Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,923 เริ่มการอพยพ
“ผู้อาวุโสราชันนิมิตฝันเทวะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินหมิงมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ของราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ ในความเป็นจริง เขาเข้าใจว่าราชันสวรรค์นิมิตฝันเท
วะยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริง นางอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
ถ้าราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะไม่ได้ผสานกันกับปิงเมิ่งชั่วคราวและ
ต่อสู้ด้วยตนเอง ถึงแม้ว่านางจะยังสามารถกำราบราชันสวรรค์สูงสุดได้
แต่หากต้องการป้องกันพวกเขาจากการหลบหนีและฆ่าแล้วมันก็เป็นเรื่อง
ยาก ยิ่งไปกว่านั้น ราชันสวรรค์มงกุฎทองคำและแม่ทัพภูติเทพชุดคลุมสี
แดงยังเป็นราชันสวรรค์ที่โดดเด่นอีกด้วย
ในเวลานี้ แสงหมอกสีฟ้าเริ่มส่องแสงรอบๆปิงเมิ่ง แสงหมอกนี้
รวมตัวกันบนร่างที่อ่อนนุ่มของนาง เปลี่ยนเป็นชุดสีฟ้า
ปิงเมิ่งเหยียดร่างกายของนาง ลอยอยู่ในอากาศ เอื้อมมือไปข้างหลัง
และพลิกผมของนาง เมื่อผมยาวของนางหล่นกลับมาในคลื่น ลมที่มีกลิ่น
หอมก็ผ่านอากาศและน่าลุ่มหลงต่อสัมผัส
“แม่นางปิงเมิ่ง”
หลินหมิงทักทาย
ปิงเมิ่งพยักหน้าตอบสนอง “ท่านหลิน” ก่อนที่จะวางท่าอย่างมั่นคง
และสงบ
หลินหมิงค้นพบว่าการบ่มเพาะของปิงเมิ่งมาถึงขั้นราชันพิภพแล้ว
เมื่อเทียบกับตัวเขาเอง นางก็เร็วยิ่งกว่า
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องปกติ ปิงเมิ่งเป็นร่างจำแลงของราชันสวรรค์
นิมิตฝันเทวะและมีวิญญาณราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะเป็นรากฐานของ
นาง ความเร็วในการฝึกฝนของปิงเมิ่งจึงเร็วเกินไปและด้วยการรุกราน
ของชาวภูติเทพ ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ต้องตัดสินใจเร่งความเร็วการ
ทะลวงของปิงเมิ่ง เพื่อให้ตนเองก้าวเข้าสู่เทพแท้จริงอย่างรวดเร็ว
“เจ้าคงเคยได้ยินที่ว่ามีหญิงสวมชุดดำส่งกระแสเสียงมาบอกข้าว่า
เจ้าอยู่ในจักรวาลปฐมกาลใช่หรือไม่? เจ้ารู้หรือไม่ว่าหญิงคนนั้นคือใคร?”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะถามหลินหมิง นางมีความเข้าใจบางอย่าง
เกี่ยวกับจักรวาลปฐมกาล
“ผู้เยาว์เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็น จักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ย”
หลินหมิงกล่าว ชำเลืองมองที่เสี่ยวหมัวเซียน เสี่ยวหมัวเซียน
ประหลาดใจ แต่เมื่อนางนึก มันก็สามารถคิดว่าเป็นนางคนเดียวเท่านั้น
คนนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำและลึกลับอย่างหาที่เปรียบมิได้ ถึง
กระนั้น เสี่ยวหมัวเซียนก็ยังสามารถรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงตัว
อยู่ใต้สิ่งนั้น
จากผู้หญิงทุกคนที่หลินหมิงรู้จัก มีเพียงเซิ่งเหม่ยเท่านั้นที่รู้มากและ
มีความสามารถดังกล่าว
“เรากลับกันก่อนเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะอยู่ที่นี่ นี่คือจักรวาลของ
ชาวภูติเทพ มันอันตรายเกินไป”
เมื่อราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ กองทัพเรือก็หันลำกลับและบินไปยัง
แดนเทวะ
หลังจากใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลหลายครั้ง กองทัพเรือก็กลับไปที่
กำแพงอาดูรแห่งเทพ เพราะมหาภัยพิบัติ กำแพงอาดูรแห่งเทพที่เชื่อมต่อ
จักรวาลของชาวภูติเทพและแดนเทวะนี้จึงเปราะบางอย่างยิ่ง เทพสวรรค์
เบิกเวหาสามารถสร้างการเชื่อมต่อผ่านมันได้
กองทัพเรือกลับสู่แดนเทวะด้วยชัยชนะ
เมื่อมองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่คุ้นเคยเหล่านี้และรู้สึกถึง
พลังของสวรรค์และปฐพี หลินหมิงอาบไปในบรรยากาศชองมัน
แดนเทวะ – ในที่สุดเขาก็กลับมา!
ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ เขาได้หายไปนานกว่า 20 ปี เขาเคยไป
ยังโลกวิญญาณและจักรวาลปฐมกาล เสี่ยงชีวิตหลายครั้งและในที่สุดก็
กลับมาอย่างปลอดภัย
ตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ภายในโถงใหญ่ของหยกขาว –
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์และราชันสวรรค์เผ่าพันธุ์โบราณได้รวมตัวกัน
หลินหมิงและเสี่ยวหมัวเซียนเองก็รวมอยู่ด้วย
“เจ้าเป็นทายาทของเผ่าพันธุ์โบราณจากเมื่อหมื่นล้านปีก่อนเช่นนั้น
หรือ?”
สำหรับราชันสวรรค์ชาวมนุษย์หลายคน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้รู้
เกี่ยวกับสถานะของราชันสวรรค์เผ่าพันธุ์โบราณเหล่านี้ ชื่อเสียงและ
ความสง่างามของเผ่าพันธุ์โบราณจากเมื่อหมื่นล้านปีก่อนนั้นยิ่งใหญ่และ
กึกก้อง เพียงแต่ในยุคปัจจุบันพวกเขาเสื่อมถอยจนที่จะอยู่ในสภาพที่น่า
สังเวช
“ใช่แล้ว… เราต่อสู้กับชาวภูติเทพมาเนินนานปี เหตุผลที่เราหนีมาได้
คราวนี้ก็เพราะคำแนะนำของน้องชายหลิน แต่ในระหว่างกระบวนการ
เราพบกับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลและเกือบถูกทำลายล้างสิ้น…”
เมื่อนานมาแล้ว เผ่าพันธุ์โบราณคือความภาคภูมิใจของตี้อู๋เหิน แต่
ตอนนี้ เขารู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าภาคภูมิใจนัก
“อะไรกัน! เจ้าพบกับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล!? ถ้าอย่างนั้น
เจ้า…!”
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ตกใจกลัวเมื่อได้ยินคำพูดของตี้อู๋เหิน พวก
เขาได้พบกับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลและสามารถรอดมาได้?
ในเวลานี้ ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะพูดอย่างช้าๆ “ทุกคน โปรดใจ
เย็น จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากความ
พยายามร่วมกันของนักสู้เผ่าพันธุ์โบราณ หลินหมิงและราชันสวรรค์บรรพ
กาล ปัจจุบันเขากำลังฟื้นฟูตนเองจากอาการบาดเจ็บ และยิ่งกว่านั้น…
เผ่าพันธุ์โบราณและหลินหมิงได้นำพาเราไปสู่ความอยู่รอด บางที… ใน
ที่สุดก็ถึงเวลาที่ชาวมนุษย์ของเราจะได้สัมผัสกับพลิกผันที่ดี…”
ในขณะที่นางพูด ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
ข้อมูลที่อยู่ในคำพูดของนางนั้นมีผลต่อจิตใจมากเกินไป
ทำให้จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลบาดเจ็บหนักเช่นนั้นหรือ? พวก
เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร? ยิ่งกว่านั้น… สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับราชันสวรรค์
บรรพกาลที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 100,000 ปีก่อนอย่างไร?
หนทางสู่ความอยู่รอด? ว่าอย่างไรนะ?
ในขณะที่ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์งงงวย ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็
มองดูหลินหมิงและพูดว่า “ทำไมเจ้าไม่มาอธิบายด้วยตัวเองเล่า”
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์โบราณหรือเผ่าพันธุ์มนุษย์ หลินหมิงเป็นผู้มีส่วน
ร่วมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มีการพลิกผันที่น่ายินดีนี้!
