Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,828 การสิ้นสุดของสมรภูมิ
“ผู้อาวุโส… ผู้อาวุโสขาเดียว!”
ใบหน้าของชายร่างอ้วนเปลี่ยนเป็นมืดมน ในความคิดของเขา มหา
ราชันพิภพขาเดียวเป็นเหมือนเทพเจ้า แต่เขาถูกฆ่าตายมิต่างจากไก่กา
เช่นนี้?
เขารู้สึกราวกับว่าเขามีชีวิตอยู่ในความฝันที่แปลกประหลาด
หอกของหลินหมิงดูธรรมดาและเรียบง่าย ดังนั้นเหตุใดมหาราชัน
พิภพขาเดียวจึงไม่สามารถหลบเลี่ยงได้
ในความคิดของชายร่างอ้วน ถึงแม้ว่ามหาราชันพิภพขาเดียว
ตัดสินใจที่จะไม่หลบหอก แต่หอกนั้นก็ยังไม่สามารถทำร้ายเขาได้เลย
ไม่เพียงแต่ชายร่างอ้วนที่อยู่ในความงุนงง แต่คนอื่นก็ด้วย ด้วย
สายตาของพวกเขา มันไม่สามารถมองเห็นกฎที่ลึกลับภายในหอกของ
หลินหมิงได้ และพวกเขาก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าหอกของหลินหมิงเร็วแค่
ไหน เนื่องจากความสับสนที่เกิดจากกฎมิติและเวลา หอกของหลินหมิง
ทำให้ความรู้สึกของภาพลวงตาไร้สิ้นสุด ทำให้มันดูช้าอย่างไร้เปรียบ
“เจ้า… เจ้าเป็นมนุษย์คนนั้นจากเมืองจักรพรรดิ!”
ชายร่างอ้วนจำหลินหมิงได้ ที่เมืองจักรพรรดิ สถานะของหลินหมิง
ในฐานะชาวมนุษย์นั้นได้ทิ้งความประทับใจไว้กับเขา อย่างไรก็ตาม สีหน้า
ของเขาเปลี่ยนไปราวกับว่าเขาจำบางสิ่งที่น่ากลัวได้
เขาไม่ใช่คนโง่เขลา เขาคิดทันทีว่าใครอาจเป็นหลินหมิงได้ในไม่นาน!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร หอกโลหิตฟีนิกซ์ก็พุ่งมายัง
คอของเขาแล้ว!
เมื่อชายร่างอ้วนเห็นหอกตัวนี้พุ่งเข้าหา เขาต้องการที่จะหลบ แต่
ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกว่าร่างกายถูกตรึงด้วยพลังแห่งกฎที่ไม่สามารถ
อธิบายได้ ทำให้การกระทำทุกอย่างของเขาเหมือนติดในบึง ทั้งหมดที่เขา
ทำได้คือจ้องมองอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่หอกนี้พุ่งเข้าหาเขา
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้อาวุโสขาเดียวถึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการ
โจมตีได้”
นี่คือความคิดสุดท้ายของชายร่างอ้วนในสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน ด้วย
เสียงเบา หอกแทงทะลุคอของเขา
ชีวิตชายร่างอ้วนถูกตัดทันที่
สองคนเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอด
เช่นมหาราชันพิภพขาเดียว ถึงกระนั้น หลินหมิงก็ยังไม่ได้ปะทุออร่าเลย
แม้แต่น้อย และเขาก็ไม่ได้แม้แต่ก้าวไปไหนเลย
ฉากนี้ช่างน่าหวาดผวาอย่างยิ่ง
“เทพแห่งความตายหลินมู่…”
บางคนหลุดปากออกมา พวกเขาไม่ได้รู้รายละเอียดมากนักในข่าวที่
แพร่กระจายไป พวกเขารู้เพียงว่ามีเด็กที่น่ากลัวคนหนึ่งซึ่งสังหารราชัน
สวรรค์หมื่นภูตผีและได้ตามล่าราชันพิภพและมหาราชันพิภพ
สำหรับพวกเขา มหาราชันพิภพนั้นเป็นตัวตนที่ไม่อาจเอื้อม แต่
สำหรับหลินหมิง พวกเขาเป็นเพียงแต้มเกียรติยศ
พวกเขาจำสิ่งที่หลินหมิงพูดไว้ได้เมื่อเขาฆ่าราชันพิภพขาเดียว
“หนึ่งพันล้านแต้มเกียรติยศ… ในที่สุดข้าก็มีครบ”
ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นหลินหมิง?
