Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,925 วิกฤตการทำลายล้างโลก
4 เดือนต่อมา, ขุนเขาผู่โถว –
นี่เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ราชันสวรรค์อันรุ่งโรจน์และเก่าแก่ที่สุดใน
ประวัติศาสตร์ของชาวมนุษย์ในปัจจุบัน ภายในขุนเขาผู่โถว ผู้หนึ่งจะ
สามารถรู้สึกได้ถึงเรื่องราวภายในของดินแดนแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง บ้าน
ทางเดินที่คดเคี้ยว ภาพวาดและแม้แต่กระเบื้อง ทุกอย่างผ่าน
ประวัติศาสตร์มาเนินนาน
3.6 พันล้านปีก่อน ผู้นำเทพแท้จริงของชาวมนุษย์ราชันผนึกเทวะ
เสียชีวิตไป ราชันสวรรค์ส่วนใหญ่เสียชีวิตในการต่อสู้และขุมกำลังราชัน
สวรรค์ถูกทำลายไปกับพวกเขา ค่อยๆจางหายไปในผืนทรายแห่ง
กาลเวลา
อย่างไรก็ตาม ขุนเขาผู่โถวยังคงไม่บุบสลาย ภายในศาลาห้องสมุด
พวกเขารวบรวมตำราโบราณมากมายเกี่ยวกับอารยธรรมนักสู้ ทั้งหมดนี้มี
บทบาทสำคัญในการพัฒนาอารยธรรมนักสู้ของมนุษย์สืบต่อไป
ในเวลานี้ เมื่อชาวมนุษย์เดินโซเซบนขอบผาแห่งการสูญสิ้นพันธุ์
ผู้ปกครองและผู้โดดเด่นหลายคนรวมตัวกันอีกครั้งที่ขุนเขาผู่โถวเพื่อ
เผชิญหน้ากับพายุที่กำลังจะมาถึง
ภายในขุนเขาผู่โถว ในห้องลับของวิหารพุทธ
ห้องนี้เงียบสงบมาก ควันธูปลอยขดวงอยู่ในอากาศ ผนังถูกตกแต่ง
ด้วยรูปปั้นของอรหันต์สีทองสูงตระหง่าน ระหว่างเสาเหล่านี้ มีเสาหนา
แปดเสารองรับเพดาน แต่ละเสาถูกแกะสลักด้วยมังกรทองที่เสริมสร้าง
บรรยากาศอันงดงาม
นี่เป็นเสาแปดมังกรเทวะที่โด่งดังของขุนเขาผู่โถว ห้องนี้เป็นหนึ่งใน
สมบัติของขุนเขาผู่โถวที่ซึ่งนักบวชที่มีชื่อเสียงจะมาเข้าฌานอย่างสงบ
ตอนนี้ หลินหมิงกำลังนั่งอยู่บนเบาะภายในห้องนี้
ข้างหน้าเขาเป็นชายชราในชุดธรรมดาและนอบน้อม
ใบหน้าของชายชราคนนี้เหี่ยวแห้งและมีเบ้าตาลึก ผิวของเขาดำคล้ำ
และเทา มีผมบนหัวเพียงเล็กน้อย ผมของเขาไม่ใช่สีเงินหรือสีขาว แต่แห้ง
และสีเหลืองเหมือนหญ้าที่กำลังจะตาย ขณะที่เขานั่งอยู่หน้าหลินหมิง
ร่างกายของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความตายราวกับว่าเขาตาย
ไปแล้ว
“หลินหมิง… ข้าจะสอนทุกสิ่งที่ข้าทำได้… นี่เป็นทักษะเร้นลับทั้งชีวิต
ข้า… ข้าหวังว่ามันจะมีประโยชน์สำหรับเจ้า…”
ชายชราพูดอย่างช้าๆ ชายชราคนนี้เป็นอาจารย์ของเขี้ยวมังกร – ผู้
อาวุโสสามภพ
จากราชันสวรรค์มนุษย์ทุกคน ผู้อาวุโสสามภพมีเอกลักษณ์และ
แปลก แม้ว่าเขาจะไม่สามารถทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงได้ แต่เขาก็ยัง
สามารถใช้ทักษะเรันลับเพื่อมีชีวิตอยู่ได้ถึง 300 ล้านปี เขาประสบกับ
ช่วงเวลาที่เหลือเชื่อและอาจเรียกได้ว่าเป็นหนังสือประวัติชีวิตของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์
เมื่อหลินหมิงกลับมายังแดนเทวะ ราชันนิมิตฝันเทวะได้รวมยอดผู้
โดดเด่นทั้งหมดของแดนเทวะรวมถึงจุนไป่เยว่, ซิงชือ, เขี้ยวมังกรและ
เสี่ยวหมัวเซียน และเริ่มฝึกฝน
ในการฝึกฝนนี้ พวกเขาได้รับอนุญาตให้เลือกทักษะเร้นลับทั้งหมด
ของราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ได้อย่างอิสระ – โดยไม่มีการปิดบังใดๆ!
