Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,728 ไข่น้ำแข็ง
“พวกเขาป้องกันมันได้ พวกเขาป้องกันมันได้จริงๆ!”
เมื่อเห็นลำแสงสีฟ้าเยือกแข็งสลายไป ทุกคนในค่ายกลเหมันต์ม่าน
เงาสวรรค์ก็ตื่นเต้น พวกเขารู้สึกราวกับว่าเพิ่งเดินทางไปกลับจากประตู
นรก
แม้ว่าเกือบทุกคนแทบจะไม่มีแรงเหลืออยู่เลย แต่พวกเขาก็ยังลุก
โชนด้วยความดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
“เยี่ยม! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เหวิ่นหลงกำหมัดของเขาแน่น แม้ว่าทั้งร่างของเขาเปียกโชกไปด้วย
โลหิต แต่ก็ยังมีรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้าของเขา
เขามีความสุขอย่างแท้จริง นี่เป็นเพราะแม้กระทั่งตอนจบนั้น เซิ่ง
เหม่ยก็ยังไม่ได้เผาผลาญต้นกำเนิดพลังวิญญาณของนาง นางเพียงใช้พลัง
ต้นกำเนิดวิญญาณส่วนน้อย และจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่หลังจาก
พักผ่อน แต่จะไม่ได้รับผลข้างเคียงใดๆเลย ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีก
แล้ว
“หลินหมิงผู้นี้ ช่างน่าทึ่งโดยแท้!”
เหวิ่นหลงมองไปยังหลินหมิงบนท้องฟ้า ในเวลานี้ เขาได้เปิดสอง
วิหารเต๋า พลังสายฟ้าและเพลิงไหลเวียนทั่วร่างของเขา – ให้ความรู้สึกถึง
ผลักดันอันสูงส่งและโดดเด่น
แต่เดิมเขาคิดว่าหลินหมิงจะไม่ช่วยในการป้องกัน แต่ท้ายที่สุด มันก็
เป็นเพราะหลินหมิงที่พวกเขาสามารถข้ามผ่านอุปสรรคที่ยากที่สุดนี้ไปได้
ไม่ใช่แค่เหวิ่นหลงที่กำลังคิดสิ่งนี้อยู่ แต่คนอื่นๆเองก็มีความคิดเช่นนี้
ไกลออกไป ผู้ท้าชิงด้านทดสอบทั้ง 8 คนก็จ้องมองด้วยความว่างเปล่า
พวกเขาทั้งหมดหนีจากอันตรายเพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะ
จบลงด้วยชัยชนะ
พวกเขาไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะสามารถบดขยี้ไข่น้ำแข็งได้และพวกเขา
คิดว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ที่ เซิ่งเหม่ยจะสามารถป้องกันการโจมตีของจ้าว
เหมันต์อมตะ กลับกัน มันควรจะกล่าวได้ว่าแม้เซิ่งเหม่ยจะสามารถ
ป้องกันการโจมตีของจ้าวเหมันต์อมตะได้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะ
ตายที่นี่
ในสถานการณ์เช่นนี้ มันเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลอย่าง
สมบูรณ์สำหรับพวกเขาที่จะจากไป แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าทั้ง
สิบคนจะสามารถต้านทานการโจมตีของจ้าวเหมันต์อมตะโดยไม่มีใคร
เสียชีวิตเลย
วูป วูป วูป –
อากาศเย็นแผดเสียงโหยหวน สูง 100,000 ฟุตบนท้องฟ้า ถึงแม้ว่า
การโจมตีครั้งสุดท้ายของจ้าวเหมันต์อมตะจะได้ผลาญพลังเกือบทั้งหมด
แต่มันก็ยังไม่จางหายไปจากโลก มันยังคงรักษาร่างของฟีนิกซ์น้ำแข็งไว้ได้
แต่ร่างกายของมันพร่ามัวลงอย่างมาก
“เจ้ามดปลวกโง่เขลา เจ้าได้ยั่วโทสะของข้าอย่างแท้จริงแล้ว! เดิมที
ข้าไม่ต้องการฆ่าเจ้า แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว! พวกเจ้าทุกคนต้องตายได้
ที่นี่!”
