Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,713 ปีนแท่นผนึกเทวะ
แท่นหินทั้ง 33 นั้นสะท้อนต่อกันและกันดั่งดนตรีที่กลมกลืน รูนนับ
ไม่ถ้วนประกาย แผ่แรงกดดันที่น่ากลัวที่แทบจะหยุดหัวใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับแท่นผนึกเทวะที่ยิ่งใหญ่นี้ ภูเขาที่ใหญ่ที่สุดใน
ด่านที่ 4 ก็ไม่มีอันใดนอกจากหินก้อนเล็กๆ
มันราวกับว่าทุกก้าวบนแท่นผนึกเทวะนี้ซึ่งเป็นโลกโบราณของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจที่สุดสำหรับหลินหมิงก็คือเขาสามารถ
มองเห็นร่างเงาขนาดใหญ่ในทุกขั้น ออร่าของกฎที่เปล่งออกมาจากร่าง
เงาเหล่านี้ล้วนแตกต่างกัน แต่พวกมันหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ
ด้วยกฎเต๋าอันยิ่งใหญ่ของแท่นหิน ซึ่งกลมกลืนกันอย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับยอดของแท่นผนึกเทวะ รอยแยกมิติขนาดยักษ์ปลดปล่อย
พลังงานและแสงสายฟ้าออกมาอย่างไม่รู้จบ แสงที่ส่องผ่านออกมามีค
พลังอย่างน่าอัศจรรย์ มันสามารถฉีกขาดผ่านอวกาศและผ่านไปยังระยะ
อันไกลไพ้นได้
พายุขนาดยักษ์โผล่ออกมาจากเหวนรกถูกขุดขึ้นมาจากโลก นักสู้
โดยรอบพบว่ามันยากที่จะอยู่นิ่ง
“แท่นผนึกเทวะ… มันเป็นแท่นผนึกเทวะ…”
หลินหมิงสามารถยืนยันได้ว่าทุกขั้นของ 33 ขั้นแท่นผนึกเทวะนี้มีกฎ
ที่แตกต่างกัน อาจกล่าวได้ว่าภายในโลกอันกว้างใหญ่นี้ คนเดียวที่มี
ความสามารถในการสร้างบางสิ่งที่งดงามและอัศจรรย์เช่นนี้ได้คือจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า
แต่สิ่งที่เกี่ยวกับแท่นผนึกเทวะของราชันสวรรค์ผนึกเทวะอย่างไร?
เป็นไปได้หรือไม่ว่า… ราชันสวรรค์ผนึกเทวะเป็นร่างจุติของจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าภายในแดนเทวะ?
หลินหมิงคิดเช่นนี้ทันที่ จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าจุติใหม่ 33 ครั้ง หนึ่ง
ชีวิตหนึ่งราชันสวรรค์, หนึ่งชีวิตหนึ่งเทพแท้จริง ตามบทนำของคัมภีร์อาชู
ร่า จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าใช้เวลา 100 ล้านปีในช่วงการจุติใหม่ในแต่ละ
ครั้งเพื่อเป็นผู้ทรงพลังเทพแท้จริง หลังจากนั้น เขาได้หลอมรวมร่างจุติ
ทั้งหมด 33 ด้วยกันและข้ามผ่านขอบเขตของเทพแท้จริงไปได้
ถ้าสิ่งนี้เป็นจริงแล้ว ราชันสวรรค์ผนึกเทวะก็คงจะเป็นร่างจุติของ
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า นี่เป็นเพราะจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าคงอยู่เมื่อ
หมื่นล้านปีก่อน หมื่นล้านปีก่อน… นั่นคือช่วงเวลาที่เผ่าพันธุ์โบราณเต็ม
ไปทั่วจักรวาล แต่ละคนมุ่งมั่นเพื่ออำนาจสูงสุด ในเวลานั้น จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่ ควรได้รับประสบการณ์จาก 33 ร่างจุติของเขาเรียบร้อย
แล้วและก่อตั้งเส้นทางแห่งอาชูร่าขึ้น
สำหรับราชันสวรรค์ผนึกเทวะ เขาคงอยู่เพียงเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน
เท่านั้น ในช่วงเวลานั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์ภูติเทพและเผ่าพันธุ์
วิญญาณต่างได้ปกครอง 33 สวรรค์ ความแตกต่างในช่วงเวลามีมาก
เกินไป!
