Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,983 ปริศนาของผลึกม่วง
คำพูดของชายชราทั้งสองได้ปัดเป่าร่องรอยความสงสัยสุดท้ายของ
หลินหมิง
เขาต้องหาวิธีจัดการกับวิญญาณของจอมเขมือบโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิญญาณของจอมเขมือบจะถูกผนึกไปแล้วถึง
3.6 พันล้านปี แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ หลินหมิงคาดว่าขอบเขต
ปัจจุบันของตนยังไม่เพียงพอ
เขาต้องการที่จะเพิ่มการบ่มเพาะของตน
เขาไม่รู้เลยว่าจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของผนึกข่ายสวรรค์โบราณนั้น
จะสามารถคงอยู่ได้นานเพียงใด ตัวหลักของสมบัติจิตวิญญาณเทพอาจจะ
สามารถอยู่ได้นานถึงหมื่นล้านปี แต่จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์นั้นจะไม่
สามารถอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยาวนาน ในแง่ของอายุขัย มันก็คล้ายกับ
สิ่งมีชีวิต
ตัวอย่างเช่นจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ที่ครั้งหนึ่งเคยอาศัยในหอกมังกร
ทมิฬหอกและชุดเกราะมังกรทมิฬก็ตายไปนานแล้ว
“เจ้ามีคำถามเพิ่มเติมอีกหรือไม่?” ชายชราทั้งสองยิ้มให้หลินหมิง
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขากล่าวว่า “ผู้เยาว์มีคำถามอีกสองข้อ
ข้อแรกเกี่ยวกับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโส ท่านรู้เรื่องมรดกนี้หรือไม่?”
“คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์…” เช่อและโม่ดูเหมือนจะจมอยู่ในความทรงจำอัน
ลึกซึ้ง “ผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เป็นจักรพรรดิอมตะในอดีต เขาเป็นคู่ปรับ
ของนายท่าน และจากนั้นเขาก็พ่ายแพ้ต่อนายท่านด้วยความแตกต่าง
เล็กน้อย หลังจากนั้น พวกเขากลายเป็นสหายกัน…”
ชายชราทั้งสองพูดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อหมื่นล้านปี
ก่อน คำอธิบายของพวกเขากระชับ แต่หลินหมิงรู้ว่าคำพูดของพวกเขา
เกี่ยวข้องกับความลับมากมาย
“จักรพรรดิอมตะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?” หลินหมิงถาม
ชายชราทั้งสองส่ายหัว “เราเป็นเพียงผู้พิทักษ์ เราไม่มีความเข้าใจใน
จักรพรรดิอมตะ…”
“เช่นนั้น ผู้อาวุโสรู้หรือไม่ว่ามีหญิงไร้เปรียบที่มีความเชื่อมโยงอย่าง
ใกล้ชิดกับจักรพรรดิอมตะ? คนที่มีพรสวรรค์ระดับสูงมากและคุ้นเคยกับ
กฎแห่งชีวิตและความตาย?”
สิ่งที่หลินหมิงต้องการรู้มากที่สุดคือใครเป็นหญิงลึกลับที่เขาเคยเห็น
ในกระจกน้ำแข็งของดินแดนต้องห้ามอาชูร่า นางเป็นหญิงไร้เปรียบที่
เทียบเคียงเซิ่งเหม่ยและคู่ต่อสู้สุดท้ายของหลินหมิงที่นั่น
เขาอยากรู้ว่านางเกี่ยวข้องกับเซิ่งเหม่ยอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ชายชราทั้งสองส่ายหัวต่อคำถามนี้ เห็นได้ชัดว่าพวก
เขาไม่รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องของจักรพรรดิอมตะจากหมื่นล้านปี
ก่อน
หลินหมิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่า
ความลับนี้แบ่งปันความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับความลับของตัวเซิ่งเหม่ยเอง
หลินหมิงถาม “คำถามสุดท้ายของข้าคือ ข้าสงสัยว่าผู้อาวุโสรู้
เกี่ยวกับเทวภัณฑ์ทั้งสาม: ศิลาแห่งชีวิตนิรันดร์ ลูกแก้วจิตวิญญาณ
อนุภาคแรกกำเนิดและผลึกม่วง?
