Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,892 ขั้นผู้ปกครองเทวะสูงสุด
ภายในรังไหม หลินหมิงมีความฝันที่ยาวนาน ในความฝันนี้ เขาได้
เห็นมหาภัยพิบัติกวาดผ่านจักรวาล!
ขนาดของมหาภัยพิบัตินี้น่ากลัวยิ่งกว่าการรุกรานเผ่าพันธุ์เทพโดย
ชาวภูติเทพ มันเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเกือบทุกเผ่าพันธุ์ในทุกจักรวาล
เขาเห็นอสูรอาละวาด เขาเห็นชีวิตที่นับไม่ถ้วนที่กำลังจะสูญสิ้น ล้าน
ล้านล้านล้านไมล์ถูกกวาดล้าง ขณะที่โลกอันยิ่งใหญ่ถูกทำลายไปดวงแล้ว
ดวงเล่า
ภัยพิบัติหนังสยองขวัญนี้ได้เปลี่ยนกฎของเต๋าสวรรค์ มันทำให้บาง
จักรวาลใน 33 สวรรค์ถูกทำลาย จากอารยธรรมกลายไปสู่ความเป็นป่า
เถื่อน…
และยุคนี้เป็นยุคที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
อาศัยอยู่
หลินหมิงดูเหมือนจะย้อนไปยังหมื่นล้านปีก่อนเพื่อเป็นสักขีพยาน
ทั้งหมดนี้
มีชิ้นส่วนที่พร่ามัว แต่ฉากเหล่านี้ก็ทำให้หลินหมิงตกใจเกินกว่าจะ
เข้าใจ
อสูรที่น่ากลัวเหล่านั้นครอบงำท้องฟ้า ที่ด้อยที่สุดในหมู่พวกมันคือ
ผู้ปกครองเทวะ และมีอสูรราชันพิภพและมหาราชันพิภพอีกนับไม่ถ้วน
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีอสูรระดับราชันสวรรค์และกระทั่งระดับเทพ
แท้จริง
ผู้ทรงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์โบราณทำสงครามกับอสูร
เหล่านี้อย่างดุเดือด ใช้พลังงานทั้งหมด
หลายเผ่าพันธุ์ถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์…
แต่สำหรับชาวมนุษย์ ชาวภูติเทพและชาววิญญาณ ในช่วงเวลานี้
พวกเขายังคงเป็นเผ่าพันธุ์เล็กๆ ด้วยความอ่อนแอของพวกเขา พวกเขามี
ชีวิตรอดและทวีคูณขึ้นอย่างช้าๆ เข้ายึดครอง 33 สวรรค์และพัฒนาอารย
ธรรมนักสู้ของพวกเขาเอง
ภูมิปัญญาที่สะสมของจักรวาลนั้นเสื่อมถอย แต่ก็ทะยานขึ้นอีกครั้ง
และเริ่มเจริญรุ่งเรือง …
กระบวนการนี้เป็นเหมือนรูปแบบชีวิตและความตาย
ความรุ่งโรจน์คือชีวิต การทำลายคือความตาย …
หลินหมิงไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉากที่เขาเห็นเป็นความทรงจำภายใน
หยดโลหิต
“อสูรเหล่านี้… พวกมันเป็นอสูรที่เรียกว่าอสูรโลกันต์หรือไม่? แดน
ปฐมกาลที่แยกออกจากทั้งสวรรค์ 33 นี้… มันอาจเป็นประตูทางเข้าที่
เชื่อมต่อกับอเวจีทมิฬและ 33 สวรรค์หรือไม่?”
คำอธิบายนี้สมเหตุสมผลที่สุด แดนปฐมกาลน่าจะเป็นทางเข้าสู่อเวจี
ทมิฬ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถถูกทำลายได้ นี่คือเหตุผลที่มันยังคงอยู่ถึง
หมื่นล้านปี ในที่สุดก็กลายเป็นซาก
“จักรวาลไร้ขอบเขต ทุกชีวิตในจักรวาล อารยธรรมของนักสู้… ใน
โลกนี้ มันไม่มีอะไรสามารถหนีจากวัฏสงสารของชีวิตและความตาย กฎ
ชีวิตและความตายเป็นกฎที่พบบ่อยที่สุดในจักรวาล พวกมันมีอยู่ทุกที่ ถ้า
เป็นเช่นนั้น กฎแห่งชีวิตนิรันดร์จะมีอยู่จริงหรือไม่?”
