Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,712 บันใดสู่สวรรค์
ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย แต่ละด่านมีความแตกต่างกัน
ดังนั้นหลินหมิงจึงไม่ทราบว่าฉากในด่านที่ 5 จะเป็นอย่างไร ในขณะที่เขา
มองดูรอยแยกมิติจากที่ไกล เขาก็สามารถมองเห็นโลกที่ดูเหมือนจะเต็ม
ไปด้วยพลังงานไร้สิ้นสุด ลำแสงแห่งสวรรค์อันรุ่งโรจน์ยิงออกมาจาก
ท้องฟ้า บิดเบือนวิสัยทัศน์ดั่งระลอกคลื่น ขยายตัวเหมือนหยดน้ำมันใน
น้ำ
หลินหมิงเปิดใช้ทักษะการเคลื่อนไหวและบินไปทางรอยแยก!
หลินหมิงได้เข้าไปลึกในด่านที่ 4 แล้ว จากที่ที่เขาอยู่ มีระยะห่าง
พอสมควรจนกว่าเขาถึงส่วนกลางด่านที่ 4
เมื่อหลินหมิงมาถึงส่วนกลางของด่านที่ 4, มันก็มีผู้ท้าชิงด้านทดสอบ
หลายคนที่มาถึงก่อนหน้าแล้ว
การสามารถอยู่รอดในด่านที่ 4 และมาถึงที่นี่ ทุกคนทุกคนเป็นตัวตน
ที่โดดเด่น มีพลังงานนรกเบาบางที่สะท้อนอยู่รอบร่างกายของพวกเขา
พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่ในมุมของตัวเอง เข้าฌานอย่างเงียบๆ
เหนือหัวของพวกเขามีประกายสายฟ้านับไม่ถ้วน รอยแยกมิติอันน่า
สะพรึงกลัวนั้นเหมือนกระเพาะของสัตว์อสูรดุร้ายโบราณที่ซ่อนอยู่ภายใน
สวรรค์
“ปรมาจารย์หลินหมิง!”
ทันใดนั้น หลินหมิงได้ยินบางคนเรียกเขา เขาหันกลับและเห็นผู้เยาว์
สองคนวิ่งมาหา
สองคนนี้เป็นพี่น้องชายที่มีพรสวรรค์จากตระกูลตะวันออกไกล ซึ่ง
เป็นตระกูลนักรบโบราณ หลังจากพวกเขามาถึงด่านที่ 4, พวกเขาถูกไล่
ล่าโดยลิงยักษ์ แต่พวกเขาโชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากหลินหมิง
หลังจากนั้นแยกจากกัน พวกเขาถูกล้อมด้วยอันตรายทุกด้านอีกครั้ง
โดยอาศัยวิธีการต่างๆ พวกเขาก็สามารถหนีภัยพิบัติและรอจนกว่า
ทางเข้าสู่ด่านที่ 5 เปิดขึ้น
ในด่านที่ 4 พวกเขาไม่พบเจอโชคมากนัก แต่พวกเขาพบสมุนไพรที่ดี
พอสมควร และที่สำคัญที่สุด อัตราความสำเร็จขั้นสุดท้ายของพวกเขา
เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40% หลังจากด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายสิ้นสุดลง
พวกเขาจะสามารถได้รับรางวัลมากขึ้น
“โอ้ เจ้าสองคนเอง”
หลินหมิงพยักหน้าและทักทายพวกเขา เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
หลินหมิงสามารถมองเห็นพื้นที่ของด่านที่ 5 ได้จากระยะใกล้เช่นนี้ มัน
เป็นโลกโบราณที่คายความมืดมิดออกมา รอยแยกนี้สูงขึ้นไปในอากาศ
เป็นร้อยไมล์
“ทางเข้าสู่ด่านที่ 5 ได้เปิดขึ้นแล้ว เรายังไม่เขาไปได้หรือ?”
หลินหมิงหันไปถามทั้งสอง
ทั้งสองส่ายหัว “เรายังเข้าไปไม่ได้ มีแรงกดดันที่น่ากลัวตกลงมาจาก
ทางเข้าสู่ด่านที่ 5 หลังจากบินได้หลายพันฟุต กฎก็ถูกจำกัดและเป็นไป
ไม่ได้ที่จะบินขึ้นไปต่อ นอกจากนี้ มันยังมีแรงกดดันที่เป็นไปไม่ได้ที่เราจะ
ทนไหว”
บางคนพยายามไปยังด่านถัดไปแล้ว เมื่อทางเข้าสู่ด่านใหม่ในด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายเปิดขึ้น มันก็มีบางคนที่มักจะรีบเข้าไปก่อน
เพราะคิดว่าอาจมีโชครอคนแรกอยู่
แต่พวกเขาสามารถบินได้เพียงไม่กี่พันฟุตก่อนที่จะสูญเสีย
ความสามารถในการบินต่อไป ทีละคนๆ คนเหล่านี้ตกลงเหมือนนกที่
สูญเสียปีก
“การบินถูกยับยั้ง…”
หลินหมิงลูบคางของเขา เต็มไปด้วยความครุ่นคิดบนใบหน้า จาก
คำอธิบายของทั้งสอง แรงกดดันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อสูงขึ้น แม้ว่า
หลินหมิงจะพยายามบินขึ้นไป มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไปถึงรอยแยก
ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าจะเข้าไปได้อย่างไร
ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิด สายลมเย็นๆไหลผ่านเขาทำ ให้หัวใจ
ของเขาเย็นเฉียบ เขามองไปยังขอบฟ้าไกลก็เห็นลำแสงสีขาวที่ส่องพุ่งมา
อย่างรวดเร็ว
ความหนาวเหน็บถึงกระดูกที่หลินหมิงรู้สึกได้มาจากทิศทางนั้น
หลินหมิงเพ่งมองไป เขาเห็นได้ว่าลำแสงสีขาวนั้นเป็นหญิงงามในชุด
สีฟ้า
พื้นดินหดตัวลงใต้ฝ่าเท้าของนาง ไม่ว่านางจะผ่านไปยังที่ใด มันจะ
ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง… ป่าไม้ แม่น้ำและแม้แต่ภูเขา ทุก
อย่างถูกแช่แข็งในบริเวณกว้าง
“จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย!”
หัวใจของหลินหมิงเต้นข้ามจังหวะและเขากลั้นลมหายใจ เผชิญหน้า
กับใครบางคนเช่นเซิ่งเหม่ยที่สามารถตัดสินเป็นตายของเขาได้ในทันทีนั้น
หลินหมิงก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย นี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
เขาเพิ่งฆ่าองค์รัชทายาทไป!
ทุกคนค้นพบจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยแล้ว ในช่วงเวลาที่นาง
มาถึงด้านหน้าของฝูงชน เส้นใยสีฟ้าเย็นยะเยือกลอยอยู่รอบร่างของนาง
ราวกับว่ามันกำลังนำมาซึ่งฤดูหนาวสู่โลกอย่างไม่รู้จบ
ผู้ที่สามารถมาถึงส่วนกลางของด่านที่ 4 ได้นั้นล้วนเป็นตัวตนที่
ภาคภูมิใจในสวรรค์อย่างยิ่ง ถึงกระนั้นหลายคนก็ยังไม่สามารถต้านทาน
อากาศหนาวที่แปลกประหลาดและถอยกลับมาหลายก้าวเงียบๆ
“อากาศหนาวเย็นนี้…”
นัยน์ตาของหลินหมิงหรี่ลง มองดูหญิงสาวสวมชุดสีฟ้าที่อยู่ข้างหน้า
เขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ในความประทับใจของเขา แม้ว่าเซิ่ง
เหม่ยนั้นจะเป็นตัวตนที่น่าภาคภูมิและสูงส่ง นางมักจะยังคงเป็นคนที่เก็บ
ตัว วันนี้มันแตกต่างออกไป นางก้าวร้าวและเด็ดขาดอย่างยิ่ง
เมื่อสังเกตุเซิ่งเหม่ยอย่างใกล้ชิด หลินหมิงก็ตระหนักถึงสิ่งที่เพิ่มเข้า
มา ที่เอวของนาง มันมีริบบิ้นประหลาดที่ดูเหมือนว่าทำจากผ้าไหมแต่ก็ดู
เหมือนไม่ใช่
รูนขนาดเล็กนับไม่ถ้วนลอยอยู่รอบๆริบบิ้นเหมือนทรายในพายุ
ทะเลทราย
อากาศเย็นจนดูเหมือนว่าจะสามารถแช่แข็งสิ่งมีชีวิตทั้งหมดนั้นได้
ถูกปล่อยออกมาด้วยริบบิ้นประหลาดนี้
“นั่นคือ…”
หลินหมิงตกตะลึง หากเขาไม่ผิด มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่เซิ่งเหม่ยได้รับ
จากด่านที่ 4!
หลังจากที่เซิ่งเหม่ยปรากฏตัว นางก็จ้องมองไปรอบๆ จากนั้น
วิสัยทัศน์ของนางก็หยุดอยู่ที่หลินหมิงชั่วครู่หนึ่ง มีความสนใจปรากฏขึ้น
ในดวงตาของนาง
หลินหมิงผู้นี้… เทียบกับครั้งล่าสุดที่นางเห็นเขา เขาแข็งแกร่งขึ้นราว
กับว่าเขาเกิดใหม่อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ มันยังมีพลังงานสีดำลึกลับที่
อธิบายไม่ได้อยู่รอบตัวเขา มันไม่รู้ได้ว่าเขามีประสบการณ์ในด่านที่ 4 มา
อย่างไร
“น่าสนใจ…”
ริมฝีปากของเซิ่งเหม่ยโค้งด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย นางอารมณ์ดีมาก
ในตอนนี้ และเหตุผลก็เพราะริบบิ้นที่เอวของนาง
การคาดเดาของหลินหมิงไม่ผิด ครั้งสุดท้ายที่เซิ่งเหม่ยเข้าสู่ด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย นางได้ค้นพบริบบิ้นนี้ แต่นางไม่สามารถเอา
มันไปได้ เพียงทิ้งเครื่องหมายพิเศษไว้ หลังจากนั้น เซิ่งเหม่ยรวบรวม
ตัวเองจากความพ่ายแพ้ครั้งก่อน และหลังจากมาถึงด่านที่ 4 แล้ว นางก็
ตรงไปยังเครื่องหมายนั้น หลังจากมีปัญหามากมาย แต่ในที่สุดนางก็ได้รับ
ริบบิ้นนี้มา
ริบบิ้นนี้ไม่ใช่สมบัติจิตวิญญาณสำหรับโจมตี การใช้งานคือการ
รวบรวมและแปรสภาพพลังงานความเย็นระหว่างสวรรค์และปฐพี มันจะ
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเซิ่งเหม่ยในการหล่อเลี้ยงฟินิกซ์น้ำแข็งของ
นาง
เซิ่งเหม่ยยิ้มอย่างเฉยเมย จากนั้นในเวลานี้ นางตกใจเล็กน้อย นาง
เงยหน้าขึ้นมองรอยแยกเหนือหัว
หลินหมิงเองก็เงยหน้าขึ้นมอง
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
ในอากาศ พลังงานความโกลาหลเริ่มหมุนวน กลายเป็นกระแสวังวน
สีดำขนาดใหญ่
บางคนสามารถเห็นรูนที่เปล่งประกายระยิบระยับรอบตัวมัน
รูนเหล่านี้เป็นเหมือนเกาะลอย กว้างใหญ่และไร้ขีดสุด มีออร่าอัน
เป็นเอกลักษณ์พร้อมด้วยพลังแห่งกฎ
ทุกรูนแตกต่างกัน บางอันเก่าแก่และลึกซึ้ง ทำให้หลินหมิงรู้สึกราว
กับว่าเขารู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของจุดเริ่มต้นของจักรวาล
“นี่มัน…”
ทุกคนมองขึ้นไปบนสวรรค์
คนเหล่านี้รออยู่ที่ทางเข้าด่านที่ 5 มาเป็นเวลานานแล้ว แต่เนื่องจาก
การบินถูกยับยั้งที่นี่ พวกเขาจึงไม่สามารถเข้าไปได้ ตอนนี้ การ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกน่าจะเป็นจุดพลิกผันของสถานการณ์
ฮึมม –
รูนทั้งหมดเริ่มเปล่งประกายพร้อมกัน ปลดปล่อยแสงอันงดงามที่พุ่ง
ลึกเข้าไปในกระแสวังวนสีดำ ราวกับว่าพวกมันกำลังเรียกอะไรบางอย่าง
จากภายในออกมา
จากความลึกที่ลึกที่สุดของกระแสวังวนสีดำ แสงสลัวค่อยๆ
ตอบสนอง
พลังนี้ผันผวนอย่างมากมายและไร้ขีดสุดจนทำให้หัวใจเต้นรัวได้เริ่ม
เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
รูนสีแดงเข้มหล่นลงมา พร้อมกับสายฟ้าสีแดงที่หนาพอๆกับภูเขา
เมื่อรูนกระทบพื้นดิน พื้นดินก็สั่นสะเทือนและแยกออก เกิดเป็น
หลุมที่กว้างกว่า 10,000 ฟุต
รูนสีแดงอื่นๆเองก็ตกลงมาเหมือนอุกกาบาต ทำให้เกิดหลุ่มขนาด
ใหญ่จนในที่สุดก็รวมตัวกันเป็นเหวอเวจีลึก
หลินหมิงตกตะลึงอย่างลับๆที่ได้เป็นพยานถึงแรงผลักดันอันน่า
สะพรึงกลัวนี้ ในเวลานี้ เขาอยู่ห่างจากสายฟ้าผ่าสีแดงเพียงร้อยไมล์
หลังจากดูดซับโลหิตอาชูร่า จิตวิญญาณ ร่างกายและพลังวิญญาณของ
เขาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และจิตใจของเขาก็มั่นคงอย่างมาก แต่ถึง
กระนั้น เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าหัวใจสะท้านกับฉากนี้ที่อยู่ต่อหน้าเขา
สำหรับอัจฉริยะในบริเวณใกล้เคียง พวกเขาทุกคนต่างหน้าซีด แรง
กดดันมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากกระแสวังวนสีดำรวมถึงรูนยักษ์ที่ตก
ลงมาพร้อมสายฟ้า มันยากมากสำหรับพวกเขาที่จะทานทน
จากพวกเขา บางคนได้รับบาดเจ็บและเริ่มสั่นเทา
แสงที่เปล่งออกมาจากกระแสวังวนสีดำเริ่มเปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้น ด้วยเสียงกระหึ่ม แท่นสีขาวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยระยิบระยับ
ได้เผยตัวมันอย่างช้าๆขณะที่มันบดบังท้องฟ้า
บึมมม!
แท่นหินตกลงบนพื้น!
แท่นหินนี้เก่าแก่และบริสุทธิ์ ราวกับว่ามันได้ถือกำเกิดจากจุดเริ่มต้น
ของจักรวาล มันมีบรรยากาศของเวลาไม่รู้จบ เพียงแค่มอง ผู้หนึ่งก็จะไม่
สามารถเห็นจากขอบหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งได้
บนแท่นหินนี้มีภูเขา ลำธาร แม่น้ำ แมลง ดอกไม้ นกและสัตว์ต่างๆ
ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยชีวิต พลังชีวิตพวกมันก็ก่อให้เกิดการไหลของ
พลังงานจากต้นกำเนิดที่ไหลราวกับแม่น้ำไร้สิ้นสุด!
