Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,924 ราชาเทพขุนพลสวรรค์
ณ จักรวาลปฐมกาล ลึกเข้าไปภายใน…
ในพื้นที่ซึ่งจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลซ่อนตัวอยู่นั้น มันมีเหล่านักสู้
ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพกว่า 20 คนซึ่งอยู่สถานะพร้อมสู้เต็มรูปแบบและ
วางมหาค่ายกลฟ้าบันดาลเอาไว้
นอกจากนี้ มันยังมีเหล่าราชันพิภพและผู้ปกครองเทวะอีกมากมาย
พวกเขาถูกกระจายไปยังขอบของมหาค่ายกลฟ้าบันดาลเพื่อสนับสนุนมัน
อีกที่
ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพมีสีหน้าอัปลักษณ์
นี่เป็นเพราะแม่ทัพภูติเทพชุดคลุมสีแดงซึ่งได้นำกองกำลังที่พ่ายแพ้
กลับมาที่นี่
ราชันสวรรค์มงกุฎทองคำได้ตกตายไปแล้ว และเขาเองก็ถูกบังคับให้
เผาผลาญปราณโลหิตจนทำให้ระดับการบ่มเพาะตกลง สำหรับชาวภูติ
เทพ นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แต่เมื่อกองทัพที่พ่ายแพ้เหล่านี้มาถึงจักรวาลปฐมกาล พวกเขาจึงรู้
ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลบาดเจ็บสาหัสจากความพยายามร่วมกัน
ของหลินหมิงและเผ่าพันธุ์โบราณ
สิ่งนี้ทำให้พวกเขากลายเป็นโง่งม
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลคือตัวตนที่โดดเด่นแม้แต่ในหมู่เทพ
แท้จริง ถึงแม้จะมีราชันสวรรค์เผ่าพันธุ์โบราณและหลินหมิงร่วมมือกัน
แต่พวกเขาจะสามารถทำให้จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลบาดเจ็บได้
อย่างไร?
“ฝ่าบาทจักรพรรดิ เขา…”
แม่ทัพชุดคลุมสีแดงขมขื่น เดิมทีเขากลับมาอย่างโกรธแค้น อยาก
รายงานสถานการณ์ดังกล่าวต่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลเพื่อที่จะให้
เขาสั่งระดมกองทัพทั้งหมดเพื่อเหยียบย่ำแดนเทวะ
แต่สิ่งที่เขาได้รู้เป็นสิ่งที่แทบจะไม่สามารถเชื่อได้เลย
“ฝ่าบาทกำลังปิดด่านลึก – มิให้ผู้ใดเข้าพบได้!”
ราชันสวรรค์ที่รับผิดชอบในการปกป้องบริเวณเหล่านี้กล่าว แม่ทัพ
ภูติเทพชุดคลุมสีแดงรู้สึกปวดหัว
กองทัพภูติเทพนั้นทรงพลังมากกว่าเผ่าพันธุ์เทพอย่างน้อย 10 เท่า
ดังนั้นการต่อสู้กลับบังเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ได้อย่างไร?
ในขณะที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลปิดด่าน แม่ทัพภูติเทพก็ทำได้
เพียงรอคอยเท่านั้น
เขาคาดเดาได้อย่างเลือนรางว่าช่วงเวลาแห่งการปิดด่านนี้จะไม่สั้น
แต่อย่างใด อย่างน้อยก็ควรต้องกินเวลานาน 2-3 ปี
ในเวลานี้ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวได้มาถึง เฉกเช่นพายุดาราจักร
ที่พัดผ่านจักรวาล
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ เหล่าผู้ปกครองเทวะและราชันพิภพทุก
คนก็ถูกบังคับให้ต้องคุกเข่า
ถึงแม้ว่าราชันสวรรค์ชาวภูติเทพจะไม่ถูกกำราบในระดับที่น่าสังเวช
แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว โดยไม่ต้อง
สงสัย นี่ย่อมเป็นแรงกดดันที่เป็นของเทพแท้จริง!
นักสู้ชาวภูติเทพทั้งหมดโค้งคำนับอย่างรวดเร็วไปที่ความว่างเปล่า
เบื้องหน้า
พวกเขารู้สึกถึงทะเลอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยปราณดาราได้เคลื่อน
เข้ามาหาพวกเขา นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าผู้ที่มาถึงคือหนึ่งในเทพแท้จริงของ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพ!
