Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,727 พลิกกระแส
มันไม่ใช่แค่เซิ่งเหม่ยเท่านั้นที่เห็นภาพอันน่าอัศจรรย์นี้เกิดขึ้น แต่ทุก
คนก็อยู่ในค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์และแม้กระทั่งผู้ท้าชิงด้านทดสอบ
ทั้ง 8 คนที่ยืนอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของทางเข้าด่านที่ 5 ด้วย พวกเขา
ทั้งหมดตกใจจนพูดไม่ออก หลินหมิงคิดจะฆ่าตัวตายหรือไม่?
“ท่านหลิน!”
ซู่หย่าและมู่หลิงเยว่รู้สึกว่าหัวใจของพวกนางเต้นข้ามจังหวะ! หลินห
มิงหุนหันเกินไป และและถึงแม้ว่าพวกเขาเชื่อว่าหลินหมิงแข็งแกร่ง แต่
พวกเขาไม่คิดว่าเขามีความสามารถในการต่อต้านการโจมตีครั้งสุดท้าย
ของจ้าวเหมันต์อมตะได้
เมื่อเผชิญหน้ากับลำแสงเยือกแข็งนั้น แม้แต่กึ่งราชันสวรรค์ก็ยังจะ
พินาศ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิง มันเป็นไปไม่ได้ที่เขา
จะป้องกันมัน!
“เจ้าคนโง่นี่ เขากำลังรนหาที่ตาย! ถ้าแม้แต่จักรพรรดินีวิญญาณก็ยัง
ไม่สามารถป้องกันมันได้แล้ว ผู้ใดจะยังสามารถทำได้!”
ก่อนหน้านี้ผู้ท้าชิงด้านทดสอบเคยดูถูกหลินหมิงเพราะเพียงแต่นั่ง
เข้าฌานหลังผู้หญิง แต่ความจริงก็คือ พวกเขาเข้าใจว่านี่เป็นแผนที่ชาญ
ฉลาดที่สุด อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พวกเขาเห็นหลินหมิงพุ่งไปข้างหน้าสู่
จ้าวเหมันต์อมตะ การกระทำของเขาก็เหมือนกับการรนหาที่ตาย
หากพวกเขาต้องถอยกลับไป 10,000 ก้าวเพื่อคิดและมองดูภาพที่
กว้างขึ้น แม้ว่าหลินหมิงจะต้านทานการโจมตีครั้งนี้ได้ นี่เองก็หมายความ
ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเหลือพลังทำลายเมื่อมันกลายเป็นไข่ ตาม
ข้อตกลงก่อนหน้านี้ เซิ่งเหม่ยนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันจ้าว
เหมันต์อมตะและมีเพียงหลินหมิงเท่านั้นที่จะต้องปรับสภาพและรอ
จนกว่าจ้าวเหมันต์อมตะกลายเป็นไข่แล้วโจมตีทุ่มสุดตัว!
หลินหมิงได้ปรับสภาพของเขาเป็นเวลานานมาก และตอนนี้เขากลับ
ทนไม่ได้และเร่งรีบออกไปโจมตี สำหรับคนอื่นๆ นี่เป็นความรู้สึกราวกับ
ว่าความพยายามทั้งหมดของเขากำลังจะสูญเปล่า!
เมื่อเผชิญหน้ากับแสงสีฟ้าเยือกแข็ง หลินหมิงก็ไม่ได้กลัวเลย
ทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้าและเปลวเพลิง อย่างไรก็ตาม เมื่อ
เปรียบเทียบกับลำแสงสีฟ้าที่สามารถแช่แข็งเวลาได้แล้ว เปลวเพลิงที่ลุก
โชนในร่างกายของหลินหมิงก็มิได้เป็นอันใดเลย
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของเซิ่งเหม่ยบีบรัดขึ้น นางรู้สึกว่าหลินหมิงจะระลง
มือก่อนที่จะถึงเวลา ในความเป็นจริง นางไม่ต้องการเผาผลาญพลัง
วิญญาณของนาง แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่อาจนั่งเฉยและไม่ช่วยหลินหมิง
นางไม่รู้ว่าแผนของเขาคืออะไร เขาตัดสินใจยอมแพ้ต่อการโจมตีจ้าว
เหมันต์อมตะหรือไม่?
