Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,894 การเลือกของหลินหมิง
จากทั้งสี่นี้ หลินหมิงมีปัญหาในการตัดสินใจเลือก แต่ละชิ้นจะมี
ประโยชน์กับเขา ดังนั้นเขาควรเลือกชิ้นไหนดีที่สุด?
ในเวลานี้ การจ้องมองของหลินหมิงก็เพ็งไปยังสมบัติชิ้นที่ 5
สมบัตินี้เป็นสิ่งที่แปลกที่สุด มันเป็นเรือหยกขนาดเท่าฝ่ามือ เรือหยก
ปกคลุมไปด้วยรูปแบบค่ายกลและเปล่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์สีคราม แม้ว่าแสง
อันศักดิ์สิทธิ์นี้จะสว่าง แต่ก็อ่อนโยน
เรือหยกขนาดผ่ามือนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นสมบัติระดับราชันเทพ
เจ้า
แต่หลังจากเห็นเรือหยกลำนี้อย่างชัดเจน มันไม่ใช่แค่ตี้อู๋เหินเท่านั้น
กระทั่งทัวป๋ากุยก็เริ่มที่จะเหงื่อออก
ในสมบัติทั้งห้านี้ ดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งไหนสามารถบังคับให้ชาวภูติเทพ
ถอยกลับได้เลย!
“เรือหยก… เราควรให้ทุกคนในเผ่าพันธุ์ของเราหลบภัยในเรือหยกนี้
หรือไม่?”
อู๋เยียนพึมพำ ตี้อู๋เหินส่ายหัวของเขา
“มันไร้ประโยชน์ แม้ว่านี่จะเป็นสมบัติราชันเทพเจ้า แต่มันก็ยาก
สำหรับเราที่จะแสดงพลังของมัน เมื่อเราถูกห้อมล้อมด้วยเทพแท้จริง นั่น
หมายความว่าเราจะถูกดัก ในเวลานั้น เราจะไม่มีอะไรนอกจากเต่าในโถ
แม้ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะไม่สามารถทะลวงเรือสมบัตินี้ได้
อย่างรวดเร็ว แต่เขาสามารถฆ่าเราได้อย่างง่ายดายเมื่อเรือสมบัตินี้หมด
พลังงานเอง…”
สิ่งที่ตี้อู๋เหินอธิบายนั้นเป็นสิ่งที่หลินหมิงเคยสัมผัสมาก่อน
แม้ว่าเทียนหมิงจื่อจะไม่สามารถทะลวงตำหนักสวรรค์บรรพกาลได้
แต่เขาก็สามารถทำให้มันหมดพลังงานอย่างช้าๆได้
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาจะต้องตาย
จากนั้น มันก็มาถึงสมบัติสุดท้าย
สมบัติสุดท้ายนี้มีขนาดเล็กที่สุด มันถูกปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
ทำให้ยากที่จะเห็นว่ามันคืออะไร
ทุกคนเน้นสัมผัสรับรู้ของพวกเขาและค่อยๆตรวจสอบแสงนี้ ก่อนที่
จะรู้ว่าสมบัตินี้คือสิ่งใด
มันเป็นหยกขนาดเท่าฝ่ามือของทารก หยกถูกสลักด้วยรูนลึกลับ
มากมาย นอกจากนั้น มันก็ไม่ได้ดูเป็นพิเศษเลย
“นี่…”
เสียงของตี้อู๋เหินสั่น เขามองดูชิ้นส่วนหยกนี้และไม่สามารถค้นพบสิ่ง
แปลกๆเกี่ยวกับมันและเขาไม่เข้าใจหน้าที่ของมัน
โดยอาศัยสิ่งนี้ พวกเขาสามารถเอาชนะชาวภูติเทพได้?
ตี้อู๋เหิน, ทัวป๋ากุยและคนอื่นๆรู้สึกราวกับว่าพวกเขาจมอยู่ในความ
สิ้นหวัง ในหกสมบัติเหล่านี้ มีสิ่งใดบ้างที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนของพวก
เขาได้?