ในเวลานี้ ความว่างเปล่าเบื้องหน้าสั่นไหว ใบหน้าขนาดใหญ่ปรากฏ
ขึ้นในอวกาศห่างออกไปหนึ่งล้านไมล์ ใบหน้านี้ดูเหมือนจะถูกสลักจาก
โลหะ เคร่งขรึมและน่าเกรงขาม มีเอกลักษณ์อันน่าอัศจรรย์!
เมื่อนักสู้ชาวภูติเทพเห็นใบหน้าขนาดใหญ่นี้ พวกเขาก็สั่นเทา
ราชาเทพขุนพลสวรรค์!
ในเจ็ดสวรรค์ของเผ่าพันธุ์ภูติเทพนั้น มันมีเทพแท้จริงมากกว่าหนึ่ง
โดยทั่วไปแล้ว เทพแท้จริงของชาวภูติเทพนั้นลึกลับอย่างยิ่ง พวกเขา
จะไม่ค่อยปรากฏตัวและแม้แต่คนทั่วไปก็ยังไม่รู้ถึงจำนวนเทพแท้จริงหรือ
สมญานามของพวกเขาว่าเป็นเช่นไร
“ราชาเทพขุนพลสวรรค์ หนึ่งในราชาเทพซ่อนเร้นแห่งโลกภูติเทพ
ได้มีการกล่าวว่าเขามีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยล้านปี กระทั่งมากกว่า
จักรพรรดิภูติเทพ!”
“ราชาเทพขุนพลสวรรค์, เขา… ไม่ควรจะมา… เพื่อทำอันตรายต่อ
จักรพรรดิภูติเทพใช่หรือไม่…?”
ราชันสวรรค์สูงสุดหลายคนที่อยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิ
ภูติเทพฟ้าบันดาลกลืนน้ำลายเมื่อพวกเขาคิดได้เช่นนี้
ตามที่ลือกัน จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลไม่ลงรอยกับราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์ ได้มีการกล่าวว่าพวกเขาอาจเคยต่อสู้กันมาก่อน และจะไม่
แปลกใจหากมีความบาดหมางส่วนตัวระหว่างพวกเขา
ตอนนี้ ราชาเทพขุนพลสวรรค์ได้มาถึงแล้ว ถ้าเขามาเพื่อแก้แค้น
อย่างแท้จริงนั้น เหล่าราชันสวรรค์ซึ่งประจำอยู่ที่นี่จะทำได้เพียงจ้องมอง
อย่างไร้ประโยชน์เมื่อเขาโจมตีจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
“ฝ่าบาทขุนพลสวรรค์…”
ราชันสวรรค์หลายคนคารวะด้วยความหวาดกลัว
“ออกไปให้พ้นทาง!”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ตะโกนเสียงดังและราชันสวรรค์เหล่านี้ก็ถูก
กวาดออกไปราวกับว่าพวกเขาตกอยู่ในพายุ พวกเขาแทบจะไม่พยุง
ตัวเองได้เพราะรู้สึกหมดหนทางต่อความหวาดกลัวอย่างสมบูรณ์นี้
พวกเขาเป็นผู้ใต้บัญชาของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล มันจึงไม่น่า
เป็นไปได้ที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์จะมีความประทับใจที่ดีต่อพวกเขา
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ลอยมาข้างหน้าอย่างช้าๆเพื่อบิดเบือนมิติ
ตรงที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลซ่อนตัวและเย้ยหยัน
ด้วยเพียงความคิด มือโลหะขนาดใหญ่ได้ยื่นออกมาจากอวกาศ มือนี้
ขยับไปมาและฉีกเปิดห้วงมิติที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลปิดด่านอยู่
จากนั้น ราชาเทพขุนพลสวรรค์ก็ก้าวเข้าไปภายใน!
เหล่าราชันสวรรค์ทำได้เพียงจ้องมอง พวกเขาไม่สามารถทำอันใดได้
และไม่กล้าทำสิ่งใด สิ่งที่พวกเขาทำได้คือหวังอย่างแรงกล้าว่าจะไม่มีการ
ต่อสู้เกิดขึ้น
หากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลถูกผลักไปที่ขอบผาอย่างแท้จริง
แล้ว เช่นนั้นเขาก็จะทำให้ร่างของจอมเขมือบระเบิดขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้น
ราชันสวรรค์ทั้งหมดที่นี่จะพินาศจนไม่เหลือซาก!
……..