จ้าวเหมันต์อมตะคำรามเสียงอย่างน่ากลัว ดังก้องไปทั่วโลก!
บึมมม!
ด้วยการระเบิดอย่างรุนแรง พลังงานน้ำแข็งของจ้าวเหมันต์อมตะตก
ลงสู่พื้นดิน ธารน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นดินเริ่มหนาขึ้นในอัตราที่น่าตกใจ!
“หืม? จ้าวเหมันต์อมตะยังคงมีพลังที่น่ากลัวเช่นนี้เหลืออยู่ได้
อย่างไร?”
ทุกคนตกใจอย่างที่สุด พวกเขาไม่รู้เลยว่าจ้าวเหมันต์อมตะกำลังทำ
อะไร
และในเวลานี้ สีหน้าของเซิ่งเหม่ยที่เงียบสงบอย่างต่อเนื่องก็
เปลี่ยนไป ในที่สุดนางก็เข้าใจสิ่งที่จ้าวเหมันต์อมตะกำลังทำอยู่ มันผลาญ
พลังงานมากเกินไปจริง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งคลื่นการโจมตีออกมา
อีกครั้ง แต่มันก็ยังสามารถใช้กากพลังอันสุดท้ายของมันเพื่อแช่แข็งปมมิติ
ที่เชื่อมต่อกับด่านที่ 4 และด้านที่ 5!
นางพูดอย่างตกใจ “ระวัง มันกำลังปิดช่องว่างมิติที่กลับไปสู่ด่านที่
4!”
คำพูดของเซิ่งเหม่ยทำให้ทุกคนตกใจ จ้าวเหมันต์อมตะที่ต้องการขัง
พวกเขาไว้ที่นี่!
ด่านที่ 5 มีปมมิติจำนวนมาก หากผู้ท้าชิงด้านทดสอบยอมแพ้ในการ
สังหารจ้าวแห่งด่านที่ 5 แล้ว พวกเขาก็ยังจะสามารถหนีไปยังทางที่เข้า
มาได้ หลังจากระยะเวลาหนึ่ง ปมมิติจะขยายและเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
สร้างช่องทางจากด่านที่ 5 กลับไปยังด่านที่ 4
แต่หากผู้ท้าชิงด้านทดสอบสามารถเอาชนะจ้าวแห่งด่านที่ 5 ได้แล้ว
ช่องว่างมิติอื่นจะเปิดขึ้น คือจากด่านที่ 5 สู่ด่านที่ 6
จ้าวเหมันต์อมตะใช้พลังเพื่อแช่แข็งปมมิติ ดังนั้นมันจึงเลื่อนการเปิด
ออก และในเวลาเพียงครึ่งชั่วธูป จ้าวเหมันต์อมตะจะผ่านนิพพานที่สอง
เสร็จสมบูรณ์และปฏิรูปกลับไปเป็นจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะอีกครั้ง!
เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น มันจะเป็นไปไม่ได้สำหรับทั้งกลุ่มที่จะป้องกันการ
โจมตีอีกครั้ง!
“บัดซบ!”
“สัตว์ร้ายตนนี้ต้องการขังพวกเราไว้ที่นี่!”
