Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,969 เมล็ดพันธุ์โลก
มิติแยกนี้เป็นสิ่งที่หลินหมิงคุ้นเคยอยู่แล้ว มันเต็มไปด้วยหมอกเลือน
ราง
หมอกเหล่านี้ไม่ธรรมดา มันประกอบไปด้วยสามแหล่งพลังงานที่
ยิ่งใหญ่ของจักรวาล – พลังงานอนุภาคแรกกำเนิด, พลังงานก่อกำเนิดและ
มูลฐานจิตวิญญาณ
เพียงกำมือเดียวก็มีค่าอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว แม้แต่ตำหนักเซียนนี้ก็
ไม่ได้มีมันมากนัก
แต่ในเวลานี้ ขุมพลังงานอันยิ่งใหญ่ทั้งสามไม่ได้เป็นสมบัติที่เห็นได้
ชัดเจนในอากาศ ภายในพลังงานที่หมุนวนเหล่านี้ ผลึกลอยอยู่ในอากาศ
อย่างเงียบงัน
ผลึกนี้ปล่อยแสงสีดำคล้ำราวกับว่ามันเป็นหลุมดำ แสงใดๆที่ไหลเข้า
หาผลึกจะถูกดึงดูดเข้าหามัน และแม้กระทั่งแหล่งพลังงานที่ยิ่งใหญ่ทั้ง
สามก็เริ่มรวมเข้ากับมันอย่างช้าๆ
ราวกับว่ามันเป็นแหล่งกำเนิดของกฎทั้งมวลในจักรวาล
หลินหมิงส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปยังผลึกนี้ระมัดระวัง ด้วยความ
ประหลาดใจ แม้แต่สัมผัสของเขาก็ยังถูกดูดซับโดยมัน
เขาจึงดึงสัมผัสกลับกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากการสำรวจสั้นๆ
หลินหมิงก็สามารถเข้าใจออร่าแปลกๆรอบผลึกได้
ออร่าเช่นนี้กลับคล้ายกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า!
แต่เมื่อเทียบกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ออร่าของผลึกนี้ก็อ่อนแรง
กว่ามาก
“มันคือสิ่งใด…?”
หลินหมิงตกอยู่ในความสับสนในสิ่งที่ต้องทำ แต่ในเวลานี้ เสียง
โบราณดังก้องอยู่ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาอีกครั้ง
“สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเจ้าคือขุมพลังงานบีบอัดแห่งจักรวาล ในบางวัน
เวลา จงปล่อยให้มันดูดซับพลังของโลกที่กระจัดกระจายจากโลกที่แตก
สลาย มันจะกักเก็บพลังงานอย่างช้าๆ และเมื่อถึงจุดวิกฤติก็จะระเบิด
อย่างสมบูรณ์ สสารทั้งมวล พลังงานและกฎเต๋าสวรรค์ที่กักเก็บไว้จะ
รั่วไหลออกมา ค่อยๆพัฒนาไปสู่จักรวาลใหม่ นี่คือการระเบิดครั้งใหญ่ของ
จักรวาล
“กลืนกินโลกเก่าและปล่อยให้มันตาย ให้กำเนิดโลกใหม่ นี่คือ
วิวัฒนาการในอนาคตของผลึกนี้ – เจ้าสามารถเรียกมันว่าเมล็ดพันธุ์โลก!”
เมื่อเสียงของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าดังขึ้น จิตใจของเขาก็สะท้าน
เมล็ดพันธุ์โลก!
ผลึกลึกลับนี้สามารถพัฒนาเป็นโลกของตัวเอง!
หลินหมิงพึมพำอย่างแผ่วเบาถึงอดีต มีคนที่คาดการณ์ว่าเทวภัณฑ์
ทั้งสาม กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
และผลึกม่วง พวกมันล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์โลก
หากทั้งสามสามารถพัฒนาไปสู่โลกที่แท้จริงได้แล้ว พวกมันจะ
สามารถเปลี่ยนจักรวาลแห่ง 33 สวรรค์ไปสู่ 36 สวรรค์!
ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็จะไม่แปลกเลยที่เมล็ดพันธุ์โลกในมือของหลินห
มิงจะมีออร่าที่คล้ายคลึงกับของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
แต่เพียงว่าออร่าของผลึกสีดำนี้ด้อยกว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
มาก
หากกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าสามารถพัฒนาเป็นจักรวาลขนาดใหญ่
หนึ่งใน 33 สวรรค์ เช่นนั้นผลึกสีดำนี้ก็สามารถพัฒนาเป็นจักรวาลย่อยได้
เช่น 1 ใน 3000 โลกอันยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ
แต่แม้กระทั่งจักรวาลย่อยนี้ก็น่าทึ่งมากแล้ว จาก 3000 โลกอัน
ยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ แต่ละแห่งมีดาวเคราะห์และดวงดาวนับไม่ถ้วนใน
ระบบ แม้ว่าผู้ทรงพลังราชันสวรรค์จะใช้เวลาตลอดชีวิตในการสำรวจ
จักรวาลย่อย แต่พวกเขาก็ยังจะไม่สามารถสำรวจทุกพื้นที่ได้
“รางวัลสำหรับประตูแห่งกฎนี้คือเมล็ดพันธุ์โลก ดูเหมือนว่าผู้อาวุโส
อาชูร่าจะได้เห็นเส้นทางแห่งนักสู้ของข้าแล้ว…”
หลินหมิงสัมผัสท้องของตนเอง นี่คือตรงที่จักรวาลสร้างขึ้นเองของ
เขากำลังหลบซ่อนอยู่
หลังจากหลายการจุติ จักรวาลภายในของเขาจะแข็งแกร่งขึ้นและ
ใหญ่ขึ้น และหลังจากถูกบีบอัดโดยกฎ จักรวาลภายในนี้ก็จะพัฒนาไปสู่
โลกที่อันน่าทึ่งโดยแท้ในอนาคต!
หากหลินหมิงสามารถไปถึงขอบเขตของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าหรือ
ผู้สร้างพระคัมภีร์ได้ จักรวาลนี้ก็จะกลายเป็นโลกที่เทียบเท่าเส้นทางแห่ง
อาชูร่าหรือจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน!
และถ้าหลินหมิงสามารถก้าวข้ามขอบเขตของตัวตนทั้งสองนี้ได้
เช่นนั้นจักรวาลนี้จะกลายเป็นสิ่งที่เกินกว่าจะจินตนาการได้!
แต่เพื่อให้จักรวาลของหลินหมิงพัฒนาไปสู่ระดับนั้น มันต้องใช้
ช่วงเวลาเช่นเดียวกับพลังมหาศาลของโลก!
การให้กำเนิดจักรวาล มันจะใช้เวลานับพันล้านปีในลำดับเลขฐาน
หากหลินหมิงต้องพึ่งพาเพียงตัวเองเพื่อดูดซับพลังของโลก ความเร็ว
ของเขาก็จะช้ามาก ยิ่งไปกว่านั้น พลังของโลกที่หลินหมิงดูดซับจะไม่
บริสุทธิ์และด้อยกว่าเมล็ดพันธุ์นี้ต่อหน้าเขา
“ผู้อาวุโสอาชูร่าเห็นว่าข้ากำลังให้กำเนิดโลกภายในตัวข้า ดังนั้นเขา
จึงให้เมล็ดพันธุ์โลกแก่ข้า ถ้าข้าวางเมล็ดพันธุ์โลกนี้ในจักรวาลภายใน
เช่นนั้นการบ่มเพาะจักรวาลภายในของข้าจะเร็วเป็นสองเท่าด้วยความ
พยายามเพียงครึ่งเดียว!”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหมิงก็รู้สึกดีใจและรู้สึกขอบคุณจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า
สำหรับเขา นี่เป็นรางวัลที่ไม่อาจดีไปกว่านี้แล้ว!
หลินหมิงประกบมือ ภายใต้การเคลื่อนไหวของนิ้วมือ กระแส
พลังงานและรูนกฎอาชูร่ากระจายออกไป ห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์โลกนี้
กฎอาชูร่าดึงเมล็ดพันธุ์โลกเข้าสู่จักรวาลภายในของหลินหมิง
เมื่อเมล็ดพันธุ์โลกนี้จมลงในร่างกายของหลินหมิง เขาก็รู้สึกว่า
จักรวาลภายในของตนเริ่มก่อตัวเป็นกระแสวังวนของสสาร พลังงานและ
กฎ
เดิมที่ ถ้าหลินหมิงต้องการดูดซับพลังของโลก เขาจะต้องนั่งลงและ
เข้าฌาน หายใจเข้าและออกจากพลังรอบตัวเขา เขาจะเลือกแก่นกลาง
ของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่และเข้าฌานภายในที่ซึ่งพลังของโลกนั้นอุดม
และบริสุทธิ์อย่างที่สุด
แต่ตอนนี้ หลินหมิงดูเหมือนจะได้รับหลุมดำในร่างกาย เมล็ดพันธุ์
โลกดูดซับพลังของโลกจากธรรมชาติโดยรอบมันเอง หลินหมิงไม่
จำเป็นต้องควบคุมมัน
อย่างไรก็ตาม พลังของโลกนี้ไม่เพียงแต่ไหลเข้าสู่จักรวาลภายในของ
หลินหมิง ส่วนใหญ่ของมันถูกดูดเข้าไปในเมล็ดพันธุ์โลกโดยตรง
แม้แต่ส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งที่แต่เดิมคือพลังแห่งโลกของ
หลินหมิงก็ยังถูกกลืนหายไปโดยเมล็ดพันธุ์โลกนี้
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
อันที่จริงเมล็ดพันธุ์โลกนี้เป็นสิ่งอันตรายอย่างยิ่ง มันอาจเรียกได้ว่า
เป็นหลุมดำที่กำลังเติบโต มันจะดูดซับพลังงานจำนวนมหาศาลของโลก
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการระเบิดครั้งใหญ่ของจักรวาล
ถ้าเขาไม่สามารถควบคุมมันได้ดีพอแล้ว จักรวาลภายในของเขาก็จะ
ถูกกลืนหายไป
“ข้าต้องปรับปรุงมันก่อนที่มันจะเติบโตขึ้น ในที่สุด ข้าควรจะหลอม
มันให้เป็นโลกภายในและเปลี่ยนให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของข้า”
หลินหมิงคิดไว้ในใจของเขา อย่างไรก็ตาม หากต้องการที่จะปรับแต่ง
เมล็ดพันธุ์โลกนี้ก็ย่อมไม่ง่ายเลย มันต้องใช้เวลาและพลังงานอย่างมาก
และอย่างน้อยหลายร้อยปี…
“ถึงเวลาแล้วที่จะก้าวสู่ด่านถัดไป”
เมื่อหลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็ก้าวออกจากตำหนักเซียนที่มีขนาดเท่า
ดาวเคราะห์
ทางออกด้านหลังของตำหนักเซียนทุกแห่งในด่านที่สามนั้น
สอดคล้องกับทางเข้าสู่ด่านที่สี่
ในด่านที่สี่อันตรายจะเพิ่มขึ้นในระดับใหม่ทั้งหมด
แน่นอนสำหรับหลินหมิงแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหาเลย
มิติและเวลากลับหัวกลับหาง ตำหนักเซียนที่มีขนาดเท่าดาวเคราะห์
นั้นหายไปและหลินหมิงพบว่าตัวเองลอยอยู่เหนือป่าอันกว้างใหญ่
จากมุมมองที่กว้างของทุกสิ่ง มันเป็นดินแดนที่มืดมนและเต็มไปด้วย
หิน
หญ้าบางปกคลุมดินแดนที่เหมือนผิวแตก ทำให้โลกนี้ดูเยือกเย็นและ
รกร้าง
ช่วงเวลาที่หลินหมิงก้าวเข้าสู่ถิ่นทุรกันดารนี้ เขารู้สึกได้ถึงการยับยั้ง
จากกฎ โลกภายในของเขาถูกคุมขังและการบ่มเพาะของเขาถูกกดลง
หลินหมิงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
ในอดีตเมื่อเขามาผจญภัย เขาก็ทำเช่นนั้นกับสถานะของผู้เยาว์และ
ยังถือว่าเป็นเด็กในผู้เยาว์ทั้งหมด
สำหรับด่านทดสอบหล่อหลอม พวกมันมักจะเปรียบเทียบพรสวรรค์
แต่ไม่ใช่ความแข็งแกร่ง ดังนั้นการยับยั้งที่มาจากอายุโครงกระดูกจึงเป็น
เรื่องปกติต่อพวกเขา แต่สำหรับหลินหมิง การยับยั้งที่มาจากกฎเหล่านี้
เป็นประโยชน์แก่เขาแทน ฝ่ายตรงข้ามหลายคนที่ทรงพลังมากกว่าได้ถูก
กดลงดิน และในแง่หนึ่ง แม้กระทั่งจักรพรรดินีวิญญาณเซิ่งเหม่ยเองก็
ด้อยกว่าหลินหมิง
แต่ตอนนี้ มันผ่านไปหลายพันปีแล้ว หลินหมิงก็กลายเป็นผู้อาวุโส
แทน และตอนนี้เขาก็จึงถูกกฎยับยั้งอย่างมากบ้าง
หลินหมิงเดินไปในถิ่นทุรกันดารอย่างช้าๆ มองหาทางเข้าสู่ด่านที่ห้า
ตราบใดที่เขาผ่านด่านที่ห้าแล้ว มันก็จะมีด่านที่หกอันลึกลับ และ
เพื่อที่จะเปิดสิ่งนั้น เขาต้องใช้หยกจักรพรรดิแห่งโชคชะตาทั้งสาม
หลินหมิงรวบรวมมาได้แล้วทั้งสาม!
นี่เองเป็นเป้าหมายสูงสุด เหตุผลที่เขามายังด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่า!
……….
ในขณะที่หลินหมิงกำลังสำรวจด่านที่สี่ ในพื้นที่ห่างออกไปหลายพัน
ไมล์ กลุ่มศิษย์ชาวภูติเทพในชุดเครื่องแบบกำลังค้นหาผ่านบึงอย่าง
ระมัดระวัง
ศิษย์ชาวภูติเทพเหล่านี้มาจากตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล
บึงแห่งนี้เต็มไปด้วยโคลนและยังหนามาก ในอดีต มันอาจเป็นใจ
กลางของป่าที่เขียวชอุ่มและมีชีวิตชีวา แต่หลังจากผ่านไปหมื่นล้านปี ป่า
ไม้ก็สูญหายไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงโคลนหนา โคลนนี้มีความลึกพอๆกับ
ทะเล และยังปล่อยฟองอากาศของก๊าซพิษออกมา
ก๊าซพิษเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อพืชชนิดต่างๆ แมลงจิตวิญญาณ หรือสัตว์มี
พิษทรงพลังที่ตาย ถ้านักสู้ขั้นเทพสมุทรต้องหายใจเอามันเข้าไป พวกเขา
จะต้องตายอย่างน่าสังเวชและน่ากลัว
“มันอยู่ที่นี่จริงหรือ?” ศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลคิ้วขมวด
แม้ว่านักสู้จะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของพวกเขาได้ แต่มัน
ก็ยังคงยากที่จะต้านทานบรรยากาศเช่นนี้หลายวัน ในทุกวันพวกเขา
จะต้องต่อสู้กับโคลนน้ำมันและยังป้องกันแมลงที่เป็นพิษ และการโจมตี
จากงูที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว ความตึงเครียดทางจิตใจที่มากเกินไปทำ
ให้เกิดความเครียดได้ง่ายในสภาวะที่อ่อนล้า
และแม้หลังจากค้นหามาหลายวันแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่พบสิ่งที่
ต้องการ สิ่งนี้ทำให้พวกเขาทุกคนประหลาดใจ: บางอย่างในระดับของสิ่ง
ที่พวกเขาต้องการหาได้ถูกฝังอยู่ในบึงน่าขยะแขยงเช่นนี้จริงหรือ?
“หุบปาก! เจ้าอยากตาย!?
ชายอ้วนพูด ดวงตาที่ขี้เกียจและตาปิดครึ่งหนึ่งฉายอันน่าสะพรึง
ออกมา!
ศิษย์คนนี้ที่พูดจึงเงียบไป เขาตามหลังชายอ้วน จับก้อนสีแดงเล็กๆ
ไว้ในมือขณะที่ค้นหาต่อไป
ก้อนสีแดงเล็กๆนี้เป็นเครื่องมือในการค้นหาที่ศิษย์ของตำหนักภูติ
เทพฟ้าบันดาลใช้
เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด จะเห็นได้ว่าก้อนสีแดงตัวเล็กนี้มีชีวิต มัน
บิดตัวไปมา เป็นก้อนเนื้อหนังและโลหิต!
ทุกคนที่นี่ทราบดีว่าภารกิจนี้เป็นเหตุผลหลักและสำคัญที่สุดที่พวก
เขาได้รับในด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย
เมื่อพวกเขาทำมันสำเร็จและจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลตอบแทน
รางวัล พวกเขาทั้งหมดจะประสบความสำเร็จและทะยานสู่ความรุ่งโรจน์
ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังจะได้รับรางวัลพิเศษอีกด้วย ‘รางวัลพิเศษ’ นี้เป็นสิ่ง
ที่พวกเขาปรารถนาแม้กระทั่งในฝัน
แต่ถ้าพวกเขาล้มเหลว ผลที่ตามมาจะไม่สามารถคาดคิดได้ ศิษย์
เหล่านี้ไม่ใช่นักสู้สามัญของชาวภูติเทพ; พวกเขามีความลับที่ยิ่งใหญ่และ
น่ากลัวในร่างกาย
นี่เป็นมาตรการพิเศษที่พวกเขาได้ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้มาก
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เป็นเพราะเหตุที่ว่ามี ‘อันตรายซ่อนเร้น’ อยู่
ภายในพวกเขาด้วย
ถ้าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลไม่ได้ช่วยและ ‘อันตรายซ่อนเร้น’ นี้
จะปะทุขึ้น พวกเขาก็จะมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
ดังนันพวกเขาทังหมดได้เผาเส้นทางในการล่าถอยไปหมดแล้ว พวก เขาจะต้องประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตายไป