Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,982 ราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
คำพูดของหลินหมิงหายไปขณะที่เขาพูดถึงตรงนี้ เขารู้สึกว่าคำถาม
ของตนนั้นหยาบคายเล็กน้อย แต่เขาก็อยากรู้อยากเห็นอย่างมาก เขามี
ลางสังหรณ์เล็กน้อยว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่ายังไม่ตาย แต่เนื่องจาก
เผ่าพันธุ์เทพบรรพกาลกำลังใกล้จะสาบสูญ เหตุใดเขาจึงไม่กังวลเกี่ยวกับ
เรื่องนี้?
เขาจะเพียงจ้องมองจริงหรือขณะที่เผ่าพันธุ์ของตนเองค่อยๆเสื่อมลง
เรื่อยๆจนกระทั่งมันถูกทำลายในที่สุด…
“นายท่าน เขา…” เช่อถอนหายใจ “บางเรื่องก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด นาย
ท่านมีปัญหาบางอย่าง…”
เช่อไม่ตอบคำถามของหลินหมิงโดยตรง แต่จากความหมายโดยนัย
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าอาจมีชีวิตอยู่จริงๆ!
เช่นนั้นตลอดหลายปีเหล่านี้ เขาอยู่ที่ใดกัน?
ตัวตนที่น่าหวาดหวั่นเช่นนั้น หากเขาซ่อนตัวในจักรวาลเป็นเวลา
หมื่นล้านปี หลินหมิงจะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้
ในช่วงหมื่นล้านปีที่ผ่านมา เขาจะไม่เปิดเผยร่องรอยการปรากฏตัว
ของตนแม้แต่ครั้งเดียวได้อย่างไร?
33 สวรรค์เกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมาย เหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวข้อง
กับการล่มสลายของเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วน รวมถึงเผ่าพันธุ์ของจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าด้วย เหตุใดเขาจึงเมินต่อเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
ยิ่งกว่านั้น… หากอายุขัยของเขานานถึงเพียงนั้น เหตุใดเขาจะต้อง
กังวลที่จะทิ้งมรดกของตนไว้? เส้นทางแห่งอาชูร่านี้และแม้กระทั่ง
จักรวาลผืนนภานิมิตฝันซึ่งก่อตั้งโดยผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ มันมี
ความหมายอันใดในนั้น?
“เมื่อผู้อาวุโสอาชูร่าสร้างเส้นทางแห่งอาชูร่าในอดีต มันเป็นเพียง
การเลือกผู้สืบทอดหรือไม่?”
หลินหมิงคิดว่ามันค่อนข้างเกินไปถ้าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าได้สร้าง
โลกอันกว้างใหญ่เช่นนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อสรรหาผู้สืบทอด
“เส้นทางแห่งอาชูร่าเป็นตัวหมากหนึ่งที่ถูกวางไว้โดยนายท่าน กล่าว
อีกนัยหนึ่ง เมื่อเจ้าจำเป็นต้องรู้ เจ้าจะรู้เอง แต่เมื่อเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้
การถามก็ไร้ประโยชน์…”
โม่พูด เบี่ยงเบนคำถามของหลินหมิง
หลินหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้น เมื่ออาวุโสบอกว่า
‘ต้องรู้’ มันจะเป็นเมื่อใด?”
