Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,893 หกสมบัติสูงสุด
หลังจากหลินหมิงดูดซับโลหิตจากผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ แผ่นดินก็
เริ่มสั่นไหว กระจกน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ยืนเหนือโลกก็เริ่มที่จะคว่ำลงมา
และตกลงไปในโลก
และในเวลาเดียวกัน ต่อหน้าหลินหมิงและสายตาของคนอื่นๆ บันใด
ศิลาฟ้าก็ปรากฏขึ้น บันใดศิลาฟ้านี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าและที่ปลายทางท้าย แท่น
ก็ปรากฏตัวขึ้น
แท่นนี้มีอายุเก่าแก่ เปล่งออร่าของเนินนานปีไม่รู้จบ มันลอยอยู่บน
ท้องฟ้า
รอบแท่นเป็นรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ รูปแบบค่ายกลนี้มีพลังงานที่
น่ากลัว โซ่หนาพันรอบแท่นเหมือนมังกรดำ จับแท่นบูชาไว้บนท้องฟ้า
เทวสถานน่าจะมีอยู่แล้วที่นี่ แต่มันถูกปกคลุมด้วยกระจกน้ำแข็งมา
ก่อน
ทุกคนเหลือบมองกัน สิ่งใดอยู่ในเทวสถานนี้กันแน่?
“นี่เป็นเส้นทางสุดท้าย หากข้าไม่ผิด นี่คือเทวสถานอาชูร่าที่บันทึก
ไว้ในถ้อยคำโบราณเผ่าพันธุ์เทพของข้า หากมีหนทางสู่ความอยู่รอดใน
ดินแดนต้องห้ามอาชูร่า มันก็ควรจะถูกผนึกไว้ภายในเทวสถานอาชูร่า!”
ทันใดนั้น ตี้อู๋เหินก็พูดขึ้น เสียงของเขาสั่น เขาไม่สามารถระงับความ
ตื่นเต้นของตนได้!
เขารู้สึกถึงความคาดหวังที่ลึกซึ่ง แต่ก็มีความกลัว
เขาคาดหวังว่าจะมีบางอย่างในเทวสถานอาชูร่าที่สามารถพลิก
กระแสสงคราม แต่ เขาก็กลัวด้วยว่านี่อาจไม่ใช่สิ่งใดนอกจากความ
ปรารถนาด้านเดียวจากฝ่ายพวกเขา เขากลัวว่าจะไม่มีทางช่วยเผ่าพันธุ์
เทพบรรพกาล
“บันใดศิลาฟ้านี้ เราจะขึ้นไปหรือไม่?”
คิ้วอู๋เยียนขมวด นางรู้สึกว่ามีเพียงหลินหมิงเท่านั้นที่สามารถผ่าน
การทดสอบกระจกน้ำแข็งและนางแทบจะไม่สามารถรวมอยู่ในชัยชนะได้
สำหรับคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้สนิทกันเลย
ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขามีคุณสมบัติที่จะก้าวเข้าไปในเทวสถาน
สุดท้ายหรือไม่?
