Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,970 สมบัติลับในบึง
บึงนี้มีขนาดกว้างมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายพันไมล์ ศิษย์ของ
ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลได้ค้นหามาหกหรือเจ็ดวันแล้ว แต่พวกเขาก็
ค้นหาได้เพียง 60% ของมัน
มาถึงตอนนี้ ผู้ท้าชิงด้านทดสอบหลายคนรวมตัวกันที่ทางเข้าสู่ด่านที่
ห้า พวกเขาผ่านการทดสอบด่านที่สี่และกำลังรอให้ทางเข้าสู่ด่านที่ห้าเปิด
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เหล่าศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลข้างกังวล
พวกเขามีเวลาเหลือไม่มาก หากพวกเขาไม่สามารถบรรลุภารกิจได้อย่าง
ราบรื่นแล้ว ชะตากรรมของพวกเขาก็จะน่าสังเวชอย่างแน่นอน
นี่ไม่ใช่การลงทัณฑ์ที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ส่งต่อมายังพวก
เขาอย่างจงใจ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่พวกเขาเลือกเอง เพื่อให้ได้มาซึ่ง
พลังอันยิ่งใหญ่ พวกเขาต้องเสี่ยงอย่างเท่าเทียมกัน
“ค้นหาต่อไป เรายังมีอีก 3 วัน เมื่อด่านที่ห้าเปิดขึ้น มันจะไม่มีใคร
ได้รับอนุญาตให้อยู่ในด่านที่สี่ เจ้าสามารถกลับไปยังด่านที่สามหรือเข้าสู่
ด่านที่ห้าเท่านั้น… อีกนัยหนึ่ง เราต้องค้นหาสิ่งนั้นให้พบก่อน”
ชายอ้วนพูดอย่างมืดมน สีหน้าของทุกคนเริ่มจริงจัง
ความจริงก็คือ พวกเขากลัวว่าตนพลาดอะไรบางอย่างใน 60% ของ
ดินแดนที่เพิ่งค้นไป หากพวกเขาพลาด ผลที่ตามมาจะมิอาจจินตนาการ
เวลาผ่านไป ในหลายครั้ง ผู้ท้าชิงด้านทดสอบเข้ามาใกล้และเห็นว่า
เหล่าศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลกำลังค้นหาผ่านบึง และคาดเดา
ว่าพวกเขากำลังค้นหาสมบัติล้ำค่าบางอย่าง แต่เนื่องจากตำหนักภูติเทพ
ฟ้าบันดาลนั้นแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาไม่กล้าที่จะมีความทะเยอทะยาน
และจากไปภายใต้คำขู่ของชายอ้วนและคนอื่นๆ
พลบค่ำมาเยือน ศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลทำงานอย่างไม่
รู้จักเหน็ดเหนื่อย
บึงที่มืดมิดนั้นเต็มไปด้วยอันตราย พวกเขาฆ่าแมลงและงูพิษหลาย
ร้อยโดยไม่หยุด
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ศิษย์คนหนึ่งในทันใดก็รู้สึกว่าแขนชา ภายใน
ฝ่ามือ ก้อนสีแดงของเขาสั่นเบาๆ
“ศิษย์พี่… ศิษย์พี่อาวุโส!”
ศิษย์คนหนึ่งร้องออกมา
“มีอันใด?!”
จิตใจของชายอ้วนได้เครียดอย่างไม่น่าเชื่อมาหลายวันแล้ว เมื่อมีคน
เรียกหา เขาจึงหันมามองอย่างเสียอารมณ์
สำหรับดวงตาของเขา มันไม่ได้มองไปยังใบหน้าของศิษย์น้องคนนั้น
แต่มองที่มือซึ่งก้อนสีแดงกำลังบิดตัวไปมาเล็กน้อย
“เร็วเข้า! ค้นหาตรงนั้น!”
ชายอ้วนรีบสั่งการ ในทันที่ ศิษย์ทั้งหมดของตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาลที่กระจายออกไปภายในรัศมี 10 ไมล์ก็เริ่มมายังบริเวณนี้
ความจริงก็คือ ก้อนเนื้อในมือของพวกเขาคือเนื้อหนังและโลหิตของ
จอมเขมือบ!
สิ่งที่พวกเขาค้นหานั้นถูกฝังลึกในโลก และกฎของมันก็สูงมาก ด้วย
ความแข็งแกร่งของพวกเขา มันย่อมไม่สามารถรู้สึกได้เลย นี่คือเหตุผลที่
สิ่งนี้ถูกฝังอยู่ในด่านที่สี่ของด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายได้เป็น
เวลานานและยังไม่มีใครได้รับมาก่อน
แต่โดยการใช้เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ พวกเขาจึงสามารถ
เชื่อมโยงกับสิ่งนี้ได้ โดยอาศัยการเชื่อมต่อนี้ พวกเขาสามารถค้นหา
ตำแหน่งสุดท้ายของมัน
“ใกล้แล้ว! ใช่แล้ว มันต้องเป็นสิ่งนั้น!”
