่งกฎล้วนมีวิธีการต่อสู้ที่แตกต่าง
กันโดยใช้กฎที่แตกต่างกัน หลังจากประสบกับพลังของกฎเหล่านี้ หลินห
มิงก็สามารถขยายขอบเขตของเขาและได้รับการเก็บเกี่ยวมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขากับอาชูร่า
ทมิฬซึ่งทำให้หลินหมิงมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อเต๋าสวรรค์อาชูร่า
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการย่อย
แม้ว่าหลินหมิงดูเหมือนจะหมดสติ แต่ความจริงก็คือว่า เสี้ยวกฎเต๋า
อันยิ่งใหญ่ที่จมอยู่ในทะเลแห่งวิญญาณของเขาค่อยๆหลอมรวมเข้ากับ
เขาและทำให้เกิดความเข้าใจระดับใหม่
ในระหว่างที่หลินหมิงเผชิญด่านทดสอบ สิ่งที่เกิดขึ้นนอกประตูแห่ง
กฎ ด่านที่ 3 ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนั้นเป็นฉากที่แตกต่าง
ออกไปอย่างสิ้นเชิงโดยสิ้นเชิง
คนกลุ่มแรกที่ประสบความสำเร็จในด่านที่ 3 คือกลุ่มผู้ท้าชิงด้าน
ทดสอบที่อ่อนแอที่สุด พวกเขาเป็นคนที่เลือกความยากระดับที่ง่ายที่สุด
และภายในความยากระดับมนุษย์ ผู้หนึ่งเพียงแค่ต้องข้ามสะพานกลาง
เวหาเพื่อผ่านเท่านั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องก้าวเข้าสู่ทวีปโบราณและต่อสู้
กับคู่ต่อสู้จำนวนมากที่ประจักษ์ขึ้นจากกฎของ 33 สวรรค์
เช่นนี้ พวกเขาจึงใช้เวลาเพียง 3-4 วันเท่านั้นที่จะผ่านประตูแห่งกฎ
หลังจากนั้นพวกเขาสามารถได้รับรางวัลและเข้าสู่ด่านที่ 4
แต่ด่านที่ 4 นี้เต็มไปด้วยอันตรายกว่าสองระดับก่อนหน้ามาก!
ในด่านที่ 4 นั้น มันอาจกล่าวได้ว่าทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยจิตสังหาร
วิกฤติแห่งความตาย!
หลังจากผู้ท้าชิงด้านทดสอบจำนวนมากเสียชีวิต คนอื่นๆก็ตัดสินใจ
ยกเลิกด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายและกลับสู่ด่านที่ 3 ท้ายที่สุดแล้ว
คนเหล่านี้ก็ล้วนเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาของขุมกำลังและพวกเขามีอนาคต
อันรุ่งโรจน์ที่รอคอยอยู่ หลังจากเข้าไปเยี่ยมชมด่านที่ 4 แล้ว พวกเขาก็
ตระหนักว่าด้วยความแข็งแกร่งพวกเขา มันมีแนวโน้มที่จะตายมากกว่าที่
จะรอด พวกเขาย่อมจะไม่ไปที่นั่นเพื่อตายอย่างไร้ค่า
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายมีโชคมากมาย แต่
หากไร้ชีวิต โชคจะยังมีประโยชน์อันใดเล่า?
ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงต้องกลับมาสู่ด่านที่ 3 ด่านที่ 3 เป็นสถานที่
ที่ไม่มีอันตราย มันมีไว้สำหรับผู้ท้าชิงด้านทดสอบใช้รับรางวัลและการ
พักผ่อน คนเหล่านี้วางแผนที่จะรอที่นี่จนกว่าเวลาสิ้นสุดของด่านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้ายจะมาถึง ในเวลานั้น พวกเขาทั้งหมดจะถูกเคลื่อนย้าย
กลับไปยังเส้นทางแห่งอาชูร่า โดยรวมในสถานที่จะสุ่มไปบนบางแห่ง
เหนือทะเลอาชูร่า
และในเวลานี้ ประตูแห่งกฎเริ่มหมุนอย่างช้าๆเมื่อผู้ท้าชิงด้าน
ทดสอบอีกกลุ่มออกมา
หนึ่งในผู้นำของกลุ่มคือชายหนุ่มสวมมงกุฎดาว – เขาเป็นองค์รัช
ทายาทลำดับสาม!
“องค์รัชทายาท!”
เมื่อองค์รัชทายาทลำดับสามปรากฏตัวขึ้น ผู้คนมากมายที่มาจากขุม
กำลังพันธมิตรกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ห้วงมิติเทวะก็ได้มาทักทายเขา
“ขอแสดงความยินดีกับองค์รัชทายาทที่ได้รับชัยชนะและผ่านด่าน
ทดสอบอย่างสมบูรณ์แบบ!”
บางคนสัมผัสถึงอารมณ์ได้ในทันทีและเริ่มที่จะประจบเขาให้มาก
เท่าที่จะทำได้ เพียงแค่มองดูการแสดงออกที่มีความสุขขององค์รัชทายาท
มันก็สามารถเดาได้อย่างถูกต้องว่าในด่านทดสอบของเขาเป็นไปอย่าง
ราบรื่น
และในความเป็นจริง เขาก็ไม่ผิด องค์รัชทายาทได้รับอัตรา
ความสำเร็จสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ในความยากระดับพสูธาที่ 36%
“แน่นอน ความสำเร็จในระดับนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อตำแหน่งองค์รัช
ทายาท ข้าคิดว่าความยากระดับพสุธายังไม่สมกับท่าน บางทีความยาก
ระดับสวรรค์อาจจะเหมาะสม ฮ่าฮ่า!”
หลังจากยืนยันว่าองค์รัชทายาทได้ผ่านอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หลาย
คนก็เริ่มชื่นชมเขา อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มขององค์รัชทายาทคงอยู่ไม่นาน
นัก หลังจากนั้นไม่นาน ประตูแห่งกฎก็สั่นอีกครั้ง
หงเหยียนก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
หงเหยียนมีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ผ่านด่าน
ทดสอบอย่างสมบูรณ์แบบเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้องค์รัชทายาทหน้าบึ้ง
เล็กน้อย เมื่อเขาประสบกับความยากระดับพสุธา กระบวนการก็ไม่ง่าย
เกินไปสำหรับเขา ตอนแรก เขาหวังว่าจะเหนือกว่าคะแนนของหงเหยียน
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะไล่เลี่ยกัน
ชั่วครู่หนึ่ง องค์รัชทายาทและหงเหยียนได้กลายเป็นจุดสนใจของ
ผู้ชมทั้งหมด พวกเขาสองคนอาจกล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยความสำเร็จ แม้ว่า
ความยากระดับพสุธาเป็นเพียงระดับที่สองของความยาก แต่ก็ยังไม่ง่าย
เลย การผ่านได้อย่างสมบูรณ์เช่นนั้นเป็นงานที่ยากมาก และแม้แต่บุตรที่
ภาคภูมิของสวรรค์หลายคนที่นี่ก็ยังได้ทำเพียงบางส่วนเท่านั้น
ทั้งสองจะได้รับการยกย่องเมื่อพวกเขากลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์เทพ
แท้จริงของตน
ในเวลานี้ ซู่หย่า มู่หลิงเยว่ และคนอื่นๆมองไปยังประูแห่งกฎของ
ความยากระดับอาชูร่า ในบรรยากาศที่รื่นเริงของคนอื่น ทั้งสองกลับรู้สึก
วิตกกังวล
เนื่องจากความไว้วางใจอย่างลึกซึ้งในหลินหมิง ถึงแม้ว่าเขาจะเลือก
ความยากระดับอาชูร่าที่ไม่มีใครสามารถผ่านมาได้นับพันล้านปี แต่พวก
เขายังคงคาดหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น
หลินหมิงเร่งรีบในการเลือกความยากระดับอาชูร่ามากเกินไป ก่อนที่
คนอื่นจะมีเวลาเพียงพอที่จะอธิบายสถานการณ์ของเขาให้ครบถ้วน
ประตูแห่งกฎก็ได้เปิดและดูดเขา
พวกเขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะผ่านความยากในระดับอาชูร่าได้มากพอ
ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะขอบคุณสวรรค์และปฐพีแล้ว
“มีอันใดหรือ?” ศิษย์น้องหญิงซู่หย่า เจ้ามีความกังวลบางอย่าง
หรือไม่?”
