Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,940 เข้าใจชีวิตและความตาย
หลินหมิงไม่ได้เดินไปบนเส้นทางการบ่มเพาะเดิม
ในอดีตเมื่อหลินหมิงอยู่ในขั้นหลอมรวมแก่นแท้ เขาได้ไปยังทวีป
ปีศาจศักดิ์สิทธิ์และอเวจีปีศาจอมตะเพื่อผจญภัย จากนั้น เขากลับไปยัง
ทวีปนภารินไหลเพื่อจู่โจมซ่วนหวู๋จี๋ก่อนที่จะเดินทางไปยังสี่อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากดูดซับทรัพยากรทุกประเภท เขาสามารถทะลวงเข้าสู่
ขั้นทำลายชีวิตได้
วิธีการบ่มเพาะแบบนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในเวลานั้น
แต่จนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งหมดนั้นล้วนแต่ไร้ความหมาย
วิธีการบ่มเพาะที่ผ่านมาทั้งหมดในอดีตของเขาไม่ได้มีค่านักต่อ
หลินหมิงในปัจจุบัน
ความหวังเดียวของหลินหมิงในการฟื้นฟูคือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และ
คัมภีร์สวรรค์
เต๋าอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตและไร้ขีดจำกัด ตามคำพูดของเจียง
เป่าอวิ๋น ถ้ามียอดเขาสูงสุดในโลกนี้ มันก็คงจะเป็นการหลอมรวมระหว่าง
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์สวรรค์ รวมไปถึงแก่นสาร พลังงานและ
วิญญาณ
แหล่งพลังชีวิตของหลินหมิงถูกทำลายและวิธีการบ่มเพาะแบบ
ดั้งเดิมไม่มีความสำคัญต่อเขา
เส้นทางเดียวที่เป็นไปได้ของเขาคือ ค้นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์
สวรรค์เพื่อหาจุดเปลี่ยนที่จะหวนกลับเต๋าสวรรค์
อย่างไรก็ตาม เขามีเวลาเหลือเพียง 20 ปีที่จะมีชีวิตอยู่
วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า
การฝึกฝนดำเนินต่อไปโดยไม่รู้ถึงเวลา ในไม่ช้า, 15 ปีก็ผ่านไป
หลินหมิงนั่งนิ่งอยู่ในถ้ำหิน
การบ่มเพาะของเขาหยุดที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้และไม่ได้ทะลวงเข้า
สู่ขั้นทำลายชีวิต
นี่เป็นเพราะเขาไม่ได้ฝึกฝนเลยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา กลับกัน เขาได้
รู้แจ้งในตนเอง
เมื่อเขากลับมาสู่อาณาจักรปุถุชนเป็นเวลาหลายปี เขาได้เห็นการ
เปลี่ยนแปลงมากมาย อารมณ์แห่งปุถุชนและเขาใช้ความรู้สึกเหล่านี้เพื่อ
ตระหนักถึงคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์สวรรค์มากขึ้น
คัมภีร์สวรรค์บ่มเพาะจักรวาลของโลกนั้นเป็นหัวใจสำคัญของเต๋า
สวรรค์และธรรมชาติเอง
ในอดีต ความเข้าใจของหลินหมิงเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์ถูกกักตัวไว้เพื่อ
รับรู้กฎแต่ละอย่าง ซึ่งเขาถูกจำกัดไว้ใน 33 เต๋าอันยิ่งใหญ่
อันที่จริงแล้ว นี่เป็นระดับของการหยั่งรู้อย่างไม่น่าเชื่อ นักสู้ของแดน
เบื้องล่างที่ไม่สามารถแม้แต่จะเดินไปตามเส้นทางของกฎเดี่ยวจนถึงขีด
สุดได้ แม้กระทั่งผู้อาวุโสสูงสุดของแดนเทวะที่มักจะฝึกฝนเพียงกฎเดียว
ให้ถึงจุดสูงสุดในทั้งตลอดชีวิต พวกเขาไม่มีความโชคดีที่จะได้สัมผัสกับ
33 เต๋าอันยิ่งใหญ่
แต่ตอนนี้ คัมภีร์สวรรค์ที่หลินหมิงหยั่งรู้ก็ไม่ได้กลายเป็นความรู้แจ้ง
ในสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป
กฎเป็นส่วนหนึ่งของเต๋าสวรรค์ แต่พวกมันไม่ได้ทุกอย่าง
มันยังมีอีกมาก มากมายอย่างยิ่ง
เมื่อหลินหมิงเดินไปทั่วโลกในช่วงเวลาเหล่านี้ เขาได้เห็นวัฏสงสาร
แห่งเต๋าสวรรค์ เขาได้เห็นการเกิดและความตาย ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่ง
