Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,941 เปิดกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าอีกครั้ง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,941 เปิดกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าอีกครั้ง
“ผู้อาวุโส”
ทันใดนั้น เมื่อได้ยินเสียงของราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ หลินหมิง
ไม่รู้ว่ารสชาติใดเกิดในหัวใจของเขา
เมื่อตอนเขาได้พบกับราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ในหมอกศักดิ์สิทธิ์
มันก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนว่ามันเป็นชีวิตที่ผ่านมา
ความทรงจำอันห่างไกล…
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าหลินหมิงเคยเห็นคนมากมายที่ครั้งหนึ่ง
เขาเคยรู้จัก แต่เขามักจะสวมหน้ากากและพบว่าพวกเขาเป็นคนแปลก
หน้า ไม่ว่าอะไรก็ตาม ความรู้สึกนี้ต่างออกไป
ความจริงก็คือ ในช่วงเวลานี้เมื่อชีวิตของหลินหมิงร่วงลงสู่จุดต่ำ เมื่อ
เขาอดทนต่อความยากลำบากที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาต้องการคนที่จะ
ช่วยเหลือ
และในสถานการณ์เช่นนี้ การได้พบกับราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์
อีกครั้ง หลินหมิงรู้สึกสำนึกในบุญคุณที่ลึกล้ำ
“การกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าสามารถตื่นขึ้นมาได้ ดังนั้นมันก็เป็น
ความช่วยเหลือของผู้อาวุโส”
หลินหมิงไม่มีความสามารถในการเปิดกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้อีก
ต่อไป มันเพราะราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้พลังวิญญาณของเขาเพื่อ
ชดเชยความอ่อนแอของหลินหมิง
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์มีเพียงวิญญาณและมันก็อ่อนแอเช่นกัน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร่างวิญญาณของเขาถูกผนึกไว้ในกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้าฟื้นฟูขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความปรารถนาที่จะกลับไปสู่สภาพ
เดิมก่อนหน้านั้น มันก็เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าสั่นไหวอย่างช้าๆ มันบินออกจากโลก
ภายในของหลินหมิง ไปยังทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา
ทะเลแห่งจิตวิญญาณหมิงของหลินหมิงนั้นเหือดแห้ง แต่เมื่อกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าปรากฎขึ้น มันก็จะค่อยๆฟื้นฟูอย่างช้าๆ กระทั่งเปล่ง
ประกายด้วยแสงแห่งชีวิต
หลังจากผ่านไป 20 ปี หลินหมิงก็สามารถเปิดกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าได้อีกครั้ง นี่เป็นอาการสั่นที่มาจากวิญญาณของเขา ความรู้สึกที่สูญ
หายไปนานซึ่งทำให้ดวงตาของหลินหมิงเปียกโชกไปด้วยน้ำตา และทำให้
หัวใจของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์…
“ผู้อาวุโส ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนี้”
หลินหมิงพูดด้วยความขอบคุณจากใจจริง เขาค่อยๆผสานวิญญาณ
ของตนกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เขาเห็นมิติภายในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าอีกครั้ง และดาราจักร
แห่งเสี้ยววิญญาณที่เปล่งประกายเหมือนดวงดาว หลังจากหลายปีที่ผ่าน
มา เสี้ยววิญญาณเหล่านี้ยังคงหมุนไปอย่างช้าๆ