สิ่งใดที่พวกเขาต้องการเรียนรู้ พวกเขาก็สามารถเรียนรู้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลินหมิงได้รับการดูแลและยึดถือเป็นลำดับ
ความสำคัญโดยราชันสวรรค์ทั้งหมด ราชันสวรรค์ผู้น่านับถือไม่ลังเลที่จะ
ผลาญการบ่มเพาะของตัวเองเพื่อช่วยหลินหมิงยืดเส้นชีพจรของเขาให้
ตรงและกำจัดปัญหาเล็กน้อยที่สะสมจากหลินหมิงหลงัจากพัฒนา
รากฐานของเขารวดเร็วเกินไป
แต่สำหรับทักษะเร้นลับของราชันสวรรค์ที่หลินหมิงเลือกก็คือ…
เนตรสามภพ!
นี่เป็นทักษะเร้นลับอย่างเดียวที่เขาเลือก
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพอื่นๆนั้นร้ายกาจก็จริง แต่สำหรับหลินหมิงผู้
ศึกษาเต๋าสวรรค์อาชูร่า พวกมันก็ไม่มีค่ามากเกินไป มีเพียงเนตรสามภพ
ที่เป็นประโยชน์สำหรับเขา มันเป็นทักษะเสริมที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่ม
พลังต่อสู้ของหลินหมิงได้โดยตรง หลินหมิงอาจสามารถหลอมรวมมันกับ
เนตรสวรรค์ของเขาเพื่อที่พวกมันจะได้สนับสนุนซึ่งกันและกัน ราวกับว่า
ทักษะเร้นลับนี้ได้ถูกสร้างมาสำหรับหลินหมิงโดยตลอด
บนเบาะหนา ดวงตาของผู้อาวุโสสามภพยังคงปิดอยู่ “เจ้าได้เปิด
วิหารเต๋าเนตรสวรรค์และนั่นทำให้เจ้าเหมาะสมกว่าเขี้ยวมังกรที่จะสืบ
ทอดทักษะเร้นลับของข้า ข้าแทบจะไม่สามารถรักษาชีวิตที่น่าเศร้าไว้เป็น
เวลา 300 ล้านปีได้ และสำหรับข้าที่สามารถมีผู้สืบทอดโดยตรงเช่นเขี้ยว
มังกร และครึ่งผู้สืบทอดเช่นเจ้า ข้าก็ดีใจที่ข้าสามารถเห็นมรดกของ
ตนเองดำเนินการต่อไปในลักษณะที่น่าประหลาดใจเช่นนี้ได้ เมื่อข้าตาย
ข้าก็จะสามารถทำได้อย่างสงบ…”
เมื่อผู้อาวุโสสามภพพูด หลินหมิงก็โค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง เขากล่าว
อย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าขอขอบคุณผู้อาวุโสสำหรับความใจกว้างของคำ
ชี้แนะของท่าน”
ผู้อาวุโสสามภพส่ายหัว เขาพูดเสียงเบาว่า “ข้าควรจะเป็นผู้ขอบคุณ
เจ้ามากกว่า และบางทีชาวมนุษย์ทุกคนก็ควรจะขอบคุณเจ้า…”
ด้วยการกลับมาของหลินหมิง เขาไม่เพียงแต่นำวิธีการอยู่รอดมาสู่
ชาวมนุษย์ แต่เขายังนำแผ่นหยกสำเนาหน้าตำราทองคำกลับมาด้วย
สำเนาหน้าตำราทองคำเหล่านี้มาจากเซิ่งเหม่ย ในฐานะที่เป็นเคล็ด
บ่มเพาะระดับราชันเทพเจ้า แม้แต่ตัวสำเนาก็สามารถให้แรงบันดาลใจ
อย่างมากต่อราชันสวรรค์ชาวมนุษย์แล้ว
นี่เป็นความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับราชันนิมิตฝันเทวะผู้บ่ม
เพาะพลังงานและวิญญาณ ความเข้าใจอันลึกซึ้งของวิญญาณที่บรรจุอยู่
ในหน้าตำราทองคำนั้นเหมาะสมกับนางอย่างสมบูรณ์แบบ!