ของเต๋าสวรรค์
เต๋าสวรรค์คงที่ แต่ชีวิตนั้นเปลี่ยนผันอยู่ตลอด ตอนนี้ หลินหมิงมี
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์
และความเข้าใจเหล่านี้ล้วนถูกหลอมรวมเข้ากับคัมภีร์สวรรค์ ทำให้
คัมภีร์สวรรค์รวมสิ่งต่างๆที่ไม่เคยมีมาก่อน
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าสร้างคัมภีร์สวรรค์ เขาใช้
เวลา 3.3 พันล้านปีในการทำเช่นนั้น หนึ่งชีวิตหนึ่งราชันสวรรค์ หนึ่งชีวิต
หนึ่งเทพแท้จริง คัมภีร์สวรรค์อาจเรียกได้ว่ากว้างและลึกล้ำ แต่ถ้ามีใคร
อยากจะเพิ่มเข้าไป อยากจะหลอมรวมความรู้สึกและความเข้าใจของ
ตัวเองลงไป การพูดย่อมง่ายกว่าทำมิใช่หรือ?
แต่หลินหมิงกำลังทำสิ่งนี้อย่างกล้าหาญ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเพิ่มนั้นถูก
หรือผิด แต่สิ่งที่เขารู้ก็คือ สิ่งที่เขาเพิ่มนั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเขาเอง
หลังจากคัมภีร์สวรรค์มันก็เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
สำหรับหลินหมิงในปัจจุบัน คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เป็นความจริงที่สำคัญ
กว่า
นี่เป็นเพราะคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์บ่มเพาะจักรวาลภายใน อยู่ในตัวคนหนึ่ง
, การบ่มเพาะชีวิตของผู้หนึ่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเข้าใจในชีวิต
ของหลินหมิงเริ่มลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก
เขาได้ค่อยๆลิ้มรสชาติของชีวิต มันไม่เพียงแต่ได้ลิ้มรสชีวิตตนเอง
เท่านั้น แต่ยังได้ลิ้มรสชีวิตของผู้อื่นอีกด้วย เด็กที่ทุกข์ทรมาน ท่านป้าผู้
น่าสงสาร จูเอี๋ยนที่หัวใจสูงกว่าสวรรค์ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ต่อความเป็น
จริงและถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ แต่ตัดสินใจที่จะไล่ตามเป้าหมายใหม่
ในชีวิต และแม้แต่เจียงเป่าอวิ๋นผู้ไล่ตามเป้าหมายอย่างไร้ความลังเล…
เขาได้เห็นชีวิตนับร้อยวิถีทาง เมื่อเขามองดูคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่หลินหมิงได้รับนั้นยังไม่สมบูรณ์อย่างสิ้นเชิง
เขาไม่เคยเห็นหน้าแห่งความตายจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเซิ่งเหม่ย
ให้หลินหมิงทำสำเนาแผ่นหยกของหน้าตำราทองคำ เนื้อหาของพวกมันก็
เป็นหน้าแห่งชีวิต ยิ่งกว่านั้น ในฐานะที่เป็นเพียงสำเนาอย่างเดียว มันจึง
มีข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับตำราสีดำที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และตอนนี้อยู่ในมือ
ของจักรพรรดิวิญญาณ หลินหมิงก็ไม่เคยเห็นมันเลย
หน้าแห่งความตายจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งลึกลับกว่า หากหลินหมิง
ปรารถนาที่จะให้ความกระจ่างตนเองในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันก็จะเป็น
งานที่เป็นไปไม่ได้ ท้ายที่สุด หลินหมิงก็มีชีวิตอยู่ยังไม่ถึง 200 ปี
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงได้ตระหนักถึงบางสิ่งอย่างแท้จริง
แน่นอน สิ่งที่เขาเข้าใจไม่ลึกและครอบคลุมทั้งหมดดั่งที่เขียนไว้ใน
หน้าแห่งความตาย ถึงกระนั้น ตราบใดที่เขาสามารถรับรู้สิ่งที่เหมาะสม
ที่สุดสำหรับตัวเอง นั่นก็เพียงพอแล้ว
เป็นเพราะในปัจจุบัน หลินหมิงกำลังประสบกับความตาย!