คำพูดของอู๋เยียนทำให้ตี้อู๋เหินลังเลครู่หนึ่ง เขาหยุดลงที่บันใดศิลา
ฟ้าแล้วพูดอย่างระมัดระวัง “ท่านบรรพชนมีเมตตา แม้ว่าข้าจะสูญเสีย
ศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์เทพข้า แต่เนื้อหนังและโลหิตก็ยังคงเป็นลูกหลานของ
เขา เมื่อการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของเรามาถึง แม้ว่าเราจะไร้ประโยชน์ แต่
ท่านบรรพชนก็ยังจะไม่ควรเฉยต่อเราและปล่อยให้เราตาย…”
ขณะที่เขาพูด ตี้อู๋เหินก็ยกชุดคลุมและคุกเข่าลงบนพื้น โค้งคำนับต่อ
เทวสถาน
ด้านหลังตี้อู๋เหิน, เซินคู, หลานลั่วและคนอื่นๆเองต่างคุกเข่าต่อเทวส
ถานนี้
หลังจากคุกเข่าสิบลมหายใจ พวกเขาก็ยืนขึ้น จากนั้น ตี้อู๋เหินก้าวไป
ข้างหน้าอย่างช้าๆและระมัดระวัง ก้าวเข้าสู่บันใดศิลาฟ้า ในที่สุด เขา
ค้นพบว่าตนไม่ได้ถูกบังคับให้ถอยกลับโดยรูปแบบค่ายกล
ตี้อู๋เหินรู้สึกดีใจมาก เขาก้าวไปข้างหน้า ปล่อยให้คนอื่นก้าวเข้าสู่บัน
ใดศิลาฟ้าบ้าง
“เราไปได้”
บนเส้นทางสายนี้ ตี้อู๋เหินถูกปกคลุมไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ มัน
เป็นเหมือนทั้งตัวตนของเขากลายเป็นำไร้ตัวตน ราวกับว่าเขาทนต่อการ
สันดาปของกฎที่ไร้สิ้นสุดของจักรวาล
เซินคู, หลานลั่วและคนอื่นๆติดตามไปบนบันใดศิลาฟ้า
จากนั้นก็หลินหมิง เขามองไปที่บันใดศิลาฟ้า พบว่ามันคล้ายกับบัน
ใดศิลาฟ้าที่เขาได้พบในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่ง
อาชูร่า ภายในตำหนักเซียนขนาดเท่าดาวเคราะห์ ศิลาสีฟ้าที่นั่นเองก็ยัง
บรรจุออร่าของกฎไว้ด้วย
ทุกคนก้าวไปยังเทวสถานอาชูร่าอย่างระมัดระวัง
เส้นทางดูไม่ยาวเกินไป แต่ทุกคนเดินกันทั้งวัน
พวกเขาเดินช้ามาก ทำให้พวกเขาตระหนักถึงกฎที่นี่ให้ได้มากเท่าที่
จะทำได้
ในที่สุด ทั้งหกคนก็เข้ามาใกล้เทวสถาน
พวกเขาเงยหน้าขึ้น เห็นทั้งวิหารปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้า มีพลังงาน
ที่น่าเกรงขามบรรจุอยู่ภายใน ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างไร้สิ้นสุด ดูเหมือนว่ามัน
จะผ่านกาลเวลามาหมื่นล้านปีแล้ว
ประตูใหญ่ของเทวสถานปิดแน่น แต่เมื่อกลุ่มใกล้เข้ามา ประตูก็เปิด
ออก
ตี้อู๋เหินและทัวป๋ากุยเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง นำทางสู่ภายใน
เทวสถานอาชูร่า
ภายในเทวสถานไม่มีอันตรายใดๆ หลินหมิงรู้สึกว่ากฎที่นี่สงบสุข
ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบค่ายกลป้องกัน ตราบใดที่ไม่มีใครพยายามทำลาย
เทวสถาน มันก็จะไม่มีจิตสังหารใดๆ
เส้นทางที่นำไปสู่ตัวเทวสถานใช้เวลาไม่นานเกินไป ทั้งหกก้าวเข้ามา
เท้าของพวกเขากำลังเดินบนกระเบื้องที่ไม่เคยถูกแตะต้องมานานนับร้อย
ล้านปี เสียงเบาๆกังวานภายใน
ที่หลายทางเดินนั้น มันเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ กว้างกว่าหนึ่งพันฟุต
กว้างและยาวคล้ายกับจัตุรัสเมือง
แสงสว่างของกฎส่องสว่างในห้องโถงนี้ ทำให้ทั้งห้องโถงสว่างราวกับ
ว่าเป็นเวลากลางวัน
เมื่อทั้งหกคนเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็สามารถเห็นแท่น
บูชาตรงกลาง
แท่นบูชานี้สูงหลายสิบฟุต แต่มีเก้าขั้นบันได แต่ละขั้นถูกแกะด้วย
ภาพที่งดงามอันเลือนราง แสงหลากสีส่องประกายจากพวกมัน
แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครใส่ใจกับบันได กลับกัน ดวงตาของพวกเขาทุก
คนมุ่งความสนใจไปยังท้องฟ้าเหนือแท่นบูชา
ที่นั่น สิ่งลอยอยู่ในอากาศ มีหกสิ่งของ แต่ละอันแตกต่างกันอย่าง
สิ้นเชิง
เพราะยืนอยู่ด้านนอกแท่นบูชา เนื่องจากแสงสว่างของกฎและเงา
มันจึงเป็นการยากที่พวกเขาจะระบุสิ่งของทั้งหกนี้ได้ในทันที่
“ช่างเป็นออร่าที่ทรงพลัง สิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่า!”
หลินหมิงสามารถยืนยันได้ว่าสิ่งของทั้งหกนี้ไม่ใช่สมบัติธรรมดาเลย!
ข้างๆหลินหมิง, เซินคู, ทัวป๋ากุยและคนอื่นๆต่างก็ส่งเสียงดัง
เนื่องจากสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ มันจึงยากที่พวกเขาจะระงับอารมณ์
สิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติล้ำค่าจากเมื่อหมื่นล้านปีก่อน อันใดคนหนึ่งก็มี
ค่ากว่าสมบัติจิตวิญญาณเทพแท้จริงนับไม่ถ้วนแล้ว
“หืม? มีคำอยู่ที่นี่…”
อู๋เยียนกล่าวอย่างฉับพลัน ทุกคนติดตามสายตาของนางก็เห็นว่าบน
แท่นนี้มีถ้อยคำภาษาเผ่าพันธุ์เทพบรรพกาลสลักไว้
ไม่มีใครมีปัญหาในการเข้าใจภาษาเผ่าพันธุ์เทพบรรพกาล ไม่ช้าพวก
เขาก็เข้าใจความหมายของมัน
มันคือการเลือกสมบัติ
ในบรรดาสมบัติ 6 ชิ้นนั้น จะสามารถเลือกได้เพียง 3 ชิ้นเท่านั้น
ใน 3 อันนี้ อันหนึ่งจะเป็นของพวกเขาทั้งหมด
แต่สำหรับอีก 2 อัน พวกมันเป็นของคนที่ผ่านกระจกน้ำแข็ง กล่าว
อีกนัยหนึ่ง พวกมันเป็นของหลินหมิง!
เมื่อเห็นกฎการมอบหมาย ทุกคนต่างก็เหลียวมองหลินหมิงด้วย
ความอิจฉา ในการเลือกสมบัติ 3 ชิ้นและ 2 ชิ้นต้องเป็นของหลินหมิง นี่ก็
เพียงพอที่จะกระตุ้นความอิจฉาของทุกคน
แน่นอนเพราะการคุ้มครองกฎในดินแดนต้องห้ามอาชูร่า รวมถึงการ
สนับสนุนของราชันเทพต่อหลินหมิง และหลายอย่างที่หลินหมิงช่วยให้
เผ่าพันธุ์โบราณรอดพ้นจากมหาภัยพิบัติครั้งนี้ ใครก็ตามที่อิจฉาหลินหมิง
จะไม่มีใครคิดจะวางร้ายต่อเขา
“เลือกสมบัติ!”
ตี้อู๋เหินสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงของเขาสั่น เหตุผลที่พวกเขามายัง
ดินแดนต้องห้ามอาชูร่าก็เพื่อในเวลานี้
ไม่ว่าพวกเขาจะสามารถมองเห็นแสงแห่งความหวังในความมืดได้
หรือไม่ ทั้งหมดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าสมบัติเหล่านี้คือสิ่งใด
กลุ่มนั้นค่อยๆเหาะไปที่แท่นบูชา พวกเขาสามารถรู้สึกถึงพลังของ
กฎที่กว้างใหญ่ราวกับพวกมันเป็นคลื่น
สมบัติแรกที่กลุ่มกำลังเผชิญเป็นเตาหลอมขนาดใหญ่
เตาหลอมนี้สูง 30 ฟุตและมีการออกแบบที่เรียบง่าย มีรูนที่สลักไว้มี
แผนภาพเต๋า ดอกไม้และนก
งานสลักเหล่านี้ดูไม่ปราณีตเลย ในความเป็นจริง พวกมันค่อนข้าง
หยาบ เมื่อดูที่เตาหลอมมันก็เหมือนจะไม่ได้มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้
ราวกับว่ามันเป็นของเก่าทองแดงทั่วไปที่พบในโลกปุถุชน
อย่างไรก็ตาม สำหรับเตาหลอมที่จะวางที่นี่ ทุกคนรู้ว่ามันจะต้องมี
สมบัติที่ไม่ปกติ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นอาวุธวิเศษสูงสุดที่จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าพกติดตัวในอดีต
“มีเครื่องหมายอยู่ในเตาหลอม!”
อู๋เยียนกล่าวอย่างฉับพลัน ทุกคนมองเข้าไปก็ดูว่าภายในเตาหลอมมี
ลายเส้นเล็กๆที่หนาแน่น งานเขียนเหล่านี้อยู่ในภาษาของเผ่าพันธุ์เทพ
บรรพกาล แต่ละคำถูกท่วมท้นด้วยพลังของรูนกฎลึกลับ ปกคลุมไปด้วย
หมอก ทำให้มองไม่เห็นชัดเจน
“เตาหลอมนี้เป็นสมบัติระดับราชันเทพเจ้า”
แสงสุกใสวาบผ่านดวงตาของหลินหมิง เตาหลอมนี้ – เขาต้องการ
มัน!
ไม่ต้องพูดถึงพลังน่าสะพรึงกลัวของตัวเตาหลอมเอง เพียงแค่รูนและ
งานเขียนภายในเตา มันทำให้เขาตาบอดด้วยความปรารถนาแล้ว หาก
เขาสามารถเข้าใจพวกมันได้ ผลประโยชน์คงไม่อาจจินตนาการ
“ช่างเป็นเตาหลอมที่ดีเลิศยิ่ง…”
ตี้อู๋เหินถอนหายใจด้วยการสรรเสริญ แต่เขาเพียงมองดูเท่านั้น เตา
หลอมนี้มีค่า แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยเผ่าพันธุ์เทพของพวกเขา ไม่ต้อง
พูดถึงสิ่งอื่นใด เพียงระดับราชันเทพเจ้าของมันก็หมายความว่าไม่ใช่สิ่งที่
คนทั่วไปสามารถใช้งานได้แล้ว
บางทีแม้แต่ราชันสวรรค์สูงสุดก็อาจสามารถแสดงพลังของเตาหลอม
ได้เพียงไม่กี่ส่วน จะมีใครที่คิดว่าจะฆ่าจักรพรรดิภูติเทพได้ด้วยสิ่งนี้เพียง
อย่างเดียวบ้าง?
กลุ่มยังคงมองต่อไป
ที่ด้านข้างของเตาหลอม มันมีกล่องโอสถ
กล่องโอสถถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ราวกับว่ามีจักรวาลอิสระอยู่ภายใน
หลินหมิงไม่รู้ว่ามันคือโอสถอันใดและไม่สามารถดมกลิ่นหอมของมัน
ได้ ทุกอย่างถูกปิดกั้น
แต่หลินหมิงรู้สึกเลือนรางว่าดูเหมือนจะมีจังหวะของการเต้นของ
หัวใจที่สะท้อนออกมาจากกล่องโอสถ แผ่พลังชีวิตที่น่าเหลือเชื่อราวกับ
ว่ามีการดำรงอยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายใน
“โอสถได้ประจักษ์จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์?”
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าได้ทิ้งโอสถไว้บนแท่นบูชานี้เป็นเวลาหมื่น
ล้านปี มันจะเป็นอย่างไรกันเมื่อผ่านมาจนถึงตอนนี้?
โอสถนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คล้ายกับหินตัวอ่อนจิตวิญญาณปราณ เมื่อเปิด
กล่อง โอสถอาจลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พัฒนาความคิดและสติปัญญาของ
ตัวเอง แม้กระทั่งสามารถบ่มเพาะด้วยตัวเองได้!
โอสถนี้เช่นนี้ย่อมจะทำให้ทุกคนตกตะลึง เซินคูและหลานลั่วยัง
สงสัยว่าพวกเขาจะสามารถป้องกันไม่ให้โอสถหนีไปด้วยระดับความ
แข็งแกร่งในปัจจุบันของพวกเขาได้หรือไม่
หากต้องการป้องกันไม่ให้มันหลบหนี มันก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายและ
สำหรับการกลืนกินมัน ความยากลำบากก็สามารถจินตนาการได้
“โอสถในระดับนี้ การกลืนกินมันทำให้ร่างกายระเบิดด้วยพลังงาน
หรือไม่?”
ขณะที่ทัวป๋ากุยพูด เขาก็มองตี้อู๋เหิน ตี้อู๋เหินส่ายหัวของเขาแสดงให้
เห็นว่าเขาจะไม่เลือกโอสถนี้ เพราะโอสถนั้นไม่เพียงพอที่จะช่วยชีวิตผู้คน
ของพวกเขาได้
ตี้อู๋เหินมองดูหลินหมิง หลินหมิงเงียบอยู่ เขาคนเดียวสามารถเลือก
สองสิ่ง ดังนั้นเขาจึงไม่รีบ
อย่างที่สามเป็นกระดาษอักขระสีดำ กระดาษอักขระนี้มีรูนที่
หนาแน่นและซับซ้อน
นี่คืออักขระรูนเทวะเช่นเดียวกับสิ่งที่เรียกว่าประกาศิตแห่งเทพ
สิ่งนี้แตกต่างจากประกาศิตแห่งเทพที่หลินหมิงเคยเห็นมาก่อนหน้านี้
ที่เป็นสีเหลืองแล้ว ประกาศิตแห่งเทพนี้มีความแข็งแกร่งที่น่ากลัวอย่างไร้
เปรียบ พลังของกฎภายในไม่ได้จางหายไปแม้แต่น้อยกระทั่งหมื่นล้านปี
ผ่านมาและกลับค่อยๆเพิ่มพูนขึ้น
“ประกาศิตแห่งเทพนี้…”
ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น เขามองไปยังเส้นสายบนประกาศิตแห่ง
เทพ ค่อยๆวิเคราะห์หน้าที่ของมัน…
สี่สมบัติสูงสุด อย่างที่สี่คือขวดสีเขียวขนาดเล็ก ขวดนี้แผ่ออร่าของ
แสง เมื่อหลินหมิงตรวจสอบมันด้วยสัมผัสรับรู้ เขาก็รู้สึกถึงออร่าที่คุ้นเคย
เขารู้สึกถึงออร่าเช่นนี้มาก่อนในตำหนักเซียนขนาดเท่าดาวเคราะห์
ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย เขาจะคาดเดาไม่ผิดอย่างแน่นอนว่า
มันคืออะไร – มันเป็นโลหิตอาชูร่า
ขวดสีเขียวนี้บรรจุหยดโลหิตอาชูร่า และจากออร่าที่มันแผ่ออกมา
มันเหนือยิ่งกว่าหยดโลหิตในตำหนักเซียนขนาดดาวเคราะห์!
“นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่วัตถุแห่งความอยู่รอด…”
ขณะที่ตี้อู๋เหินพูด เขาก็รู้สึกว่าหัวใจของตนบีบรัด ในดินแดน
ต้องห้ามอาชูร่านี้ จะไม่มีสิ่งใดที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนของพวกเขาได้เลย
หรือ?