“เขาถูกฆ่าตายมากพอที่จะไปถึง… หนึ่งพันแต้มเกียรติยศ”
ทุกคนพบว่ามันยากที่จะจินตนาการ แต้มเกียรติยศที่หลินหมิงพูดถึง
ต้องเป็นหลังจากหารอายุโครงกระดูกที่เป็นปัจจัยแล้ว จำนวนเดิมจะต้อง
เป็นตัวเลขมหาศาลโดยแท้
หลินหมิงหันหัวของเขาและมองดูผู้คนที่รวมตัวกัน ทำให้พวกเขา
กลัวจนตัวสั่น
“ไสหัวไป!”
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา ต่อคนอ่อนแอเหล่านี้ เขาไม่ใสใจที่จะฆ่าให้
เสียเวลา
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงกระจัดกระจายไปเป็นกลุ่มๆ หลบหนีไปในทุก
ทิศทาง
อย่างไรก็ตาม ศิษย์ของตำหนักจอมฟ้าหลายคนยังคงอยู่ นั่นเพราะ
ศิษย์พี่หญิงหยูลั่วของพวกเขายังไม่ได้เคลื่อนไหว
หยูลั่วมองไปยังหลินหมิง นางต้องการพูด แต่ก็ลังเล
หลินหมิงมองไปยังหยูลั่ว ในระหว่างการเดินทางมายังสมรภูมิผืน
นภานิมิตฝันนั้น หลินหมิงได้ตัดผ่านเส้นทางเดินกับเหล่าศิษย์ของตำหนัก
จอมฟ้าสองครั้ง พวกเขาอาจถูกมองว่ามีการแบ่งปันชะตากรรม
ยิ่งกว่านั้น เมื่อหลินหมิงเข้าสู่สมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน เขาก็ได้ใช้เหรียญ
จากตำหนักจอมฟ้าเพื่อทำเช่นนั้น
“บัวแก่นน้ำพุเป็นของเจ้า”
หลินหมิงเคยได้ยินชื่อของโอสถจิตวิญญาณนี้จากตำหนักจอมฟ้าและ
ขุมกำลังอื่นๆที่นี่ ในฐานะที่เป็นโอสถจิตวิญญาณที่มีค่าน้อยกว่าโอสถ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพแล้ว หลินหมิงก็ไม่จำเป็นต้องใช้เลย
หากเขาให้โอสถจิตวิญญาณนี้แก่ตำหนักจอมฟ้า มันก็ถือว่าเป็นการ
สิ้นสุดวัฏจักรของกรรม
“หลินมู่…”
หยูลั่วดูเหมือนจะต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อนางแยกริม
ฝีปาก ร่างของหลินหมิงก็หายไปในท้องฟ้าไร้สิ้นสุดแล้ว สิ่งเดียวที่
เหลืออยู่ก็คือเสียงของเขาที่สะท้อนผ่านหุบเขา
เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อของเทพแห่งความตายหลินมู่ก็มีทะยานขึ้นสู่
จุดสูงสุดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่หลังจากนั้น การพูดคุยเกี่ยวกับ
เขาก็เริ่มที่จะหายไป เขาปรากฏตัวอีกสองสามครั้งจนกระทั่งในที่สุดเขาก็
หายตัวไปอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ในสมรภูมิผืนนภานิมิต
ฝันซึ่งไม่รวมถึงเทพปีศาจโกลาหลที่ยังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งต่างก็ตาย
ไปแล้ว
สำหรับหลินหมิง เขากลับมาสู่แดนเร้นลับอีกครั้งหนึ่งที่จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าและราชันชาววิญญาณโบราณได้ต่อสู้กัน เขาเริ่มนั่ง
เข้าฌานอย่างสงบสุขกับกฎในซากโบราณครั้งนั้นอีกครั้ง
การบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป เขาต้องการเวลาเพื่อทำให้
ตัวเองมีเสถียรภาพ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ หลินหมิงเข้าฌานอย่างสงบที่ขอบเหว สำหรับ
เด็กสาวชุดแดง นางโฉบเฉี่ยวไปมาเหมือนภูตผีในแดนเร้นลับ ซึ่งมักจะ
พเนจรไปท่ามกลางความสับสนรอบหลินหมิง นางจะนั่งบนหน้าผาสีดำ
สนิทและมองขึ้นไปในดวงดาวที่ส่องประกายในระยะไกล ราวกับว่าการ
จดจำบางสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาที่เนินนานได้
หลินหมิงไม่รู้ว่าเด็กสาวชุดแดงนึกถึงสิ่งใด แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าใน
ช่วงเวลาที่ผ่านมา การพูดของนางราบรื่นขึ้นเรื่อยๆและนางก็ไม่พูดติด
อ่างเหมือนที่เคย
ด้วยเหตุนี้ กำหนดเวลา 3 ปีจึงมาถึง…
………..