หลินหมิงเคยเห็นฉากนี้มาหลายครั้งแล้ว มันคุ้นเคยอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินหมิงมองไปรอบๆ หัวใจของเขาก็สั่นไหว เขา
มองไปยังจุดศูนย์กลางของเสี้ยววิญญาณนับไม่ถ้วนด้วยความไม่อยากจะ
เชื่อบนใบหน้า
แต่เดิม ที่จุดศูนย์กลางของเสี้ยววิญญาณนับไม่ถ้วนเหล่านี้ มันมีทรง
กลมที่สว่างราวกับดวงอาทิตย์ เสี้ยววิญญาณทั้งหมดหมุนรอบทรงกลม
แสงนี้
แสงทรงกลมนี้เป็นวิญญาณหลักของมู่เชียนเสวีย
ในอดีต มู่เชียนเสวียเผาผลาญวิญญาณของนางเพื่อเปิดใช้กล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า และวิญญาณของนางได้หลับใหลอยู่ภายในตั้งแต่นั้น
มา หลังจากนั้น เมื่อวิญญาณของนางฟื้นคืนสติและมีร่างกายใหม่ ทรง
กลมแสงนี้ก็หายไปจากกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
เสี้ยววิญญาณทั้งหมดเริ่มหมุนรอบพื้นที่ว่าง
แต่วันนี้ ณ จุดศูนย์กลางนี้ที่ไม่มีสิ่งใด มีเสี้ยวเพลิงแห่งวิญญาณอยู่
จากเสี้ยวเพลิงวิญญาณ ออร่าที่ผิดปกติเล็ดลอดออกมา
มันมีขนาดเท่าถั่วและไม่เข้มข้นเกินไป แต่เมื่อเทียบกับเสี้ยววิญญาณ
โดยรอบ หลินหมิงรู้สึกเลือนรางว่าเสี้ยวเพลิงวิญญาณนี้เป็นเหมือน
ประกายไข่มุกยามค่ำคืน เปล่งแสงกระจ่างใสที่อธิบายได้ยาก
นี่คือ…
หลินหมิงมั่นใจว่าเพลิงวิญญาณนี้จะปรากฏขึ้นมาภายหลังหรือไม่
ออร่าของมันไม่ได้เป็นของเขาหรือราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ มันมีความ
แตกต่างมากมายจากเสี้ยววิญญาณโดยรอบ
หลินหมิงกลั้นลมหายใจ เมื่อเห็นเปลวเพลิงวิญญาณนี้อย่างช้าๆและ
การลุกโชนอย่างเงียบสงบในความว่าง เขาสามารถเห็นได้ว่าที่จุด
ศูนย์กลางของมันมีมวลเล็กๆของสิ่งที่ส่องแสง ราวกับว่ามันเป็นเหมือน
เมล็ด
เมื่อพลังวิญญาณของหลินหมิงสัมผัสเมล็ดนี้ เขาก็รู้สึกได้ถึงความ
กลมกลืนที่สอดคล้องกับมัน
ราวกับว่าเมล็ดวิญญาณนี้แบ่งปันต้นกำเนิดกับวิญญาณของหลินหมิง
แต่ความแตกต่างคือ เมื่อเทียบกับวิญญาณของหลินหมิง เมล็ดพันธุ์
วิญญาณนี้อ่อนโยนกว่ามาก เมื่อพลังวิญญาณของหลินหมิงเข้ามาสัมผัส
กับมัน เขารู้สึกราวกับว่าตนกำลังล่องลอยอยู่ในทะเลอันอบอุ่น พลัง
วิญญาณของเขาได้รับการบำรุงและฟื้นฟู
นี่เป็นคำอธิบายที่สะดวกสบายและเป็นสิ่งที่หลินหมิงเคยสัมผัสมา
ก่อน
กว่า 20 ปีที่แล้ว เมื่อหลินหมิงกินผลไม้ปีศาจนั้น มันทำให้เขาเสียสติ
เขาได้ร่วมรักกับเซิ่งเหม่ย นี่เป็นความรู้สึกเดียวกันตั้งแต่เมื่อก่อน
แม้ว่านี่จะเป็นความทรงจำที่หลินหมิงไม่ต้องการนึกถึง แต่เขาก็ต้อง
ยอมรับว่านี่เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม นี่ไม่ใช่แค่ความสุขของร่างกาย
เท่านั้น แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการระเหิดวิญญาณ
ในช่วงเวลาที่หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยรวมเป็นหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็น
สหภาพของวิญญาณและความคิดของพวกเขา การรวมกันของร่างกาย
เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย
แม้ว่าความคิดของหลินหมิงจะพร่ามัวเพราะเขากินผลไม้ปีศาจ เขาก็
ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความรู้สึกที่มาพร้อมกับวิญญาณที่ดูเหมือน
จะลลายไป เขาสามารถจำความทรงจำได้เหมือนเมื่อวานนี้
เมื่อมองเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่ซ่อนอยู่ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า มัน
ก็ทำให้หลินหมิงตกใจ “เซิ่งเหม่ย?”