เขาสามารถเห็นได้ว่าเพลิงแห่งชีวิตของตนจางหายไปมากขึ้นทุกวัน
และรู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามาทุกนาที่ เขาสามารถได้ยินเสียงฝีเท้า
อย่างชัดเจนของเทพแห่งความตาย
เพื่อให้เข้าใจชีวิตและความตายได้ มันก็ไม่มีสถานการณ์ใดที่ลึกซึ้งยิ่ง
ไปกว่านี้!
ที่จริงแล้ว แม้แต่ผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่สามารถเข้าใจความตาย
ได้อย่างทั่วถึง เคล็ดชีวิตนิรันดร์ที่เขาก่อตั้งเองก็มีข้อบกพร่องเช่นกัน
อย่างน้อยที่สุด ผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่อาจเป็นอมตะได้
บางที่ นี่อาจเป็นเพราะผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ประสบกับความ
สิ้นหวังในการเป็นพยานถึงเพลิงแห่งชีวิตตนเองที่ลดลงในแต่ละวัน
ผู้สร้างคนนั้นไม่เคยสัมผัสกับสิ่งที่หลินหมิงรู้สึกอยู่ในตอนนี้…
ทำความเข้าใจเต๋าสวรรค์ รับรู้ชีวิตและความตาย
หลินหมิงนั่งนิ่งอยู่ในถ้ำ
ฝุ่นตกลงมาบนร่างกายของเขา
เช่นนี้ อีก 3 ปีก็ผ่านไป
เปลวเพลิงแห่งชีวิตของ หลินหมิง ตอนนี้กลายเป็นเทียนในสายลม ดู
เหมือนว่าจะมอดดับได้ในทุกเวลา อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของหลินหมิงก็
เหมือนรูปปั้นหิน ขาดความรู้สึกใดๆ
หัวใจของเขาสงบอย่างมาก
ในความเงียบงันนี้ หลินหมิงเข้าใจหน้าแห่งความตายของคัมภีร์
ศักดิ์สิทธิ์อย่างเงียบๆ
เขาต้องการเข้าใจความตายอย่างถี่ถ้วนแล้วค้นหาชีวิตจากความตาย
เขามีเรื่องมากเกินไปที่ยังไม่บรรลุ…
ชีวิตของเขาผ่านไป ดวงตาของหลินหมิงเริ่มมีเมฆมากขึ้นทุกวัน ตา
ของเขาเหมือนดวงตาของวิญญาณจักรพรรดิในอดีต หลังจากเปิดพวกมัน
แล้ว ต้อกระจกนั้นจะเด่นชัดจนเกือบจะมองไม่เห็น
ร่างกายของเขายังคงทรงพลังเช่นเมื่อก่อน แต่เนื่องจากจิตใจที่
อ่อนแอ เขาจึงสูญเสียการควบคุมร่างกาย
เขาไม่สามารถขยับขาส่วนล่างได้อีกต่อไป…
หลินหมิงเงียบงัน เขานั่งไขว่ขาอยู่บนพื้นตลอดเวลา และตอนนี้เขาก็
ไม่รู้สึกถึงน่องได้อีกต่อไป
ความรู้สึกเช่นนี้ หรือการขาดความรู้สึกแพร่กระจายไปอย่างช้าๆ
ราวกับว่าเขากำลังกลายเป็นหินเมื่อเวลาผ่านไป
จากน่องของเขา ถัดไปคือต้นขา และเอวของเขา…
ปัจจุบัน หลินหมิงเป็นเหมือนรูปปั้นอย่างแท้จริง หากวิญญาณของ
เขากำลังจะตายไปอย่างสมบูรณ์ในเวลานี้ เช่นนั้นชีวิตของเขาก็จะสิ้นสุด
ลง
แต่ร่างกายของเขาจะยังคงอยู่ ไม่เน่าเปื่อยแม้หลังจากผ่านไป
100,000 ปี
อย่างช้าๆ หลินหมิงสูญเสียความรู้สึกในทรวงอก แม้แต่การ
เคลื่อนไหวของแขนก็ช้าลง
แม้ว่าหัวใจของเขาจะยังเต้นอยู่และโลหิตก็ยังไหลผ่านเส้นเลือด แต่
ก็ไม่ได้มีสิ่งใดที่ถูกควบคุมโดยหลินหมิงเลย
ความตายไม่เคยเข้าใกล้ถึงเพียงนี้
ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่สามารถหาหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ได้โดยการ
เข้าใจหน้าแห่งความตาย
ทั้งหมดนี้มันยากเกินไป!