ดังนั้นในหลายวันที่ผ่านมา ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะจึงได้ปิดด่าน
ศึกษาหน้าตำราทองคำอย่างละเอียด ในช่วงเวลาสั้นๆเหล่านี้ นางได้รับ
แรงบันดาลใจที่ไม่สามารถคำนวณได้ ทั้งหมดสำหรับสร้างรากฐานให้
แข็งแกร่งเท่าที่นางจะทำได้ เพื่อที่นางจะได้ก้าวเข้าสู่เทพแท้จริงโดยเร็ว
ที่สุด
ขั้นตอนแรกของการอพยพชาวมนุษย์ได้เสร็จสิ้นลงอย่างค่อยเป็น
ค่อยไป การอพยพจากแดนเทวะเกิดขึ้นทีละขั้น!
ผู้ที่สามารถไว้ได้คือผู้โดดเด่นของชาวมนุษย์
“น้องชายหลิน เอาไวน์นี้ไปดื่ม!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งส่งแก้วไวน์ให้เขา ใบหน้าของเขามีอารมณ์เล็กน้อย
รวมถึงความผิดหวังเล็กน้อยในตัวเขา บุคคลนี้คือไป่เหยา ซึ่งเป็นศิษย์สาย
ตรงของราชันเอกภพอนันต์ เขาไม่มีมิตรภาพชีวิตและความตายกับหลินห
มิง เขาเป็นเพียงคนรู้จักที่ได้พบกันในงานประลองร่วมชุมนุมครั้งแรกแห่ง
แดนเทวะ และอาจได้รับการพิจารณาว่าเป็นสหายธรรมดา
แต่เนื่องจากการรุกรานของชาวภูติเทพและในสถานการณ์ที่ชาว
มนุษย์สามารถพินาศได้ทุกเวลา แม้แต่คนแปลกหน้าสองคนในเผ่าพันธู์
เดียวกันก็อาจเป็นเหมือนพี่น้องได้…
เมื่อพรากจากกัน หัวใจก็จะปั่นป่วนอยู่เสมอ หลินหมิงดื่มไวน์
“น้องชายหลิน เจ้าจะไม่ไปหรือ?”
หลินหมิงส่ายหัว “ข้าไม่รีบ…”
หลินหมิงสัมผัสแหวนมิติของเขา แหวนมิตินี้บรรจุหยกจักรพรรดิ
แห่งโชคชะตาแผ่นที่สามไว้ เขาต้องการที่จะไปยังเส้นทางแห่งอาชูร่าและ
เข้าสู่ด่านที่เจ็ดของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย เพื่อให้เขาได้รับอัตรา
ความสำเร็จสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ด้วยการใช้สิ่งนี้ เขาก็ต้องการต่อสู้เพื่อโอกาสในการพลิกกระแสการ
ต่อสู้กับชาวภูติเทพ!
แต่ในปัจจุบัน ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายยังไม่เปิด…
ไป่เหยาเดินจากไปพร้อมกับผู้โดดเด่นอื่นๆของตำหนักสวรรค์เอกภพ
อนันต์ ผู้โดดเด่นจากขุมกำลังราชันสวรรค์อื่นได้เข้าร่วมพวกเขา สิ่งที่รอ
คอยพวกเขาคือการเดินทางสู่จักรวาลที่ไม่รู้จักและรกร้าง นี่จะเป็นการ
ผจญภัยที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการสังหาร
หลินหมิงรู้ว่าไป่เหยาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มคนแรกจากไป จะมี
กลุ่มที่สอง กลุ่มที่สาม กลุ่มที่สี่ตามมา…
สิ่งนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าพวกผู้โดดเด่นทั้งหมดจะจากไป
จนกระทั่งตำหนักสวรรค์กลายเป็นดินแดนร้าง
การคัดคนเกิดขึ้นทุกที่
อาจารย์ส่งศิษย์ จ้าวนิกายส่งศิษย์…
บางคนดื่มแล้วก็ร่ำลา บางคนกอดกันแน่นเท่าที่จะทำได้
สำหรับผู้ที่ถูกทิ้งไว้ ผู้ที่จากไปคือสมาชิกตระกูล สหาย…
สำหรับผู้ที่จากไป พวกเขาจะออกจากจักรวาลที่ตนเองเติบโตขึ้นมา
บ้านเกิดอันเป็นรัก ดินแดนแห่งบรรพบุรุษ สายเลือด ความสุขและเสียง
หัวเราะ ความเจ็บปวดและความเศร้าโศก…
หลินหมิงถอนหายใจอย่างลึกซึ้ง เขาหันหลังกลับและไม่ได้มีส่วนร่วม
ในการแบ่งปันเศร้าเหล่านี้อีกต่อไป
เขามีเรื่องที่ต้องเข้าร่วมมากเกินไป ทุกลมหายใจของเวลา ทุกชั่วโมง
มีค่าอย่างยิ่งสำหรับเขา
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทุกช่วงเวลาหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งจะจากไป
หลินหมิงไม่รู้ว่ามีผู้คนจากไปกี่คนแล้ว แต่ในเวลานี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป
ฉับพลัน!
