Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,938A ใช้ชีวิตโดยปราศจากความเสียใจ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,938A ใช้ชีวิตโดยปราศจากความเสียใจ
หากปุถุชนต้องอาเจียนโลหิตจำนวนมากเช่นนี้ พวกเขาจะเหนื่อยล้า
จนตาย
แต่คนที่สวมหน้ากากนี้ดูราวกับว่าเขาสามารถอาเจียนโลหิตได้ต่อไป
อีก เช่นนั้น มันก็มีเพียงคำอธิบายเดียวสำหรับเรื่องนี้ และนั่นก็คือ
ร่างกายของเขากำลังผลิตโลหิตออกด้วยความเร็วที่ไม่สามารถจินตนาการ
ได้
จูเอี๋ยนสามารถบอกได้จากคางและมือของหลินหมิงว่าเขาเป็นคนที่
ยังอายุน้อย แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับมาถึงขอบเขตที่สูงอย่างไม่
น่าจะเป็นไปได้ ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก็ยังจะ
สามารถทำสิ่งที่เขาทำได้หรือไม่?
“ท่าน… ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
จูเอี๋ยนพูดหลังจากลังเล
หลินหมิงหันไปหาจูเอี๋ยน เขาไม่ได้อาเจียนโลหิตอีกต่อไป แต่สิ่งนี้
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะร่างกายของเขาฟื้นตัว แต่เนื่องจากความเจ็บปวดก่อน
หน้า ร่างกายของเขาจึงอ่อนแอลงจนถึงขีดสุดและไม่สามารถผลิตโลหิต
ได้อีกต่อไป
“ผู้มีพระคุณ ท่านช่วยชีวิตเราไว้ทั้งหมด ข้าจะสลักความมีน้ำใจนี้ไว้
ตราบเท่าชีวาจะหาไม่!”
จูเอี๋ยนยันโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง
ด้านหลังจูเอี๋ยน คนอื่นๆและเด็กทั้งสองเองก็โค้งคำนับ
หลินหมิงโบกมือเพื่อเป็นสัญญาณให้ทุกคนพอได้
“ผู้มีพระคุณ ท่านวางแผนจะพักที่นี่หรือ… ท่านอยากจะเดินทางกับ
เราหรือไม่?”
จูเอี๋ยนกล่าวด้วยความยากลำบากหลังจากมองดูหลินหมิงมาระยะ
หนึ่ง เขาปรารถนาจะให้หลินหมิงเดินทางไปกับพวกเขาอย่างแน่นอน
เขารู้ดีว่าหลินหมิงไม่ใช่คนของโลกนี้ สำหรับการป่วยหนักของหลินห
มิง มันก็ไม่มีใครสามารถช่วยได้และไม่มีใครสามารถเข้าใจได้
หลินหมิงมองดูจูเอี๋ยนแล้วมองที่องค์ชายและองค์หญิงน้อยข้างหลัง
เมื่อเขาเห็นความกังวลในสายตาขององค์หญิงน้อย เขาก็พยักหน้าอย่าง
ช้าๆ
“บางทีท่านอยากจะพักที่นี่และจากนั้นเราค่อยเดินทางต่อในตอน
เช้าหรือไม่?”
ตามความคิดของจูเอี๋ยน ยิ่งพวกเขาจากไปเร็วเพียงใดก็ยิ่งดี แต่เขา
กลัวว่าหลินหมิงจะไม่มีเวลาพัก
หลินหมิงส่ายหัว “การพักผ่อนนั้นไร้ประโยชน์สำหรับข้า เราไปกัน
เถอะ”
“ย่อมได้”
กลุ่มรวบรวมสิ่งของมีค่าของพวกเขาและปลอมตัวเป็นกองคาราวาน
จากนั้น พวกเขาก็มุ่งหน้าสู่ทะเลทรายทางเหนือ
พวกเขาไม่ทราบว่าเป็นเพราะหลินหมิงทำให้ทุกคนกลัวหรือไม่ แต่
แม้หลังจากเดินทางไปหลายร้อยไมล์ พวกเขาก็ไม่ได้พบกับผู้คุ้มกันชุดขาว
อีก พวกเขาพบโจรขุนเขาสองกลุ่ม แต่คู่ต่อสู้ในระดับนั้นเป็นสิ่งที่จูเอี๋ยน
และคนอื่นๆสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ องค์หญิงน้อยไม่มีชีวิตชีวาและจืดจางทั้งวัน
หลังจากทรมานจากการขาดสารอาหารเป็นเวลานาน ประสบกับความหิว
โหยและความหนาวเย็น ร่างกายของนางจึงอ่อนแอ การเดินทางทางไกล
เช่นนี้โดยไม่หยุดก็ยากสำหรับนาง
นางเหนื่อยมาก แต่เมื่อรถสั่น นางก็ไม่สามารถนอนหลับได้เลย
สำหรับองค์ชายน้อย เขาดีกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อลมทาง
เหนือที่หนาวเย็นพัดผ่านใบหน้าของเขา เขาเองก็หน้าซีด
ในระหว่างการพักชั่วคราวบนเส้นทาง หลินหมิงมาที่ด้านองค์ชาย
และองค์หญิงน้อย จากนั้นส่งถุงน้ำหนังแกะให้พวกเขา
“พี่ใหญ่ นี่คือ…”
เด็กสาวคุ้นเคยกับหลินหมิงมากกว่า นางเบิกตากว้างต่อเขา
“มันเป็นน้ำลูกแพร์หิมะ มันอร่อย…”
หลินหมิงยิ้ม เด็กทั้งสองคนฟังความสุขและหยิบถุงน้ำหนังแกะไป
พวกเขาเป็นเด็กที่เกิดและเติบโตในวังหลวงและดื่มลูกแพร์หิมะที่
หรูหรามาตลอดชีวิต แต่น้ำลูกแพร์หิมะที่หลินหมิงมอบให้นั้นต่างไปอย่าง
ชัดเจน
มันไม่ได้มีรสชาติที่หวาน แต่มันมีกลิ่นหอม มากกว่าไวน์ปรุงอาหาร
คุณภาพสูงใดในครัวของราชวงศ์ ยิ่งกว่านั้น ทันทีที่พวกเขาดื่มมัน พวก
เขาก็เริ่มรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยราวกับว่าพวกเขาเมา
เด็กสองคนดื่มเพียงเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของพวกเขาจะแดงก่ำและ
ก็หลับไป
จูเอี๋ยนมองดูทั้งหมดนี้จากมุมดวงตาของเขา
“ผู้มีพระคุณ นี่คือ…”
จูเอี๋ยนดูที่ถุงน้ำหนังแกะในมือของเด็กสาว ของเหลวเล็กน้อยหยดลง
มาและปล่อยกลิ่นเบาบางที่อบอุ่นหัวใจ
นี่อาจจะเป็น… โอสถชั้นเลิศของโลก!
ความคิดนี้สาดประกายผ่านหัวใจของจูเอี๋ยน เขาเห็นว่าหลินหมิง
หยิบโอสถออกมาแล้วจุ่มลงในถุงน้ำก่อนเก็บไปทันที่ จากนั้น น้ำก็
กลายเป็นโอสถสมบัติ ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณค่าของโอสถนี้ย่อม…
จูเอี๋ยนรู้สึกว่านี่ไม่น่าเชื่อ
ในเวลานี้ หลินหมิงหยิบถุงน้ำยื่นไปแล้วกล่าวอย่างผิวเผินว่า “เจ้า
ควรดื่มมันบ้างเหมือนกัน”
“ข้า…” จูเอี๋ยนค่อนข้างรู้สึกผิด เขาปฏิเสธ “ข้าแก่เกินไปแล้ว… การ
ดื่มมันจะเป็นเรื่องเสียของ…”
“มันมีจำนวนมาก” หลินหมิงกล่าวอย่างเฉยเมย ในที่สุด จูเอี๋ยนก็อด
ไม่ได้และรับถุงน้ำมา เขาดื่มอึกใหญ่แล้วก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนไหล
เข้าสู่ตันเถียน ทำให้ร่างกายของเขาอุ่นขึ้น
ไม่เพียงแต่ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเขาจะถูกพัดหายไป
แม้กระทั่งตันเถียนของเขาที่นิ่งเงียบมานานหลายปีก็เริ่มที่จะสะเทือนขึ้น
ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนร่างกายที่บาดเจ็บของเขาได้รับการฟื้นฟูและ
กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขามีความสุขแต่ก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะ
เชื่อ!
