Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,825 ผู้ปกครองเทวะช่วงกลาง
ไม่ต้องสงสัย หน้าตำราทองคำที่ร่วงลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์
ศักดิ์สิทธิ์ชาววิญญาณ สำหรับส่วนนี้ของจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน มัน
เหมือนจะเป็นแดนเร้นลับที่หลงเหลืออยู่ก่อนหน้าบรรพบชนรุ่นแรกของ
ชาววิญญาณจะพินาศลง
สำหรับห้วงมิติที่นี่ มันอาจเป็นสนามรบโบราณระหว่างจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าและบรรพบชนรุ่นแรกของชาววิญญาณ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงก็ตกตะลึง หัวใจของเขาเริ่มพลุ่งพล่าน
สูงขึ้นด้วยโลหิตที่ร้อนระอุ แม้แต่ดวงตาของเขาจะสว่างขึ้น
ถ้าเป็นเช่นนั้น นี่ก็เป็นร่องรอยและเครื่องหมายที่นี่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
โดยการต่อสู้ระหว่างสองผู้เชี่ยวชาญไร้เปรียบ
สำหรับนักสู้ในระดับหลินหมิง นี่เป็นสมบัติที่ไม่อาจจินตนาการได้
เส้นสายเลือนรางของกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่ากระจายไปอย่างต่อเนื่อง
จากปลายนิ้วของเขา สะท้อนอย่างสดคล้องกับออร่าการต่อสู้ที่เหลืออยู่ที่
ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าในเหวลึกสีดำ
ปัง!
ออร่าที่บริสุทธิ์อย่างไร้เปรียบของเต๋าสวรรค์อาชูร่าเริ่มไหลลงสู่ทะเล
แห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง
เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกถึงการต่อสู้ระหว่างจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและ
ราชันชาววิญญาณโบราณ การให้ประโยชน์อย่างละเอียดของพลังเต๋า
สวรรค์อาชูร่านั้นสะท้อนออกมาในจิตใจของเขาอย่างสมบูรณ์
ด้วยความเข้าใจในปัจจุบันของเขาเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์อาชูร่า เขาจึง
ค่อยๆยืนยันความจริงเหล่านี้ได้อย่างช้าๆ
ในอดีตเมื่อเขาเดินไปตามบันใดศิลาฟ้า หลินหมิงได้ผ่านเครื่องหมาย
วิญญาณที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า และได้เฝ้าดูใน
ขณะที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าต่อสู้ในการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่มากมาย
แต่นั่นเป็นเพียงการรับชม มันแตกต่างจากตอนนี้ที่เขาสามารถรวม
การรับรู้เข้ากับเครื่องหมายทิ้งไว้ในสนามรบโบราณโดยจ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่า
มันเหมือนกับว่าเขาได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
สิ่งที่ทำให้เขาเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เขาสามารถรู้สึกในร่างกายขณะที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าต่อสู้กับ
ศัตรู เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทุกๆนาทีในการใช้กฎของเต๋าสวรรค์อาชูร่า
ความเข้าใจเหล่านี้ทั้งหมดได้รับการตรวจสอบอย่างช้าๆกับความ
เข้าใจก่อนหน้าของเขาเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์อาชูร่า อย่างช้าๆ หลินหมิง
สามารถเข้าใจถึงพลังของเต๋าสวรรค์อาชูร่าที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้ความ
เข้าใจของเขาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
หลินหมิงนั่งลงที่ขอบเหวแล้วนั่งเข้าฌานอย่างช้าๆ
ในความว่างเปล่าที่มืดมิด รูนอาชูร่านับไม่ถ้วนสั่นไหว รูนอาชูร่า
เหล่านี้เป็นเหมือนข้อความในตำราประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกความ
ลึกลับไม่รู้จบไว้
หลินหมิงค่อยๆเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน เบื้องหลังเขา ต้นไม้เก่าแก่ที่มี
รากคล้ายมังกรแข็งแกร่งเริ่มปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ หยั่งรากในความว่าง
เปล่า ต้นไม้แผ่กิ่งก้านและใบแก่ รอบๆต้นไม้นั้น กลีบดอกร่วงหล่น
ปรากฏดั่งดินแดนมหัศจรรย์อมตะ
นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นโพธิ์แห่งขุนเขาผู่โถวปรากฏขึ้น
มันเป็นแดนพิสุทธิ์แห่งความสุขที่สุดในโลกนี้
ใต้ต้นโพธิ์ หลินหมิงได้หลอมรวมเจตจำนงแห่งนักสู้หลายแบบเข้า
ด้วยกัน สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถเข้าสู่สถานะที่เข้มข้นอย่างสมบูรณ์เมื่อใดก็
ตามที่เขาต้องการ โดยไร้เสียง ไร้สัมผัส ไร้สายตา ไร้ความรู้สึก
หลินหมิงเข้าฌานเช่นนี้โดยไม่คำนึงถึงเวลา เขากวาดผ่านรูน
ตลอดเวลาเพื่อรับรู้จากความลึกลับภายใน
“…การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้พลังของเต๋าสวรรค์อาชูร่าไปถึง
จุดสูงสุดนี่เป็นความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง… ไม่แปลกใจที่ราชันชาว
วิญญาณโบราณนี้ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้แม้ว่าเขาจะพยายามอย่าง
เต็มที่ก็ตาม
“…ดังนั้นการใช้พลังของกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าก็เป็นเช่นนี้ ด้วย
วิวัฒนาการที่น่าทึ่ง มันไม่ด้อยไปกว่าปราณของเต๋าอันยิ่งใหญ่แห่ง 33
สวรรค์…”
หลินหมิงลอยอยู่ในความว่างเปล่า รูนคล้ายดวงดาวหมุนไปรอบๆ
เขาในขณะที่เขารับรู้ออร่าของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าอย่างช้าๆ
การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าที่ต่อสู้กับ
ราชันชาววิญญาณโบราณปรากฏในใจของเขา
เมื่อเป็นเช่นนี้, 6 เดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของหลินหมิงจากขอบเหวได้เริ่มเข้าสู่สรภูมิดาราจักรโบราณ
เขาสัมผัสได้ถึงออร่าของการต่อสู้ที่เหลืออยู่โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่า ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าเริ่มลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พลังสีแดงโลหิตโดยรอบออร่าของเต๋าสวรรค์อาชูร่าก่อตัวขึ้นเป็นเส้น
สายสีแดงจางๆที่ล้อมรอบหลินหมิง
จากระยะไกล มันดูราวกับว่าหลินหมิงถูกผูกไว้ในรังไหมสีแดงเข้ม
รังไหมนี้ใหญ่ ราวดกับอุกกาบาตโลหิต
หลินหมิงนั่งไขว้ขา รับรู้อย่างสมบูรณ์
แผนภาพค่ายกลสวรรค์อาชูร่าฮัมเสียงอยู่ในตัวเขาตลอดเวลา ภาพ
ร่างอาชูร่ายักษ์ปรากฎขึ้น ผลักวงล้อขนาดใหญ่ มันค่อยๆหลอมรวมกับรัง
ไหมสีแดงโลหิต ในความโกลาหล การเปลี่ยนแปลงใหม่ก็ค่อยๆปรากฏขึ้น
วงล้อกรรมหมื่นปีศาจของหลินหมิง โดยไม่รู้ตัว ทักษะการต่อสู้แบบ
อื่นของอาชูร่าที่หลินหมิงเรียนรู้ผ่านคัมภีร์อาชูร่าเริ่มมีวิวัฒนาการอย่าง
ต่อเนื่อง เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
แม้แต่ภาพร่างอาชูร่าที่ผลักวงล้อกรรมหมื่นปีศาจก็ยังเริ่มเต็มไปด้วย
เนื้อหนังและโลหิต ทำให้เกิดแรงผลักดันที่น่ากลัว นัยน์ตาสีดำสนิทของ
มันเริ่มลุกโชนด้วยแสงสีแดงเข้ม…
ในตอนท้าย รังไหมสีแดงโลหิตรอบหลินหมิงได้หนาขึ้นเรื่อยๆจน
เกือบจะถึงขนาดของดาวเคราะห์
หลินหมิงบินเข้าไปใกล้กับใจกลางของสรภูมิดาราจักรโบราณ ใน
ที่สุด ด้วยเสียงที่ดังก้องกังวาน เขาหลอมรวมเข้ากับรูนการต่อสู้ที่
แข็งแกร่งที่สุดที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในการต่อสู้ระหว่างจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่าและราชันชาววิญญาณโบราณ
รังไหมสีแดงโลหิตเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วภายในสรภูมิดาราจักร
โบราณ แสงสีแดงพุ่งพรวดออกมาและระเบิดราวกับทะเลสายฟ้าอยู่
ภายใน
ข้างในรังไหมโลหิต หลินหมิงนั่งเปลือยกายอยู่ในความว่างเปล่า ราว
กับพระพุทธรูปโบราณที่กำลังครุ่นคิดอย่างลึกซึ่ง
ทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขาเปล่งแสงจ้า ผนึกคำสาปสีแดง
หนาแน่นคืบคลานไปทั่วร่างกายของเขาเหมือนตะขาบนับไม่ถ้วน
ทุกผนึกคำสาปมีจังหวะของเต๋าอันยิ่งใหญ่และเปล่งเสียงคำรามของ
มังกรและเสือ
ผนึกคำสาปเหล่านี้เป็นข้อความที่เก่าแก่ที่สุดของคัมภีร์อาชูร่า ใน
ขั้นต้น ข้อความเหล่านี้ได้รับการบันทึกไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของ
หลินหมิงที่ซึ่งพวกมันลอยเหมือนดวงดาวที่คลุมเครือและลึกลับ ไม่
สามารถเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์
แต่ตอนนี้ หลินหมิงมองเห็นเครื่องหมายต่อสู้ที่ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าและเขาค่อยๆหลอมรวมกับเครื่องหมายต่อสู้เหล่านี้ ทำให้
พวกมันรู้สึกได้ผ่านทั่วร่างกายของเขา
จากนั้น เครื่องหมายต่อสู้เหล่านี้สะท้อนกับข้อความคัมภีร์อาชูร่าใน
ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา บางส่วนที่เขาเคยสับสนมาก่อนก็ชัดแจ้งขึ้น
ทันที่
ข้อความของคัมภีร์อาชูร่าที่มีความลึกลับและความแข็งแกร่งไม่รู้จบ
เริ่มปะปนอยู่กับเนื้อหนังและโลหิตของหลินหมิงอย่างละเอียด กลายเป็น
ส่วนหนึ่งในร่างกายของเขา
ในช่วงเวลานั้น ความเข้าใจของหลินหมิงเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์อาชูร่า
เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นความสมบูรณ์แบบมากขึ้น…
รังไหมสีแดงโลหิตพราวแสงเองก็เริ่มจางลงจนสนิท ดูเหมือนว่ามัน
จะค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของสรภูมิดาราจักรโบราณ เปลี่ยนเป็น
อุกกาบาตสีแดงโลหิตที่ไม่ได้มีพลังอะไรเลย มันนิ่งสนิทและเย็นยะเยือก
สภาพนี้ดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลาที่ไม่รู้จัก มันดูเหมือนจะเป็นลม
หายใจแห่งกาลเวลาและมันดูเหมือนจะเป็นยุคของทั้งจักรวาล
ปัง!