ราชันพิภพที่ตื่นตระหนกพุ่งเข้าสู่มายังขุนเขาผู่โถว เขานำข่าวร้ายมา
ด้วย – ชาวภูติเทพได้เริ่มบุกโจมตีแดนเทวะอย่างเต็มกำลังแล้ว!
หลายคนตกตะลึง จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้รับบาดเจ็บอย่าง
ชัดเจนจากหลินหมิงและเผ่าพันธุ์โบราณ ดังนั้นเขาจะฟื้นฟูรวดเร็วถึง
เพียงนี้ได้อย่างไร?
และถ้าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลไม่ได้เป็นผู้นำทัพ ถ้ากองทัพภูติ
เทพจะบุกโจมตีแดนเทวะ พวกเขาจะต้องประสบกับการบาดเจ็บล้มตาย
ร้ายแรง!
“เป็นไปได้อย่างไร!?”
ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ ลึกๆในใจของเขา
เขาไม่ต้องการเชื่อข่าวร้ายเช่นนี้ เขาหวังว่าจะมีข้อผิดพลาดบางอย่าง!
แต่หลังจากนั้น เมื่อราชันพิภพที่เกือบจะพิการถูกพาตัวไป ข่าวอีก
ชิ้นหนึ่งก็เข้ามา นั่นคือ… ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ที่ปกป้องโลกอันยิ่งใหญ่
ซึ่งอยู่ใกล้กับกองทัพภูติเทพได้เสียชีวิตในการต่อสู้!
ชาวภูติเทพได้เริ่มบุกอย่างแท้จริง!
ยิ่งกว่านั้น ขนาดของการบุกรุกครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่จักรวาลปฐมกาล
ท้ายที่สุดแล้ว แดนเทวะนั้นก็กว้างกว่าและกองทัพทุกแห่งสามารถ
นำไปใช้ได้อย่างจำกัด!
ในเวลานี้ ชาวมนุษย์ยังได้รู้ว่ามีเทพแท้จริงเป็นผู้นำการรุกรานนี้
นามนั้นคือ… ราชาเทพขุนพลสวรรค์!
ไม่มีใครเคยได้ยินนามนี้มาก่อน แต่เพียงว่าสถานะของเขาในฐานะ
เทพแท้จริงก็เพียงพอที่จะทำให้ราชันสวรรค์ทุกคนรู้สึกกดดันอย่างหนัก!
กองทัพภูติเทพที่นำโดยเทพแท้จริง นี่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะต่อต้าน!
“ดังนั้นก็เป็นเทพแท้จริงอีกคนของชาวภูติเทพที่เป็นผู้นำกองทัพ…
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลกำลังฟื้นฟูตนเองจากบาดแผลของเขา
จริงๆ…” ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะถอนหายใจเมื่อนางได้รับข่าว แม้ว่า
ราชาเทพขุนพลสวรรค์นั้นจะอ่อนแอกว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล แต่
เขาก็ยังไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถจัดการได้
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ได้รวบรวมกองทัพของภูติเทพและจากนั้นเข้า
ควบคุมกองทัพแทนจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน
ไม่กี่เดือน แต่ในเวลานี้มีเพียงครึ่งหนึ่งของผู้โดดเด่นชาวมนุษย์เท่านั้นที่
อพยพไปแล้ว!
“เรียกประชุมฉุกเฉิน!”
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเร่งด่วน แต่ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ทุก
คนรวมถึงผู้โดดเด่นบางคนที่ยังไม่ได้อพยพก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
ชาวมนุษย์ตอนนี้ต้องเผชิญวิกฤตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ
พวกเขา!