ยิ่งกว่านั้น ราชันสวรรค์ผนึกเทวะยังมีเรื่องราวที่น่าสลดใจ ดู
เหมือนว่าเขาจะตายไปเพราะภัยพิบัติของมวลมนุษย์ ถ้าเขาเป็นร่างจุติ
ของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าจริงๆแล้ว บางทีเขาอาจจะไม่ได้ตายเพราะ
ปกป้องมวลมนุษย์
แม้แต่แท่นผนึกเทวะของเขาก็ยังดูเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เหตุผล
ที่ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์สามารถสร้างเลียนแบบของแท่นผนึกเทวะได้
นั้นเป็นเพราะเขาได้รับชิ้นส่วนของแท่นผนึกเทวะที่แท้จริง ไม่เช่นนั้น
หลินหมิงจะไม่เห็นภาพร่างของราชันสวรรค์ผนึกเทวะเมื่อเขาปีนขึ้นไป
บนขั้น 33 ของ แท่นผนึกเทวะ
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินหมิงก็ตั้งสมมติฐานของเขาเอง 3.6 พันล้านปี
ก่อน ราชันสวรรค์ผนึกเทวะน่าจะได้เข้าร่วมด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้ายและเขาก็ได้เห็นฉากเดียวกันนี้ในขณะที่เขาพยายามไปด่านที่ 5
หลังจากปีนขึ้นไปบนชั้น 33 แล้ว ราชันสวรรค์ผนึกเทวะก็ได้พึ่งพาความ
เข้าใจที่เขาได้รับที่นี่แล้วสร้างแท่นผนึกเทวะของเขาเอง
หลังจากนั้น แท่นผนึกเทวะนั้นกลายเป็นหนึ่งในอาวุธวิเศษตลอด
กาลของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
หลินหมิงพบว่ายากที่จะรักษาความสงบของเขาไว้ได้ เขาไม่เคยคิด
เลยว่าเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อนนั้น ราชันสวรรค์ผนึกเทวะเองก็จะยังปีนขึ้น
ไปบนแท่นผนึกเทวะชั้น 33 ได้
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันไปมองจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่ง
เหม่ย เขาเห็นนางเพียงจ้องมองที่แท่นผนึกเทวะ ดวงตาส่องแสงงดงาม
ขณะที่นางพบว่ามันยากที่จะสงบนิ่ง จากการแสดงออกของนาง เห็นได้
ชัดว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นแท่นผนึกเทวะ
การทดสอบที่ผู้หนึ่งต้องเผชิญในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนั้น
เปลี่ยนแปลงตลอดและทุกสถานการณ์จะไม่เหมือนกัน ในช่วงสุดท้ายของ
ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายที่จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยเข้าร่วมนั้น
นางอาจมีประสบการณ์อย่างอื่นเมื่อนางไปยังด่านที่ 5
“ขั้นบันไดหินยักษ์นั่นคือสิ่งใด! เราควรที่จะรวบรวมกลุ่มของเรา
หรือไม่?”
นักสู้หลายคนพูดไม่ออกในขณะที่พวกเขาจ้องมองแท่นผนึกเทวะอัน
มหึมา
“ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่เราจะต้องทำ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปถึงด่าน
ที่ 5 ด้วยการบิน เราจะต้องปีน และแท่นหินนี้ดูไม่ง่ายเลยที่จะปีน”
“ฮ่า ทุกการทดสอบจากนี้ไปจะยากขึ้นเรื่อยๆ มาพยายามให้มาก
ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้กันเถอะ!”
นักสู้หลายคนมองหน้ากัน พยายามกระตุ้นจิตวิญญาณ มันไม่ใช่เรื่อง
ง่ายสำหรับพวกเขาหลายคนที่จะมาถึงจุดนี้ สำหรับด่านที่ 5, มันจะยาก
กว่าด่านที่ 4 อย่างแน่นอน!
“ไป!”
ในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้ท้าชิงด้านทดสอบจำนวนมากก็พุ่งขึ้นไปหาแท่น
ผนึกเทวะและปีนขึ้นไป!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกออกจากแรงถีบ ใช้ทักษะลับทุกประเภททะยาน
สู่แท่นผนึกเทวะ!