เทวภัณฑ์ทั้งสามนี้เป็นปริศนาในหัวใจของหลินหมิงเสมอ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง เขาต้องการที่จะรู้ถึงที่อยู่ของเทวภัณฑ์อันสุดท้าย ผลึกม่วง
“เทวภัณฑ์ทั้งสาม…”
การได้ยินหลินหมิงพูดถึงเทวภัณฑ์ทั้งสาม วิสัยทัศน์ของชายชราทั้ง
สองก็ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
“เทวภัณฑ์ทั้งสามนี้เป็นของลึกลับที่สุดอยู่ พวกมันคงอยู่มาตั้งแต่ยุค
แรกเริ่ม และก่อนที่นายท่านจะเกิดมา มันมีตำนานเกี่ยวกับเทวภัณฑ์ทั้ง
สามอยู่แล้ว จากเวลาที่ต่างกัน จากคนที่ต่างกัน พวกมันมีชื่อที่แตกต่าง
กัน สำหรับสิ่งเหล่านั้น ชื่อก็ไม่มีความหมายเลย…
“นายท่านเชื่อว่าเทวภัณฑ์ทั้งสามนี้เป็นสิ่งที่หลงเหลือจากจักรวาล
ยุคก่อนหน้านี้ พวกมันอาจเป็นโลกอันยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถเติบโตได้ หรือ
อาจเกิดจากการล่มสลายของจักรวาลก่อนหน้านี้…”
“จักรวาลยุคก่อนหน้า?” หลินหมิงถามด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้ง
แรกที่เขาเคยได้ยินอะไรเช่นนี้มาก่อน
“นายท่านเชื่อว่าแม้กระทั่งจักรวาลของสวรรค์ทั้ง 33 ก็ยังดำรงอยู่ใน
สถานะของการเกิดและตาย รังสรรค์และทำลายล้าง 33 สวรรค์ที่เรา
อาศัยอยู่ในปัจจุบันนั้นเติบโตขึ้นจากความว่างเปล่า โดยกำเนิดจากการ
ระเบิดครั้งใหญ่… แต่ก่อนที่จะเกิดการระเบิดของจักรวาล มันควรจะมี
มหาจักรวาลก่อนหน้า บางทีมันก็มี 33 สวรรค์ บางทีมันอาจเป็น 36
สวรรค์ หรือบางทีอาจเป็นเพียงสวรรค์เดียว ไม่มีใครสามารถพูดได้อย่าง
แน่นอนว่ากฎแห่งเต๋าสวรรค์ที่ครอบคุมจักรวาลนั้นเป็นอย่างไร
“นายท่านเรียกมันว่าการกำเนิด การพัฒนาและการทำลายของ
จักรวาลก่อน
“เทวภัณฑ์ทั้งสาม ตามลำดับแสดงถึงรูปแบบย่อของ ‘แก่นสาร’,
‘พลังงาน’ และ ‘วิญญาณ’ พวกมันสอดคล้องกับสสาร พลังงานและกฎ
แห่งเต๋าสวรรค์ของจักรวาล นายท่านสันนิษฐานว่าเทวภัณฑ์ทั้งสามนี้ได้
ควบแน่นจากสสาร พลังงานและกฎแห่งเต๋าสวรรค์ของมหาจักรวาลก่อน
หน้าเมื่อมันถูกทำลาย การดำรงอยู่ของพวกมันเต็มไปด้วยความลึกลับที่
ไร้สิ้นสุด และนายท่านได้รับอันหนึ่งในอดีต – นั่นก็คือผลึกม่วงที่เจ้าพูดถึง
…”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชราทั้งสอง หลินหมิงก็สั่น จ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่าได้รับผลึกม่วง!
ในความจริง เขาคาดเดาแล้วว่ามีบางสิ่งเช่นนี้เกิดขึ้น เขาเองก็ยัง
สงสัยว่าทั้งเส้นทางแห่งอาชูร่านั้นถูกสร้างขึ้นโดยจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
โดยใช้ผลึกม่วงเป็นรากฐาน
“ผลึกม่วงยังอยู่ในมือของผู้อาวุโสอาชูร่าหรือไม่?”
“ครั้งหนึ่งมันเคยอยู่…” เช่อส่ายหัวเบาๆ “แต่ไม่อยู่หลังจากนั้น”
“นี่…” หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ “หรือว่ามีใครบางคนขโมยผลึก
ม่วงจากมือผู้อาวุโสอาชูร่าไป หรือผู้อาวุโสอาชูร่าส่งผลึกม่วงให้ผู้อื่น
หรือไม่?”