เขาต่อสู้มาปีแล้วปีเล่า ได้รับบาดเจ็บสะสมในร่างกายมานานเกินไป
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไปหาหมอที่มีชื่อเสียง และแม้แต่หมอเหล่านี้ก็บอก
ว่าบาดแผลของเขาไม่สามารถรักษาได้ จูเอี๋ยนตระหนักดีถึงสถานการณ์
ทางร่างกายของตนเองและรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ชีวิตของเขาจะเป็น
เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่สวมหน้ากากคนนี้จะทำเพียงจุ่มโอสถลงใน
น้ำแล้วให้เขาดื่มก็จะมีผลเช่นนี้ได้ มันเกินกว่าจะจินตนาการ!
จูเอี๋ยนไม่สามารถจินตนาการได้ว่าโอสถเช่นใดที่จะให้ผลเช่นนี้
หลินหมิงห่อโอสถแล้วส่งมอบให้จูเอี๋ยน “รับไป จุ่มลงในน้ำอุ่นและ
เจ้าสามารถใช้มันเพื่อฟื้นฟูบาดแผลซ่อนเร้นซึ่งสะสมอยู่ในร่างกายของ
เจ้าได้ มันจะช่วยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ได้อีกหลายสิบปี และยังสามารถช่วยเด็ก
สองคนเหล่านี้พักฟื้นและวางรากฐานของพวกเขาได้ แต่จำไว้ว่าเจ้าไม่
สามารถกินมันได้โดยตรง มิเช่นนั้น ร่างกายของเจ้าจะระเบิดจากพลังงาน
นอกจากนี้ อย่าให้ใครรู้เกี่ยวกับโอสถนี้ มิเช่นนั้นเจ้าจะนำภัยพิบัติที่
ร้ายแรงมาสู่ตนเอง”
หลินหมิงมีโอสถนับไม่ถ้วนในร่างกาย โอสถนี้มีมูลค่าต่ำและเป็นยาที่
มีผลกระทบน้อยที่สุด
จูเอี๋ยนรู้สึกลุกลนเมื่อมองดูโอสถ นี่คือโอสถที่สามารถกระตุ้นหัวใจ
ของจักรพรรดิขั้นเทพสมุทรได้!
เขาปฏิเสธอีกครั้งแล้วพูดว่า “มันล้ำค่าเกินไป ข้าไม่สามารถรับมันไว้
ได้ นอกจากนี้ ผู้มีพระคุณยังได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นท่านจะต้องการโอสถ
บำรุง…”
จูเอี๋ยนไม่เข้าใจ ถ้าคนที่สวมหน้ากากนี้มีโอสถจิตวิญญาณที่ยอด
เยี่ยมเช่นนี้แล้ว เหตุใดเขาไม่กินมัน?
หลินหมิงถอนหายใจ เขาส่ายหัว “แม้ว่ามันจะมีค่ามากกว่านี้ร้อยเท่า
หรือหนึ่งพันเท่า มันก็คงไร้ประโยชน์สำหรับข้า รับไป”
จูเอี๋ยนตกตะลึง แม้แต่โอสถที่มีค่ามากกว่าร้อยเท่าก็ไร้ประโยชน์กับ
ชายสวมหน้ากากนี้?