ออร่าเช่นนี้ ความรู้สึกเข้ากันได้ของวิญญาณ ไม่มีทางที่เขาจะผิดไป
สิ่งนี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยเซิ่งเหม่ย!
“นี่คือ… แก่นพลังแห่งวิญญาณที่ถูกทิ้งไว้โดยเซิ่งเหม่ย!”
ความคิดของหลินหมิงดูเหมือนจะพลิกคว่ำอย่างสมบูรณ์ เซิ่งเหม่ยได้
ทิ้งแก่นพลังวิญญาณของนางไว้ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเช่นนั้นหรือ?
แก่นพลังแห่งจิตวิญญาณของผู้หนึ่งมีค่าเกินกว่าจะเปรียบเทียบ ทุก
ครั้งที่นักสู้สูญเสีย มันก็จะทำให้เพลิงแหง่ชีวิตอ่อนแอลง
แม้ว่าเซิ่งเหม่ยจะทิ้งแก่นพลังวิญญาณไว้เบื้องหลังเท่านั้น แต่มัน
ย่อมส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะในอนาคตของนางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และหลินหมิงรู้ว่าสถานการณ์ของเซิ่งเหม่ยนั้นไม่ดีเลย มีความลับดำ
มืดที่ทั้งสองแบ่งปัน มิเช่นนั้น มันก็ไม่มีทางที่นางจะขอหนีไปกับเขาเป็น
เวลาหนึ่งร้อยล้านปี…
ในสถานการณ์เช่นนี้ เซิ่งเหม่ยทิ้งแก่นพลังวิญญาณของนางไว้ใน
ร่างกายของเขาอย่างเงียบๆ
นางกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?
“นางซ่อนแก่นพลังวิญญาณของตนเองไว้ในกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้า; นางค้นพบกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงสับสน ถ้าเซิ่งเหม่ยค้นพบกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เหตุใด
นางไม่ลองเอาไป?
“นางอาจจะไม่…” ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ส่ายหัว “กล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือขอบเขตของเทพแท้จริง
หากเปิดใช้งานแล้ว เช่นนั้นมันจะสามารถตรวจจับได้ง่าย แต่ถ้าหากปิดใช้
งาน มันจะทำให้ตรวจจับยากมาก แก่นพลังแห่งวิญญาณที่ถูกทิ้งไว้โดย
ผู้หญิงคนนั้นควรถูกยึดครองไปโดยกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า…”
ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์แนะนำความเป็นไปได้ หลินหมิงพยัก
หน้า เมื่อเซิ่งเหม่ยกินผลไม้ปีศาจ จิตใจของนางก็พร่ามัว คงเป็นเรื่องยาก
สำหรับนางที่จะรู้สึกถึงกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
ยิ่งกว่านั้น แม้ว่านางจะรู้สึกถึงการมีอยู่ของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
นางก็ยังคงไม่กล้าที่จะเอามันไป เพราะนางต้องการปกปิดความจริงจาก
จักรพรรดิวิญญาณ จักรพรรดิวิญญาณน่าจะระวังเซิ่งเหม่ยเช่นกัน…
เมื่อคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางทีเหตุผลที่เซิ่งเหม่ยเลือกที่
จะใช้วิธีการของนางในการหลอมร่วมกับเขาและดึงเอาวิญญาณนิรันดร์ไป
ก็เพื่อทิ้งแก่นพลังวิญญาณนี้ไว้อย่างเงียบๆ
“นางเอาแก่นพลังวิญญาณของข้าไป 99% และทิ้งไว้เบื้องหลังเพียง
กำมือของนาง…” หลินหมิงพึมพำ ดูเหมือนว่าเซิ่งเหม่ยจะใช้ความคิด
อย่างระมัดระวังในการทำสิ่งเหล่านี้…
นางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?
หลินหมิงคิดว่าเหตุผลที่เซิ่งเหม่ยหลอมร่วมกับเขาและให้แก่นพลังห
ยินของนางกับเขานั้น มันก็เพราะนางรู้สึกผิดต่อเขา
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริงทั้งหมด
บางทีนางอาจมีความตั้งใจลึกซึ้งกว่าที่เขาคิด
หลินหมิงมองดูแก่นพลังวิญญาณ แก่นพลังวิญญาณนี้ไม่แข็งแกร่ง
และแม้ว่าเขาจะดูดซับมัน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฟื้นฟูตนเองให้กลับ
สู่สภาพดั้งเดิม ไม่ได้แม้แต่หนึ่งในสิบของสิ่งที่เขาเคยมี ยิ่งกว่านั้น การดูด
ซับพลังวิญญาณของบุคคลอื่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลินหมิงยื่นมือออกมาอย่างไม่เต็มใจและสัมผัสแก่นพลังวิญญาณนี้
เมื่อปลายนิ้วสัมผัสของเขามัน แก่นพลังวิญญาณนี้ก็ยังคงสงบเช่นเดิม
และกระแสความทรงจำก็เริ่มไหลเข้าสู่หลินหมิง
นี่คือความทรงจำของเซิ่งเหม่ย – หน้าแห่งความตายของคัมภีร์
ศักดิ์สิทธิ์!
เซิ่งเหม่ยได้ทิ้งความเข้าใจบางอย่างของนางไว้ในหน้าแห่งความตาย
ของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไว้ในแก่นพลังวิญญาณนี้และส่งต่อให้เขา…
ครู่หนึ่ง จิตใจของหลินหมิงตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน
หน้าแห่งความตายของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์นั้นลึกลับมาก และเซิ่งเหม่ย
ไม่ได้มีแก่นหัวใจสำหรับหน้าแห่งความตายเช่นกัน
หลินหมิใช้เวลาที่เหลือในชีวิตของเขาเพื่อตระหนักถึงความรู้สึกแห่ง
ความตาย เขาหวังว่าเขาจะสามารถเขียนหน้าแห่งความตายของตนเองใน
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ทั้งหมดนี้การพูดย่อมมิง่ายกว่าทำหรอกหรือ?
แม้ว่าหลินหมิงจะประสบความสำเร็จในผลที่ควรแก่การภูมิใจ แต่ก็
ยังห่างไกลจากความเป็นจริง
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็มีเวลาเพียง 20 ปี
ไม่ว่าความเข้าใจของเขาจะลึกซึ้งเพียงใด มันก็ไร้ประโยชน์
แต่ถ้าเซิ่งเหม่ยเพิ่มความเข้าใจของนางเกี่ยวกับหน้าแห่งความตาย
ของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เข้าด้วยกันแล้ว นั่นก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
“เซิ่งเหม่ย นาง… นางเป็นใครกันแน่…”
หลินหมิงจำได้ว่าในช่วงเวลาที่เขาตื่นขึ้นหลังจากหลอมรวมกับเซิ่ง
เหม่ย เนื่องจากความสิ้นหวังอย่างมากและความเกลียดชังที่ไม่เต็มใจ เขา
จึงพ่นคำพูดที่โหดร้ายและเป็นพิษต่อนาง
ในเวลานั้น สีหน้าของเซิ่งเหม่ยซับซ้อนมาก มันมีทั้งโทษะและความ
เจ็บปวดในสายตาของนาง
แต่ในเวลาต่อมา ดวงตาของนางก็เย็นชา
เมื่อฉากนี้สะท้อนในจิตใจของเขา หลินหมิงรู้สึกได้ถึงรสชาติที่แปลก
ประหลาดในหัวใจ
เซิ่งเหม่ยได้จ่ายราคาเช่นนี้เพื่อที่จะได้รับหน้าแห่งความตายของ
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในตัวเขา นี่เป็นสิ่งที่เขาสามารถหยั่งรู้ได้หรือไม่?
