Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,974 สังหารปานเทพมาร
“พี่น้อง เราไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป ในการต่อสู้ครั้งนี้ เราต้อง
ชนะไม่ว่าจะจ่ายด้วยราคาเท่าใด เมื่อเราจากไปแล้ว ความรุ่งโรจน์จะเป็น
ของเรา! ฝ่าบาทจะให้รางวัลแก่เรา!”
ชายอ้วนตะโกนแก่เหล่าศิษย์ที่อยู่ข้างหลังเขา การได้รับเปลี่ยนแปลง
ของร่างกายด้วยเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ มันเป็นสิ่งที่อันตราย
อย่างยิ่ง หากล้มเหลวในการเปลี่ยนแปลงนี้ ความตายก็จะไม่ใช่เรื่อง
แปลก
แต่ด้วยรางวัลใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้า พวกเขาย่อมต้องต่อสู้เพื่อมัน!
เมื่อพูดถึงการได้รับรางวัลจากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลแล้ว มันก็
หึกเหิมอย่างยิ่ง รางวัลที่จะส่งผ่านมาให้มักจะยิ่งใหญ่เทียมสวรรค์! นี่เอง
ที่ทำให้นักสู้ชาวภูติเทพทุกคนเต็มใจที่จะต่อสู้เพื่อเขาโดยไม่สนใจชีวิตของ
ตน
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
ร่างของเหล่าศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลกว่า 20 คนเริ่มเปล่ง
เสียงแตกเสียงดัง กล้ามเนื้อของพวกเขาเติบโตและบิดเมื่อเปิดใช้งานร่าง
แปลง!
ผู้ท้าชิงด่านทดสอบทั้งหมดต่างหน้าซีดในเวลานี้
ปรากฎว่าศิษย์ทุกคนของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลต่างสัตว์
ประหลาด
ฝูงชนของนักสู้จะสามารถต่อสู้กับปีศาจร้ายเช่นนั้นได้อย่างไร
ชายอ้วนสามารถฆ่านักสู้อันดับหนึ่งที่แข็งแกร่งในหมู่พวกเขาได้อย่าง
ง่ายดาย แล้วกลุ่มของพวกเขาจะมีความสามารถทำอันใดได้?
“บัดซบ! เราพบกับฝูงปีศาจเข้าแล้ว! ต้องรีบหนี!”
เหล่าผู้ท้าชิงด่านทดสอบที่นี่มีเหตุผลในการกระทำของพวกเขา
ตราบใดที่มีชีวิต มันก็ยังมีความหวัง พวกเขาทั้งหมดได้เปิดทักษะการ
เคลื่อนไหวของตนและเริ่มหนีจากหลุม
แต่ในเวลานี้ ชายอ้วนหัวเราะเยาะ “เจ้าต้องการที่จะหนีไป? เมื่อ
พวกเจ้าลงมาแล้วก็ต้องตายที่นี่!”
เมื่อชายอ้วนพูดเขาก็ส่งเสียงคำราม หนวดสีแดงคล้ายงูที่หลังของ
เขายิงลูกศรโลหิตหลายสิบออกไป ลูกศรเหล่านี้กระจายไปตามผนังของ
หลุม ทันใดนั้น มันก็มีตาข่ายสีแดงโลหิตขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านบน
ของหลุม
ตาข่ายนี้เติบโตเหมือนวัชพืช ในไม่ช้าก็ล้อมรอบหลุมทั้งหมด รวมทั้ง
พื้นดินด้านข้าง ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยชั้นสีแดงสดใส!
“มันเป็นรูปแบบค่ายกล!”
เมื่อเห็นตาข่ายสีแดงโลหิต ผู้ท้าชิงด่านทดสอบจำนวนมากสลดใจ
คนเหล่านี้ได้เตรียมกับดักไว้สำหรับพวกเขาแล้ว!
นี่คือรูปแบบค่ายกลที่เกินความเข้าใจของเหล่าผู้ท้าชิงด่านทดสอบใน
ปัจจุบัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่ชายอ้วนและกลุ่มของเขาจะสร้าง
มันขึ้นมาเอง พวกเขาจะต้องใช้แผ่นค่ายกลแบบใช้ครั้งเดียวที่มีค่าอย่าง
เหลือเชื่อ รวมถึงหินพลังงานจำนวนมากเพื่อให้พลังงานแก่มัน
รูปแบบค่ายกลเช่นนี้ที่ยืมพลังงานจากหินพลังงานจะไม่สามารถอยู่
ได้นานเกินไป แต่ช่วงเวลานี้ก็มีมากเกินพอที่จะฆ่าทุกคนในหลุมนี้!
ด้วยสิ่งนี้ มิต้องกล่าวถึงศิษย์ของเส้นทางแห่งอาชูร่า แม้แต่ศิษย์ของ
ขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวก็เริ่มตื่นตระหนก พวกเขาไม่เคยคาดหวังว่า
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้น
ศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลเหล่านี้… จะไม่ฆ่าพวกเขาไปด้วย
ใช่หรือไม่!?
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นพันธมิตร แต่ถ้าใครตายในด่านทดสอบหล่อ
หลอมสุดท้าย มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร หาก
พวกเขาถูกโจมตีที่นี่ นั่นจะไม่แปลกเลย
“เจ้า! จงเริ่มฆ่าทุกคนเพื่อพวกเรา มิเช่นข้าจะฆ่าเจ้าไปกับดพวกนั้น
ด้วย!”
กล้ามเนื้อของชายอ้วนกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงโลหิตจ้อง
มองหญิงสาวชุดเทาจากขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวเช่นหมาป่าปีศาจ
หญิงชุดเทากลั่นใจ เมื่อเผชิญหน้ากับชายอ้วนผู้น่ากลัว นางก็ไม่มี
ทางเลือกอื่น
“เจ้าคิดว่าเราเป็นผักปลาที่สามารถฆ่าได้ตามใจชอบ? ทุกคน โจมตี
ร่วมกัน! ก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนแปลงร่างกายเสร็จสมบูรณ์!”
ศิษย์ของเส้นทางแห่งอาชูร่าตะโกนเสียงดัง ปัจจุบัน เหล่าศิษย์
ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลได้เสร็จสิ้นร่างแปลงของพวกเขาไปครึ่งหนึ่ง
แล้ว นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมในการตอบโต้
“ไร้เดียงสานัก!”
ชายอ้วนยิ้มอย่างชั่วร้าย เขารีบพุ่งออกไป และจากหลัง แปดหนวดสี
แดงติดตามมาด้วยแรงผลักดันที่ไม่หยุดยั้ง หนวดเหล่านี้มีความยาวหลาย
ร้อยฟุต และสามารถเจาะทะลุม่านพลังป้องกันของคนที่นี่ได้ง่ายดายอยู่
ราวกับว่าไม่มีอะไรมากไปกว่ากระดาษ!
นักสู้สองคนถูกเจาะทะลุอกด้วยหนวดสีแดงเหล่านี้ทันที่ อวัยวะของ
พวกเขาฉีกเป็นชิ้นๆ ขณะที่พวกเขาดิ้นรน โลหิตของพวกเขาก็ถูกดูดเข้า
ไปในหนวด
หลายคนเกือบจะตกตายโดยไม่ได้ขยับ เดิมที่ แม้ว่าชายอ้วนคนนี้จะ
ไม่ได้ใช้ร่างแปลง แต่ความแข็งแกร่งของเขายังคงเหนือกว่าทุกคนใน
ปัจจุบัน ที่ประตูแห่งกฎ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เลือกความยากระดับ
สวรรค์ นั่นคือชายอ้วนและหญิงชุดเทา
และตอนนี้ ด้วยร่างแปลง ชายอ้วนจึงมีความแข็งแกร่งขึ้นหลายต่อ
หลายเท่า และหญิงชุดเทาดูเหมือนว่านางตั้งใจจะอยู่ข้างเขา!
นั่นเป็นเพราะศิษย์สี่คนจากขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวได้ยืนอยู่ข้าง
หลังชายอ้วนเรียบร้อยแล้ว!
พวกเขามาจากกลุ่มเดียวกันตั้งแต่เริ่มต้น และภายใต้การคุกคามของ
ความตาย มันก็จะไม่แปลกถ้าพวกเขาไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง
“เฉพาะผู้มีพรสวรรค์ที่โดดเด่นเท่านั้นที่สามารถเห็นถึงแนวโน้มใน
ปัจจุบัน คนฉลาดย่อมรู้ดีว่าต้องจำนนเมื่อใด!”
เมื่อเห็นหญิงชุดเทายอมจำนน ชายอ้วนก็หัวเราะเบาๆ
หญิงชุดเทากัดฟันของนางแน่น แม้ว่านางจะละอายใจ แต่นางก็ไม่มี
ทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้ ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาอยู่ด้วยกัน
“มุ่งเน้นไปยังการป้องกันและสังหารผู้ที่อ่อนแอกว่า!”
หญิงชุดเทาสั่งให้เหล่าศิษย์น้องชายและน้องเข้าสู้
“เมื่อทุกคนที่นี่ตายแล้ว พวกเขาจะให้เรามีชีวิตอยู่หรือไม่?” ศิษย์
ขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวถามด้วยความกังวล
“หากเราไม่พยายามขโมยสมบัติของพวกเขาแล้ว มันก็ก็ไม่ควรมี
เหตุผลใดๆที่พวกเขาจะผลาญปราณโลหิตเพื่อฆ่าเรา ร่างแปลงนี้ไม่ใช่
เรื่องง่ายสำหรับพวกเขา และถ้าเราไม่ยอมแพ้ ทั้งหมดคงต้องตายไป
ด้วยกัน!”
บรรยากาศแห่งความสิ้นหวังเต็มไปทั่วหลุม
“ฆ่าให้หมด!”
ชายอ้วนตะโกน การสังหารหมู่ครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้น!
อสูรจำแลงของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลนั้นแข็งแกร่งเกินไป ความ
แข็งแรงที่เกิดจากร่างแปลงนี้ก็เหมือนกับพวกเขาเผาผลาญปราณโลหิต
ทั้งหมด! นอกจากนี้ ศิษย์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะชั้นยอด จาก
จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งนี้ มันไม่มีอะไรเลยนอกจากการสังหารหมู่ฝ่าย
เดียว
ผู้ท้าชิงด้านทดสอบอีกคนหนึ่งถูกฆ่าตาย และหลังจากที่พวกเขา
เสียชีวิต โลหิตและพลังงานทั้งหมดจะถูกดูดซับโดยธาตุกระดูกอสูร
ความตายเช่นนี้ที่พวกเขากลายเป็นโลหิตแดงเหลืองและถูกกลืนกิน
ไปโดยกระดูกแปลกๆ มันก็ช่างน่าสังเวชนัก
ชายอ้วนกำลังบ้าคลั่ง แปดหนวดที่อยู่ข้างหลังเขาส่ายไปมาเหมือน
ปลาหมึกยักษ์ เก็บเกี่ยวชีวิตผู้คน!
สำหรับศิษย์ของขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาว พวกเขาพบผู้ท้าชิงด่าน
ทดสอบสองสามคนที่กำลังจะตายและจึงลงมือฆ่า พวกเขาไม่ได้โจมตี
ตั้งแต่แรก
แต่ขณะที่ชายอ้วนได้ฆ่านักสู้เกือบครึ่งที่นี่ ความคลั่งไคล้ในการฆ่า
ของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น แต่หัวใจของเขาสะท้านและหันกลับมาด้วยสายตาที่
ไม่อยากจะเชื่อ
ข้างหลังเขา 200 ฟุต ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น มันไม่น่าจะมีอะไร
พิเศษ แต่ผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ตรงจุดที่ธาตุกระดูกอสูร กลับใช้มือจับมัน
เบาๆ!
คนผู้นี้คือหลินหมิง จากจุดเริ่มต้น ความสนใจของหลินหมิงทั้งหมด
ได้มุ่งเน้นไปยังธาตุกระดูกอสูรนี้
ชายอ้วนไม่คิดฝันว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น!
ในมือของหลินหมิงธาตุกระดูกอสูรยังคงหยดด้วยของเหลวจาก
ร่างกายที่ยังไม่สามารถดูดซับได้ทันเวลา
ด้วยธาตุกระดูกอสูรที่ชั่วร้ายเช่นนี้ แม้แต่ชายอ้วนก็ต้องพิจารณา
อย่างรอบคอบว่าจะแตะต้องมันหรือไม่ เขาจะตรวจสอบมันซ้ำๆก่อนเพื่อ
หลีกเลี่ยงอันตรายใดๆ และเพื่อป้องกันเหตุการณ์ลางร้ายใดๆที่เกิดขึ้น
ด้วย
แต่ชายคนนี้กลับจับธาตุกระดูกอสูรในมือ ราวกับว่าเขาต้องการที่จะ
เอามันออกไป!
ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ชายอ้วนตกใจที่สุดคือฉากโดยรอบซึ่งทุกคน
พยายามอย่างยิ่งที่จะหลบหนีหรือร้องออกมาด้วยความเศร้าและเจ็บปวด
แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีความคิดและความกล้าที่จะขุดเอาธาตุกระดูก
อสูรขึ้นมา
เขาเป็นบ้าหรือไม่?
“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
ชายอ้วนตะโกนดั่งเสียงคำรามของปีศาจ นักสู้รอบตัวแข็งค้างจากสิ่ง
ที่ตนกำลังทำ ชั่วครู่หนึ่ง เหล่าศิษย์จากตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลทุกคน
ได้หยุดการสังหาร สนามรบนี้เป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว และแม้ว่าพวก
เขาจะหยุดตอนนี้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถจบการต่อสู้ได้ในภายหลัง
ทั้งหลุมเงียบลง มันได้ยินเพียงเสียงโลหิตไหลเท่านั้น
ทุกคนมองไปยังหลินหมิง ในเวลานี้ หลินหมิงถือธาตุกระดูกอสูรอยู่
ใบหน้าของเขาไม่มีความตื่นตระหนกหรือความกลัวแต่อย่างใด
สีหน้าของเขาสงบและดวงตาของเขามีความครุ่นคิดเล็กน้อย เมื่อ
หลินหมิงนึกถึงการเอาธาตุกระดูกอสูรไป เขาก็ได้ตรวจสอบมันด้วยสัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากพิจารณาว่าเขาสามารถต้านทานความสามารถในการ
ครอบงำและกลืนโลหิตของมันได้ เขาก็หยิบมันขึ้นมา
“นี่เป็นอสูรโลกันต์จริงๆ… และระดับของมันสูงกว่าอสูรโลกันต์ที่
ราชันสวรรค์บรรพกาลยึดร่าง! บางที… มันอาจจะสามารถเปรียบเทียบได้
กับจอมเขมือบ…”
หลินหมิงสามารถตัดสินได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นธาตุกระดูกอสูรที่ได้รับ
การกลั่นโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า และแม้กระทั่งหลังจากหมื่นล้านปี
มันก็ยังคงมีออร่าที่กว้างใหญ่และน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ จากสิ่งนี้เพียงลำพัง
มันก็สามารถจินตนาการได้ว่าอสูรโลกันต์นั้นอยู่ในระดับสูงเพียงใด!
นี่ก็สมเหตุสมผล หากมีอสูรโลกันต์ที่มีคุณสมบัติจะถูกจัดการโดย
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าเองแล้วและถูกฝังอยู่ในด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้าย รอคนที่ถูกกำหนดให้มารับไป แล้วมันจะเป็นสิ่งของสามัญได้
อย่างไร? และถ้าเป็นสิ่งของทั่วไปแล้ว เหตุใดจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
ถึงสร้างกลุ่มขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อค้นหามันโดยเฉพาะ?
“เจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นควรเพิ่งจะได้รู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของธาตุ
กระดูกอสูรนี้ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงจะพยายามเอามันไปนานแล้ว เขาอาจพบ
ซากโบราณและได้รับบันทึก, แผ่นหยกหรือข้อมูลอื่นๆที่หลงเหลืออยู่ของ
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า จากนั้นจึงรู้ที่ตั้งของสิ่งนี้…”
เมื่อหลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาชั่งน้ำหนักธาตุกระดูกอสูรอยู่ในมือ
เล็กน้อย จากนั้นวางมันไว้ในแหวนมิติของเขา
เมื่อเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น ชายอ้วนก็ตะลึงอย่างที่สุด
ความรู้สึกเช่นนี้เป็นเหมือนจักรพรรดิกำลังเดินขบวนไปตามถนน แต่
แล้วขอทานก็เดินไปยังหน้าองค์จักรพรรดิและดึงเอาอัญมณีที่ใหญ่ที่สุด
ออกมาจากมงกุฎของเขาภายใต้สายตาของทุกคน จากนั้น ขอทานก็
วางอัญมณีนั้นลงในกระเป๋าเสื้อสกปรกและตบไหล่ของจักรพรรดิก่อนที่
จะเดินจากไป
“ข้าไม่เคยคิดว่าในโลกนี้จะมีคนโง่เขลาและบ้าบิ่นเช่นนี้อยู่!”
เสียงของชายอ้วนดุร้าย เขาจ้องมองหลินหมิงในขณะที่เริ่มเดินไปหา
เหล่าศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลคนอื่นๆเองเดินเข้ามาใกล้อย่าง
ช้าๆ ล้อมรอบหลินหมิงเป็นวงกลม เมื่อพวกเขามองดูที่หลินหมิง พวกเขา
ก็ทำเช่นนั้นด้วยความรังเกียจและเย้ยหยันในสายตา
ฝีเท้าของชายอ้วนนั้นช้าและค่อยเป็นค่อยไป แต่ความเร็วในย่างก้าว
นี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่มีควบคุมอย่างลึกซึ้ง
ศิษย์ของเส้นทางแห่งอาชูร่าอีกคนมองหลินหมิง พวกเขาคาดการณ์
ไว้แล้วว่าจะเห็นเขาถูกสังหารอย่างทารุณ
“สหายผู้นี้… โชคไม่ดีอย่างยิ่ง!”
“เราไม่สามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นได้ ดังนั้นจงหยุดพยายามใส่ใจ
ผู้อื่น เตรียมตัวของเจ้าเองและรอโอกาสที่จะฝ่าออกไป!”
ศิษย์หลายสิบคนของเส้นทางแห่งอาชูร่าบางคนรวมตัวกัน พวกเขา
บอกผ่านกระแสเสียงอย่างรวดเร็ว เตรียมที่จะใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่
รูปแบบค่ายกลอ่อนแอลงเพื่อหนีจากหลุมนี้
แน่นอน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เมื่อ
รูปแบบค่ายกลอ่อนแอลง
มาถึงตอนนี้ ชายอ้วนมาถึงตรงหน้าหลินหมิงแล้ว…