การหายใจของชายอ้วนนั้นเร็วขึ้น สภาพจิตใจทั้งหมดของเขาตรึง
เครียด หากเขาสามารถนำสิ่งนี้กลับไปได้ เส้นทางในอนาคตของเขาจะมิ
อาจจินตนาการ!
ในเวลานี้ เหล่าศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลรู้สึกว่าเนื้อหนังและ
โลหิตของจอมเขมือบในมือของพวกเขาเริ่มอ่อนนุ่มและหนืดมากขึ้น จาก
สถานะของแข็ง มันละลายเป็นน้ำโลหิต
“มันเปลี่ยนน้ำ…”
ศิษย์คนหนึ่งพึมพำ เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบในมือของเขา
ละลายไปหมด แล้วไหลลงมาจากระหว่างร่องนิ้วมือ ตกลงไปในบึงสีดำ
จากนั้น มันก็มีบางสิ่งที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น
เนื้อที่ละลายได้กลายเป็นหนอนแดงที่ค่อยๆจมลงไปในพื้นดินโคลน
และเจาะลึกลงไปในนั้น
“เริ่มขุด!”
ชายอ้วนพูดอย่างเด็ดเดี่ยว
“นี่…” มีคนลังเลเมื่อได้ยินคำสั่งของชายอ้วน “เมื่อเกิดสมบัติที่หา
ยากถือกำเนิด มันจะแผ่ออร่าที่น่ากลัวออกมาอย่างแน่นอน ในเวลานั้น ผู้
ท้าชิงด่านทดสอบจำนวนมากจะถูกดึงดูดเข้ามา”
เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์น้อง ชายอ้วนยิ้มอย่างชั่วร้าย “ถ้าพวกเขา
มาก็จงให้มา มันจะไม่ง่ายที่จะขุดสิ่งนี้ออกมา มันมีธรรมชาติที่ชั่วร้ายและ
ต้องมีการเสียสละเลือดเนื้อ…”
ในขณะที่ชายอ้วนพูด จิตสังหารเลือนรางก็แผ่ออกมาจากเขา แม้แต่
ศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลก็รู้สึกใจสั่น
หากนี่เป็นเวลาปกติ ไม่ว่าศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลจะ
แข็งแกร่งเพียงใด พวกเขาจะไม่สามารถใช้คนเพียง 20 กว่าเพื่อป้องกัน
การโจมตีของผู้ท้าชิงคนอื่นๆ
นอกเสียจากว่าพวกเขาจะใช้พลังต้องห้าม…
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ต้องการใช้พลังนี้ “เมื่อมีสมบัติที่หายากเกิด
มา มันก็ต้องการบูชายัญโลหิต นี่เป็นข่าวที่ถูกต้องที่ศิษย์พี่อาวุโสได้รับ
หรือไม่?”
“นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาททรงคาดการณ์ไว้ ซึ่งมันไม่ควรผิด เอาล่ะ หยุดการ
พูดคุยและเริ่มขุดกันดีกว่า!”
บึงนี้เกิดจากโคลน สำหรับนักสู้ที่นี่ การขุดมันเป็นเรื่องง่ายเหมือน
การตัดเต้าหู้
นักสู้ชุดดำใช้อาวุธแทงลึกลงไปหลายร้อยฟุต อย่างไรก็ตาม พวกเขา
ขุดได้ขุดนานนักก่อนที่จะค้นพบว่าความต้านทานของพื้นดินเริ่มเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ชายอ้วนไม่พอใจ เขารู้ว่าพวกเขากำลัง
ขุดเข้าใกล้สมบัติที่หายากมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว!
…….
“ข้าต้องบอกว่า… เจ้าวางแผนจะเข้าสู่ด่านที่ห้า?”
ในมุมหนึ่งของด่านที่สี่ ผู้ท้าชิงด่านทดสอบหลายคนกำลังค้นหาผ่าน
กองเศษเล็กเศษน้อยของเครื่องมือวิเศษที่พวกเขาได้ขุดขึ้นมาจากซาก
โบราณ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาพบว่าชิ้นส่วนเครื่องมือวิเศษ
เหล่านี้ไม่ได้ถูกทิ้งไว้จากยุคของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า อย่างมาก ชิ้นส่วน
เหล่านี้มีอายุราวหนึ่งร้อยล้านปี กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อร้อยล้านปีก่อน มีผู้
ท้าชิงด้านทดสอบบางคนที่เข้าสู่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายและได้
ประสบอันตรายที่ทำให้พวกเขาต้องพินาศที่นี่
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนผิดหวัง พวกเขาใช้ความพยายามอย่างมากในการ
ค้นหาสิ่งเหล่านี้ แต่กลับกลายเป็นขยะ
พวกเขาใช้เวลาเป็นอย่างมากในด่านที่สี่และเอาชนะอันตรายมา
มากมาย แต่การเก็บเกี่ยวที่ได้รับกลับมีน้อยมาก พวกเขาสามารถ
กล่าวโทษได้เพียงโชคที่ไม่ดี
สำหรับด่านที่ห้านั้นมันอันตรายยิ่งกว่า พวกเขาอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด
ว่าตนมีความสามารถในการเข้าสู่พื้นที่นั้นหรือไม่
ขณะที่พวกเขาติดอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ พวกเขาก็
รู้สึกถึงออร่าที่น่ากลัว ซึ่งพุ่งพวกเขาประหนึ่งคลื่นน้ำหลาก
เมื่อพวกเขาถูกปกคลุมด้วยออร่านี้ พวกเขาก็รู้สึกราวกับตกอยู่ใน
นรกทันที่ จิตสังหารที่น่ากลัวครอบคลุมพวกเขา ทำให้พวกเขาหลั่งเหงื่อ
เย็นและเกือบจะกระอักโลหิต
พวกเขาหันหัวมาและเห็นว่าในขอบฟ้าไกลนั้น ฉากที่น่าอัศจรรย์
กำลังเกิดขึ้น!
มวลของออร่าสีดำที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นเงาหัวผี
ร้ายขนาดมหึมา!
มันดูน่ากลัวอย่างไร้เปรียบ มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆบนท้องฟ้า ดูเหมือน
จะกลืนกินทุกคน!
และออร่าที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไม่ต้องสงสัยจากเงาหัวผีร้ายนั้น!
“สวรรค์! นั่นคืออะไร!?”
“สมบัติสูงสุดถือกำเนิดขึ้นแล้วหรือ?”
“สมบัติสูงสุด?” ทุกคนเหลือบมองกัน หากสมบัติสูงสุดเกิดขึ้นและ
มันก็มีพลังอสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้…
หากพวกเขารีบไปอย่างประมาท พวกเขาอาจประสบอันตรายใหญ่
หลวง
แต่ด้วยโอกาสที่วางอยู่ต่อหน้า พวกเขาย่อมจะไม่ยอมแพ้โดยไม่ดิ้น
รน!
“ดูนั่น! บางคนกำลังมุ่งหน้าไป!”
หลายคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นจุดดำที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนท้องฟ้า
พุ่งเข้าหาเงาหัวผีร้ายด้วยความเร็วที่เร็วมาก!
เมื่อเห็นคนอื่นนำไป ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะยากขึ้น แต่ก็ให้ความรู้สึก
ปลอดภัย
ผู้คนเชื่อว่าถ้ามีคนมากมายไปที่นั่น โอกาสที่ตายจะไม่สูง… ใช่
หรือไม่?
“ไปดูกันเถอะ!”
ด้วยการนี้ ทุกคนจึงเปิดทักษะการเคลื่อนไหวและพุ่งเข้าหาตำแหน่ง
นั้นด้วยความเร็วสูงสุด
และไม่ไกลเกินไป หลินหมิงเองก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น เขา
คิ้วขมวด ออร่านี้… ด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบ เขากลับรู้สึกค่อนข้างคุ้นเคย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เขาหลับตาลงอย่างช้าๆแล้วเปิดมัน
อีกครั้ง เมื่อเขาทำ มันก็มีภาพแปลกๆเกิดขึ้น
นัยน์ตาของหลินหมิงเปลี่ยนไป นัยน์ตาของเขากลายเป็นเหมือนเข็ม
ขนาดเล็ก และรอบเข็มเล็กๆนี้มีลวดลายแปลกๆมากมาย
รูปแบบเหล่านี้ขยายออก แผ่ความลึกลับ
ภายใต้สายตาของหลินหมิง กฎในพื้นที่โดยรอบไม่สามารถซ่อนตัว
จากเขาได้
ทักษะเร้นลับนี้คือ เนตรสามภพของผู้อาวุโสสามภพ!
ในอดีตเมื่อแดนเทวะถูกรุกรานจากชาวภูติเทพ ชาวมนุษย์ก็ตกอยู่ใน
อันตราย ผู้อาวุโสสามภพก็ตัดสินใจจบชีวิตของเขาในช่วงเวลาแห่งความ
รุ่งโรจน์ แต่ก่อนที่เขาจะจากไป เขาใช้เวลาในการถ่ายทอดทักษะเนตร
สามภพให้กับหลินหมิง
หลินหมิงเดิมทีมีวิหารเต๋าเนตรสวรรค์อยู่แล้ว เมื่อรวมเข้ากับเนตร
สามภพ ความสามารถทั้งสองจะเสริมซึ่งกันและกัน!
และภายใต้การจ้องมองของเนตรสามภพ สิ่งที่หลินหมิงมองเห็นนั้น
จึงต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาเห็นเปลวเพลิงปีศาจมหึมาปรากฏขึ้นบน
ท้องฟ้า และในเปลวเพลิงสีดำนี้ มันสามารถเห็นวิญญาณที่เจ็บปวดนับไม่
ถ้วนถูกขังอยู่ภายใน นอกจากนี้ ยังมีโครงกระดูกของราชาลอยอยู่
ท่ามกลางพวกมัน…
“นี่มัน.. หลินหมิงดูดสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจของเขาสันไหว!