Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,688B เงาในกระแสวังวน
ทุกคนตกตะลึงและมองไปยังประตูแห่งกฎ พวกเขาเห็นว่ามันเป็น
ทางออกของความยากระดับสวรรค์ที่กำลังสั่น
“หืม? มีคนอื่นออกมา?”
ก่อนที่ทุกคนจะมีเวลาได้ตอบสนอง มันมีหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งพุ่ง
ออกมา!
หญิงสาวคนนี้มีรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายและงดงาม ร่างกายของนาง
ผอมเพรียวและผิวของนางซีดเล็กน้อย มีโลหิตปนเปื้อนชุดของนางบ้าง
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่นางจะผ่านประตูแห่งกฎ!
หญิงสาวคนนี้ที่ดูเหมือนจะอายุ 17-18 ปีคือเสี่ยวหมัวเซียน!
“หืม… นางเองก็ผ่านด้วย”
หลายคนแปลกใจ แต่เดิม พวกเขาเชื่อว่าหากเสี่ยวหมัวเซียนต้อง
เผชิญกับความยากระดับสวรรค์ นางก็มีโอกาสที่จะโชคร้ายมากกว่าโชคดี
แต่พวกเขาไม่เคยจินตนาการว่านางจะประสบความสำเร็จในด่านทดสอบ
“มันไม่แปลกเลย ถ้าข้าเข้าสู่ความยากระดับสวรรค์ ข้าก็จะสามารถ
ผ่านไปได้ แต่อัตราความสำเร็จของข้าจะต่ำเกินไป ประโยชน์ก็ไม่คุ้มกับ
ราคา” องค์รัชทายาทกล่าวออกมาในเวลานี้
แม้ว่ามันจะฟังดูเหมือนว่าเขาโอ้อวด แต่เขาพูดถูก หากเขาสามารถ
ผ่านความยากระดับพสุธาได้อย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่าแม้ว่าเขาจะ
สามารถผ่านความยากระดับสวรรค์ได้ เขาก็จะได้รับอัตราความสำเร็จที่
40-50% แต่ด้วยอัตราความสำเร็จนี้ รางวัลจะไม่ดีเท่าการผ่านความยาก
ระดับพสุธาได้อย่างสมบูรณ์
“ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับหลินหมิงใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว นางน่าจะเป็นผู้หญิงของหลินหมิง ข้าดูแคลนนางมาก
เกินไป ถึงกระนั้น ลองดูนาง… ดูเหมือนว่านางจะถึงขีด จำกัด แล้ว นาง
อาจจะผ่านไปแทบไม่ไหวแล้ว”
“ฮ่าฮ่านั่นอาจไม่เป็นเช่นนั้น” องค์รัชทายาทส่ายหัวของเขา ในขณะ
ที่เขามองไปยังเสี่ยวหมัวเซียน มันมีความหมายแฝงในสายตาของนาง
“มันน่าประทับใจสำหรับนางที่จะผ่านความยากระดับสวรรค์ได้ ตอนนี้
ข้าอยากรู้ว่าอัตราความสำเร็จของนางเป็นเช่นไร 20%? 30%? หรือบาง
ที่ นางอาจเกือบจะไม่ผ่าน”
“น้องหญิง เซียนเอ๋อร์เจ้าสบายดีไหม!?”
เมื่อเห็นชุดเปื้อนโลหิตของเสี่ยวหมัวเซียน มู่หลิงเยว่ก็รู้สึกว่าหัวใจ
ของนางบีบรัด เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนเลือกความยากระดับสวรรค์ นางรู้สึก
กังวลด้วย แต่เนื่องจากนางประสบกับความแข็งแกร่งของเสี่ยวหมัวเซียน
นางจึงรู้ว่าถึงแม้เสี่ยวหมัวเซียนจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับเซิ่งเหม่ยได้
แต่นางก็ยังสามารถอยู่รอดได้โดยปราศจากปัญหา
ตอนนี้ นางเห็นเสี่ยวหมัวเซียนออกมาแล้ว แม้ว่ามันจะดูเหมือนว่า
เสี่ยวหมัวเซียนเข้าใกล้ขีดจำกัดของนาง แต่อย่างน้อยนางก็ปลอดภัยและ
สบายดี ในที่สุดมู่หลิงเยว่ ก็สามารถผ่อนคลายได้
“ข้าไม่เป็นไร” เสี่ยวหมัวเซียนกำหมัดของนาง แม้ว่าพลังโลหิตจะ
ย่ำแย่ แต่นางก็ยังรู้สึกตื่นเต้นบนใบหน้า
“น้องหญิงเซียนเอ๋อร์ เจ้าต้องรีบและปรับสภาพตนเอง”
ซู่หย่ารีบหยิบโอสถแผลออกมาอย่างรวดเร็ว นางและมู่หลิงเยว่ไม่ได้
ถามถึงอัตราความสำเร็จของเสี่ยวหมัวเซียน นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะ
ถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว บาดแผลของเสี่ยวหมัวเซียนมาก่อนและพวก
นางก็ยังกังวลเกี่ยวกับหลินหมิง
“ผู้หญิงไม่ด้อยกว่าผู้ชายเลยจริงๆ ข้าต้องบอกว่าข้าชื่นชมนาง…”
อ๋องโฮเยว่ลูบคางของเขา มองดูเสี่ยวหมัวเซียนด้วยแสงสุกใสใน
ดวงตา
พรสวรรค์ของผู้หญิงคนนี้ช่างน่าทึ่งมาก แม้ว่านางจะแทบจะไม่ผ่าน
แต่นางก็ยังเหนือกว่า 95% ของคนที่นี่!
ยิ่งกว่านั้น นางมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สิ่งนี้ทำให้อ๋องโฮเยว่รู้สึกไม่ดีใน
ใจมากนัก กะหล่ำปลีชิ้นดีเช่นนี้กลับถูกหมูเอาไป? เจ้าเด็กเหลือขอหลินห
มิงได้รับพรมากเกินไปเมื่อเป็นเรื่องผู้หญิง!
แต่โชคดีที่หลินหมิงนั้นโง่เขลาเกินไปและเลือกที่จะเข้าสู่ความยาก
ระดับอาชูร่า มีโอกาสที่เขาตายไปแล้วในตอนนี้ ถ้านี่เป็นเรื่องจริง ผู้หญิง
คนนี้ก็อยู่คนเดียว!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อ๋องโฮเยว่ก็เริ่มพัฒนาความคิดชั่วร้าย เขาคิดว่าจะ
พาเสี่ยวหมัวเซียนมาอยู้ใต้ปีกของตน เนื่องจากเขากำลังรุ่งโรจน์ เขาก็
ต้องการสร้างกองกำลังของตนเอง หากเขาสามารถชนะร่างกายและจิตใจ
ของเสี่ยวหมัวเซียนได้ นางก็จะเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่
เพียงแต่เขาจะดื่มด่ำในความต้องการทางเพศกับนางได้อย่างลึกล้ำ แต่มัน
ยังจะเป็นความช่วยเหลือที่ดีสำหรับตัวเขาเองด้วย
“แม่นางนี้นามว่าเซียนเอ๋อร์ ใช่หรือไม่? เจ้ามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งนัก!
ดูเหมือนว่าเราเคยมีความเข้าใจผิดมาก่อน แต่การพบกันในวันนี้ในด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายอาจเรียกได้ว่าเป็นจังหวะแห่งโชค อย่างที่พวก
เขาพูด เจ้าจะไม่รู้จักใครนอกจากเจ้าจะได้ต่อสู้ด้วย ไม่ว่าจะเกิดปัญหา
อะไรขึ้นกับเราในอดีต ให้ข้าใช้ความคิดริเริ่มขอโทษในทุกอย่างที่ข้าทำผิด
ไป เอาเป็นว่าเราปล่อยเรื่องในอดีตไปเป็นอย่างไร?”
เสี่ยวหมัวเซียนนั่งแล้ว กำลังจะเข้าฌานเพื่อฟื้นฟูบาดแผลของนาง
หลังจากที่นางได้รับโอสถของซู่หย่าและกำลังจะกลืนลงไป นางกลับได้ยิน
เสียงที่น่ารังเกียจดังขึ้นในหูของนาง เมื่อนางเงยหน้าขึ้น นางเห็นก็เห็น
อ๋องโฮเยว่ ควงพัดของเขา มองดูที่นางด้วยความภาคภูมิใจและมีความสุข
มันเหมือนเสี่ยวหมัวเซียนเพิ่งกินมื้ออาหารที่วิเศษและขณะที่นาง
กำลังสนุกกับมันนั้น นางก็ค้นพบว่ามีแมลงวันตัวใหญ่บนจานของนาง ไม่
เพียงแต่ความรู้สึกที่มีความสุขของนางที่หายไป แต่นางยังเกิดโกรธแค้น
ขึ้นเล็กน้อยด้วย
“เจ้าต้องการที่จะขอโทษ? หนังหน้าของเจ้าไม่หนาเกินไปบ้างหรือ?
เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? ข้ากระทั่งจำไม่ได้เลยว่าเจ้าเป็นใคร” เสี่ยวหมัว
เซียนพูดอย่างเย็นชา ไม่ใส่ใจต่ออ๋องโฮเยว่
“ฮ่าฮ่า แม่นางเซียนเอ๋อร์ล้อเล่นมากเกินไป เราไม่ใช่นักสู้ที่มีความ
ทรงจำดั่งภาพถ่ายหรอกหรือ? แล้วแม่นางเซียนเอ๋อร์จะมิอาจจำข้าได้
อย่างไร?” อ๋องโฮเยว่กล่าวพร้อมกับแสดงท่าทางที่สง่างามที่สุดของเขา
เนื่องจากเขามีความคิดที่จะชนะใจหญิงคนนี้ เขาจึงต้องทนต่ออารมณ์
ของนางเล็กน้อย
แต่ใครจะรู้ว่าเสี่ยวหมัวเซียนจะไม่ตกหลุมรักการกระทำของเขา?
นางไม่สนใจเขา ปฏิบัติกับเขาราวกับว่าเขาไม่มีอะไรมากไปกว่าอากาศ
ธาตุ
เสี่ยวหมัวเซียนกลืนโอสถและเริ่มนั่งเข้าฌาน
อ๋องโฮเยว่คิ้วขมวด แม้แต่เขาก็ยังมีความอดทนที่จำกัด ต่อหน้าผู้คน
จำนวนมาก เสี่ยวหมัวเซียนทำเช่นเดียวกันกับตบหน้าเขา เขาย่อมไม่รู้สึก
ดีกับสิ่งนี้
เขาพูด เสียงของเขาเยือกเย็นขึ้นเล็กน้อย “นกที่ฉลาดและสัตว์ป่าที่
แสนรู้จะตระหนักว่าควรสร้างบ้านของพวกมันที่ใด และคนฉลาดจะเข้าใจ
สถานการณ์ของพวกเขา เจ้าคงมิได้คิดว่าคนรักของเจ้าจะออกมาจาก
ประตูแห่งกฎได้ใช่หรือไม่? ฮ่าฮ่า! หากเขาไม่ทำตัวโดดเด่นเช่นนี้ ด้วย
ทักษะราคาถูกเล็กน้อยของเขา เขาอาจทำให้ขุมกำลังเล็กมีความสนใจใน
ตัวเขาได้ แต่ช่างน่าเสียดาย…”
อ๋องโฮเยว่เย้ยหยันอย่างเยือกเย็น
แต่การเยาะเย้ยนี้ทำให้เกิดจิตสังหารลึกในสายตาของเสี่ยวหมัวเซียน
แต่เดิมนางเป็นบุตรสาวของปีศาจและเผ่าอสูร และต่อศัตรูของนาง นาง
จะไม่รู้สึกสงสารและนางจะไม่แสดงความเมตตาใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
อ๋องโฮเยว่ผู้นี้ที่ได้สัมผัสกับเกล็ดย้อนของนางโดนสาปแช่งหลินหมิงให้
ตาย!
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วแม้เสี่ยวหมัวเซียนจะมีความเชื่อมั่น 120%
ในหลินหมิง แต่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายก็ยังคงสร้างโดยจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า ความยากที่หลินหมิงเลือกนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด ดังนั้นมัน
จะผ่านโดยง่ายได้อย่างไร?
เสี่ยวหมัวเซียนกลัวว่าหลินหมิงจะพยายามไล่ล่าความสมบูรณ์แบบ
และเลือกที่จะท้าทายด่านทดสอบจนเกินขีดจำกัดของเขาจนในที่สุดก็พบ
กับอันตราย เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนได้ยินอ๋องโฮเยว่พูดคำเช่นนั้น จิตสังหารที่
หนาแน่นจึงเริ่มที่จะปะทุตัวขึ้นภายในตัวนาง!
นางสัมผัสแหวนมิติโดยไม่รู้ตัว และการกระทำนี้ทำให้หัวใจของซู่
หย่าเต้นข้ามจังหวะ ซู่หย่าหยุดเสี่ยวหมัวเซียนอย่างรวดเร็วด้วยการพูดว่า
“น้องหญิงเซียนเอ๋อร์ อย่าได้หุนหันพลันแล่นไป มีคนมากมายที่นี่ เจ้าจะ
ไม่สามารถต่อสู้ได้!”
สีหน้าของอ๋องโฮเยว่มืดมน ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าผู้หญิงคนนี้เป็น
ของหลินหมิงจนตัวตายและจะไม่ยอมจำนนให้ใครอื่น ถ้าเป็นเช่นนั้น เขา
ก็จะไม่จำต้องใจดีกับนาง
“เจ้าต้องการฆ่าข้า? น่าสนใจยิ่ง! ดูเหมือนว่าเจ้าจะทำให้เป็นเรื่อง
ยาก! ข้าขอให้เจ้าพิจารณาสถานการณ์ของเจ้าอีกครั้ง ด้วยความ
แข็งแกร่งและภูมิหลังของเจ้า เจ้ามีทุนพอที่จะสู้กับข้าได้? หากหลินหมิง
นั้นยังมีชีวิตอยู่และสมาคมผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือเจ้า ข้า
ก็อาจจะกลัวเจ้าเล็กน้อย แต่ตอนนี้ เจ้ามีใครบ้าง?”
ขณะที่อ๋องโฮเยว่พูด ประตูแห่งกฎได้สั่นไหวอีกครั้ง
อ๋องโฮเยว่ตื่นตกใจ เขาหันไปมอง ในช่วงเวลาที่แปลกประหลาดนี้
ใครออกมากัน? ในขณะที่อ๋องโฮเยว่เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ความแปลกใจก็
ข้ามผ่านใบหน้าของเขา คราวนี้ มันเป็นทางออกของความยากระดับอาชู
ร่าที่กำลังสั่นไหว!
ช่วงเวลาหนึ่ง ฝูงชนที่เสียงดังได้สงบลง แม้แต่องค์รัชทายาทและหง
เหยียนที่พร้อมจะบินสู่ไปเพื่อรับรางวัลในตำหนักเซียนของพวกเขาก็ยัง
หยุดลง ประหลาดใจว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นที่ประตูทางออกความยากระดับ
อาชูร่า
ประตูกฎสีแดงเข้มดั่งโลหิต มันสั่นอย่างผิดปกติ ไม่เพียงแต่จะมี
พลังงานที่รุนแรงเริ่มหมุนวนไปโดยรอบมัน แต่แม้แต่พลังของกฎใน
บริเวณใกล้เคียงก็กระเพื่ิอมขึ้น
ความรู้สึกเหมือนพายุอันน่ากลัวกำลังเกิดขึ้นอยู่ภายในประตูแห่งกฎ!
“มีการเปลี่ยนแปลงที่ประตูระดับอาชูร่า หรืออาจจะเป็น…”
องค์รัชทายาทรู้สึกว่าหัวใจของเขาเย็นยะเยือกขึ้น ความรู้สึกเช่นนี้
ราวกับว่ามีปัญหากับตัวประตูระดับอาชูร่า! ราวกับว่ามีอุบัติเหตุบางอย่าง
เกิดขึ้น!
สำหรับคำพูดที่ยังไม่ได้พูด เขาไม่ได้พูดจบ เขาคิดว่ามันอาจเป็น
หลินหมิงกำลังออกมา แต่เขาก็ลบความคิดเหล่านี้ไปในไม่ช้า
เมื่อเสียงองค์รัชทายาทเข้าสู่หู นักสู้คนอื่นๆก็ใช้การป้องกันของพวก
เขาทันที่ ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากมี
ปัญหากับประตูระดับอาชูร่า มันอาจเป็นไปได้หลายสิ่ง ตัวอย่างเช่น อาจ
มีการไหลของพลังงานที่น่ากลัว หรืออาจเป็นศัตรูทรงพลังในด่านทดสอบ!
ไม่มีอะไรแปลก!
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครเต็มใจจะเดิมพันชีวิตของพวกเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อ่อนแอ พวกเขาเริ่มล่าถอย
และในเวลานี้ ด้วยเสียงดังกระหึ่ม การระเบิดที่สั่นสะเทือนสวรรค์
และปฐพีก็ปะทะออกมา ประตูระดับอาชูร่าระเบิดอย่างรุนแรง!
พลังงานอันเกรี้ยวกราดทะลักออกมา นักสู้ทั้งหมดข้างนอกรู้สึก
ประหลาดใจ พวกเขาสร้างโล่ปราณแท้หรือปราณดาราเพื่อปกป้องตัวเอง
อย่างรวดเร็ว แต่หลายคนก็ยังคงถูกส่งกระเด็นไปข้างหลัง
มีบางคนวางแผนที่จะหันและวิ่งหนี แม้แต่องค์รัชทายาทและคน
อื่นๆก็ยังระแวดระวังอย่างรอบด้าน
สำหรับการไหลของพลังงานที่รุนแรงนั้น มันคงอยู่ไม่นาน ในไม่ช้า
มันก็รวมตัวกันกลับมารวมกันที่ประตูระดับอาชูร่า ก่อให้เกิดกระแสวังวน
สีแดงโลหิต!