แม้ว่ารากฐานของหลินหมิงจะมั่นคงจนถึงขีดสุด แม้ว่าเขาจะเคย
ประสบกับช่วงชีวิตที่ทะยานขึ้นและต่ำลง ได้เห็นสภาพของชาวมนุษย์
มากมาย ได้ตระหนักถึงชีวิตของตนเอง…
ถึงอย่างนั้น เมื่อต้องการหาทางดำเนินชีวิตจากการถูกคุกคามโดย
ความตาย มันก็เป็นบางอย่างก็ยากเท่ากับการปีนขึ้นสู่สวรรค์!
“ช่างน่าสังเวชยิ่ง… ถ้าเพียงแค่ข้าได้รับเวลาสักร้อยปีเพื่อหยั่งรู้ ถ้า
ข้าสามารถใช้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า…”
หลินหมิงไม่จำยอม เขาไม่ต้องการตายผ่านการแยกจากวิญญาณของ
ตน
หากเขาสามารถใช้เทวภัณฑ์ของวิญญาณเช่นกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าได้ แม้ว่ามันจะไม่ทำให้เพลิงแห่งชีวิตลุกโชนอย่างสดใสอีกครั้ง แต่เขา
ก็ยังสามารถใช้มันเพื่อทำให้ทะเลแห่งวิญญาณของตนมั่นคงและชะลอ
การพังทลายของโลกภายในได้
หลินหมิงรู้สึกถึงวันเวลา เขาเหลือเวลาอีกไม่มาก หากสิ่งต่างๆ
ดำเนินต่อไปเช่นนี้ เขาจะไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนในชะตากรรมของตนได้
อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องการยอมแพ้ เขาเรียกใช้พลังวิญญาณ
เล็กน้อยที่เหลืออยู่ในร่างกายแล้วถ่ายเทลงในโลกภายในที่ซึ่งมันจะมุ่งไป
ยังกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
ในจักรวาลภายในที่กำลังพังทลายของหลินหมิง มันเต็มไปด้วยหลุม
ทุกหนทุกแห่ง กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าลอยอยู่ภายใน พื้นที่นี้นิ่งสนิท มี
รอยแตกมิติขนาดใหญ่กระจายออกไปในทุกทิศทาง
เพียงเล็กน้อย เปลวขนาดเล็กไหลไปและเข้าสู่กล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้า นี่เป็นพลังวิญญาณเกือบทั้งหมดที่หลินหมิงมี
พลังวิญญาณเล็กน้อยนี้ถูกผสานเข้ากับความรู้สึกทั้งหมดที่หลินหมิง
ตระหนักได้ เขาถ่ายเทความเข้าใจที่สมบูรณ์ของตนในสังสารวัฏเต๋า
สวรรค์ที่ปุถุชนพบลงไปทั้งหมด
นี่เป็นผลไม้ที่เกิดจากการบ่มเพาะของหลินหมิงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
เพลิงวิญญาณที่อ่อนแรงกระเด็นไปหากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าแล้ว
หายไป
เหมือนลำธารเล็กๆที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าหมุนอย่างต่อเนื่องในมิติที่แตกเช่นเดิม
หลินหมิงเฝ้ารออย่างเงียบๆ สิ่งที่เขารอคอยคือความตาย หรืออาจ
เป็นปาฏิหาริย์
จิตใจของเขายังคงสงบนิ่งดั่งผิวทะเลสาบ แม้ว่าเขาจะสัมผัสได้ถึง
พลังวิญญาณของตนที่อ่อนกำลังลงทุกวัน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้กล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าได้ แต่เขาก็ยังคงสงบตั้งแต่ต้นจนจบ
หลินหมิงรู้สึกว่าหัวใจของเขาบีบรัด หากเขาล้มเหลวที่นี่ นั่นคือ
ความประสงค์ของสวรรค์และชะตากรรมของผู้ที่มีชีวิตและตาย
หากเขาตายที่นี่ นั่นก็จะเป็นส่วนหนึ่งของวัฏสงสารเต๋าสวรรค์
หากชาวมนุษย์กำลังเสื่อมถอยและในที่สุดก็จะถูกทำลายโดยชาวภูติ
เทพและชาววิญญาณ นี่ก็เป็นเพียงความประสงค์ของสวรรค์ ในแม่น้ำ
สายประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มันไม่เคยมีเผ่าพันธุ์ใดที่รุ่งโรจน์ไปจนถึง
จุดสิ้นสุดของกาลเวลา!
เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ หัวใจของหลินหมิงไปถึงสภาวะที่ไม่เคยมีมา
ก่อน
เขาหวนนึกไปถึงชีวิตของตน
ในช่วงเวลาสั้นๆของชีวิตไม่กี่สิบปี เขาประสบความสำเร็จและ
ประสบความสิ้นหวัง หาได้แสดงความรังเกียจต่อคู่แข่งที่กล้าท้าทายเขา
ในท้ายที่สุด เขายังทำให้เทพแท้จริงของชาวภูติเทพไม่สามารถสงบนิ่งได้
แต่ในที่สุด เขาก็มาถึงผลลัพธ์เช่นนี้?
ขณะที่หลินหมิงกำลังรำลึกถึงชีวิต เขาก็ได้ยินเสียงเบา
เสียงที่แผ่วเบาอย่างไม่น่าเชื่อนี้ดูเหมือนจะมาจากโลกภายในของเขา
ที่สะท้อนกับเขา สิ่งนี้ทำให้ทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงที่เหือดแห้ง
สั่นไหวอย่างช้าๆ
นี่เป็นระดับความชัดเจนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!
เขาสามารถเห็นได้ว่าในโลกภายในของตนนั้น กล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้ากำลังสั่นไหวเล็กน้อย!
การสั่นนี้เแผ่วเบา แต่หลินหมิงสามารถรู้สึกถึงพลังวิญญาณที่อบอุ่น
และเปี่ยมไปด้วยความรักในทันที่ พลังวิญญาณนี้เชื่อมต่อกับทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเขาและยังเกี่ยวข้องกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า!
อย่างไรก็ตาม พลังวิญญาณในปัจจุบันของหลินหมิงนั้นยังห่างไกล
จากการเปิดกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้
ดังนั้น เขาจึงประหลาดใจที่ได้ยินเสียงก้องอยู่ภายในหูของตน
“หลินหมิง… เราไม่ได้เจอกันนานแล้ว…”
เสียงนี้…
หลินหมิงตกตะลึง
นี่คือราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์!
ในอดีตที่ผ่านมา หลินหมิงเข้าสู่เส้นทางแห่งอาชูร่าและถูกบังคับให้
เข้าไปในหุบเขามรณะโดยเทียนหมิงจื่อ
ที่ หุบเขามรณะ เขาได้พบกับราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ ราชัน
สวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์แสดงให้เห็นถึงความเมตตาต่อหลินหมิงโดยการ
สอนเขา
เพราะราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ติดอยู่ที่นั่นมาหลายปี เขาจึง
ผลาญพลังวิญญาณไปจำนวนมากและไม่เหลือเวลาอีกมาก ดังนั้น หลินห
มิงผนึกวิญญาณของเขาไว้ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ที่ซึ่งเขาจะสามารถ
พักผ่อนโดยการหลับลึก หลินหมิงหวังว่าอาจมีอีกวันหนึ่งในอนาคตที่เขา
สามารถช่วยราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ฟื้นฟูพลังและวิญญาณใหม่ได้
ถึงแม้ว่าราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์อาจจะไม่ได้รับการฟื้นฟูกลับคืนเช่น
ในอดีต แต่ราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์หวังว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตที่
เหลือได้
หลังจากนั้น หลินหมิงก็ลืมเลือนไป เนื่องจากมหาภัยพิบัติของชาว
มนุษย์และความจริงที่ว่าราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ได้หลับลึกในกล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า เขาจึงไม่เคยคิดเลยว่าจะได้วันหนึ่งเมื่อราชันสวรรค์
หมอกศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้นมาจะเป็นวันนี้…