ความคิดทุกประเภทแวบผ่านใจของหลินหมิง โดยไม่รู้ตัว เขาเห็น
ร่างของตนหลอมรวมเข้ากับรังไหมโลหิต ค่อยๆเปลี่ยนไป
บนพื้นผิวของรังไหมโลหิต รูนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น พวกมัน
แพร่กระจายอย่างแผ่วเบาด้วยแสงจ้า เปล่งประกายสีกุหลาบ
ฉากนี้ได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่ไม่รู้จัก ในช่วงเวลาหนึ่ง กฎอาชูร่า
ในโลกกระจกก็เริ่มรวมตัวกัน
ชิ้นส่วนของกฎเหล่านี้ก่อให้เกิดกระแสวังวนขนาดยักษ์ที่พุ่งเข้ามาใน
รังไหมโลหิต ในเวลาเดียวกันในรังไหมโลหิต โลหิตอาชูร่าในร่างหลินหมิง
เริ่มสะท้อนกับกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่า!
หวึ่งง –
เสียงที่น่ากลัวก้องกังวานออกมาภายนอก เมื่อเวลาผ่านไป เกล็ดสีดำ
ก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหลินหมิงแล้วซ่อนตัวอีกครั้ง ข้อต่อของเขาเปล่ง
เสียงลั่นราวกับโลหิตอาชูร่าในตัวเขาห้ำหั่นกับโลหิตของผู้สร้างคัมภีร์
ศักดิ์สิทธิ์
สองสายเลือดที่แตกต่างกันได้ทำสงครามกันและนำร่างของหลินหมิง
เป็นสนามรบ
ความเจ็บปวดนั้นสะท้อนผ่านหลินหมิงดั่งน้ำหลาก เนื้อหนังและ
โลหิตของเขาฉีกออกเป็นชิ้นๆครั้งแล้วครั้งเล่า พังทลายและแตกสลาย
โลหิตจำนวนมากรั่วไหลออกมา ไหลเข้าไปในรังไหม
ในขณะนั้น มันก็เหมือนร่างของหลินหมิงถูกแช่อยู่ในบ่อโลหิต
อย่างไรก็ตาม แม้จะดูร่างกายของเขาถูกทำลาย หัวใจของหลินหมิง
ก็ยังคงสงบนิ่ง ไร้ความตื่นตระหนก
นี่คล้ายกับความหมายลึกซึ่งของกฎชีวิตและความตาย ทำลายบาง
สิ่งบางอย่างลงไปแล้วปฏิรูปขึ้นใหม่ หากไม่มีประสบการณ์การทำลาย
ล้าง มันจะพบกับชีวิตใหม่ได้อย่างไร?
สำหรับคลื่นความเจ็บปวดที่ไร้สิ้นสุดเหล่านั้น หลินหมิงก็พึ่งพาความ
มุ่งมั่นของเขาที่จะอดทนต่อทุกสิ่ง ดังนั้นแม้ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยัง
สามารถอยู่ในสภาวะไร้ตัวตน
การบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
เขาทำลายกำแพงผู้ปกครองเทวะช่วงปลายได้ทันที่ มันเพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง!
ร่างของเขายังคงพังทลายลง จนกระทั่งกระทั่งกระดูกขาวก๋ยังถูก
เปิดเผย หลินหมิงปกป้องโลกภายในและทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
อย่างเหนียวแน่น ทำให้ร่างกายได้รับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทั้งหมดและ
ปล่อยให้พลังงานทั้งสองพลุ่งพล่านภายในตัวเขา ชะล้างเส้นชีพจรของเขา
ต่อไป
เขาเชื่อว่าพลังทั้งสองในตัวเขาจะหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าจะไม่ทิ้งกับดักแห่งความ
ตายในดินแดนต้องห้ามของเขาแทนที่จะเป็นรางวัลมิใช่หรือ? หากผู้สืบ
ทอดของเขาที่สืบทอดมรดกของเต๋าสวรรค์อาชูร่าคือการได้รับหยดโลหิต
นี้จากผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ มันจะเป็นพิษไปได้อย่างไร?
ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมคงอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื้อ
หนังและโลหิตของหลินหมิง แม้แต่เกล็ดสีดำก็ผุพังไปอย่างช้าๆ เกรียมจน
ในที่สุดพวกเขาก็กร่อนลงมา
แต่ภายใต้เนื้อหนังและโลหิตที่ถูกทำลายนี้ มันคือเนื้อหนังและโลหิต
ใหม่ ใสและสีขาวบริสุทธิ์เช่นหยกอุ่น
ผ่านไปสิบวัน กฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าได้รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์ในรัง
ไหมโลหิต
และในเวลานี้ ด้วยเสียงเบา รอยแตกที่มองเห็นได้ปรากฏบนพื้นผิว
ของรังไหมโลหิต
ตี้อู๋เหินและคนอื่นๆคอยเฝ้าดูสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อพวก
เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ พวกเขาจึงต่างหันมามอง หลินหมิง
กำลังโผล่ออกมา!
รังไหมโลหิตแยกออกทีละน้อย จนกระทั่งเปิดออกจนหมด ภายใน
นั้น หลินหมิงกำลังนั่ง มีโลหิตเลือดและเมือก
รู้สึกถึงออร่าของกฎภายนอก หลินหมิงลืมตาขึ้นและยืนขึ้นอย่างช้าๆ
ชุดของเขาถูกทำลายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้ม
ด้วยกฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ เขาดูเหมือนดวงอาทิตย์ที่สว่างจ้า ทำให้มองไม่
เห็นเขาอย่างชัดเจน
“เขากลั่นโลหิตเรียบร้อยแล้วเช่นนั้นหรือ?”
ตี้อู๋เหินพึมพำ
“ควรจะเป็นเช่นนั้น มันเพียงพอสำหรับทุกคนที่จะรู้สึกอิจฉา…”
ประกายซับซ้อนแวบผ่านดวงตาของทัวป๋ากุย ในขณะที่เขาไม่รู้ว่า
ตัวตนไร้เปรียบยุคโบราณเช่นใดทิ้งหยดโลหิตนี้ไว้ แต่ในแง่ของคุณภาพ
มันก็เกินขอบเขตความเข้าใจของเขาไปแล้ว โชคเช่นนี้ แล้วเขาจะไม่
อิจฉามันได้อย่างไร?
ในเวลานี้ แสงของเต๋าอันยิ่งใหญ่ควบแน่นกันเสื้อผ้าใหม่ที่พาดทับ
ร่างหลินหมิง
การบ่มเพาะของหลินหมิงเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ไปถึงผู้ปกครองเท
วะสูงสุด!
โลหิตของตัวตนทั้งสองที่เกินกว่าเทพแท้จริงได้ปะทะกันอย่างรุนแรง
ภายในร่างกายของเขา ทำให้เกิดการทะลวงไปสู่ผู้ปกครองเทวะสูงสุด
การการบ่มเพาะที่รุดหน้ารวดเร็วเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้แต่
กับหลินหมิง
ตี้อู๋เหิน, อู๋เยียน, ทัวป๋ากุยและคนอื่นๆต่างตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
“ผู้ปกครองเทวะสูงสุด?”
“เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่อัจฉริยะก็มักจะต้องใช้เวลาหลายร้อยปีใน
การทะลวงจากผู้ปกครองเทวะช่วงกลางสู่ผู้ปกครองเทวะสูงสุด…”
“แต่การก้าวข้ามสองขอบเขตเล็กในทันที่ นั่นจะทำให้รากฐานของ
เขาไม่มั่นคงหรือไม่?”