ทุกคนสับสน เมื่อพวกเขามองไปยังกระแสวังวนสีแดงโลหิตนั้น พวก
เขาเห็นเงาหนึ่งปรากฏขึ้นทันที่ คนผู้นี้มีผมยุ่งเหยิงและชุดฉีกขาด เขา
ค่อยๆก้าวออกมาและลากหอกที่อยู่ข้างหลังมา ทุกย่างก้าวดูเหมือนจะ
สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจนักสู้ที่ภายนอก!
ชุดเกราะยืดหยุ่นที่หุ้มร่างกายของเขาแตกหลายส่วน และรองเท้า
ของเขาไม่มีอะไรนอกจากแถบผ้าที่แทบจะบุบสลาย มันยากที่จะ
จินตนาการว่าเขาเพิ่งเข้ามาต่อสู้กับสิ่งใดมา แต่ตรงกันข้ามกับรูปร่าง
หน้าตาที่ยิ่งเหยิงนั้น ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายราวกับสายฟ้าใน
ท้องฟ้ายามค่ำคืน แม้แต่แสงสีแดงโลหิตของประตูระดับอาชูร่าก็ยังไม่
สามารถปกปิดแสงที่จิตวิญญาณอันเจิดจ้าของเขา!
ดวงตาของเขาสั่น ราวกับทุกคนในปัจจุบันถูกมองทะลุโดนพวกมัน
ทันทีที่เงาของบุคคลนี้ปรากฏขึ้น อ๋องโฮเยว่ก็แข็งเหมือนรูปปั้น เป็น
เวลานาน ความเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียวก็คือลำคอที่กระตุก เขากลืน
น้ำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในที่สุดก็พูดด้วยเสียงสั่น “คนๆนั้น… ชายคน
นั้น… นั่นคือหลินหมิง!??!”
“หลินหมิง! ผู้เชี่ยวชาญรูนเทวะหลินหมิง!”
หลายคนตะโกนร่วมกับอ๋องโฮเยว่
หลินหมิงออกมาแล้ว! เขาออกมาจากประตูแห่งความยากระดับอาชู
ร่า!
มันช่าง… น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
ในขณะนั้น ขณะที่ซู่หย่าเห็นหลินหมิง ดวงตาของนางก็เปียก ความ
เข้าใจเกี่ยวกับหลินหมิงของนางด้อยแย่กว่าเสี่ยวหมัวเซียนมาก ในตอน
แรก นางคิดว่าโอกาสในการเอาชีวิตรอดของหลินหมิงน้อย มีโอกาสตาย
9 ใน 10 แต่ตอนนี้ เมื่อนางเห็นว่าหลินหมิงปรากฏตัว นางก็มีความสุข
อย่างยิ่ง!
อัตราความสำเร็จของหลินหมิงนั้นไม่สำคัญ ตราบใดที่เขายังมีชีวิต
อยู่ นั่นคือสิ่งที่สำคัญ
“พี่ใหญ่หลิน เจ้าผ่านจริงๆด้วย!”
เสี่ยวหมัวเซียนตะโกนอย่างมีความสุข นางวิ่งไปหาหลินหมิงและโผล่
เข้าสู่อ้อมแขนของเขาราวกับสายลมอ่อน
จากสิ่งที่นางรู้เกี่ยวกับหลินหมิง ในเมื่อหลินหมิงสามารถออกมาได้
เขาจะต้องได้รับการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่จากความยากระดับอาชูร่าอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวตนของหลินหมิงนั้นเป็นของคนที่ไม่ยอมแพ้โดยง่าย ไม่
ว่าเขาจะพยายามทำอะไร ตราบใดที่เขาทำ เขาก็จะทำทุกอย่างให้สำเร็จ!
“พี่ใหญ่หลิน…” ในเวลานี้ เสี่ยวหมัวเซียนเหมือนจะร้องไห้ แม้ว่า
นางจะมีความมั่นใจในหลินหมิง แต่อารมณ์นี้ก็ยังไร้เหตุผล นางกลัวว่า
หลินหมิงอาจประสบอุบัติเหตุบางอย่าง เมื่อรู้สึกถึงหน้าอกที่มั่นคงของ
หลินหมิง นางก็รู้สึกโล่งใจ
“ข้าไม่เป็นไร” หลินหมิงลูบหัวเสี่ยวหมัวเซียนเบาๆ เขาถอนหายใจ
ยาว ด่านทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด เมื่อเผชิญหน้ากับการ
โจมตีครั้งสุดท้ายของอาชูร่าทมิฬ เขาเกือบจะตายไปแล้ว