“เจ้าควรรู้จักตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือเมื่อเจ้าสามารถควบคุมโชคชะตา
ของตนเองและแปลงจากตัวหมากเป็นผู้เล่น”
คำพูดของเช่อกระชับ หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อที่จะควบคุม
ชะตากรรมของตนเองและกลายเป็นผู้เล่นในเกมอันยิ่งใหญ่…
เส้นทางข้างหน้านั้นยังคงยาวเกินไป…
เมื่อเห็นสีหน้าของหลินหมิง โม่ก็หัวเราะ “ไม่จำเป็นต้องดูแคลน
ตัวเองมากนัก สำหรับเจ้าที่จะกลายเป็นตัวหมากได้นั้น มันก็เป็น
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว เกมอันยิ่งใหญ่ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกจักรวาล
ของ 33 สวรรค์ แต่จริงๆแล้วมันกลับมีตัวหมากไม่มากนัก แต่ละคนถือได้
ว่าเป็นตัวหมากที่มีความโดดเด่นในหมู่อัจฉริยะไร้เปรียบโดยแท้ และ
สำหรับคนส่วนใหญ่ พวกเขาไม่ได้เป็นตัวหมากรุกเลย แต่เป็นเพียงฝุ่นที่
ตกลงบนกระดาน…
“โชคชะตาของเจ้าช่างเหลือเชื่อ ในช่วงหมื่นล้านปีที่ผ่านมา เจ้าเป็น
คนแรกที่จบด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นคนที่
สองในการรวบรวมหยกจักรพรรดิทั้งสามได้ อนาคตของเจ้ามิอาจ
จินตนาการ”
“ที่สอง? แล้วใครเป็นคนแรก?” หลินหมิงถามด้วยความสับสน
โม่กล่าวว่า “นายท่านเชื่อว่ามีบางสิ่งที่เรียกว่า ‘ชะตาลิขิต’ อยู่ในโลก
นี้ นั่นคือ เมื่อชะตาและกรรมรวมกันแล้ว, ‘ชะตาลิขิต’ จะประจักษ์ หยก
จักรพรรดิแห่งโชคชะตาจะดูที่ชะตาลิขิตของคนผู้หนึ่งเท่านั้น หากมีใคร
ถูกลิขิต เช่นนั้นหยกจักรพรรดิจะไปอยู่ในมือของพวกเขาโดยธรรมชาติ
คนแรกที่รวบรวมหยกจักรพรรดิได้คือราชันสวรรค์ผนึกเทวะเมื่อ 3.6
พันล้านปีก่อน”
“ราชันสวรรค์ผนึกเทวะ!”
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน เขาเป็นผู้นำของชาวมนุษย์เมื่อ 3.6
พันล้านปีก่อน ด้วยความแข็งแกร่งของเขาเพียงคนเดียว เขาก็เป็นตัวตน
ในตำนานที่ช่วยปกป้องทั้งแดนเทวะไว้ หลินหมิงไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะ
เป็นคนรวบรวมหยกจักรพรรดิทั้งสามในอดีตได้เช่นกัน!
ไม่น่าแปลกใจที่ราชันสวรรค์ผนึกเทวะจะสร้างแท่นผนึกเทวะของ
เขาเองได้ ดูเหมือนว่าเขาได้เห็นตัวหลักของแท่นผนึกเทวะที่แท้จริงด้วย
เช่นกัน
แท่นผนึกเทวะนี้…
หลินหมิงหันกลับมามองแท่นศักดิ์สิทธิ์ มากขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกว่า
แท่นผนึกเทวะไม่ใช่สิ่งของทั่วไป เมื่ออยู่ในด่านที่เจ็ดของด่านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้าย มันก็ดูเหมือนว่าช่วยเสถียรกฎอาชูร่าที่นี่และรวบรวม
แรงผลักดันของโลกอย่างเลือนราง!
มันมีความหมายลึกซึ้งอันใดในการวางแท่นผนึกเทวะที่นี่
หลินหมิงไม่ได้ถามอะไรอีก เขารู้ว่าเมื่อตนกลายเป็น ‘ผู้เล่น’ แล้ว
เขาจะได้รู้เหตุผลเอง
เขาเพียงแต่ถามว่า “ผู้อาวุโส ในอดีตราชันสวรรค์ผนึกเทวะฝึกฝน
เต๋าสวรรค์อาชูร่าหรือไม่? เขายังได้รับร่างจำแลงของเต๋าสวรรค์อาชูร่าที่
ถูกทิ้งไว้โดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าด้วยหรือไม่?”
เช่อพยักหน้า “ครั้งหนึ่งเขาเคยฝึกฝน แต่ระดับที่เขาทำได้นั้นด้อย
กว่าความสำเร็จของเจ้า… ในช่วงหมื่นล้านปีที่ผ่านมา เจ้าเป็นคนที่เข้าใจ
กฎอาชูร่าได้ในระดับลึกที่สุด… สำหรับร่างจำแลงทั้งสาม จ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าได้สร้างขึ้นมากกว่าหนึ่งชุดในอดีต…”
คำพูดของเช่อสมเหตุสมผล ในช่วงหมื่นล้านปีที่ผ่านมา มีบางคนที่
ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจากจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและได้รับโชคไป
สำหรับมรดกที่ทิ้งไว้เบื้องหลังโดยราชันสวรรค์ผนึกเทวะในอดีตที่
ผ่านมา หลินหมิงก็ได้รับเพียงส่วนเล็กของเคล็ดผนึกเทวะ และไม่มีอะไรที่
เกี่ยวข้องกับกฎแห่งเต๋าสวรรค์อาชูร่า มันไม่แปลกเลย เคล็ดบ่มเพาะของ
หลินหมิงเองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าทั้งหมด และใน
ความเป็นจริง หากต้องการเปลี่ยนแปลงกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่าและหลอม
รวมพวกมันเข้ากับทักษะของตัวเองและเคล็ดบ่มเพาะ มันจะเป็นเรื่อง
ยากมาก
“ผู้อาวุโส ท่านรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับราชันสวรรค์ผนึกเทวะใน
อดีต? ยกตัวอย่างเช่น… มหามหาภัยพิบัติต่อชาวมนุษย์เมื่อ 3.6 พันล้าน
ปีก่อน…”
หลินหมิงถามอีกครั้ง ราชันสวรรค์ผนึกเทวะรวบรวมหยกจักรพรรดิ
ทั้งสามได้ แต่เขาก็กลับเสียชีวิตในมหามหาภัยพิบัติเมื่อ 3.6 พันล้านปี
ก่อน นี่ทำให้เขาถอนหายใจลึกด้วยอารมณ์
ตัวตนที่มีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เช่นนี้บนร่างกาย แต่เขากลับยังไม่
สามารถเอาชนะชาวภูติเทพได้?
เมื่อกล่าวถึงราชันสวรรค์ผนึกเทวะและมหามหาภัยพิบัติของชาว
มนุษย์เมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน ลักษณะของความเคารพก็ปรากฏใน
สายตาของเช่อและโม่
เช่อกล่าวว่า “ราชันสวรรค์ผนึกเทวะที่ไม่ธรรมดาและเขาเผชิญกับ
ช่วงเวลามหาภัยพิบัติ เขาได้บ่มเพาะถึงเทพแท้จริงปลาย และถ้าเขา
สามารถทะลวงขอบเขตของเทพแท้จริง เขาก็อาจจะกลายเป็นตัวตนใน
ระดับเดียวกับนายท่าน”
คำพูดของเช่อมีการประเมินราชันสวรรค์ผนึกเทวะที่สูงอย่างไม่น่า
เชื่อ ในสมัยโบราณ ถึงแม้ว่าเทพแท้จริงปลายจะหายาก แต่ก็ยังมีจำนวน
มากเมื่อนับรวมเวลาที่ผ่านมา
แต่ มันก็ไม่มีเทพแท้จริงปลายคนใดสามารถทำลายโซ่ตรวนเทพ
แท้จริง แต่เช่อกลับบอกว่าราชันสวรรค์ผนึกเทวะมีโอกาสที่จะทำลายโซ่
ตรวนเหล่านั้นได้ นี่เป็นการประเมินที่สูงอย่างยิ่ง!