เขาไม่มีเวลาได้ตอบสนอง หลินหมิงเพียงสะบัดนิ้วและโอสถนี้ก็บิน
เข้าไปในแหวนมิติของจูเอี๋ยน โดยไม่เกี่ยวข้องกับจูเอี๋ยนเลย
สำหรับหลินหมิงผู้มีความเชี่ยวชาญในกฎมิตินั้น แหวนมิติระดับต่ำ
เช่นนี้ย่อมมีอยู่เพียงชื่อเท่านั้น
จูเอี๋ยนมองดูที่หลินหมิงและพูดไม่ออก เขาเดาได้อย่างเลือนรางว่า
โอสถที่ดูเหมือนมิอาจประมาณอาจจะไม่มีค่าอะไรสำหรับหลินหมิงจริง
เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เหตุใดผู้มีพระคุณจึงมอบของกำนัลอัน
มากมายเช่นนี้ให้กับคนอย่างข้า? หากข้าไม่ผิด ผู้มีพระคุณควรเป็นตัวตน
สูงสุดในโลกนี้ใช่หรือไม่? อย่างไรก็ตาม ท่านกลับมาที่นี่ด้วยความทุกข์ ข้า
กลัวว่าสำหรับผู้มีพระคุณแล้วนั้น ทุกคนที่นี่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่ามด…
เหตุใดท่านต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องของปุถุชน?”
เมื่อคนคนหนึ่งเดินไปตามถนนและเห็นมดกลุ่มหนึ่งตกลงไปในแอ่ง
น้ำ พวกเขาก็แทบจะไม่ไปช่วยพวกมัน ดังนั้น จูเอี๋ยนเลยไม่เข้าใจว่าทำไม
หลินหมิงจึงค้นหาองค์หญิงน้อยและฆ่ากลุ่มผู้คุ้มกันชุดขาวจนพวกเขาหนี
ไป หลินหมิงยังมอบโอสถให้เขาและร่วมกลุ่มไปทางทิศเหนือ
ทั้งหมดนี้ไม่น่าเชื่อ
หลินหมิงพูดอย่างน่าขนลุก “นี่คือวงเวียนแห่งเหตุและผล…”
เดิมที่ วัฏสงสารของชีวิตมนุษย์และความตายเป็นส่วนหนึ่งของเต๋า
สวรรค์ หลินหมิงไม่ต้องการเข้าไปยุ่ง อย่างไรก็ตาม จูเอี๋ยนนั้นต่างออกไป
นี่เพราะจูเอี๋ยนกลายเป็นอย่างที่เขามีเช่นทุกวันนี้เพราะหลินหมิง ใน
เวลาเดียวกัน วิถีทางชีวิตของหลินหมิงเองก็ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากจู
เอี๋ยน
หากไม่ใช่เพราะจูเอี๋ยนขโมยหลานอวิ๋นเยว่ไป ชีวิตในปัจจุบันของ
หลินหมิงอาจแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม… ประวัติศาสตร์ไม่มีถ้าและหาก สิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่
เกิดขึ้น
หลินหมิงและจูเอี๋ยน หนึ่งคือบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยยืนอยู่ในระดับ
สูงสุดของ 33 สวรรค์ และอีกคนเป็นเพียงปุถุชน ถึงกระนั้น ระหว่างสอง
สิ่งนี้กลับมีกรรมที่ซับซ้อนซึ่งผูกมัดพวกเขาไว้
และกรรมนี้ถูกปลูกไว้ตั้งแต่ในช่วงเวลาที่หลินหมิงก้าวเข้าสู่เส้นทาง
แห่งนักสู้
วันนี้ การที่หลินหมิงได้ช่วยจูเอี๋ยนก็มิใช่ไปยุ่งกับวัฏสงสารของเต๋า
สวรรค์ แต่เพื่อที่จะทำให้วงเวียนแห่งกรรมสิ้นสุดลง
หลินหมิงย่อมไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้จูเอี๋ยนฟังได้และจูเอี๋ยน
ก็เห็นว่าหลินหมิงไม่ต้องการที่จะพูดถึงมัน เขาจึงเลิกถาม
ทั้งคนสองคนเงียบอยู่นาน