มู่หลิงเยว่, เยว่ฉือ, เหวิ่นหลงและคนอื่นๆยังคงสงบ สำหรับผู้ท้าชิง
ด้านทดสอบทั้ง 8 คนที่ถอนตัวออกจากการเข้าร่วม พวกเขารู้สึกว่ามือ
และเท้าของตนด้านชา เมื่อจ้าวเหมันต์อมตะบรรลุนิพพานสำเร็จ ผลที่
ตามมาก็จะสามารถจินตนาการได้
และในเวลานี้ เซิ่งเหม่ยนั่งเงียบๆอยู่ในอากาศ ดวงตาของนางยัง
เปล่งแสงลึกลับ กระแสวังวนสีดำปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของนาง ดูดซับ
และกลั่นตัวพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเพื่อรวบรวมมันในร่างกาย
ของนาง
ในเวลานี้ นางรู้สึกสงบอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางจะต้อง
ฟื้นฟูพลังของนางโดยเร็วที่สุด จากนั้น นางจะสามารถจัดการกับ
สถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้
ดวงตาเย็นชาของจ้าวเหมันต์อมตะจ้องไปยังหลินหมิง เห็นได้ชัดว่า
รู้สึกถึงจิตสังหารของหลินหมิง มนุษย์ผู้นี้จะโจมตีมันอย่างแน่นอน
“ฮ่าๆๆ! มนุษย์ เจ้าต้องการฆ่าข้า?
“น่าสนใจ! น่าสนใจยิ่ง! ถ้าเช่นนั้น มาดูกันเถิดว่าเจ้าจะวิธีใดในการ
ฆ่าข้า! เจ้าสามารถทนต่อนิพพานทั้งเก้าของข้าได้หรือเจ้าสามารถทำลาย
ไข่นิพพานของข้าก็ได้ แต่ในสถานะนิพพานของข้าในฐานะจ้าวเหมันต์
อมตะ การป้องกันของข้ายิ่งใหญ่กว่าตอนเป็นจ้าวอัคคีโลกันต์อมตะ! ข้า
จะรอเจ้า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
จ้าวเหมันต์อมตะหัวเราะอย่างพอใจ ร่างของมันเล็กลงเมื่อพลังงาน
สลายไป
สายตาของหลินหมิงเย็นชา ออร่าของเขาปะทุขึ้น ความแข็งแกร่งอัน
น่าสะพรึงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณยังคง
วิ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขา ต้องการที่จะหลุดพ้น
เขาจมพลังงานลงสู่โลกภายในของตนเอง ต้นไม้ใหญ่เติบโตอย่าง
รวดเร็วเบื้องหลังหลินหมิง – นี่คือต้นเทพทรราชคลั่ง
แต่คราวนี้ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นภาพร่างแต่อย่างใด แต่ต้นไม้
ศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงและสูงสุด!
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกคลุมด้วยร่องลอยโบราณ ราวกับว่ามังกรครามได้
ถูกจับอย่างแน่นหนาบนเปลือกไม้ กิ่งก้านและใบที่ประดับมงกุฎนั้นเขียว
ชอุ่ม แต่ละใบแสดงรูปแบบที่แตกต่างออกไป
บางใบมีเพลิงลุกโชติช่วง เปล่งแสงกฎต้นกำเนิดของทัณฑ์สวรรค์
บนใบอื่นๆเปล่งประกายสายฟ้า
นี่คือพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์สายฟ้าและเพลิงที่อาศัยอยู่ในความ
กลมกลืนบนต้นเทพทรราชคลั่ง พลังทั้งสองของทัณฑ์สวรรค์ส่งผลให้เกิด
แรงกดดันที่ลึกลับ ทำให้มิติโดยรอบบิดเบี้ยวราวกับว่ามันจะพังทลายลง
ได้ทุกเวลา