หลินหมิงรู้สึกว่าหน้าแห่งความตายที่ถูกทิ้งไว้โดยเซิ่งเหม่ยนั้นไม่
สมบูรณ์อย่างมาก
บางที่ ตำราสีดำที่ จักรพรรดิวิญญาณอนุญาตให้เซิ่งเหม่ยศึกษาอาจ
ไม่ใช่ตำราที่สมบูรณ์
และหลังจากที่หลินหมิงศึกษาเรื่องนี้ นางก็เพียงมอบประสบการณ์
ส่วนหนึ่งให้กับหลินหมิง ท้ายที่สุดแล้ว เซิ่งเหม่ยก็ต้องพิจารณาเวลาใน
การบ่มเพาะของนางด้วย นางมีเส้นทางในการเดินของตัวเอง และการ
สูญเสียเสี้ยวแก่นพลังวิญญาณนี้ก็เป็นข้อจำกัดของนาง
ยิ่งไปกว่านั้น เป็นไปได้ว่าหากเซิ่งเหม่ยต้องสูญเสียแก่นพลังวิญญาณ
มากไปกว่านี้ จักรพรรดิวิญญาณอาจค้นพบความผิดปกติได้ หากเขาต้อง
ตรวจสอบสิ่งแปลกๆที่อาจเกิดขึ้นด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขา ทุกอย่างที่
เซิ่งเหม่ยทำก็จะต้องสูญเปล่า
เซิ่งเหม่ยได้ทิ้งประสบการณ์เล็กๆเหล่านี้ให้กับหลินหมิง เพื่อที่เขาจะ
ได้ใช้มันพลิกผันชีวิตของเขา
ความยากของสิ่งนี้มากกว่าการปีนสวรรค์!
ตามปกติ หลินหมิงก็จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้ มันมีความ
เป็นไปได้…
เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลินหมิงรู้สึกถึงชีวิตและความตายมา
มาก อารมณ์ของเขา ตัวตนของเขา ประสบกับการเปลี่ยนแปลงในเปลี่ยน
ชีวิต
ในส่วนที่ไม่สมบูรณ์ของหน้าแห่งความตาย หลินหมิงจะสามารถ
เสริมพวกมันด้วยกฎการบ่มเพาะของเขาเอง
“เมื่อเซิ่งเหม่ยทิ้งชิ้นส่วนหมากนี้ไว้ นางคงไม่มีความหวังว่าเขาจะทำ
ได้สำเร็จมากนัก…”
หลินหมิงพึมพำ เขาฝืนยิ้ม
เซิ่งเหม่ยเข้าใจเขาเป็นอย่างดี เพราะนางเคยเห็นเขาสร้างปาฏิหาริย์
หลายครั้งจนนางเชื่อว่าเขามีโอกาสพลิกผันสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้
ดังนั้น นางจึงทำทั้งหมดนี้ไม่ว่าโอกาสจะมีน้อยเพียงใด
เนื่องจากนางจ่ายไปจำนวนมากเช่นนี้ หลินหมิงจึงเดาว่าไม่เพียงแต่
มันจะมีความขัดแย้งระหว่างเซิ่งเหม่ยและจักรพรรดิแห่งวิญญาณเท่านั้น
แต่ก็ยังมีความเกลียดชังลึกซึ้ง
ในความเป็นจริง เซิ่งเหม่ยอาจไม่มีความรู้สึกที่แท้จริงต่อเขา สิ่งที่
นางต้องการคือพันธมิตร
อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง พรสวรรค์ที่หายากโดยแท้ มันก็
แน่นอนว่าจะต้องกลายเป็นเทพแท้จริงสูงสุดในอนาคต นางต้องการ
พันธมิตรที่จะช่วยนางต่อต้านจักรพรรดิวิญญาณ!
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หลินหมิงก็รู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของวิญญาณ
จักรพรรดิ
คนที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวในหัวใจเซิ่งเหม่ย – เขาวางแผนอะไร
อยู่กันแน่?