ในขณะนั้น เซิ่งเหม่ยเองก็พุ่งไปข้างหน้าด้วย เพลิงวิญญาณสีม่วงลุก
โชนรอบร่างของนางขณะที่บุปผาหิมะหกกลีบเปล่งแสงอยู่ระหว่างคิ้วของ
นาง นางตรงไปยังหลินหมิง
แม้ว่าพวกเขาจะต้องยอมแพ้ในการฆ่าจ้าวเหมันต์อมตะ แต่นางก็ไม่
อนุญาตให้หลินหมิงตายที่นี่เช่นนี้
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงลงมือก่อนและเร็วเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่นาง
จะตามทัน!
เมื่อหลินหมิงห่างจากการปะทะน้อยกว่า 10,000 ฟุตกับแสงสีฟ้า
เยือกแข็ง เงาหนึ่งพุ่งออกมาจากโลกภายในของเขา!
เงานี้ถือโล่ยักษ์ไว้ในมือพร้อมต้อนรับการโจมตีของแสงสีฟ้าเยือกแข็ง
นี่คือร่างจำแลงของหลินหมิง – หินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ!
กึก กึก กึก!
ข้อต่อทั้งหมดภายในร่างหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณส่งเสียงลั่น
ความแข็งแกร่งที่มาจากการถูกหล่อเลี้ยงในค่ายกลสุสานสัตว์อสูรเทวะมา
เป็นพันล้านปีได้ปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง จนกลายเป็นพละกำลังของสิบมังกร
อย่างรวดเร็ว!
หินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณมีความแข็งแกร่งของการต่อสู้ที่
ครอบคลุมด้อยกว่าร่างกายจริงของหลินหมิง แต่ในแง่ของความแข็งแกร่ง
ทางร่างกายเพียงอย่างเดียว ในแง่ของการปะทะซึ่งหน้าและ
ความสามารถในการทนต่อการโจมตีนั้น หินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ
กลับเหนือกว่าหลินหมิงหลายขุม
หากเปรียบหลินหมิงว่าเป็นนักสู้ เช่นนั้นหินตัวอ่อนจิตวิญญาณ
ปราณก็ย่อมเป็นเสือป่า
นักสู้จะสามารถเอาชนะเสือป่าทรงพลังได้อย่างง่ายดาย แต่ใน
สถานการณ์เฉพาะนั้น เสือป่ามีประโยชน์มากกว่านักสู้
ตัวอย่างเช่นในขณะนี้!
ในเวลานี้ ด้านหลังหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ ภาพร่างค่ายกล
สุสานสัตว์อสูรเทวะปรากฏขึ้น และที่ด้านหน้าของหินตัวอ่อนจิตวิญญาณ
ปราณ โล่ขนาดมหึมาที่ไร้เปรียบซึ่งคือประตูบรรพกาลเองก็ปรากฎขึ้น!
พื้นผิวของประตูบรรพกาลที่เรียบง่ายถูกปกคลุมด้วยเส้นสายแปลกๆ
มากมายของกฎแห่งอนุภาคแรกกำเนิด เส้นสายเหล่านี้ล้วนแต่เกิดจาก
พลังงานปฐมกาลเมื่อจักรวาลถูกก่อตัวขึ้นและถูกสลักลงบนหินศักดิ์สิทธิ์
โบราณ
ใช้หินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณเป็นดั่งหอกและใช้ประตูบรรพกาล
เป็นดั่งเกราะป้องกัน!
“ร่างจำแลงพลังงานปราณ, ผนึกที่สาม – คลาย!”
หลินหมิงตะโกนดังขึ้น ในทันทีนั้น พลังที่ไร้ขีดจำกัดและเหลือเชื่อได้
ปะทุขึ้นจากหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ!
ในอดีต เมื่อหลินหมิงสืบทอดร่างจำแลงของหินตัวอ่อนจิตวิญญาณ
ปราณมาจากวิหารสองแดง มันมี 3 ผนึกวางอยู่บนมัน แต่ละผลึกทรง
พลังมากกว่าอันก่อน
ผนึกเหล่านี้ถูกวางไว้ข้างหลังโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า หลินหมิงได้
คลายผนึกแรกและด้วยพละกำลังนี้ เขาได้พัฒนาโลกภายในของตนและ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
ผลึกที่สองถูกคลายเมื่อเขาอยู่ในสุสานของไป่ฉีในการต่อสู้กับเทียนห
มิงจื่อ หลินหมิงเดิมพันทุกอย่างในการเสี่ยงโชคครั้งนี้และได้คลายผนึกที่
สอง เมื่อรวมกับแก่นพลังหยินของเสี่ยวหมัวเซียน เขาก็ทะลวงแผนภาพ
ค่ายกลเต๋าสวรรค์กายผันแปรและเข้าสู่เก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า!