เสียงเบาๆดังมา ทำให้ซู่หย่าขมวดคิ้ว นางหันไปและเห็นชายในชุด
คลุมเดินเข้าหานางพร้อมกับรอยยิ้ม คนผู้นี้คืออ๋องโฮเยว่
อ๋องโฮเยว่ได้เลือกความยากระดับพสุธา แม้ว่าเขาจะไม่ผ่านอย่าง
สมบูรณ์แบบ แต่การแสดงของเขาก็เพียงพอและยังได้รับสิ่งต่างๆมากมาย
จากการต่อสู้ จากนี้เพียงอย่างเดียว อ๋องโฮเยว่ก็พอใจมากแล้ว
แม้ว่าองค์รัชทายาทลำดับและหงเหยียนจะเป็นคนที่เบ่งบานอย่าง
งดงามในด่านทดสอบประตูแห่งกฎ แต่อ๋องโฮเยว่ก็ยังคงอารมณ์ดีมาก ใน
เวลานี้ เขาถือพัดและพัดใบหน้าของตนอย่างช้าๆ
แน่นอนเขารู้ว่าสิ่งที่ซู่หย่ากังวล เหตุผลที่เขากล่าวมันขึ้นมาก็เพราะ
โดยมีเจตนาคือทำให้ซู่หย่าตกต่ำ
เขาจำได้ว่าในช่วงเริ่มต้นการประมูลเมืองรูนเทวะ เมื่อเขาพบกับซู่
หย่าที่ทางเข้า ซู่หย่าได้ปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชาเนื่องจากการปรากฏตัว
ของหลินหมิง
อ๋องโฮเยว่ได้เก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจ
“ไม่มีอันใด”
เสียงของซู่หย่านั้นเย็นชาและอ้างว้าง ราวกับว่านางไม่สนใจการ
ปรากฏตัวของอ๋องโฮเยว่เลย
อ๋องโฮเยว่คิดอีกเล็กน้อย เขาหัวเราะและพูดว่า “อะไร เจ้ายังจะติด
ว่าหลินหมิงจะรอดชีวิตออกมาได้? ดูเหมือนว่าศิษย์น้องหญิงซู่หย่าจะมี
ความสนใจต่อหลินหมิงคนนี้มาก แต่ช่างน่าสงสาร… วีรบุรุษในวัยเยาว์
มักจะไม่รู้จักชั่งน้ำหนักของผลที่ตามมา ในการเลือกความยากระดับอาชู
ร่าอย่างประมาทเพียงเพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้อื่น และผลที่ได้กลับ
ไม่มีใครสนใจเขาเช่นนี้ ความอัศจรรย์ทั้งหมดของเขาก่อนหน้ากลายเป็น
สูญเปล่า…”
อ๋องโฮเยว่ยิ้ม ดวงตาของเขากวาดผ่านคนอื่น
เกือบทุกคนได้รวมตัวกันโดยรอบองค์รัชทายาทและหงเหยียน อันที่
จริงมันไม่มีใครสนใจหลินหมิงตามที่กล่าวมา
ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย หลินหมิงไม่สามารถกระตุ้นความ
สนใจได้มากนัก ท้ายที่สุดแล้ว คนเหล่านี้ก็ไม่คุ้นเคยกับเขาและรู้เพียงว่า
เขาเป็นผู้สร้างสัญลักษณ์อักขระรูนเทวะ ‘หลิน’
เมื่อหลินหมิงเลือกความยากระดับอาชูร่า คนอื่นๆก็ตกใจแต่นั่นก็
เพียงตกใจ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง พวกเขาก็คิดว่าหลินหมิงเพียงอยากแสดง
และมีปัญหาทางจิตใจ ในไม่ช้า ทุกคนก็ไม่นำเรื่องนี้มาไว้ใส่ใจ ตอนนี้
พวกเขากำลังยุ่งอยู่กับการพยายามมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์รัชทายาท
และหงเหยียน องค์รัชทายาทและหงเหยียนนั้น ทั้งคู่มาจากขึมกำลังเทพ
แท้จริง และพรสวรรค์ของพวกเขาก็ดีอย่างยิ่ง การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ
พวกเขาอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในอนาคต
ในขณะที่องค์รัชทายาทและหงเหยียนถูกล้อมรอบไปด้วยผู้คน
จำนวนมาก พวกเขาก็ลอยขึ้นอย่างช้าๆ พวกเขากำลังจะเลือกรางวัลที่
ตำหนักเซียนของตนเอง
แต่ในเวลานี้ ประตูแห่งกฎก็สั่นอีกครั้งอย่างรุนแรง
หญิงชุดฟ้าบินออกจากประตูแห่งกฎ!