ภายใต้รอยแยกมิติที่นำไปสู่ด่านที่ 5, ผูหนึ่งยังสามารถบินสูงได้
ประมาณหนึ่งพันฟุต แต่หากสูงไปกว่านั้น แรงดันก็จะมากขึ้น
นักสู้หลายคนบินขึ้นไปราวหนึ่งพันฟุตและไม่สามารถทนต่อแรง
กดดันที่น่ากลัวได้อีกต่อไป พวกเขาตกลงบนผนังของแท่นผนึกเทวะและ
ถูกบังคับให้ต้องเกาะหน้าผาหินขรุขระ จากนั้น ด้วยการยึดเกาะบนหน้า
ผาหิน พวกเขาผลักดันตัวเองปีนขึ้นไปอีกครั้ง
ครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้ท้าชิงด้านทดสอบเหล่านี้จะกระโดดขึ้นไปหลาย
ร้อยฟุตในแต่ละครั้ง พวกเขาเร็วมาก
ใต้แท่นผนึกเทวะ หลินหมิงเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากมุม
ของดวงตา ในไม่ช้า เขาก็พบว่าแรงกดดันที่ตกลงมาจากแท่นผนึกเทวะ
ส่งผลกระทบต่อผู้คนในรูปแบบต่างๆ นักสู้ที่มีระดับการบ่มเพาะสูงจะได้
ประสบแรงกดดันที่มากกว่า
“ยิ่งมีการบ่มเพาะสูงเพียงใด มันก็ยิ่งได้รับแรงกดดันมากเท่านั้น”
ไม่ใช่เพียงหลินหมิงที่ค้นพบสิ่งนี้ แต่ผู้ท้าชิงด้านทดสอบอีกหลายคน
ก็เช่นกัน แรงกดดันที่มาจากท้องฟ้าเหนือแท่นผนึกเทวะนั้นโคจรตามกฎ
แปลกๆ ดังนั้น นักสู้ระดับการบ่มเพาะสูงจึงไม่ได้เปรียบอะไรเลย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง แท่นผนึกเทวะเป็นเครื่องทดสอบพื้นฐานของคนๆ
หนึ่ง
“น่าสนใจยิ่ง… ความยากลำบากของประตูแห่งกฎขึ้นอยู่กับอายุของ
ข้า แต่ความยากของแท่นผนึกเทวะแห่งนี้ขึ้นอยู่กับการบ่มเพาะของข้า
เมื่อข้าทะลวงเข้าสู่กึ่งขั้นผู้ปกครองเทวะในด่านที่ 3, มันก็ดูเหมือนว่าแท่น
ผนึกเทวะนี้จะยากขึ้นสำหรับข้าด้วย…”
ในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนี้ มันสามารถนำวิธีการที่
หลากหลายออกมาใช้เพื่อทดสอบผู้ท้าชิงด้านทดสอบ พรสวรรค์ ความ
แข็งแกร่งสัมบูรณ์ รากฐาน ความเข้าใจของกฎ คุณสมบัติ ทุกประเภท
สามารถทดสอบได้ที่นี่โดยไม่สิ้นสุด
หลินหมิงคิดเรื่องทั้งหมดนี้ได้ในทันที่ และคาดการณ์ได้มากว่าด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายจะเป็นเช่นไร แต่เขาไม่ได้ปีนขึ้นแท่นผนึกเทวะ
ทันที่ ภายในใจ เขารู้สึกกระสับกระส่ายเบาๆ
เวลาผ่านไปนานมากแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่พบเห็นเสี่ยวหมัว
เซียน
แม้หลินหมิงรู้สึกว่าด้วยความแข็งแกร่งและโชคชะตาของเสี่ยวหมัว
เซียน มันจะเป็นไปไม่ได้ที่นางจะได้พบกับภัยอันตรายในด่านที่ 4 หากเขา
ไม่เห็นเสี่ยวหมัวเซียน มู่หลิงเยว่และคนอื่นๆปรากฏตัว เขาก็อดไม่ได้ที่จะ
ไม่รู้สึกสงบ
อีกด้านหนึ่ง เซิ่งเหม่ยก็ยังไม่ขยับ นางลอยขึ้นไปในอากาศสูงกว่า
100 ฟุต ชุดฟ้าของนางสะบัด ดวงตาของนางลึกล้ำราวกับดวงจันทร์และ