ในที่สุด มันก็มาถึงผนึกที่สาม มันเป็นผนึกที่ทรงพลังที่สุดและด้วย
ระดับบ่มเพาะครั้งก่อนของหลินหมิง เขาจึงไม่สามารถคลายมันได้ แต่
ตอนนี้ เขาสามารถทำเช่นนั้นได้!
เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวเหมันต์อมตะ หลินหมิงก็คลายมันโดยไม่ลังเล!
ชั่วเวลาหนึ่ง มันไม่มีอะไรเลยนอกจากสายฟ้าที่น่ากลัวดังก้องอยู่ใน
อากาศ เหมือนขุนเขาไฟนับไม่ถ้วนที่กำลังปะทุออกมา ดั่งสัตว์อสูรเทวะ
นับไม่ถ้วนคำราม
ร่างของหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณขยายขึ้นอย่างกระทันหัน
พลังงานในท้องฟ้าดูเหมือนจะถูกดูดเข้าไปด้วยกระแสวังวนขนาดมหึมา
ซึ่งรวมตัวกันไปยังหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ
พลังที่น่ากลัวอย่างสุดจะพรรณนาทะลักออกมาเหมือนดินถล่ม เมื่อ
พลังนี้เต็มอยู่ในร่างจำแลงหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณและกระทั่ง
หลั่งไหลออกมา พลังงานทั้งหมดพุ่งเข้าหาร่างหลักของหลินหมิง!
หลินหมิงเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้แล้ว การคลายผนึกของหินตัวอ่อน
จิตวิญญาณปราณย่อมหมายความว่าเขาจะต้องรับเอากระแสพลังงานที่
ทรงพลัง เขาตะโกนก้องและเปิดโลกภายในของตนเอง ดูดซับพลังทั้งหมด
ที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างสมบูรณ์
ชั่วครู่หนึ่ง ทั้งร่างของหลินหมิงปะทุขึ้นด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ทุกาตราง
นิ้วของหลอดเลือด เส้นชีพจร กล้ามเนื้อ ทุกอย่างมีอัดแน่นและน่าสะพรึง
เหนือหัวของหลินหมิง ท้องฟ้าหิมะและน้ำแข็งอันไร้สอ้นสุดสลายไป
มีเก้าดวงดาวเด่นปรากฏขึ้น ปลดปล่อยแสงดาวตกลงมาเหมือนน้ำตก
และในเก้าดวงดาวเหล่านี้ สองดวงนั้นสว่างมาก แสงดาวของพวกมัน
สอดคล้องกับสองวิหารเต๋าในร่างกายของหลินหมิง
แสงสายฟ้าสีดำพุ่งออกมาจากวิหารเต๋าตำหนักม่วง เข้าสู่ร่างกาย
ของหลินหมิงทันที่
ฮึ่มมมม – ฮึ่มมมม –
พลังชีวิตอันกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดพุ่งออกมาจากส่วนลึกของ
ร่างกายหลินหมิง โลหิตทั้งหมดของเขาเริ่มที่วิ่งพล่าน ดั่งกระแสน้ำหลาก
ทุกตารางนิ้วบนผิวของเขาเริ่มเปล่งประกายด้วยแสงดาว โลหิตสั่น
ไหวและเอ่อล้นเหลือด้วยพลัง
วิหารเต๋าทัณฑ์สวรรค์ยิงพลังลึกลับออกมา จากทุกรูขุมขนของหมิง
หมิง มันก็เหมือนกับสายฟ้าหลายล้านล้านเส้นพุ่งออกมา
และในเวลานี้ หินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณยินดีต้อนรับเอาแสงสีฟ้า
เยือกแข็ง!
ฉากนี้ทำให้นัยน์ตาทุกคนหดตัวลง พวกเขาเห็นแล้วว่าร่างที่ใช้ประตู
หินขนาดใหญ่อยู่นี้คือร่างจำแลงของหลินหมิง
เขาวางแผนจะสละร่างจำแลงของตนหรือไม่?
เมื่อความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของทุกคน มีเสียงดังในขณะที่หินตัว
อ่อนจิตวิญญาณปราณถือประตูบรรพกาลต้านลำแสงสีฟ้านั่น!