การนำวิธีสู่ความอยู่รอดกลับมาจากดินแดนต้องห้ามอาชูร่า การ
ซ่อมแซมกฎของประกาศิตแห่งเทพเพื่อต่อสู้กับจักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาล หน้าที่ของหลินหมิงในทั้งหมดนี้ไม่สามารถถูกแทนที่ได้
หลินหมิงพยักหน้า เขาอธิบายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการผจญภัย
ผ่านโลกวิญญาณและจักรวาลปฐมกาลโดยไม่แสดงความหยิ่งยโสใดๆ สิ่ง
เดียวที่ละไว้คือคำแปลกๆที่เซิ่งเหม่ยพูดกับเขา
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งนี้
พวกเขารู้ว่าหลินหมิงมุ่งหน้าไปยังโลกวิญญาณเพื่อค้นหาเส้นทางสู่
ความรอดแก่ชาวมนุษย์ แต่ก็เกือบจะไม่มีใครคิดว่าเขาจะประสบ
ความสำเร็จ
ในสายตาของคนเหล่านั้น การกระทำของหลินหมิงไม่มีอะไรมากไป
กว่าเรื่องตลก!
หลินหมิงมีการบ่มเพาะเช่นใดน่ะหรือ? ก่อนที่เขาจะจากไป เขา
สามารถเอาชนะมหาราชันพิภพได้เท่านั้น
และสิ่งที่ชาวมนุษย์เผชิญก็คือเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัวและยิ่งใหญ่ซึ่งมีเทพ
แท้จริงหลายคนและราชันสวรรค์กว่าพัน!
ในมหาภัยพิบัติสากลที่กำลังเกิดขึ้น หลินหมิงไม่สามารถแม้แต่จะ
เรียกว่าเป็นคลื่นขนาดเล็ก แม้แต่คนที่เป็นชาวมนุษย์ก็ยังรู้สึกถึงความสิ้น
หวัง ยอมจำนนและรอความตาย
ในบรรยากาศดังกล่าว หลินหมิงกลับได้ออกเดินทางเพื่อค้นหา
หนทางแก่ชาวมนุษย์ ภารกิจนั้นเป็นไปได้ด้วยหรือ?
แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงได้กลับพวกเขาทั้งหมดต้องดวงตาเบิกกว้างด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อ
หลินหมิงได้ค้นพบวิธีการสู่ความอยู่รอดอย่างแท้จริง มันไม่ใช่หนทาง
ที่จะเผชิญหน้ากับชาวภูติเทพโดยตรง กลับกัน มันเป็นหนทางหลบหนีแก่
ชาวมนุษย์!
แค่หนทางหลบหนีนั้นไม่เพียงพอ ใน 3,000 โลกอันยิ่งใหญ่ของแดน
เทวะและโลกอื่นนับไม่ถ้วน มันมีขุมกำลังใหญ่ของชาวมนุษย์อยู่มากมาย
หากขุมกำลังเหล่านี้ได้รับการแจ้งเตือนและอพยพ นั่นจะเป็นภารกิจที่
ยิ่งใหญ่เกินคาดคิด หากชาวภูติเทพตัดสินใจที่จะเริ่มต้นการบุกแดนเทวะ
เต็มกำลัง เช่นนั้นแล้วชาวมนุษย์ก็คงจะไม่มีเวลาหลบหนี
แต่… หลินหมิงได้เข้าร่วมกับเผ่าพันธุ์โบราณและสามารถทำให้
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ ซื้อเวลาแก่ชาวมนุษย์ในกระบวนการนั้น
มันเกินกว่าจะเชื่อได้!
ชาวมนุษย์หลายคนมองหลินหมิงด้วยความประหลาดใจในสายตา
ของพวกเขา เมื่อหลินหมิงออกจากแดนเทวะเพื่อไปยังโลกวิญญาณและ
จักรวาลปฐมกาล เขาอาจกล่าวได้ว่าสร้างปาฏิหาริย์
เขาได้ทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยมเพื่อชาวมนุษย์และแทบจะ
เปรียบเทียบกับราชันสวรรค์ผนึกเทวะเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อนได้
“ทุกคนควรมีความชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการ… นั่นคือก่อนที่การบุกรุก
เต็มกำลังของชาวภูติเทพจะเริ่มต้น เราจะอพยพไปยังหนึ่งในจักรวาลรก
ร้างใน 33 สวรรค์… แดนเทวะมีผู้คนมากกว่าพันล้านล้านล้านล้านคนและ
มีอีกมากในแดนเบื้องล่าง การอพยพพวกเขาทั้งหมดเป็นงานที่เป็นไป
ไม่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เราสามารถอพยพผู้โดดเด่นและรักษาอารยธรรม
นักสู้ของเราเอาไว้ได้
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง อย่างน้อย 100,000 ปีข้างหน้า ประชากรชาว
มนุษย์โดยทั่วไปจะต้องอยู่ภายใต้การกดขี่ของชาวภูติเทพ สำหรับผู้โดเด่น
ของชาวมนุษย์ พวกเขาจะต้องเผชิญกับความป่าเถื่อนของ 33 สวรรค์ ซึ่ง
ต้องทนทุกข์กับความยากลำบากในการพัฒนาและอยู่รอดที่นั่น! สำหรับ
อนาคต ไม่ว่าเราจะถูกกำจัดหรือหาโอกาสในการหายใจ สิ่งเหล่านี้จะ
ขึ้นอยู่กับอีก 100,000 ปีข้างหน้า ในกลุ่มผู้โดดเด่นที่พัฒนาในดินแดนรก
ร้าง มันจะได้เห็นว่าเราสามารถเลี้ยงดูบุตรแห่งสวรรค์เหล่านี้ให้สามารถ
ต่อต้านชาวภูติเทพได้หรือไม่
“หากเราทำได้ เราจะบุกกลับไปยังแดนเทวะและทำลายชาวภูติเทพ
หากเราทำไม่ได้ เราก็ทำได้เพียงรอคอยความตาย ไม่ว่าอย่างไร กำแพง
อาดูรแห่งเทพไม่ใช่การปกป้องอย่างแท้จริง”
คำพูดของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะทำให้ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์
เงียบลง
จากทั้ง 33 สวรรค์, 7 สวรรค์เป็นของชาววิญญาณและอีก 7 สวรรค์
เป็นของชาวภูติเทพ, 1 สวรรค์เป็นจักรวาลปฐมกาล 1 และอีกสวรรค์เป็น
แดนเทวะ
ทั้งหมดนี้คือ 16 สวรรค์ นอกจากสวรรค์ทั้ง 16 แห่งก็มีอีก 17
สวรรค์ 17 สวรรค์เหล่านี้เป็นดินแดนแห่งความตายหรือไม่ก็รกร้าง
กันดาร เนื่องจากมหาสงครามเผ่าพันธุ์ร่วมร้อยเมื่อหมื่นล้านปีก่อน
จักรวาลเหล่านี้จึงค่อยๆเสื่อมถอย ยิ่งกว่านั้น กำแพงอาดูรแห่งเทพที่กั้น
จักรวาลเหล่านี้มีความมั่นคงอย่างยิ่ง ไม่เหมือนกำแพงที่กั้นแดนเทวะและ
จักรวาลชาวภูติเทพ กำแพงระหว่างแดนเทวะและจักรวาลชาวภูติเทพจะ
อ่อนแอลงเป็นรอบจนกว่าพวกมันจะหายไปในที่สุด
ดังนั้นตลอดเวลานี้, 17 สวรรค์เหล่านั้นจึงไม่เคยมีรูปแบบชีวิตสิติ
ปัญญาสูงอาศัยอยู่ภายใน
หากผู้โดดเด่นของมนุษย์ใช้ประกาศิตอาชูร่าเพื่อเจาะทะลวงกำแพง
อาดูรแห่งเทพและไปยังสวรรค์ที่ถูกทอดทิ้งเหล่านั้น แน่นอนว่ามัน
หมายถึงการเดินทางที่ขมขื่น
หลายคนจะตายเมื่อพวกเขาบุกเบิกดินแดนใหม่ แม้แต่คนที่รอดชีวิต
ก็ยังจะต้องเผชิญหน้ากับความโลภของชาวภูติเทพ ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะ
มีชีวิตอยู่เพื่อเห็นวันรุ่งขึ้นหรือไม่
นักสู้ชาวมนุษย์หลายคนเข้าใจเรื่องนี้ พวกเขารู้ว่ามันหมายถึงอะไรที่
จะหลบหนีเข้าไปในจักรวาลรกร้าง…
ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังจะหนักใจเมื่อคิดถึงการละทิ้งผู้คนทั่วไปของ
แดนเทวะ แต่ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท้ายที่สุด
ผู้โดดเด่นของชาวมนุษย์คือเป้าหมายของชาวภูติเทพ หากผู้โดดเด่น
เหล่านี้ถูกฆ่าตาย นั่นจะเป็นเช่นเดียวกับการกำจัดมรดกของชาวมนุษย์
ทิ้งไป
สำหรับคนทั่วไป ความจริงก็คือ พวกเขาไม่มีคุณค่าสำหรับชาวภูติ
เทพ
บรรยากาศในห้องโถงใหญ่มืดมนมากขึ้น
หลินหมิงได้ค้นพบหนทางแก่ชาวมนุษย์อย่างแท้จริง แต่หนทางนี้เต็ม
ไปด้วยขวากหนาม!
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะยืนขึ้นอย่างช้าๆ
“ตัวข้า เช่นเดียวกับศิษย์ของตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ทุกคนได้
ตัดสินใจที่จะออกจากแดนเทวะและพัฒนาตัวเองในจักรวาลรกร้าง
สำหรับพวกเจ้าที่เหลือ เจ้าสามารถตัดสินใจได้เองว่าต้องการที่จะเข้า
ร่วมกับข้าหรืออยู่ในแดนเทวะต่อไป ข้าเข้าใจว่าเจ้ามีความรู้สึกต่อบ้าน
เกิดของเจ้าและการละทิ้งบ้านที่เจ้ารู้จักมาตลอดชีวิตนั้นเป็นตัวเลือกที่
ยาก แต่บางครั้ง เจ้าต้องละทิ้งสิ่งที่เจ้ารู้จัก…
“การจากไปหมายถึงเผชิญกับภัยที่ไม่รู้จักและแบกภาระความหวัง
และอนาคตของชาวมนุษย์
“การอยู่ต่อหมายถึงการใช้ชีวิตภายใต้ส้นเท้าและโดนกดขี่จากชาว
ภูติเทพ…
“ไม่ว่าเจ้าจะเลือกเส้นทางใด การเดินทางของเจ้าจะยากอย่างไม่น่า
เชื่อ ความหวังเดียวของข้าคือ ไม่ว่าเมื่อใดในอนาคต พวกเจ้าจะต้องไม่
ยอมแพ้โดยง่าย นี่เป็นเพราะชาวมนุษย์กำลังยืนหยัดอยู่บนหน้าผาแห่ง
ความเป็นความตายอย่างแท้จริง 3.6 พันล้านปีก่อน เราพ่ายแพ้ก็จริง แต่
ถึงอย่างนั้น เราก็ยังคงรักษาแดนเทวะไว้ได้ แต่ถ้าเราจะพ่ายแพ้อีกครั้ง
ตอนนี้ เราจะไม่มีทางหนีอีกแล้ว”
คำพูดของราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะนั้นหนักหน่วง ราชันสวรรค์ชาว
มนุษย์ทุกคนกลั้นลมหายใจ ชั่วครู่หนึ่ง ทั้งห้องโถงใหญ่เงียบลงและ
สามารถได้ยินเสียงเข็มหล่น
ทุกคนตระหนักดีว่านี่เป็นการประชุมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคต
ของชาวมนุษย์!
“ข้าเป็นตัวแทนของขุนเขาผู่โถวเพื่อบอกว่าเราจะออกจากแดนเทวะ
และติดตามตำหนักสวรรค์นิมิตฝันเทวะ”
คนแรกที่พูดคือโพธิสัตว์เกรียงฟ้า ความจริงก็คือ ก่อนที่การประชุม
ครั้งนี้จะเริ่มขึ้น เขาก็รู้สถานการณ์แล้ว เขาทำให้มันชัดเจนยิ่งขึ้นที่นี่
“ข้าจะติดตามราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะด้วย”
“ข้าด้วย”
ราชันสวรรค์คนแล้วคนเล่าเปิดปาก ทุกคนเต็มใจที่จะติดตามราชัน
สวรรค์นิมิตฝันเทวะ
การละทิ้งแดนเทวะเป็นทางเลือกเดียวที่พวกเขาสามารถทำได้ใน
สถานการณ์ที่ไร้ประโยชน์
“ดี”
ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะสูดลมหายใจเข้าลึก “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จง
อย่าล่าช้าอีกเลย เราจะแยกย้ายกันตอนนี้และรวบรวมเหล่าขุมกำลังใหญ่
เพื่อเตรียมการอพยพ จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลอาจได้รับบาดเจ็บหนัก
แต่คงจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการฟื้นฟู… เราต้องใช้ช่วงเวลานี้เพื่อทำ
ภารกิจอพยพให้สำเร็จและนำคนไปมากเท่าที่เราจะทำได้”