ด้านนอกสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน ที่เมืองจักรพรรดิ
ออร่าที่ทรงพลังพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
เมฆบนท้องฟ้าถูกฉีก
วิหารอันงดงามเปล่งแสงเจิดจ้าจากดวงอาทิตย์ ส่องประกาย
ระยิบระยับขณะที่ลอยอยู่ในอากาศ ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและมีน่าเกรง
ขาม
ที่ยืนอยู่ด้านนอกวิหาร มีสาวใช้จำนวนหนึ่ง พวกนางทุกคนยับยั้งออ
ร่า เห็นได้ชัดว่าพวกนางมีการบ่มเพาะที่น่าอัศจรรย์
นอกจากนี้ยังมีเกวียนสีทองขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงงดงาม แสงจ้าทำ
ให้คนอื่นไม่สามารถมองมันได้โดยตรง
นอกจากนี้ยังมีบุคคลทรงพลังยืนอยู่บนก้อนเมฆ ปกคลุมไปด้วยเงา
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นรูปร่างหน้าตาของเขา แต่เขาแผ่ออร่าอันกว้าง
ใหญ่ ลึกล้ำราวกับทะเล เขาเป็นผู้ทรงพลังชั้นยอดและไม่มีใครกล้า
ประมาทเขา
มีขุมกำลังมาจากทั่วทุกมุมโลก พวกเขามาที่นี่เพื่อพบกับบุตรที่
ภาคภูมิใจแห่งสวรรค์ที่เข้าสู่สมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน
“สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันจะปิดลงในไม่ช้า ผู้สืบทอดของข้าต้องได้รับ
ความรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน กำราบวีรบุรุษคนอื่นๆทั้งหมด”
“หลิงหวางจะทำให้เกียรติมาสู่เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณของข้าอย่าง
แน่นอน” ราชาตัวสูงของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณกล่าว
“ฮ่าฮ่า การเป็นอัจฉริยะเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทะยานสู่
ความโดดเด่น มีสัตว์ประหลาดชราบางคนในนั้น คราวนี้ ข้าสงสัยว่า
อัจฉริยะของนิกายพวกเขาจะพ่ายแพ้ไปกี่คน” บางคนกล่าวออกมา อันที่
จริง อัจฉริยะนั้นน่ากลัว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดชราที่บ่ม
เพาะมาเป็นเวลานาน พวกเขาก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า
หากสัตว์ประหลาดชราเหล่านี้ไม่สนใจสถานะของพวกเขาแล้วจะ
โจมตีผู้โดดเด่น กลุ่มผู้โดดเด่นเหล่านั้นจะได้รับความสูญเสียอย่างรุนแรง
ฉากนี้จะยิ่งใหญ่มากขึ้น หลายขุมกำลังได้เข้าสู่สมรภูมิผืนนภานิมิต
ฝัน ตอนนี้ พวกเขาทั้งหมดเร่งมายังเมืองจักรพรรดิเพื่อทักทายการเปิด
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน
สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวาลผืนนภานิมิต
ฝัน จักรวาลผืนนภานิมิตฝันนั้นกว้างเกินไปและครอบคลุมเจ็ดสวรรค์ใน
โลกวิญญาณ มีมากกว่าหนึ่งสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน และสมรภูมิผืนนภา
นิมิตฝันที่แตกต่างกันเหล่านี้เปิดในเวลาที่ต่างกัน
หากต้องการเข้าสู่สมรภูมิผืนนภานิมิตฝันนั้นง่ายดาย แต่ต้องการที่
จะออกจากสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันนั้นยากลำบาก ผู้หนึ่งต้องมีเหรียญ
และแม้แต่ขุมกำลังที่มีขนาดใหญ่ก็ยังมีจำนวนเหรียญจำกัด
ในท้องฟ้าสูง ประตูสีม่วงขนาดใหญ่ไร้ขีดจำกัดเปล่งประกายจ้า
พลังที่อธิบายไม่ได้หลั่งไหลออกมาภายนอก
ประตูนี้ปิดเป็นเวลาสามปีและในที่สุดมันก็เปิดขึ้น นี่เองก็เป็นสัญญา
นของสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันนี้สิ้นสุดลง
“พวกเขากำลังจะออกมา”
มีคนตะโกนออกมาจากฝูงชนอย่างตื่นเต้น มีขุมกำลังบางแห่งที่
เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ของพวกเขา พวกเขาหวังว่าศิษย์ของตนจะสามารถ
กดดันคู่แข่งและกู้หน้าสำหรับนิกาย
สำหรับศิษย์หลายคน ผลลัพธ์จากสมรภูมิผืนนภานิมิตฝันเกี่ยวข้อง
กับการพัฒนานิกายในอนาคต แล้วพวกเขาจะไม่กังวลได้อย่างไร!?