ต้นเทพทรราชคลั่งที่ปรากฏร่างจริงของมันและพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์
สายฟ้าและเพลิงยังสำแดงความหมายที่แท้จริงของมัน อย่างเลือนราง
เปลวเพลิงอันน่าหลงไหลผสานเข้าด้วยกันกับสายฟ้าส่วนโค้งหนา ดั่ง
มังกรเพลิงและสายฟ้าเกี่ยวพันกัน นี่คือการประจักษ์สูงสุดในความเข้าใจ
ของหลินหมิงในปราณเทพทรราชคลั่ง
เขาสำแดงพลังให้เห็นอีกครั้งและเพิ่มขึ้น ภายในเปลวเพลิงแห่ง
ทัณฑ์สวรรค์ ดูเหมือนว่าจะมีฟีนิกซ์กู่ร้องและกางปีกของมัน ในเปลว
เพลิงแต่ละอันมีภาพร่างฟีนิกซ์ร่ายรำ งดงามดั่งฝัน
จ้าวเหมันต์อมตะที่จ้องมองที่ต้นเทพทรราชคลั่งเบื้องหลังหลินหมิง
มีความเย้ยหยันอยู่บนใบหน้าของมัน ในที่สุด พลังงานของมันก็หมดลง
อย่างสมบูรณ์ พลังแห่งกฎน้ำแข็งที่ไร้สิ้นสุดระหว่างชั้นฟ้าและปฐพีถล่ม
ลงมา และแสงสีฟ้าที่หมุนวนในโลกก็จางลงเช่นกัน
ในช่วงเวลาต่อมา พลังงานความเย็นภายในโลกดูเหมือนจะถูกเรียก
โดยบางสิ่ง มันพุ่งเข้าหาจ้าวเหมันต์อมตะในขณะที่พลังทั้งหมดของกฎ
น้ำแข็งถูกดึงกลับเข้าไปในร่างของจ้าวเหมันต์อมตะ
วูมมม –
ระลอกคลื่นของพลังงานความเย็นหมุนวนอย่างบ้าคลั่งในอากาศ
ก่อให้เกิดกระแสวังวนสีฟ้ามหึมา ที่ใจกลางของกระแสวังวนนี้ พลังงาน
ความเย็นทั้งหมดรวมตัวกัน หนาขึ้นและจับต้องได้มากขึ้นเมื่อมัน
กลายเป็นไข่น้ำแข็งขนาดใหญ่!
ไข่น้ำแข็งนี้เป็นเหมือนขุนเขาน้ำแข็งรูปไข่ โดยรอบมัน รูนส่องแสง
เหมือนดวงดาว
หลินหมิงเผชิญกับไข่น้ำแข็ง!
สายลมแรงมืดครึ้ม ชุดสีดำของหลินหมิงโฉบสะบัดในพายุน้ำแข็ง
เส้นผมของเขาสบายอยู่รอบตัว
ทุกคนกลั้นหายใจ ในมุมมองของพวกเขา มันเหมือนภาพเดียวที่
เหลืออยู่คือร่างของหลินหมิง!
นี่คือการโจมตีครั้งสุดท้าย ไม่ว่าการต่อสู้ครั้งก่อนจะงดงามหรือน่า
ประหลาดใจเพียงใด หากการโจมตีครั้งสุดท้ายล้มเหลวแล้ว ทุกสิ่งทุก
อย่างก็จะไร้ความหมาย ทุกคนที่นี่จะต้องตาย…
จากนั้น หอกปรากฏในมือของหลินหมิง
หอกนี้ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันจนไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามันมาจาก
ไหน มันเหมือนอยู่ในมือของหลินหมิงมาตั้งแต่ต้น
หอกเป็นสีดำสนิท ไม่มีเงาแม้แต่น้อย ปลายหอกนั้นเย็นยะเยือกและ
คมกริบ นำมาซึ่งออร่าเก่าแก่และไร้สิ้นสุด ออร่านี้ดุร้ายราวกับว่ามันเป็น
มังกรที่อยู่ภายใน
“นั่นหอกอะไรกัน?”
ทุกคนตกใจอย่างที่สุด แม้แต่จากระยะไกล พวกเขายังสามารถรู้สึก
ได้ถึงออร่าที่น่าสะพรึงกลัวบนหอก ทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนไหว
ได้
พวกเขาสามารถรู้สึกได้อย่างง่ายดายว่าหอกนี้ไร้เปรียบโดยแท้
แน่นอนว่ามันจะต้องสังหารผู้ทรงพลังจำนวนนับไม่ถ้วนมาก่อน และ
ตัวตนเหล่านั้นต่างหวาดกลัวอย่างเหลือเชื่อ!