การมอบเทวภัณฑ์อันล้ำค่าไปให้ผู้อื่นนั้นไม่น่าเชื่อเกินไป
“ข้าไม่แน่ใจในรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้น ในบันทึกที่ทิ้งไว้โดยนาย
ท่าน ผลึกม่วงได้ถูกกล่าวถึง ในยุคก่อนที่จะนายท่านจะเกิด ครั้งหนึ่งเคย
มีผู้ทรงพลังที่ไม่มีใครรู้จักที่ต้องการรวบรวมเทวภัณฑ์ทั้งสาม ตัวตนไร้
เปรียบนี้เชื่อว่าโดยการรวบรวมเทวภัณฑ์ทั้งสามแล้วนั้น เขาจะสามารถ
ครองอำนาจสูงสุดเหนือสรรพสิ่งและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะ มันเป็น
เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้เกิดสงครามและความตายโหมกระหน่ำผ่านทั่วทั้ง
33 สวรรค์ แต่ในท้ายที่สุด ผู้ทรงพลังไร้เปรียบที่พยายามรวบรวมเทว
ภัณฑ์ทั้งสามก็ถูกสังหารและผู้ทรงพลังที่เหลืออยู่นับไม่ถ้วนก็ตะกายและ
ดิ้นรนเพื่อให้ได้ครอบครองเทวภัณฑ์ แต่ถึงกระนั้น เทวภัณฑ์ทั้งสามก็
หายไปและไม่มีใครรู้ว่าพวกมันไปยังที่ใด
“หลังจากหลายร้อยล้านปี เทวภัณฑ์ก็ปรากฏขึ้น จากการปรากฏตัว
ของมันก่อให้เกิดพายุอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง จากนั้น พวกมันก็หายไปอีกครั้ง
พวกมันเป็นเหมือนคำสาปของโลก การปรากฎของพวกมันมักตามมาด้วย
ภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล!
“เทวภัณฑ์ทั้งสามนี้เคยสร้างผู้ทรงพลังไร้เทียบ แต่พวกมันก็ทำให้ผู้
ทรงพลังมากมายต้องพินาศและนิกายถูกทำลายมากยิ่งกว่า แม้แต่ทั้ง
เผ่าพันธุ์ก็ถูกทำลาย
“แต่สำหรับเทวภัณฑ์ทั้งสามนี้ การรุ่งโรจน์เสื่อมถอยเหล่านั้นไม่ได้มี
อะไรมากไปกว่าการผ่านไปของประวัติศาสตร์ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างไร เทวภัณฑ์เหล่านั้นก็จะยังไม่เปลี่ยนแปลง … ราวกับว่าพวกมัน
จะยังคงอยู่ตลอดจนถึงวันที่จักรวาลถูกทำลาย…
“นายท่านกระทั่งคิดว่าเมื่อจักรวาลถูกทำลาย จักรวาลใหม่ก็จะ
ปรากฏขึ้น วิวัฒนาการขึ้นจากเทวภัณฑ์ทั้งสามและใช้พวกมันเป็น
รากฐาน… การเกิดขึ้น… หากสิ่งต่างๆเกิดขึ้นเช่นนี้ เทวภัณฑ์ทั้งสามนั้นจะ
ไม่มีอะไรมากไปกว่านักพเนจรและประจักษ์พยานที่เดินทางผ่านจักรวาล
นี้ การดำรงอยู่ดั้งเดิมที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด และสิ่งที่นักสู้สามารถใช้ได้เพียง
เล็กน้อย เศษเสี้ยวของสิ่งที่พวกมันเป็นอย่างแท้จริง ในท้ายที่สุด ผู้หนึ่ง
จะสามารถเดินไปบนเส้นทางของนักสู้ได้ไกลเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง…
“พวกมันไม่คำนึงถึงโลก แม้ว่าจะมีความโกลาหลและภัยพิบัตินับไม่
ถ้วนถูกนำพามาโดยพวกมัน แต่สำหรับเทวภัณฑ์ทั้งสามนี้ มันก็ไม่ได้มี
อะไรมากไปกว่าเหตุการณ์เล็กน้อยที่ไม่มีนัยสำคัญ
“ด้วยเหตุนี้ ความปรารถนาของนายท่านที่จะไล่ตามและครอบครอง
เทวภัณฑ์ทั้งสามจึงเลือนหายไป เขาสรุปว่าทุกอย่างอยู่ที่ ‘ชะตาลิขิต’ เทว
ภัณฑ์ทั้งสามสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตไร้เปรียบได้ แต่พวกมันก็สามารถเรียก
