Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,976 ผู้ที่ต่อต้านข้าต้องตาย
ฆ่า
ในโลกของนักสู้ พฤติกรรมเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องพูดถึงการ
สังหารหมู่บ้าน การสังหารทั้งเมืองหรือแม้แต่การสังหารทุกชีวิตที่อาศัย
อยู่บนดวงดาวก็ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบ แม้แต่ดาวเคราะห์ขนาด
ใหญ่เช่นดาวเคราะห์นภารินไหลก็ยังไม่สามารถกระตุ้นความกังวลใดๆได้
ถ้ามันถูกทำลายในวันเดียว แม้ว่าบางคนจะได้รู้เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่
พวกเขาก็จะคิดว่ากลุ่มคนที่ไร้ความสามารถ ไร้ประโยชน์และไม่สำคัญ
เพียงถูกสังหาร
แต่การฆ่าอัจฉริยะทั้งกลุ่ม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าฝูงชนของ
อัจฉริยะจากขุมกำลังระดับเทพแท้จริง นี่เป็นสิ่งที่หายากอย่างไม่น่าเชื่อ
ในโลกของนักสู้!
ขุมกำลังเทพแท้จริงมีเพียงจำนวนน้อยใน 33 สวรรค์ ใครจะกล้าที่
จะยั่วยุพวกเขาหรือแม้กระทั่งมีความสามารถในการทำเช่นนั้น?
นี่เป็นสิ่งเดียวกับการประกาศสงครามต่อขุมกำลังใหญ่ ผลที่ตามมา
จะมิอาจจินตนาการ!
ในเวลานี้ ต่อหน้าหลินหมิง ศิษย์กว่า 20 คนของตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาลกำลังดิ้นรนต่อสู้กับการถูกตรึงอย่างสิ้นหวัง อย่างไรก็ตาม แม้ว่า
พวกเขาจะรวบรวมพลังและใช้พลังทั้งหมดของเนื้อหนังและโลหิตจอม
เขมือบ แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถสั่นคลอนหลินหมิงได้
สนามพลังอันน่าสะพรึงกลัวตรึงพวกเขาไว้แน่นหนาเหมือนขุนเขา
อมตะ!
และในตอนนี้ หลินหมิงก็เคลื่อนย้ายไปหาบุคคลที่สามแล้ว สิ่งนี้ทำ
ให้ทุกคนตกใจ!
เพื่อแสดงความแข็งแกร่งอย่างท่วมท้นในด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้าย สิ่งที่เขาแสดงไม่ใช่ระดับการบ่มเพาะ แต่เป็นพรสวรรค์ของเขา
และถ้าพรสวรรค์สามารถวัดความสามารถวัดได้ พรสวรรค์ของชาย
คนนี้ก็คงเกินยอดรวมทั้งหมดจากศิษย์กว่า 20 คนของตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาล
สิ่งนี้ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง
พัฟ!
ด้วยเสียงเบา หลินหมิงดึงเอาเนื้อหนังและโลหิตทั้งหมดของจอม
เขมือบออกจากนักสู้ชาวภูติเทพที่สาม เนื้อหนังและโลหิตนี้เองถูก
ป้อนเข้าสู่มังกรทมิฬน้อย
เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบนั้นมีพลังงานพิเศษ แต่ถึงกระนั้น
ความอยากของมังกรทมิฬน้อยก็ยิ่งน่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม มันกลืนกินเนื้อหนัง
และโลหิตนี้โดยไม่ต้องเคี้ยว
จากนั้น ศิษย์คนที่สี่ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลก็ถูกฆ่าตายโดย
หลินหมิง เขาฆ่าพวกเขาเหมือนฆ่าไก่ฆ่า ไม่มีการต่อต้านได้แม้แต่น้อย
“เขาฆ่าอัจฉริยะเหมือนหมู… ทุกครั้งที่เขาฆ่าใครซักคน ใครจะรู้ว่า
เขาสร้างความเสียหายต่อตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลมากเพียงใด…”
บางคนตะลึงอย่างเงียบงันในใจ
เหล่าศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูจากวัสดุ
สวรรค์มาจำนวนมาก ในตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล คนเหล่านี้เป็นศิษย์ที่ดี
ที่สุดที่เลี้ยงดูมาในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา และพวกเขาก็ได้รับการเลี้ยง
ดูด้วยความพยายามทุกวิถีทาง
และจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็ยังได้เตรียมการอย่างรอบคอบ
สำหรับภารกิจนี้ เขาลงทุนทรัพยากรในร่างกายของคนเหล่านี้ ส่งผู้เยาว์ที่
โดดเด่นโดยเฉพาะภายในตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลมา
นอกจากนี้ พวกเขายังเปลี่ยนร่างกายโดยใช้เนื้อหนังและโลหิตของ
จอมเขมือบ
อาจกล่าวได้ว่าจากกว่า 20 คนนี้ คุณค่าของเพียงคนเดียวก็อาจมีค่า
มากกว่าชีวิตทั้งหมดในดาวเคราะห์นภารินไหลหลายเท่า!
โดยเฉพาะชายอ้วนที่ถูกหลินหมิงฆ่า เขาเป็นผู้เยาว์ที่โดดเด่นสุดที่
เกิดในตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลในช่วงพันปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้นำโดย
ธรรมชาติของคนรุ่นเดียวกัน แม้ว่าเขาจะด้อยยิ่งกว่าบุตรชายภูติเทพฟ้า
บันดาล แต่จริงๆแล้วเขาก็เทียบเท่าองค์ชายจักรพรรดิน่าฉีได้อย่างเท่า
เทียมกัน
หากหลินหมิงฆ่าคนเหล่านี้แล้ว มันก็เหมือนกับการทำลายงาน
ทั้งหมดที่ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลได้พยายามในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่าน
มา
ในโลกของนักสู้ คุณค่าของชีวิตสามารถวัดได้ ในสายตาของนักสู้ของ
เส้นทางแห่งอาชูร่า หลินหมิงสังหารหนึ่งในคนเหล่านี้ก็เหมือนกับการ
ทำลายดาวเคราะห์นับพัน
คนแล้วคนเล่า หลินหมิงฆ่าไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้วางแผนที่จะทรมาน
พวกเขาอย่างตั้งใจ แต่ทำเช่นนั้นเพราะเขาต้องการควบคุมการไหลของ
ปราณแท้อย่างถูกต้องเพื่อให้เขาสามารถตัดความสัมพันธ์ระหว่างนักสู้
ชาวภูติเทพกับเนื้อหนังและโลหิตจอมเขมือบ นี่เป็นงานที่ต้องใช้ความคิด
และแม้แต่หลินหมิงก็ยังไม่ง่าย
แต่พฤติกรรมนี้ทำให้เหล่าศิษย์ที่ยังมีชีวิตในตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาลสูญเสียความกล้าหาญและความหวังทั้งหมดไป!
ไม่ว่าพวกเขาจะดิ้นรนเพียงใดมันก็ไร้ประโยชน์ พวกเขาเพียงแต่ต้อง
รอความตายที่จะมาถึงอย่างช้าๆและให้พวกเขาได้รับความเจ็บปวด
ทรมานที่สุดในโลก! โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจ็บปวดที่มาจากการโดนเอา
เนื้อหนังและโลหิตจอมเขมือบจากร่างกาย ทำให้หนังหัวต้องด้านชา
แม้ว่านักสู้เหล่านี้จะมีเจตจำนงและหัวใจที่มั่นคง แต่เมื่อพวกเขาประสบ
ความเจ็บปวดนี้ พวกเขาต้องการทันทีที่ตายไปทันที่
“สารเลว! ถ้าเจ้าฆ่าเราแล้ว ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลจะไม่มีวันยก
โทษให้เจ้า!”
ศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เขาจะ
ตาย นี่เป็นเพราะในช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่เขาจะตาย สนามพลังที่กักขังเขา
อ่อนแอ ทำให้เขาพูดได้
อย่างไรก็ตาม การข่มขู่ก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของเขา เนื้อหนัง
และโลหิตของจอมเขมือบก็ถูกดึงออกจากร่างกายของเขาด้วย!
ผู้ที่ฆ่าควรคาดหวังว่าจะถูกฆ่าเช่นกัน นักสู้ชาวภูติเทพที่นี่ รวมถึง
เกือบนักสู้ทุกคนจากเส้นทางแห่งอาชูร่าชั้นในต่างได้ก้าวเข้าสู่ถนนแห่ง
ความตาย!
หลินหมิงไม่ได้เป็นคนอ่อนแอหรือใจอ่อน เมื่อเขาฆ่าคนเหล่านี้ เขาก็
ไม่กระพริบตาเลย
แต่ในเวลานี้ อย่างช้าๆ ข่ายพลังที่ปิดผนึกหลุมก็เริ่มอ่อนลง ร่างที่
คลุมเครือจำนวนมากเริ่มล่าถอยอย่างเงียบๆ
คนเหล่านี้มาจากขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาว
เมื่อเห็นชะตากรรมที่น่าสมเพชของเหล่าศิษย์งตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาล ขนทั้งหมดของพวกเขาก็ลุกชู แขนขาสั่นด้วยความกลัว
แม้ว่าพวกเขาจะถูกดึงเข้าหาความยุ่งเหยิงนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงอยู่ใน
ฝ่ายเดียวกับเหล่าศิษย์ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล หลังจากบุคคลนี้ฆ่าศิษย์
ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะฆ่าทุกคนที่เป็นพยาน!
“เจ้าทั้งหมด… กำลังคิดจะไปไหน?”
หลังจากฆ่าศิษย์กว่าสิบของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล ทันใดนั้น
หลินหมิงก็หันหน้าไปมองศิษย์ขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาว
แม้ว่าเขาจะฆ่าคนมากมาย แต่มือของเขาก็ไม่เปื้อนโลหิตแม้เพียง
หยดเดียว พวกมันยังคงสดใสเหมือนหยก
ในขณะนั้น เหล่าสี่ศิษย์ผู้นำขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวรู้สึกราวกับว่า
พวกเขาตกลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง!
หญิงชุดเทาหน้าซีด นางรู้ว่านางกำลังเผชิญวิกฤติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน
ชีวิตของตน
ในเวลานี้ การหลบหนีหมายถึงความตายและการอยู่ที่นี่ก็หมายความ
ว่าพวกเขาก็อาจจะตาย!
หัวใจของนางเต้นรัว นางกัดฟันแล้วพูดว่า “ถ้าเจ้ามีความสามารถ
แล้ว เช่นนั้นก็จงกำจัดทุกคนที่นี่ มิเช่นนั้น ข่าวคราวของเจ้าที่ฆ่าเหล่า
ศิษย์ของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลและขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวจะเกิด
การรั่วไหลอย่างแน่นอน ในเวลานั้น ชาวภูติเทพจะไล่ล่าด้วยทุกสิ่งที่พวก
เขามี!
“ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือ ถ้าเจ้าสามารถหลบลึกในเส้นทางแห่ง
อาชูร่าหรือเข้าหาชาววิญญาณและค้นหาขุมกำลังเทพแท้จริงเพื่อปกป้อง
เจ้า! อย่างไรก็ตาม เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ และไม่มีเทพแท้จริงในหมู่มนุษย์!”
หญิงชุดเทาหายใจติดขัด นางพยายามเบี่ยงเบนความกลัวและความ
เกลียดชังต่อหลินหมิงเพื่อให้ทุกคนที่นี่ยืนเคียงข้างนาง
นี่คือวิธีการของความพยายามด้วยตนเอง และในขณะที่หญิงชุดเทา
คาดหวัง บรรยากาศในหลุมก็เริ่มกลายเป็นน่าหวาดกลัว สีหน้าของหลาย
คนเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขามองดูหลินหมิง
แน่นอน ถ้าชายผู้นี้กลัวตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลและไม่ต้องการให้
ข่าวการฆ่าศิษย์เหล่านี้รั่วไหลออกไปแล้ว เขาก็จะฆ่าทุกคนที่นี่
“เจ้าเป็นใคร? ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะ
ยังคงนิรนามและมันเป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้าที่จะมาจากพื้นหลังสามัญ!”
หญิงชุดเทาโจมตีด้วยวาจาต่อหลินหมิงอีกครั้ง โดยตั้งคำถามกับ
ตัวตนของเขา
ในสายตาของคนที่นี่ พรสวรรค์พิเศษเหล่านี้กระทั่งกำราบเซิ่งเหม่ย
และบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้ ตัวตนของเขาไม่มีเหตุผลอย่างสมบูรณ์
ยิ่งกว่านั้นสำหรับเขาที่จะเกิดขึ้นท่ามกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ใกล้จะ
สูญพันธุ์ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่า
เมื่อพูดถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ หญิงชุดเทาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงชายที่รู้จัก
กันในนามหลินหมิง ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อหลายพันปีก่อน แม้ว่าหลินหมิงจะ
ตายไปแล้ว แต่ชื่อเสียงในอดีตของเขายังคงมีชีวิตชีวาและเป็นตำนาน
แม้ว่าชาวภูติเทพจะพยายามทำให้ตำนานของเขาลดน้อยลง แต่พวกเขาก็
ไม่สามารถปกปิดการมีอยู่ของเขาได้
สำหรับหญิงชุดเทา นางเป็นผู้เยาว์ที่เกิดมากว่า 2,000 ปีหลังจากที่
หลินหมิงเสียชีวิต สำหรับนาง ชื่อหลินหมิงดังก้องในหูเหมือนสายฟ้า นี่
เป็นบุคคลที่ทำให้ผู้ก่อขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวของพวกเขา ราชาเทพ
ขนวิหคเหินหาวต้องตามล่าเขาด้วยตนเอง!
เทพแท้จริงต้องเมินต่อสถานะแล้วไล่ล่าผู้ปกครองเทวะ จากการ
กระทำเช่นนี้ มันก็สามารถจินตนาการได้ว่าหลินหมิงน่ากลัวเพียงใด!
“คนผู้นี้ เขาไม่ควรจะเป็นหลินหมิง…” หญิงชุดเทาปฏิเสธความคิดที่
ผ่านเข้ามาในหัวทันที่
ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายมุ่งเป้าไปยังผู้เยาว์ และสิ่งนี้ได้รับการ
สนับสนุนโดยกฎที่แทรกซึมอยู่ทุกหนแห่ง แม้ว่าหลินหมิงยังมีชีวิตอยู่ แต่
อายุโครงกระดูกของเขาก็อาจจะหลายพันปี เขาจะไม่เป็นผู้เยาว์ แม้ว่า
ความแข็งแกร่งของหลินหมิงในปัจจุบันจะหลายเท่ากว่าบุตรชายภูติเทพ
ฟ้าบันดาล แต่เมื่อเขามายังพื้นที่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายนี้และถูก
ยับยั้งโดยกฎ เขาที่มีอายุหลายพันปีจะพบว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะแสดง
พลังในการต่อสู้ดังกล่าว
ในขณะที่หญิงชุดเทาพูด ดวงตาที่เปล่งประกายของหลินหมิงจ้องม
องนางตลอดเวลา
ในตอนนี้ มีผู้ท้าชิงด่านทดสอบบางคนที่ก้าวเข้าใกล้หญิงชุดเทา
เมื่อพวกเขามองดูหลินหมิง มันก็มีทั้งความกลัวและหวาดผวะใน
สายตา ไม่ว่าพวกเขาจะมองอย่างไร ชายคนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นคนที่
อยู่ภายใต้การคุ้มครองของขุมกำลังใหญ่สูงสุด นี่เป็นเพราะขุมกำลังที่
สามารถยืนหยัดต่อสู้กับตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลและมอบที่พักให้กับคน
ที่ฆ่าศิษย์ของพวกเขานั้นสามารถนับได้ด้วยเพียงหยิบมือ ยิ่งกว่านั้น
หลายขุมกำลังยังมีตัวแทนอยู่ที่นี่และชายคนนี้ไม่ได้เป็นคนของพวกเขา
เลย
“เจ้าค่อนข้างดีในการเปลี่ยนความคิดเห็นสาธารณะ”
แสงเย็นชาส่องประกายแวววับในดวงตาของหลินหมิงเมื่อเขาเห็น
การตอบสนองของผู้คนเหล่านี้และสีหน้าของหญิงชุดเทา ในเวลานี้ นาง
พยายามที่จะเปลี่ยนความเกลียดชังและความกลัวที่ตนสามารถพบได้ ใช้
สิ่งนั้นเพื่อกระตุ้นความโกรธของผู้คน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นวิธีที่ฉลาด
ที่สุด
แต่น่าเสียดาย แผนของนางทั้งหมดนั้นไร้ความหมาย
ในฐานะที่เป็นผู้ทรงพลังอย่างสัมบูรณ์ เขาก็สามารถควบคุมชีวิตและ
ความตายของทุกคนในปัจจุบันได้!
ผู้ที่ร่วมกับข้าจะมีชีวิตอยู่ ผู้ที่ต่อต้านข้าจะต้องตาย!
หลินหมิงมองขณะที่ผู้ท้าชิงด่านทดสอบมากขึ้นเรื่อยๆถูกดึงไปยัง
ทางฝ่ายของหญิงชุดเทา เขายิ้มอย่างเย็นชาแล้วก็พูดว่า “ข้าจะให้พวก
เจ้าเลือกเอง เจ้าสามารถเลือกที่จะยืนอยู่ข้างหลังผู้หญิงคนนั้นและตายไป
กับนาง หรือออกจากฝ่ายนางและมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ…”
คำพูดของหลินหมิงเป็นเหมือนเสียงกระซิบของการต่อรองของปีศาจ
ผู้ท้าชิงด่านทดสอบรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาเย็นลง พวกเขาบางคนเริ่ม
ก้าวห่างไกลจากหญิงชุดเทาโดยไม่รู้ตัว
“หยุดไร้เดียงสาได้แล้ว! เจ้าคิดว่าจริงๆหรือเขาจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิต
อยู่!” เมื่อเห็นฉากนี้ หญิงชุดเทาก็ตะโกนอย่างหวาดกลัวอย่างสิ้นหวัง ไม่
สนใจว่าการกล่าวเช่นนี้จะทำให้นางมีชีวิตอยู่จริงๆหรือตาย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านางจะตะโกนมากเพียงใดก็ตาม ผู้คนก็ยิ่งห่าง
จากนางมากขึ้นเรื่อยๆ
ตรรกะนั้นง่ายดาย การต่อต้านชายผู้นี้ไร้ความหวัง แต่ถ้าพวกเขา
เลือกที่จะยอมจำนนต่อเขา เขาอาจไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกเขา
ในไม่ช้า ก็มีเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่กับหญิงชุดเทา มันคือศิษย์หนึ่ง
ในสามจากขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาว
ในเวลานั้น หลินหมิงโจมตี!
ความเร็วของเขาเหลือเชื่อ แสงหอกตัดผ่านห้วงมิติ มันเป็นลูกศรที่
น่าทึ่งจริงๆ ในทันทีก็เจาะทะลุปราณดาราปกป้องร่างของหญิงชุดเทา
โลหิตพุ่งออกมาและนางกระอักอย่างน่าสังเวชขณะที่ร่างกายสั่นและลอย
กระเด็นออกไป
ศิษย์ของขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาวอีกคนได้ตายไปพร้อมกับนาง
เช่นกัน
สองคนตกตายในคราวเดียว หลินหมิงไม่แสดงความเมตตาแต่อย่าง
ใด ในสงครามระหว่างชาวมนุษย์กับชาวภูติเทพ ขุนเขาเทพขนวิหคเหิน
หาวเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน ศิษย์ของขุนเขาเทพขนวิหคเหินหาว
ทั้งหมดนั้นเปื้อนโลหิตของชาวมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน
อย่างไรก็ตาม มันยังมีชายและหญิงที่เป็นศิษย์ของขุนเขาเทพขน
วิหคเหินหาวเหลืออยู่ หลินหมิงไม่ได้ฆ่าพวกเขา เพราะเขาจะใช้พวกเขา
ทำบางอย่าง
เขาโบกมือแล้วตรึงสองคนไว้ด้วยสนามพลัง
สองคนนั้นสะท้าน ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว ขณะที่พวกเขามองดู
หลินหมิง ทั้งความเกลียดชังและความหวาดกลัวก็เต็มอยู่ในดวงตา