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหลับตา รู้สึกถึงจิตสังหารภายใน
หอกมังกรทมิฬ ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน เขาไม่สามารถใช้พลังของ
หอกได้อย่างเต็มที่
เพียงแค่โจมตีครั้งเดียวด้วยหอกมังกรทมิฬก็ยังจะต้องใช้ส่วนใหญ่
ของหลินหมิงแล้ว ดังนั้นนี่ไม่ใช่อาวุธที่เขาสามารถนำออกมาได้ทุกเมื่อที่
เขาต้องการ สำหรับเขาที่จะนำหอกมังกรทมิฬออกมาในตอนนี้ มัน
ชี้ให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการต่อสู้เป็นตายครั้งสุดท้าย!
ด้วยการหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ร่างกายของหลินหมิงเปลี่ยนไป กลิ่น
โลหิตหนาแผ่ออกมาจากภายในร่างกายของหลินหมิง ราวกับว่ามีเทพ
แห่งความตายโบราณเกิดขึ้นภายในตัวเขา
ทั้งร่างปล่อยหมอกสีแดงโลหิตหนาทึบ เกล็ดมังกรโผล่ออกมาจากใต้
ผิวหนังของหลินหมิง โอบรอบร่างของเขา
เส้นผมของเขายาวขึ้น ผมสีดำของเขาดูเหมือนจะถูกย้อมด้วยโลหิต
สด กลายเป็นสีแดงสดใส
กึก กึก กึก!
ข้อต่อของเขาส่งเสียงดังลั่น ร่างของเขาสูงขึ้น
เปลวเพลิงสีแดงดูเหมือนจะปกคลุมใบหน้าเขา ควบแน่นเป็น
หน้ากากผนึกคำสาปโลหิต พลังอันน่าเกรงขามของสายฟ้าสะท้อนอยู่
รอบตัวเขา เปลี่ยนเป็นสีเข้มจนกระทั่งมันกลายเป็นเกราะสายฟ้าสีดำที่
สาดแสงรอบตัวเขา
หลินหมิงกระตุ้นโลหิตอาชูร่าในร่างกายของเขาและเปลี่ยนร่างให้
กลายเป็นเทพแห่งความตาย!
“นี่มันพลังเช่นใดกัน!?”
ในขณะที่ทุกคนมองหลินหมิงที่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเป็นอา
ชูร่า และยังรู้สึกว่ามีจิตสังหารอย่างล้นหลามที่หลั่งไหลออกมาจาก
ร่างกายของเขา แม้กระทั่งคนที่ยืนอยู่ห่างไกลก็ยังต้องกลืนน้ำลายด้วย
ความหวาดหวั่น
โลหิตอาชูร่าบรรจุพลังปราณหลายพันล้านปีขอจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่า ตอนนี้ หลินหมิงกระตุ้นมัน โลหิตชีวิตของเขาจึงทะยานขึ้นถึงขีดสุด
สำหรับนักสู้ทุกคน ออร่านี้กระตุ้นความกลัวจากสัญชาตญาณภายในส่วน
ลึกของพวกเขา
หลินหมิงก้าวไปข้างหน้า มิติดูเหมือนจะกลายเป็นพื้นดินที่มั่นคงใต้
ฝ่าเท้าของเขา กระทั่งแตกออกเพียงการเดิน
เกร๊ก! เกร๊ก! เกร๊ก!
ทีละก้าว หลินหมิงเริ่มก้าวเร็วขณะที่เขาพุ่งเข้าใส่ไข่น้ำแข็ง
พลังเพลิงและสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์บนต้นเทพทรราชคลั่งถูกโคจร มัน
ไหลไปสู่หอกมังกรทมิฬ ก่อให้เกิดละลองดาวนับไม่ถ้วนจากสายฟ้าและ
เพลิงที่หมุนวนเหนือมัน