เส้นผมสีดำของนางนุ่มราวกับหิมะ
มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังเซิ่งเหม่ย ผู้ชายผู้นี้มีร่างกายส่วนบนที่
เปลือยเปล่า และหน้าอกเต็มไปด้วยรอยสักลึกลับแปลกๆ กล้ามเนื้อของ
เขาหนา เขามีบรรยากาศที่เป็นชายชราตรีแต่ก็มีบรรยากาศที่งดงาม
เช่นกัน
เมื่อเซิ่งเหม่ยร้องขอสามที่ว่างจากจักรพรรดิวิญญาณห้วงมิติเทวะ
จุดที่ว่างนี้สำหรับผู้ติดตามของนาง
ชายผู้นี้เป็นหนึ่งในนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเก็บตัวต่ำ ไม่เปิดเผย
ตัวตนของเขา แม้แต่หลินหมิงก็ยังไม่สามารถตัดสินความแข็งแกร่งของ
เขาได้
“ท่านหญิงจักรพรรดินีวิญญาณ ด่านนี้ดูจะเป็นความเสียเปรียบ
สำหรับเรา…” ชายผู้มีรอยสักมองไปยังแท่นผนึกเทวะซึ่งกำลังขมวดคิ้ว
ขณะที่เขาพูด
เซิ่งเหม่ยส่ายหัวเบาๆ “มันยังห่างไกลจากความเสียเปรียบ นี่คือการ
ทดสอบที่ยุติธรรมซึ่งไม่ได้มองอายุและมองที่รากฐานของผู้หนึ่งเท่านั้น
จากที่นี่ไป การทดสอบที่เราเผชิญจะไม่เลือกปฏิบัติ การบ่มเพาะจะไม่
นำมาซึ่งความได้เปรียบใดๆ และ… ข้าก็ไม่ต้องการข้อได้เปรียบเหล่านั้น
ตั้งแต่แรก”
เซิ่งเหม่ยกล่าวด้วยความมั่นใจสูงสุด
การทดสอบแบบไม่เลือกปฏิบัติของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนี้
เป็นพื้นฐานที่สุดของการทดสอบ
ประตูแห่งกฎเองเป็นเช่นนี้และแท่นผนึกเทวะก็เช่นกัน
ด่านที่ 5 ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายก็คงมิต่างไป
ในสิ่งเหล่านี้ เซิ่งเหม่ยได้เตรียมใจพร้อมแล้ว
“เหวิ่นหลง ไปกันเถอะ”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยพูด นางก็บินไปยังแท่นผนึกเทวะ ข้างหลังนาง เห
วิ่นหลงติดตามไปอย่างใกล้ชิด
เมื่อเซิ่งเหม่ยบินขึ้นไปบนท้องฟ้า เพราะการบ่มเพาะของนางสูง
เกินไป แรงกดดันที่นางต้องทนต่อจึงมากมาย เมื่อปราณแท้ของนาง
ปะทะกับแรงกดดันของกฎอย่างรุนแรง การเสียดทานก็เปล่งแสงอัน
ศักดิ์สิทธิ์ออกมา!
ซี่ ซี่ ซี่!
ภายใต้ผลกระทบของแสงอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ชั้นของผลึกน้ำแข็งที่ลอยอยู่
รอบๆเซิ่งเหม่ยเริ่มที่จะกระจาย!
แรงผลักดันที่เซิ่งเหม่ยปีนขึ้นแท่นผนึกเทวะนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีนักสู้คน
ใดเทียบได้
ในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้ท้าชิงด้านทดสอบจำนวนมากชะลอความเร็วของ
พวกเขาเพื่อมองดูเซิ่งเหม่ย สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัวและ
การยกย่อง
แม้ภายใต้แรงกดดันที่ไกลเกินกว่าสิ่งที่ผู้อื่นประสบอยู่ เซิ่งเหม่ยก็ยัง
สามารถบินขึ้นได้เหมือนลำแสง ความเร็วของนางเร็วกว่าคนอื่นๆ!