ทุกคนสงสัย กังวล ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใด อัจฉริยะของพวกเขา
จะต้องระงับการบ่มเพาะให้มีความเข้าใจในกฎเสมอ
มิเช่นนั้น หากการบ่มเพาะของคนหนึ่งเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป แต่กฎของ
พวกเขาไม่สามารถติดตามทัน พวกเขาได้กำไรก็ไม่คุ้มกับความสูญเสีย
ตัวอย่างเช่น นักสู้ที่บ่มเพาะกฎแห่งเพลิง หากพวกเขาทะลวงเข้าสู่
ขั้นผู้ปกครองเทวะหลังจากที่เข้าใจวิถีแห่งเพลิงระดับเมื่อเทียบกับการเข้า
สู่ขั้นผู้ปกครองเทวะหลังจากที่เข้าใจวิถีแห่งเพลิงระดับ 7 ผลของการเข้า
สู่ผู้ปกครองเทวะนั้นจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงระหว่างทั้งสอง
นี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะสำหรับหลินหมิง กฎที่เขาบ่มเพาะนั้นกว้าง
ใหญ่เกินไปและความเข้าใจของเขาที่มีต่อพวกมันนั้นไม่ลึกซึ้งพอ หากเขา
ไม่สามารถเข้าใจกฎเหล่านี้อย่างลึกซึ้งและทำการบ่มเพาะ ก้าวหน้าอย่าง
รวดเร็วและแบบสุ่ม นั่นจะส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในอนาคตของเขา
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในช่วงนี้ หลินหมิงยังคงนิ่งเงียบ
แน่นอน ขอบเขตการบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ตั้งแต่
ผู้ปกครองเทวะช่วงต้นถึงผู้ปกครองเทวะสูงสุด เขาใช้เวลาเพียงสิบปี
เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับอัจฉริยะคนอื่นๆ เขาเร็วกว่าอย่างน้อยสิบเท่า!
เขาจะต้องชดเชยผลที่ตามมาของการทะลวงที่รวดเร็วเกินไป กล่าว
อีกนัยหนึ่ง หลินหมิงจะต้องใช้เวลานานที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ
การทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพจะเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางนักสู้ของ
หลินหมิง เขาจะไม่ประมาทแม้แต่น้อย
จากนั้น หลินหมิงตรวจสอบร่างกายของเขา
เขาค้นพบโลกภายในของตนได้ขยายออกอีกครั้ง ขนาดของโลก
ภายในนั้นกว้างกว่าโลกภายในผู้ทรงพลังราชันพิภพหลายเท่า ถึงกระนั้น
หลินหมิงก็ยังรู้สึกว่าภายในร่างกายของเขา ทั้งสองพลังซึ่งเป็นของจ้าว
แห่งเส้นทางอาชูร่าและผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงยืนอยู่ตรงข้ามกันเช่น
น้ำกับน้ำมัน ไม่สามารถหลอมรวมกันได้
พวกมันครอบครองส่วนหนึ่งของร่างกายของหลินหมิง ต่อต้านซึ่งกัน
และกันอย่างเบาๆด้วยพลังที่เท่ากัน
“แน่นอน… หากต้องการหลอมรวมพลังทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน มันก็
ยากเกินไป…”
หลินหมิงถอนหายใจ เส้นทางที่เขาต้องการเดินไปคือเส้นทางที่ไม่มี
ใครเคยเดินแม้แต่ในหมื่นล้านปี
สำหรับอัจฉริยะหลายคน หากพวกเขาสามารถบ่มเพาะจักรวาล
ภายในหรือภายนอกไปสู่ขีดสุดได้ นั่นก็เป็นความสำเร็จที่ไม่สามารถ
จินตนาการแล้ว
และหากต้องการรวมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน นั่นก็เป็นเพียงความคิดนึก
คิดของคนบ้าบิ่น
หลินหมิงมีลางสังหรณ์เลือนรางว่าพลังทั้งสองนี้กำลังซุ่มอยู่ลึกเข้าไป
ในร่างกายของเขา หากเขาไม่สามารถหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันได้
พวกมันก็จะค่อยๆพัฒนาไปตามกาลเวลา สำหรับตัวเขาเอง นี่อาจเป็น
เรื่องอันตรายอย่างยิ่ง…
เขาต้องหลอมรวมสองกฎราชันเทพเจ้า รวมไปถึงการรวมรากฐาน
ของเขาและทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ…
ภารกิจสองอย่างที่ไร้ความปราณีเหล่านี้ มันเป็นเหมือนภูเขาขนาด
ใหญ่สองลูกที่ขว้างเส้นทางแห่งนักสู้ของหลินหมิง เพื่อที่จะข้ามพวกมันใน
คราเดียวนั้น การพูดย่อมง่ายกว่าทำ
“อย่างน้อยที่สุด… มันจะใช้เวลาหนึ่งร้อยปีกว่าที่จะรวบรวมรากฐาน
ของข้าและทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพ แต่ร้อยปีต่อจากนี้ แดนเทวะจะอยู่
ในสถานการณ์เช่นใด?”
หลินหมิงคิดอย่างเงียบงัน กำหมัดแน่น