“แต่ช่างน่าเสียดาย ในมหาภัยพิบัติที่เขาควรจะได้รับประสบการณ์
ความผิดปกติกลับปรากฏขึ้น จักรพรรดิของชาวภูติเทพคนก่อนเข้า
ร่วมกับอสูรโลกันต์จอมเขมือบ จอมเขมือบในอดีตน่ากลัวยิ่งกว่าจอม
เขมือบในปัจจุบันอย่างมากล้น แม้ว่าผนึกเทวะนั้นจะน่าทึ่ง แต่ก็ยังยากที่
เขาจะเผชิญหน้ากับเทพแท้จริงของชาวภูติเทพที่ใช้จอมเขมือบ ซึ่งทรง
พลังเทียบเท่าเทพแท้จริงสูงสุด
“อันที่จริง ราชันสวรรค์ผนึกเทวะเคยมีเส้นทางหลบหนีที่เขา
สามารถทำได้ นั่นคือ… ละทิ้งชาวมนุษย์และออกจากแดนเทวะไปยัง
เส้นทางแห่งอาชูร่าหรือโลกอื่น ด้วยความแข็งแกร่งของเขา คงเป็นเรื่อง
ยากที่ชาวภูติเทพจะทำอันใดกับเขาได้ อย่างไรก็ตาม… ทางเลือกของเขา
คือการต่อสู้เพื่อชาวมนุษย์ ในท้ายที่สุด เขาก็รวมพลังทั้งหมดของราชัน
สวรรค์ชาวมนุษย์และเผาผลาญเพลิงแห่งชีวิตของตนเพื่อผนึกวิญญาณ
ของจอมเขมือบและสังหารเทพแท้จริงของชาวภูติเทพ…”
คำอธิบายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเช่อนั้นกระชับ แต่หลินหมิงยัง
นึกภาพออกถึงสงครามอันน่าโศกเศร้าเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อน ในสงคราม
นั้น ราชันสวรรค์ผนึกเทวะได้เสียสละตนเองเพื่อชาวมนุษย์
หลินหมิงไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อเขาใน
การทำเช่นนั้น
การคงอยู่ของชาวมนุษย์ ด้วยโลหิตและการเสียสละของผู้คนที่
ร่วมกับราชันสวรรค์ผนึกเทวะ, ราชันสวรรค์บรรพกาลและราชันสวรรค์ที่
ไม่รู้จักจำนวนนับไม่ถ้วน มรดกของชาวมนุษย์จึงดำเนินต่อไปได้…
ถ้าไม่ใช่สำหรับพวกเขา มันคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะเติบโตมาถึง
จุดนี้ แม้ว่าเขาจะได้รับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าและขึ้นสู่แดนเทวะ สิ่งที่
เขาจะได้ค้นพบก็คือ เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ตกต่ำโดยไม่มีอะไรเลยนอกจากชาว
มนุษย์จำนวนมากที่พยายามรักษาชีวิตของตนไปวันๆ ในโลกที่ล่มสลาย
เช่นนี้ หลินหมิงจะไปยังใดเพื่อแสวงหามรดกและทรัพยากร
หลินหมิงตราตรึงคำเหล่านี้ไว้ในใจของเขาอย่างเงียบงัน
เช่นเดียวกับที่เขาต้องการจะพูดอย่างอื่น ความคิดฉับพลันก็ปรากฎขึ้นใน
ใจ
สิ่งที่เช่อได้กล่าวเมื่อครู่…
“เขาสามารถรวบรวมราชันสวรรค์ทั้งหมดของชาวมนุษย์เข้าด้วยกัน
และเผาผลาญเพลิงแห่งชีวิตเพื่อปิดผนึกวิญญาณของจอมเขมือบรวมทั้ง
ฆ่าเทพแท้จริงของชาวภูติเทพ…”
ผนึกวิญญาณของจอมเขมือบ!?
ทันใดนั้น หลินหมิงก็จำได้ว่าในอดีตมีค่ายกลผนึกเทวะลึกลับซึ่งถูก
ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้เมืองหลวงโบราณกาล
ถ้ามิใช่เพราะเสี่ยวหยู มันคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะค้นพบค่ายกล
นี้
ผนึกข่ายสวรรค์โบราณ, ค่ายกลผนึกเทวะ…
ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่ถูกผนึกไว้ในค่ายกลผนึกเทวะคือวิญญาณของจอม
เขมือบ!?
เมื่อหลินหมิงเห็นชุดค่ายกลโบราณในอดีต เขาก็พบว่ามันแปลก
ราชันสวรรค์ผนึกเทวะเป็นตัวตนเช่นใดกัน? ค่ายกลปิดผนึกที่เขาวางไว้
ส่วนตัวนั้น มันทรงพลังถึงเพียงใด?
นอกจากนี้ยังมีผนึกข่ายสวรรค์โบราณที่ยับยั้งบางสิ่งไว้นานกว่า 3.6
พันล้านปี ตัวตนใดที่ยังสามารถอยู่ภายใต้การยับยั้งที่น่ากลัวเช่นนี้ได้ถึง
3.6 พันล้านปี?
และจากคำพูดของจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของผนึกข่ายสวรรค์
โบราณ และน้ำเสียงที่พูด มันก็ดูเหมือนว่าจะยังต้องผนึกยับยั้งต่อไปอีก
นาน จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์นั้นจำเป็นต้องใช้ทักษะเร้นลับทุกชนิดเพื่อ
ยืดอายุขัย…
หากสิ่งที่ถูกผนึกไว้ข้างล่างเป็นสิ่งที่ครอบครองพลังชีวิตอันยิ่งใหญ่
อย่างไม่น่าเชื่อซึ่งมีอายุขัยเกินกว่าความเข้าใจเช่นอสูรโลกันต์จอมเขมือบ
เช่นนั้นทุกอย่างก็สามารถอธิบายได้!
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ความคิดของหลินหมิงก็วิ่งพล่าน
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลสามารถบังคับควบคุมจอมเขมือบ
กระทั่งใช้สสารทุกประเภท พลังงานและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หล่อเลี้ยงมัน
เขาสามารถแยกเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบออก และใช้เป็น
เครื่องมือได้
และทั้งหมดนี้เป็นไปได้เพราะวิญญาณของจอมเขมือบได้ถูกปิดผนึก!
หากปราศจากวิญญาณแล้ว จอมเขมือบก็จะเป็นเพียงแค่เนื้อก้อน
ใหญ่ที่มีเพียงสัญชาตญาณดิบ นอกเหนือจากความจริงที่ว่าจักรพรรดิภูติ
เทพฟ้าบันดาลที่ครอบครองลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดแล้ว
เขายังสามารถทำตามที่ตนพอใจได้ด้วย
หากเขาพบวิธีที่จะควบคุมวิญญาณของจอมเขมือบแล้วนั้น…
มันจะเป็นเช่นไร?
คำที่เช่อและโม่พูดนั้นได้ให้ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลินหมิง!
เพื่อยืนยันสิ่งนี้ หลินหมิงถามว่า “ผู้อาวุโส เนื่องจากท่านรู้เกี่ยวกับ
สงครามนั้น ท่านรู้หรือไม่ถึงผนึกข่ายสวรรค์โบราณว่าเป็นอาวุธที่ราชัน
สวรรค์ผนึกเทวะเคยใช้ในอดีต? ราชันสวรรค์ผนึกเทวะใช้สมบัติจิต
วิญญาณนี้เพื่อผนึกวิญญาณของจอมเขมือบหรือไม่?”
“ผนึกข่ายสวรรค์โบราณ…” เช่อครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะพูดว่า “ผนึก
ข่ายสวรรค์โบราณและแท่นผนึกเทวะ มันเป็นสิ่งของสองชิ้นที่สร้างขึ้น
ด้วยวัสดุที่ผนึกเทวะได้รับจากด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายในอดีต สอง
สิ่งนี้เป็นอาวุธวิเศษที่สำคัญที่สุดของเขา แต่แท่นผนึกเทวะนั้นแตกเป็น
เสี่ยงๆในช่วงมหาภัยพิบัติ และเพื่อปิดผนึกวิญญาณของจอมเขมือบ สิ่งที่
เขาใช้คือผนึกข่ายสวรรค์โบราณ…”
เช่อและโม่ดูเหมือนจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับราชันสวรรค์
ผนึกเทวะ นี่อาจเป็นเพราะราชันสวรรค์ผนึกเทวะเป็นเพียงอีกคนที่ได้รับ
หยกจักรพรรดิแห่งโชคชะตาทั้งสามครบ ด้วยเหตุนี้ ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา
จึงได้รับความสนใจจากเหล่าผู้พิทักษ์ของเส้นทางแห่งอาชูร่า