แกร๊กกก!
มิติโดยรอบแตกร้าวออก ประตูบรรพกาลเกือบจะโดนแช่แข็งทันที่
หินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณและประตูบรรพกาลต่างลอยกระเด็น
ออกไป!
ไม่ว่าร่างหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณนั้นจะทรงพลังแค่ไหน แต่
หลังจากโดนการโจมตีครั้งนี้ กระดูกแขนของมันก็น่าแตกเป็นเสี่ยงๆ!
พลังงานความเย็นที่น่ากลัวแช่แข็งหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณและ
ประตูบรรพกาลจนกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็ง สำหรับร่างกายและโลหิต
แม้แต่ร่างของมหาราชันพิภพก็ยังจะต้องถูกแช่แข็งทันทีและแตกออกเป็น
เสี่ยงๆ!
อย่างไรก็ตาม ภายในหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ พลังโลหิตชีวิตที่
น่าสะพรึงกลัวปะทุออกมาอย่างฉับพลัน พลังโลหิตชีวิตนี้ถูกเผาผลาญราว
กับเพลิงลุกไหม้ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
พลังโลหิตชีวิตที่ถูกเผาผลาญนี้สามารถต้านทานความหนาวเย็นและ
ทำให้พลังของน้ำแข็งไม่สามารถบุกเข้าสู่เส้นชีพจรของหินตัวอ่อนจิต
วิญญาณปราณได้!
ภายใต้พลังโลหิตชีวิตที่คุกรุ่นอยู่นี้ แม้แต่น้ำแข็งโดยรอบร่างจำแลงก็
ยังเริ่มละลายอย่างช้าๆ
“อะไรกัน!!?
ด้านหลังหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ, เซิ่งเหม่ยตกตะลึง ร่างจำแลง
นี้สามารถพึ่งพาพลังโลหิตชีวิตเพียงอย่างเดียวก็สามารถต้านทานพลังงาน
ความเย็นของจ้าวเหมันต์อมตะได้ พลังโลหิตของร่างจำแลงนี้ทรงพลังถึง
เพียงใดกันแน่? มันย่อมไม่สามารถจินตนาการได้เลย!
แม้แต่สัตว์อสูรเทวะที่โตแล้วก็อาจไม่สามารถพึ่งพาเพียงโลหิตชีวิต
เพียงอย่างเดียวเพื่อต้านทานผลกระทบต่อการแช่แข็งจากจ้าวเหมันต์
อมตะได้ แต่ร่างจำแลงของหลินหมิงกลับมีพลังโลหิตชีวิตอันทรงพลังที่
เจิดจ้าราวกับบอลเพลิงขนาดใหญ่และมันสามารถต้านทานการโจมตีของ
จ้าวเหมันต์อมตะได้! ร่างจำแลงนี้ มันได้รับการกลั่นเช่นไร?
ในแง่ของพลังโลหิตชีวิตเพียงอย่างเดียว ร่างจำแลงนี้ก็เหนือกว่าร่าง
หลักของหลินหมิง!
แม้ว่าความคิดทั้งหลายเหล่านี้จะวิ่งผ่านจิตใจของเซิ่งเหม่ย แต่นางก็
ไม่ได้หันเหความสนใจของนางเลย นางสามารถเห็นได้ทันทีว่าหินตัวอ่อน
จิตวิญญาณปราณนั้นไม่เพียงพอที่จะทนต่อลำแสงเยือกแข็งของจ้าว
เหมันต์อมตะ!
ไม่ว่าพลังโลหิตชีวิตของหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณจะบริสุทธิ์และ
ทรงพลังหรือร่างกายของมันแข็งแกร่งมากเพียงใด มันก็ยังไม่สามารถ
เปรียบเทียบกับจ้าวเหมันต์อมตะได้ มันถูกกระแทกโดยแสงสีฟ้าเยือกแข็ง
และแสงสีฟ้าเยือกแข็งก็พุ่งเข้าหาเซิ่งเหม่ยและคนอื่นๆต่อไป!