ภายในความมืดไร้สิ้นสุด สองร่างเงาเผชิญหน้ากัน หนึ่งคือ ราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์ และอีกหนึ่งคือ จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
ภายในมิตินี้ รูปร่างของราชาเทพขุนพลสวรรค์ใหญ่โต คล้ายรูปหล่อ
ที่ทำจากโลหะ เขาไม่มีผมหรือแม้แต่ขนตาเลย กะโหลกศีรษะของเขา
คล้ายกับคริสตัลขัดมัน โปร่งแสงพอที่ใครๆก็สามารถมองเห็นสมองของ
เขาได้อย่างเลือนราง รูปร่างหน้าตาของเขาเองก็ไม่เหมือนใคร
“จ้าวฮั่ว!”
เสียงของราชาเทพขุนพลสวรรค์นั้นเย็นยะเยือกราวกับโลหะ “เจ้าลง
เอยเช่นนี้ได้อย่างไร? เจ้าเป็นผู้เก่งกาจมาตลอดมิใช่หรือ? เจ้าเรียกข้า
กับเพียวอวี่มาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือใช่หรือไม่?”
เสียงของราชาเทพขุนพลสวรรค์เย้ยหยัน เหตุผลที่เขามาที่นี่เห็นได้
ชัดว่าก็เพราะคำร้องขอของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลมองดูที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์ ไร้สีหน้า
เขาเพียงพูดอย่างเย็นชา “แล้วเพียวอวี่เล่า?”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ยกมือขวาขึ้นและหมุนขนนกระหว่างนิ้วของ
เขา เขาพูดอย่างเกียจคร้านว่า “นางไม่รู้สึกว่าจำเป็นที่ต้องมาพบเจ้าด้วย
ตนเอง แต่ถ้าเราพูดกัน นางจะได้ยินเรา”
“เป็นเช่นนั้นเอง… ข้าเข้าใจแล้ว” เพียวอวี่ไม่ตอบรับคำเชิญของเขา
แต่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็ไม่ว่าอะไร ในสวรรค์ทั้งเจ็ดแห่งของ
เผ่าพันธุ์ภูติเทพ ความจริงก็คือ มันมีสามเทพแท้จริง
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวในหมู่พวกเขา
และที่อยู่ของนางเองก็เป็นปริศนาอยู่เสมอ นางปิดด่านมาแล้วและราชัน
สวรรค์สูงสุดหลายคนก็ยังไม่รู้ด้วยว่ามีเทพแท้จริงเช่นนั้นอยู่ในหมู่ชาวภูติ
เทพ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลมองดูที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์และพูด
อย่างไม่คาดคิดว่า “เหตุผลที่ข้าเรียกเจ้าและเพียวอวี่มาที่นี่ในวันนี้ก็
เพราะ ข้าต้องการให้พวกเจ้านำกองทัพไปเหยียบย่ำแดนเทวะและกำจัด
ชาวมนุษย์!”
แม้ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะได้รับบาดเจ็บ แต่เสียงของเขาก็
เต็มไปด้วยพลังงานที่สั่นสะเทือนห้วงมิติ
ดวงตาของราชาเทพขุนพลสวรรค์เบิกกว้างครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เริ่ม
หัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ! ข้าคงได้ยินผิดไปเป็นแน่? เจ้าต้องการให้ข้าและเพีย
วอวี่ไปกำจัดชาวมนุษย์? เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นเล่า? เจ้าไม่จำเป็นต้อง
อ้างถึงเรื่องบางอย่างผลประโยชน์เผ่าพันธุ์เพื่อหลอกข้าเลย แม้ว่าจะมี
ผลประโยชน์ต่อชาวภูติเทพจากการกำจัดชาวมนุษย์ แต่สำหรับข้าแล้วมัน
ก็ไร้ความหมาย เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ถึงเหตุผลที่เจ้าต้องการกำจัดชาวมนุษย์
นั้นว่าเพื่อการบรรลุเป้าหมายของเจ้าเองหรอกหรือ? เหตุใดข้าและเพีย
วอวี่จึงจะยอมให้ความช่วยเหลือเจ้ากันเล่า?”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์กล่าวอย่างหุนหัน จักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลเงียบไป จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมา เหนือฝ่ามือของเขา ลูกแก้วสี
ดำที่พาดด้วยเส้นสายสีแดงหมุนวนอย่างช้าๆ – นี่คือลูกแก้วจิตวิญญาณ
อนุภาคแรกกำเนิด
เมื่อเห็นลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด ดวงตาของราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์ก็เริ่มเปล่งประกาย ลูกแก้วจิตวิญญาณแห่งนี้ล้ำค่าโดยแท้
สำหรับนักสู้กายผันแปร!