ชุดของนางกระพืออยู่ข้างหลัง และร่างของนางเปล่งประกายด้วยรู
นกฎสีฟ้า นางเป็นเหมือนเทพธฺดาที่ถูกเนรเทศจากสวรรค์สูงสุดทั้งเก้า
บุคคลนี้คือจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย!
นางผ่านระดับสวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ชุดของ
นางก็ไม่แปดเปื้อน และรูปร่างหน้าตาของนางก็ต่างไปจากเดิมอย่าง
สิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่านางยังมีความแข็งแกร่งเหลืออยู่มาก!
ทุกคนตกตะลึง ในไม่ช้าพวกเขาก็มองไปยังนาง
“เซิ่งเหม่ย! นางออกมาจากความยากระดับสวรรค์!”
“น่าทึ่งโดยแท้! ดูลักษณะที่ไม่ใส่ใจของนาง มันก็บ่งว่านางผ่านได้
อย่างสมบูรณ์แบบ!”
บางคนร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ แต่เซิ่งเหม่ยกลับไม่ได้
สนใจคนเหล่านี้ กลับกัน ทันทีที่นางปรากฏตัว นางก็บินตรงไปยังตำหนัก
เซียน
ตำหนักเซัยนที่นางเลือกมีขนาดใหญ่เท่ากับภูเขา นางเลือกตำหนัก
ลำดับสอง!
วูซ!
จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยบินเข้าไปในตำหนักโดยไม่รีรอ
กระบวนการทั้งหมดเป็นเหมือนดาวหางที่พาดผ่านท้องฟ้าและเต็มไปด้วย
ความสง่างาม
“นางสมควรแล้วที่ได้รับการขนานนามว่าจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่ง
เหม่ย แม้แต่หลังจากความยากระดับสวรรค์เสร็จสิ้นลง นางก็ยังสงบ พวก
เราด้อยกว่าตัวตนเช่นนางนัก” องค์รัชทายาทพึมพำ ใบหน้าของเขายังคง
มีความสุขและดูสนุกสนานเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ เขาไม่ได้อิจฉา
ผลลัพธ์ของเซิ่งเหม่ยเลย เพราะเขาและเซิ่งเหม่ยไม่เคยยืนอยู่บนระนาบ
เดียวกันตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับนาง
นางเป็นคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทั้งเผ่าพันธุ์ ในทุกเผ่าพันธุ์
วิญญาณของ 33 สวรรค์ นางเป็นหญิงที่มีสถานะสูงสุด นางเป็นตัวตนที่
สามารถยืนเคียงข้างกับจักรพรรดิวิญญาณห้วงมิติเทวะ ดังนั้นจึงไม่มี
ความหมายใดๆในการแข่งขันกับนาง
“ฮ่าฮ่า องค์รัชทายาทนั้นสุภาพเกินไป จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย
เป็นตัวตนศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย
แล้ว ความแตกต่างจะไม่มากมายเกินไป! องค์รัชทายาทยังสามารถแสดง
ความสูงส่งต่อคนอื่นๆได้!”
หลายคนเริ่มประจบอีกครั้ง พวกเขาไม่สามารถเทียบเคียงกับเซิ่ง
เหม่ยได้ แต่พวกเขาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์รัชทายาทได้
ดังนั้น เมื่อเซิ่งเหม่ยปรากฏตัว นางจึงไม่ได้ขโมยฉากขององค์รัชทายาท
ขณะที่หลายๆคนกำลังพูดคุย ประตูแห่งกฎก็สั่นอีกครั้ง