หายนะครั้งใหญ่มาได้เช่นกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ‘ชะตาลิขิต’
“ในงานเขียนของนายท่าน เขาไม่ได้พูดถึงผลึกม่วงมากนัก เขาเพียง
เขียนเพียงว่า ถ้าเป็นไปได้ มันจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่นึกไม่ถึงและ
เปลี่ยนแปลงโลก และมันอาจทำให้ผู้ที่ครอบครองมีโอกาสได้เปลี่ยนโลก
ให้ดีขึ้น แต่เขาก็ยังเตือนลูกหลานของตนว่าอย่าให้สิ่งนี้ครอบงำ เพราะไม่
มีใครสามารถบังคับ ‘ชะตาลิขิต’ ได้”
ในขณะที่ชายชราทั้งสองพูดเสร็จ หลินหมิงก็ตกอยู่ในความครุ่นคิด
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ‘ชะตาลิขิต’ …
หลินหมิงเคยต้องการไล่ตามผลึกม่วง ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิดอยู่ในมือโชคดีของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล ดังนั้นจึงเป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะได้รับมา ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าผลึกม่วงถูก
ซ่อนอยู่ในเส้นทางแห่งอาชูร่า
แต่ตอนนี้ หลังจากฟังชายชราทั้งสองแล้ว ความปรารถนาของหลินห
มิงในการไล่ตามผลึกม่วงจึงเลือนหายไปอย่างมาก
ตามที่จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่ากล่าว เทวภัณฑ์ทั้งสามนี้เป็นวัตถุที่
เหนือขีดจำกัดของโลกนี้ แต่ในความเป็นจริง พวกมันเป็นเพียงพยานใน
โลกนี้ ในขณะที่พวกมันสามารถสร้างผู้ทรงพลัง แต่พวกเขาก็ทำลายล้าง
ได้มากยิ่งกว่า
เส้นทางที่แท้จริงของนักสู้เป็นหนทางเดียวที่ต้องเดินไปได้ด้วยสอง
เท้าของพวกเขาเอง…
“ขอบคุณผู้อาวุโส ผู้เยาว์นี้เข้าใจแล้ว…”
หลินหมิงคำนับชายชราทั้งสองด้วยความเคารพ เพื่อต่อต้านชาวภูติ
เทพ นั่นคือการต่อสู้ที่เขาต้องพึ่งพาตัวเอง…
ชายชราทั้งสองยิ้ม “ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าจะต้องขอบคุณเรา เราเพียงบอก
เจ้าในสิ่งที่ต้องรู้ ธาตุกระดูกอสูรที่เจ้าได้รับนั้นเป็นสมบัติที่ได้รับการกลั่น
จากอสูรโลกันต์เทพแท้จริงสูงสุดนายท่านได้สังหารไปในอดีต หากเจ้า
สามารถปรับแต่งมันได้แล้ว ร่างกาย โลหิตชีวิตและแม้กระทั่งการบ่ม
เพาะจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อรวมกับเล่มที่สามของคัมภีร์อาชูร่าได้ เจ้า
จะได้รับผลประโยชน์ไม่น่าเชื่อ…”
หลินหมิงพยักหน้า ในระหว่างการเดินทางกลับมายังด่านทดสอบ
หล่อหลอมสุดท้าย เก็บเกี่ยวของเขามากมายโดยแท้
หลินหมิงไม่รู้ แต่เมื่อเขาพูดกับชายชราทั้งสองจบและเริ่มอ่านตำรา
เล่มที่สามของคัมภีร์อาชูร่า วันสิ้นสุดด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายก็
มาถึง
ในเวลานี้ ขุมกำลังของเส้นทางแห่งอาชูร่าได้รวมตัวกันอยู่เหนือทะเล
อาชูร่า แม้แต่กองกำลังแห่งตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลและขุนเขาเทพขน
วิหคเหินหาวก็มา รอการกลับมาของศิษย์พวกเขา…