“เจ้า…”
“ถ้าเจ้ากับเพียวอวี่ช่วยข้า ข้าจะให้เจ้ายืมลูกแก้วนี้ 1 ล้านปี! แต่ข้า
มีข้อกำหนด: เมื่อเจ้าทำลายชาวมนุษย์ เจ้าจะต้องทำให้แน่ใจว่าเจ้าฆ่า
หลินหมิงไปแล้วจริง!”
เสียงของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลเต็มไปด้วยจิตสังหาร เหตุผลที่
เขารีบเรียกเทพแท้จริงอีกสองคนที่นี่ก็เพื่อให้พวกเขาโจมตีแดนเทวะ
เพราะเขาเองมีความรู้สึกลางสังหรณ์ในใจ
เขารู้สึกว่าหลินหมิงนำบางสิ่งที่สำคัญไปสู่ชาวมนุษย์ หากเขาไม่
สามารถกำจัดชาวมนุษย์ลงได้ที่นี่แล้ว ปัญหาก็จะไม่จบสิ้น เมื่อไฟป่าล่าม
ทุ่ง หญ้าใหม่จะเติบโตขึ้นอีกครั้ง
นั่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหลินหมิง! การมีตัวตนของเขาทำให้
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลเกิดความไม่สบายใจในส่วนลึกเสมอ
เขาเป็นปัจจัยที่ไม่รู้จัก ที่ขั้นผู้ปกครองเทวะสูงสุด เขากลับสามารถมี
ผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสงครามของเผ่าพันธุ์ภูติเทพกับเผ่าพันธุ์
มนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณ หากปล่อยเขาเติบโตได้อย่างอิสระแล้ว มัน
แน่นอนเขาจะกลายเป็นหายนะต่อชาวภูติเทพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนหน้านี้ เขาไม่ใสใจหลินหมิงเพราะระดับการบ่มเพาะของเขายัง
ต่ำนัก แต่ตอนนี้ เขาเต็มใจที่จะทำทุกสิ่งในอำนาจเพื่อที่จะฆ่าเขาให้จงได้!
“ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด…”
ในขณะที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์มองดูลูกแก้วสีแดงและสีดำนี้
ดวงตาของเขาเปิดเผยถึงความโลภลึก
“หืม? เจ้าต้องการที่จะใช้มันตลอดไปเช่นนั้นหรือ?” จักรพรรดิภูติ
เทพฟ้าบันดาลเย้ยหยันอย่างเยือกเย็น แต่เอาไม่ได้เก็บลูกแก้วจิต
วิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดไป เขาเพียงจ้องมองที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์
แล้วพูดต่อว่า “เจ้าต้องการร่วมมือกับเพียวอวี่เพื่อสังหารข้าในขณะที่
ได้รับบาดเจ็บและขโมยลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดไป
หรือไม่?”
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้วางความคิดไว้ภายในหัวใจของราชา
เทพขุนพลสวรรค์ ราชาเทพขุนพลสวรรค์เพียงยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่
ตอบกลับ
“เจ้าสามารถลองดูได้! แต่ข้ามีวิธีที่จะทำให้เจ้าเสียใจ!”
ในขณะที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลพูด ร่างใหญ่ของจอมเขมือบ
เริ่มดิ้นอยู่ข้างใต้เขา ทำให้น้ำพุโลหิตไหลออกมามากมาย
ดวงตาของราชาเทพขุนพลสวรรค์หรี่ลง เขามองไปยังจักรพรรดิภูติ
เทพฟ้าบันดาล มีความสงสัยในหัวใจของเขา
เขาไม่รู้ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลซ่อนไพ่อันใดไว้บ้าง แต่เขา
แน่ใจว่าจะต้องมีความลับบางอย่างมิผิด
เขากระทั่งสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอสูรโลกันต์
แต่ไม่ว่าในกรณีใด แม้ว่าเขาจะร่วมมือกับเพียวอวี่เพื่อโจมตี
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล แต่เขาก็ไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าพวกเขาจะ
ชนะได้ นี่เป็นสัญชาตญาณล้วนๆ
ในการเข้าถึงขั้นเทพแท้จริงได้นั้น นั่นหมายถึงว่าโชคชะตาของคนๆ
หนึ่งสะสมไว้จนถึงจุดสูงสุด เช่นนี้ ตัวตนเช่นนั้นจึงสามารถมีลางสังหรณ์
ที่แม่นยำระดับหนึ่งในใจพวกเขาได้ แม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องทุกครั้งก็ตาม
แต่มันก็มีค่ามากสำหรับการอ้างอิง
ภาค 23 วัฏสงสารแห่งชีวิตและความตาย