อุกกาบาตรังไหมสีแดงโลหิตที่เย็นยะเยือกแตกเป็นเสี่ยงๆและ
กระจายไปในความว่างเปล่า
ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงกลาง
ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงรู้ว่าเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วง
กลางแล้ว แม้ว่าการบ่มเพาะของเขายังคงถูกยับยั้งลงไปยังขั้นผู้ปกครอง
เทวะช่วงต้นในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน แต่เขาก็รู้ว่าตราบใดที่เขาออกจาก
สถานที่นี้ ระดับการบ่มเพาะจะไปสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะช่วงกลางอย่าง
สมบูรณ์โดยมิอาจหยุดยั้ง
หลินหมิงยับยั้งการบ่มเพาะของเขาซ้ำๆเพื่อรวบรวมรากฐาน และ
ตอนนี้ การบ่มเพาะของเขาก็ไม่สามารถยับยั้งได้อีกต่อไป มันเป็นเหมือน
หม้อที่เต็มไปด้วยของเหลวมากเกินไปและช่วยไม่ได้ที่จะไหลออกมา
เนื่องจากไม่สามารถยับยั้งได้ หลินหมิงจึงไม่พยายามเช่นกัน
เขาวางแผนที่จะรอเมื่อมาถึงจุดสูงสุดของขั้นผู้ปกครองเทวะและเริ่ม
มุ่งสู่ขั้นราชันพิภพ เขาจะเข้าสู่การปิดด่านเป็นเวลาหลายสิบหรือ
แม้กระทั่งร้อยปีเพื่อรวมการบ่มเพาะ และทำให้รากฐานของเขามั่นคง
เท่าที่จะเป็นไปได้
นี่ก็เพื่อชดเชยปัญหาที่เกิดจากการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป
หลินหมิงก้าวออกมาอย่างช้าๆ ออร่าของเขาถูกยับยั้งและทุกรูขุมขน
บนร่างกายนั้นเรียบเนียนราวกับหยกที่ดีที่สุดโดยไม่ปล่อยพลังใดๆเลย
เขาเพียงแค่เดินผ่านดาราจักร ทุกย่างก้าว ส่วนของดวงดาวจะแตก
สลายตัวภายใต้จังหวะอันลึกลับของย่างก้าว
หลังจากนั้น ทีละก้าว เขาก็มาถึงขอบนอกสุดของดาราจักร
เขาโบกมือและชุดสีม่วงเข้าปกคลุมร่างเปลือยของตน
และในเวลานี้ เด็กสาวชุดแดงกำลังนั่งอยู่บนดวงดาวที่แตกสลาย
มองดูวิธีการของหลินหมิงอย่างเงียบๆ ดวงตาของนางส่องแสง
ระยิบระยับ ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
นางดูเหมือนงุนงงเล็กน้อย ประหลาดใจเล็กน้อยและสับสนเล็กน้อย
ราวกับว่านางไม่รู้จักหลินหมิงเลย
“นี่เป็นสมบัติที่ซ่อนเร้นอย่างแท้จริง การเก็บเกี่ยวของข้าที่นี่ยอด
เยี่ยมโดยแท้ ขอบใจ”
เสียงของหลินหมิงก้องดั่งสายฟ้า กระจายไปทุกทิศทุกทางและทำให้
สายลมพัด
ทุกสิ่งรอบตัวเขาสั่นไหว บางหินก้อนโตพังทลายลงมาโดยตรงและ
ตกลงกับพื้น
เห็นได้ชัดว่าเป็นปรากฏการณ์คล้ายคลึงราชสีห์นี้เกิดขึ้นเมื่อความ
แข็งแกร่งของคนผู้หนึ่งกลายเป็นน่าเกรงขามอย่างเหลือเชื่อ
เด็กสาวชุดแดงกระโดดขึ้นมาด้วยความตกใจ นางขดตัวลง
“…จ-จ-เจ้าทำให้ข้ากลัว”
หลินหมิงหัวเราะด้วยความละอายและลูบจมูกอย่างเชื่องช้า คราวนี้
เขาได้รับประสบการณ์การต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่าและราชันชาววิญญาณโบราณ
เขาหลอมรวมกับเครื่องหมายต่อสู้ที่เหลือไว้ที่นี่โดยจ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่าและได้รับผลประโยชน์มากมาย
เขาสามารถรู้สึกถึงพลังที่ชัดเจนภายในร่างกาย กว้างใหญ่ดุจทะเล
เขาได้ก้าวไปอีกก้าวที่ใกล้ขั้นราชันพิภพ
ยิ่งไปกว่านั้น เขามีความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นในเต๋าสวรรค์อาชูร่า หลาย
ส่วนชัดเจนต่อเขาแล้ว ด้วยการรู้แจ้งที่น่าอัศจรรย์นี้ มันก็เหมือนกับเกิด
ใหม่
ในระดับปัจจุบันของหลินหมิง การก้าวไปข้างหน้าในแต่ละก้าวนั้นไม่
ง่ายเลย ตอนนี้เขามีการเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่มาก เขาย่อมปิติไปกับมัน