แต่เนื่องจากแสงสีฟ้าเยือกแข็งถูกป้องกันโดยหินตัวอ่อนจิตวิญญาณ
ปราณ พลังของมันจึงลดลงอย่างมาก
ในขณะนั้น เมื่อหลินหมิงเห็นแสงสีฟ้าเยือกแข็งพุ่งเข้าหาเขา เขาก็
เคลื่อนไหวโดยใช้กฎมิติเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางการโจมตี
เซิ่งเหม่ยเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น หลินหมิงใช้ร่างจำแลงของเขา
เพื่อป้องกันแรงผลักดันของแสงสีฟ้าเยือกแข็ง และเขายังคงวางแผนที่จะ
รักษาความแข็งแกร่งไว้เพื่อโจมตีไข่
ส่วนที่เหลือของแสงสีฟ้าเยือกแข็งนั้นจะถูกจัดการโดยเซิ่งเหม่ย!
ตอนนี้ แสงสีฟ้าเยือกแข็งมีเพียง 30–40% ของพลังงานเริ่มแรก
หากเซิ่งเหม่ยต้องการที่จะต่อต้านการโจมตีครั้งนี้ นางก็ไม่จำเป็นต้องเผา
ผลาญต้นกำเนิดพลังวิญญาณของนางอีกต่อไป
เมื่อหลินหมิงใช้กฎมิติหลบหนีในช่วงเวลาสุดท้ายนั้น เขาไม่เพียงแต่
รักษาความแข็งแกร่งไว้ได้เท่านั้น แต่ยังปกป้องเซิ่งเหม่ยด้วย ยิ่งกว่านั้น
แผนการของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขายังคงวางแผนที่จะโจมตีจ้าว
เหมันต์อมตะ
วิธีการดังกล่าว ความกล้าหาญดังกล่าว ทั้งหมดนี้ทำให้เซิ่งเหม่ยตก
ตะลึง กระทั่งรู้สึกชื่นชม!
ตลอดชีวิตอันยาวนานของนาง เซิ่งเหม่ยไม่เคยรู้สึกชื่นชมผู้เยาว์มา
ก่อนเลย!
กฎแห่งความโกลาหล!
ค่ายกลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์!
เซิ่งเหม่ยตะโกนออกมา เปลวเพลิงสีม่วงที่ปกคลุมร่างกายของนาง
ซ่อนตัวเองเนื่องจากนางไม่ต้องเผาผลาญต้นกำเนิดพลังวิญญาณของนาง
อีกต่อไป ถึงกระนั้น บุปผาหิมะหกกลีบที่อยู่ระหว่างคิ้วของนางก็ยังเปล่ง
ประกายด้วยแสงที่สว่างยิ่งกว่าเดิม!
เสียงที่น่าประทับใจแพร่กระจายไปทั่วโลกอีกครั้ง เทพธิดาที่อยู่
เบื้องหลังเซิ่งเหม่ยซึ่งเป็น วิญญาณเทพสถิตของนางเองก็โจมตีเช่นกัน
ดาบสีฟ้าน้ำแข็งฟันลงมา ริบบิ้นที่โบกสบัดรอบเหม่ยเหม่ยลอยสูงขึ้น
ไปบนท้องฟ้า ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดรอบหนึ่งร้อยไมล์!
ปังง!
แสงสีฟ้าเยือกแข็งของจ้าวเหมันต์อมตะกระแทกเข้ากับค่ายกล
เหมันต์ม่านเงาสวรรค์ของเซิ่งเหม่ย!
ร่างหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณเองก็ตกลงค่ายกลเหมันต์ม่านเงา
สวรรค์ราวกับดาวตก สำหรับแสงสีฟ้าเยือกแข็งมัน ถูกป้องกันอยู่ข้าง
นอก!
ทั้งค่ายกลน้ำแข็งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและก้อนน้ำแข็งนับไม่ถ้วน
ร่วงลงมา รูนนับแสนรอบค่ายกลกลายเป็นจางลงจนหายไปอย่างไร้ร่อง
ลอย!
เมื่อเห็นโอกาส มู่หลิงเยว่, ซู่หย่าและคนอื่นๆก็โยนอักขระรูนเทวะ
ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในมือออกไป เพลิงสวรรค์เผาผลาญในท้องฟ้าและ
สายฟ้าโค้งหนากระจายออก หลังจากที่ถูกทำให้อ่อนลงเรื่อยๆ แสงสีฟ้า
เยือกแข็งก็สลัวลงเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ล้มเหลวในการทะลวงผ่านค่าย
กลเหมันต์ม่านเงาสวรรค์
ด้วยความร่วมมือของทุกคนที่นี่ การโจมตีครั้งสุดท้ายของจ้าวเหมันต์
อมตะถูกป้องกันไว้ได้!