บนแท่นหินแห่งนี้ ชีวิตได้รับการกำเนิดเหมือนบนดาวเคราะห์! แต่
ข้างนอกมันนั้น มีกฎแปลกๆบางอย่างที่ตรึงอยู่ในมิติ เพื่อให้พลังงาน
ปราณที่อยู่ภายในสามารถไหลออกมาได้
รูนที่หนาแน่นนับไม่ถ้วนส่องแสงอยู่ด้านนอกของแท่นหิน ปกป้อง
โลกภายใน
“กฎแปลกๆของโลกนี้เป็นหนึ่งใน 33 สวรรค์…” รู้สึกถึงพลังของกฎ
ในโลกของแท่นหินโบราณนี้ หลินหมิงรู้ว่าหัวใจของเขาเต้นรัว
กระแสวังวนสีดำบนท้องฟ้ายังคงหมุนต่อเนื่อง โดยมีแสงส่องสว่าง
มากขึ้นเรื่อยๆ
คราวนี้ แท่นหินสีแดงเข้มอีกอันตกลงมา เต็มไปด้วยกลิ่นโลหิต
แท่นหินสีแดงโลหิตนี้มีขนาดเล็กกว่าแท่นหินสีขาวก่อนหน้าเล็กน้อย
บนแท่นหินนี้ มีแม่เหลืองกระเพื่อมเป็นลูกคลื่น ออร่าน่าขนลุกไหลเวียน
แท่นเหมือนอสรพิษโลหิต
กระดูกสีขาวซ้อนกันเหมือนภูเขาและปีศาจสังหารกันเองทั่วทั้งแท่น
นี้ ภายนอกโลกที่เต็มไปด้วยโลหิตเป็นหนึ่งในกฎของ 33 สวรรค์ที่อ้อยอิ่ง
อยู่…
ครึ่น – ครึ่น – ครึ่น –
อีกหลายแท่นหินตกลงมาจากกระแสวังวนสีดำ
แต่ละแท่นหินมีความเก่าแก่ โดยบรรจุไว้ซึ่งหนึ่งในกฎ 33 สวรรค์
แท่นหินเหล่านี้แต่ละอันมีขนาดเล็กกว่าอันก่อนหน้า เมื่อพวกมัน
ซ้อนกัน มันก็เป็นเหมือนบันไดที่ตรงไปยังสวรรค์
อย่างช้าๆ หลายคนเริ่มเข้าใจ เนื่องจากมิติรอบๆทางเข้าถึงด่านที่ 5
ถูกยับยั้งการบิน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะบินขึ้น พวกเขาจะต้องไต่
ไปบนแท่นหินยักษ์เหล่านี้
นี่คือบันใดสู่สวรรค์ซึ่งด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายได้เตรียมไว้
สำหรับพวกเขา
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงบันได แต่แรงกดดันที่พวกมันมีนั้นหนัก
หน่วงจนน่าหวาดกลัว!
ทุกคนตกใจจนพูดไม่ออก แต่ในมุมหนึ่ง ดวงตาของหลินหมิงหรี่ลง
เขาจ้องมองที่บันไดอันกว้างใหญ่ที่หาที่เปรียบไม่ได้สู่สวรรค์เบื้องหน้าเข
คลื่นโหมขึ้นในใจของเขา
หลังจากนับจำนวนแท่นหินทั้งหมด มันก็มี 33 แท่นพอดี!
โครงสร้างเช่นนี้ ความรู้สึกอันน่าเกรงขามเช่นนี้…
นี่มิใช่… แท่นผนึกเทวะหรอกหรือ?
หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง เมื่อหลายสิบปีก่อน เขาได้เข้าร่วมงาน
ประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่งแดนเทวะและเป้าหมายของรอบรอง
ชนะเลิศคือการปีนขึ้นไปบนแท่นผนึกเทวะ!
แต่แท่นผนึกเทวะนั้นเป็นเพียงของลอกเลียนแบบที่สร้างขึ้นโดย
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ แท่นผนึกเทวะที่แท้จริงกลับมาอยู่ที่ด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่ามาตลอดเวลา?