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เมื่อหลินหมิงมองไปยังสมบัติที่หกและ
สุดท้าย หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
หยกจักรพรรดิแห่งโชคชะตา!
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเข้าใจผิด สมบัติสูงสุดชิ้นที่หกนี้คือหยก
จักรพรรดิแห่งโชคชะตาที่เขาค้นหามาตลอดเวลา!
ผู้ที่มีโชคชะตาจะต้องพบกับมันในที่สุด ผู้ที่ปราศจากโชคชะตาจะไม่
พบเจอ นี่คือกุญแจลึกลับสุดท้ายที่จำเป็นในการเปิดด่านสุดท้ายด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย!
น่าเสียดายที่มันไม่ได้มีเวลาสำหรับการทดลองขั้นสุดท้ายที่จะเปิดอีก
มิเช่นนั้นหลินหมิงก็อยากจะกลับเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่าอีกครั้งและใช้
หยกจักรพรรดิแห่งโชคชะตาอีกสองอันที่เขามีเพื่อเปิดด่านสุดท้าย!
การเปลี่ยนแปลงของสภาพจิตใจหลินหมิงนั้นไม่ถูกตรวจพบโดยคน
อื่น
พวกเขาทั้งหมดติดอยู่กับทางเลือกที่ยาก ตัวเลือกนี้สำคัญเกินไป
ตี้อู๋เหินกล่าวว่า “เลือก แต่ต้องระวัง สมบัติทั้งหกนี้เกี่ยวข้องกับ
อนาคตของเผ่าพันธุ์โบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ กระทั่งอนาคตของทั้ง 33
สวรรค์ พวกมันเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ของมหาภัยพิบัติ ในการเลือก
สมบัติ เราต้องพิจารณาทางเลือกอย่างระมัดระวังและตรวจสอบให้แน่ใจ
ว่าเราคลี่คลายและเข้าใจหน้าที่ของสมบัติสูงสุด!”
ขณะที่ตี้อู๋เหินพูด ความจริงก็คือ เขากำลังพูดกับหลินหมิง เขารู้ว่า
หลินหมิงมีความเชี่ยวชาญในกฎอาชูร่า และมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถ
มองเห็นหน้าที่ของสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
ในบรรดาสมบัติสูงสุดทั้งหกเหล่านี้ พวกมันคือ – เรือหยก หยก
จักรพรรดิ เตาหลอม โอสถและโลหิตอาชูร่า
สำหรับทัวป๋ากุยและตี้อู๋เหิน มันยากเกินไปที่จะแยกความแตกต่างว่า
ชิ้นใดมีค่ามากที่สุด
“หรืออาจจะ…”
ตี้อู๋เหินมองดูที่ประกาศิตแห่งเทพ หากเขาต้องเลือกจากหกชิ้น เขา
จะคิดว่าประกาศิตแห่งเทพที่พวกเขายังไม่ได้ค้นพบหน้าที่ส่วนใหญ่น่าจะ
เป็นสมบัติของความแห่งความอยู่รอด
หากพวกเขาสามารถพึ่งพามันเพื่อฆ่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้
…
“น้องชายหลิน ดูที่ประกาศิตแห่งเทพ หน้าที่ของมันคือ…”
ทัวป๋ากุยถามหลินหมิง มีความหวังในเสียงของเขา
ดวงตาของหลินหมิงขยับไปที่ประกาศิตแห่งเทพ ในความเป็นจริง
เขาได้ให้ความสนใจกับประกาศิตแห่งเทพมาเป็นเวลานานแล้ว
มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะซ่อมแซมหรือทำซ้ำอักขระรูนเทวะซึ่ง
วาดขึ้นโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า แต่เพื่อค้นหาหน้าที่ของมัน นั่นก็คือ
ขอบเขตของความเป็นไปได้
อย่างช้าๆ เขาเริ่มมองเห็นเส้นสายบนอักขระรูนเทวะและค่อยๆ
คาดการณ์ถึงการใช้งานของมัน
ทุกคนต่างรีบวนกันไปรอบๆหลินหมิง รอให้เขาตรวจสอบเสร็จ
“เลือกสิ่งนี้!”
หลังจากเงียบไปหนึ่งชั่วโมง หลินหมิงก็พูดช้าๆและชัดเจน
“โอ้? มันคือ…”
ดวงตาของทัวป๋ากุยและตี้อู๋เหินสว่าง ในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาเข้าใจ
ตัวตนของหลินหมิงมากขึ้น พวกเขารู้ว่าถ้าหลินหมิงพูดเช่นนั้น เขาก็ย่อม
มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
บางทีพวกเขาอาจจะพบกับการพลิกผันในมหาภัยพิบัตินี้!
“ประกาศิตแห่งเทพนี้สามารถฆ่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้
หรือไม่?”
ตี้อู๋เหินอดไม่ได้ที่จะถาม แต่หลินหมิงส่ายหัว “ไม่… มันไม่มีอำนาจ
โจมตีและไม่ใช่ประกาศิตแห่งเทพป้องกัน”
“อะไรกัน?” ตี้อู๋เหินเดินโซเซไปด้านหลัง “นี่คือ…”
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าข้าไม่ผิด ประกาศิตแห่งเทพนี้
สามารถใช้ได้หลายครั้ง และหน้าที่ของมันคือ… กระสวยรับส่งผ่าน 33
สวรรค์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง… ทะลวงกำแพงอาดูรแห่งเทพ!”
คำพูดของหลินหมิงนั้นน่าตกตะลึง ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก
ทะลวงกำแพงอาดูรแห่งเทพ?
เส้นทางสู่ความรอด ไม่ใช่ว่าเพื่อ… ที่จะหนีไปหรือไม่?
ตี้อู๋เหินและทัวป๋ากุยมองหน้ากัน พวกเขารู้ว่าในจักรวาลของทั้ง 33
สวรรค์ มีสวรรค์บางแห่งที่มีความกันดารอย่างสมสมบูรณ์ จักรวาลเหล่านี้
ไม่มีโลกปุถุชนและมีดเพียงรูปแบบชีวิตที่สติปัญญาต่ำ แต่นี่ไม่ได้
หมายความว่าพวกมันไม่ได้เหมาะสมที่จะอยู่รอด มันเป็นเพียงว่ากำแพง
อาดูรแห่งเทพที่แยกจักรวาลกันดารเหล่านี้แข็งแกร่งเกินไป และพวกมัน
โดดเดี่ยวห่างไกลจากจักรวาลอื่น
หากพวกเขาสามารถหนีไปยังจักรวาลเหล่านี้ได้ มันก็เป็นไปได้ที่พวก
เขาจะต่อสู้กับชาวภูติเทพ
เพราะแม้จะเป็นจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล หากเขาต้องการ
ทะลวงกำแพงอาดูรแห่งเทพ เขาก็จะต้องจ่ายในราคาที่มหาศาล
“หนี…”
ตี้อู๋เหินไม่รู้ว่าลิ้นของเขามีรสชาติเช่นใด เขาพึมพำคำพูดเหล่านี้ครั้ง
แล้วและครั้งเล่า
“นี่เป็นทางเลือกเดียว…”
ทัวป๋ากุยถอนหายใจอย่างขมขื่นและตบไหล่ของตี้อู๋เหิน
การออกจากจักรวาลปฐมกาลเช่นนี้ เพื่อไปจากบ้านเกิดที่เผ่าพันธุ์
ของพวกเขาอาศัยอยู่มาเป็นเวลาหมื่นล้านปี มันคงหนีไม่พ้นที่พวกมันจะ
เต็มไปด้วยอารมณ์อาวร
อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเขา จักรวาลนี้ได้กลายเป็นจุดจบ…
“สวรรค์อวยพรเผ่าพันธุ์ของข้า…”
ตี้อู๋เหินตั้งมั่นในหัวใจของเขา ในอากาศ เขาโค้งคารวะอย่างลึกซึ่ง
จากนั้นก็ยื่นมือออกไปรับประกาศิตแห่งเทพ
ภายใต้กฎการป้องกัน รูปแบบค่ายกลรอบประกาศิตแห่งเทพไม่ได้
หยุดตี้อู๋เหิน
เช่นนี้ เขาจึงเอาประกาศิตแห่งเทพไว้ในมือของตนได้อย่างราบรื่น
ความรู้สึกที่นุ่มนวลทำให้มือของตี้อู๋เหินสั่นเทา สิ่งที่เขาถือไว้ในมือ
มันคืออนาคตของเผ่าพันธุ์โบราณที่เหลืออยู่!
“น้องชายหลิน เราได้ตัดสินใจแล้ว แล้วเจ้าล่ะ?”
ทัวป๋ากุยถาม
หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากห้าสิ่งที่เหลืออยู่ การเลือกสองสิ่งนั้นไม่
ง่ายเลย
หลังจากครุ่นคิดถึงทางเลือกเป็นเวลาสิบลมหายใจ หลินหมิงโค้ง
คำนับแล้วยื่นมือออกไป
ก่อนอื่น เขาหยิบเอาหยกจักรพรรดิแห่งโชคชะตา
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เอามันมาให้ได้
เขาเชื่อว่าลึกในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชู
ร่า จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าได้ทิ้งมรดกที่สำคัญที่สุดของเขาไว้
“นี่…”
เมื่อเห็นว่าหลินหมิงเอาหยกจักรพรรดิไป พวกเขาต่างก็ประหลาดใจ
คิ้วอู๋เยียนขมวด นางมองดูที่หลินหมิง สับสน
สิ่งแรกที่หลินหมิงเลือกควรเป็นสิ่งที่เขาคิดว่ามีค่าที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของอู๋เยียน ‘ใน 5 สมบัติที่เหลืออยู่ สิ่งที่มี
ค่าที่สุดคือโอสถลึกลับ
สิ่งอื่นๆเป็นของภายนอกทั้งหมด แต่โอสถสามารถเพิ่มความ
แข็งแกร่งของนักสู้ได้โดยตรง คุณค่าของมันยิ่งใหญ่ที่สุดโดยธรรมชาติ
นางไม่เข้าใจในตัวเลือกของหลินหมิง หยกจักรพรรดินี้อาจเป็นอะไร
ที่พิเศษหรือไม่? หรือหลินหมิงจะเห็นว่ามันมีค่าเพียงใด?
“ยังมีอีกหนึ่ง”
ดวงตาของหลินหมิงกวาดไปทั้ง 4 อย่างที่เหลือทีละชิ้น
โลหิตอาชูร่า?
โลหิตอาชูร่านั้นดีมาก แต่หลินหมิงเคยดูดซับมันมาแล้วครั้งหนึ่งแล้ว
หากเขาดูดซับโลหิตอาชูร่าเป็นครั้งที่ สองผลจะลดลงอย่างมาก
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงได้รับโลหิตของผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
แผนของหลินหมิงคือ การหลอมรวมสองพลังที่แตกต่างกันภายในตัว
เขาผ่านการบ่มเพาะ เมื่อพิจารณาถึงสิ่งนี้ มันจะง่ายกว่าถ้าพวกมันสมดุล
กัน
ดังนั้นหลินหมิงจึงยอมแพ้ต่อโลหิตอาชูร่าเป็นอย่างแรก
จากนั้น มันก็มีเตาหลอม โอสถลึกลับและเรือหยก!
หลินหมิงพิจารณาทางเลือกของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุด เขาก็กัด
ฟันและเอื้อมมือไปที่เรือหยก!
เรือหยกนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือของเขา เมื่อมันตกลงไปในมือของหลินห
มิง มันก็หมุนไปมา ทั้งลำสีขาวและเปล่งบรรยากาศที่นุ่มนวล
ดังนั้น หลินหมิงก็ทำการเลือกของเขาเสร็จสิ้น เขาเลือกหยก
จักรพรรดิเช่นเดียวกับ… เรือหยก!