ในขณะนั้น ประตูสีม่วงได้เปิดออก คลื่นอากาศที่น่ากลัวปะทุออกมา
ตามด้วยตัวตนมากมายที่น่าตื่นตา
กลิ่นอันทรงพลังของโลหิตและธาตุเหล็กเต็มอยู่ในอากาศ
ขุมกำลังจำนวนมากเคลื่อนย้ายไปข้างหน้าเพื่อทักทายคนเหล่านี้
ชายหนุ่มคนหนึ่งบินต่อหน้าชายชราคนหนึ่งและหยิบเหรียญออกมา
ชายชราหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข
“ดี เจ้าทำได้ดีมาก ฮ่าฮ่า เจ้านำรอยยิ้มมาสู่ใบหน้าของปู่ของเจ้า
อย่างแท้จริง” ชายชราสัมผัสหัวของชายหนุ่มคนนี้ด้วยความรัก เขาสัมผัส
ได้ถึงแสงที่ส่องจากแต้มเกียรติยศและสามารถบอกได้ว่าหลานชายของ
เขาได้ฆ่าคนไปจำนวนมาก เขาภูมิใจในความสำเร็จของหลานชายอย่าง
มาก
“เยี่ยมมาก ดูเหมือนว่าเผ่าสายเลือดพฤกษาของข้าทำได้ค่อนข้างดี
เจ้าฆ่าคนไป 5-6 คน… หืม …และนี่ยังรวมถึงผู้ทรงพลัง ดี ข้าพึงพอใจ
อย่างยิ่ง ผู้อาวุโสเผ่าสายเลือดพฤกษากล่าว มองไปยังเด็กหลายคนในเผ่า
สายเลือดพฤกษา พวกเขามีผ้าโพกหัวแปลกๆพันไว้รอบๆหัว แผ่พลัง
ความลึกลับ; มันค่อนข้างแปลกประหลาด
“อะไรกัน? นิกายของเรามีเพียงพวกเจ้าที่เหลืออยู่เท่านั้น? ใครที่ทำ
เช่นนี้!?” ผู้อาวุโสอีกคนคร่ำครวญ เมื่อเขามองไปยังเหล่าศิษย์ที่มีแผลเป็น
อยู่ตรงหน้า จิตสังหารของเขาพุ่งสูงขึ้นไปถึงสวรรค์
“ตระกูลบูรพาทิศโพ้น… วางแผนจัดหารพวกเจ้าทั้งหมดสินะ… ดี ดี
มาก ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะเลวทรามเช่นนี้!” ผู้อาวุโสนิกายอีกคนกล่าว
ขณะที่กัดฟัน
ขุมกำลังต่างๆทั้งหมดเริ่มค้นหาศิษย์ของตัวเองอย่างจริงจังในฝูงชน
ขุมกำลังบางอย่างมีความยินดีที่เห็นว่าศิษย์ของพวกเขามีผลลัพธ์ที่
โดดเด่น บางคนมีขุมกำลังกัดฟันและเตรียมที่จะตอบโต้ศัตรู
ชั่วครู่หนึ่ง ฉากนี้คึกคักไปด้วยกิจกรรม
หน้ากำแพงเทพจักรพรรดิ ผู้คนจำนวนมากพูดกัน